[SF] คนน่าสงสาร (Alone)
posted on 27 Oct 2009 21:38 by yun-su-tvxq in ShortFiction-YunJae[SF] คนน่าสงสาร (Alone), YUNJAE
ขายาวของชายร่างสูงก้าวเดินไปตามถนนสายคู่รักย่านกลางใจเมืองอย่างเดียวดาย ทั้งที่รอบกายของเขามันกลับพลุพล่านไปด้วยผู้คนมากมาย แต่สำหรับจิตใจของเขาแล้วมันช่างตรงกันข้ามกับสภาพโดยรอบอย่างสิ้นเชิง
.... “เหงา” ....
คำๆนี้ผุดขึ้นมาในความรู้สึกของผมในตอนนี้
ทั้งๆที่มีผู้คนอยู่รอบๆตัวไปหมด แต่ผมกลับยังรู้สึกแบบนี้ไปได้นะ
สายตาคมกวาดตามองไปรอบอีกครั้ง รอบๆตัวเขาที่มีคู่รักเดินผ่านไปผ่านมา คู่รักหลายคู่เดินจูงมือและยิ้มแย้มให้กัน ภาพที่น่าดูมันช่างทำร้ายจิตใจเหงาๆของผมเสียเหลือเกิน
“เมื่อไหร่น๊า คนอย่างผมถึงจะมีคนรักกับเขาบ้าง”
“ฮึม...” ปากหยักยิ้มเยาะตัวเองขึ้นมาทันทีกับความคิดงี่เง่าของเขา ยุนโฮส่ายหัวไปมากับความคิดบ้าบอ แล้วไม่นานขายาวของตัวเองก็พาร่างของเขาเดินกลับไปยังห้องพักที่อยู่ไม่ไกลจากนั้นมากนัก
ตุ๊บ!!... ยุนโฮทิ้งตัวนอนลงบนเตียงกว้างของเขา สายตาคมจ้องมองเพดานห้องอย่างใช้ความคิด
...ทั้งๆที่เป็นห้องของตัวเองแท้ๆ แต่กลับไม่อยากจะกลับมาที่นี่เลยสักนิด
เพียงเพราะความว่างเปล่าและความเหงาที่ต้องอยู่คนดัยว มานานมากๆ นานจนผมแทบจะจำไม่ได้เสียแล้วว่า....ความรักครั้งสุดท้ายของผม มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่…
“อยากมีแฟนจังโว้ย!!” จู่ๆเสียงทุ้มก็ตะโกนขึ้นมา
“เหงาโว้ย!!....”
“จะมีใครมารักคนธรรมดาๆอย่างเราบ้างมั้ยนะ” ปากหยักพูดขึ้นมาอย่างน้อยใจ ร่างสูงพลิกตัวมากอดหมอนที่วางข้างตัวอีกใบอย่างเหงาๆ ก่อนที่สายตาคมจะหลับตาลงเพื่อพักสายตาที่อ่อนล้า
ชีวิตของคนอย่างผมมันแสนจะธรรมดาหรือจะพูดได้ว่าน่าเบื่อก็คงได้ล่ะมั้ง วันๆก็อยู่ที่นี่ทำงานอยู่ที่ร้านกาแฟเล็กๆในย่านธุรกิจ ทุกๆวันจะมีผู้คนมากมายต่างพากันมาที่นี่ และหลายครั้งที่จะมีคู่รักหวานแหววที่มานั่งคุย หัวเราะและยิ้มให้กัน ภาพที่น่ารักเหล่านั้นมันก็ทำให้รู้สึกดีแต่พอเห็นภาพแบบนี้บ่อยๆเขาผมเองก็รู้สึกแบบนี้ขึ้นมา
.... “อิจฉา” ....
มันน่าอิจฉาคนที่เขามีคนรักมานั่งอยู่ข้างๆ มาคอยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ มันน่าอิจฉาตรงที่มีคนมายิ้มให้ทุกวัน และมันก็ยิ่งน่าอิจฉาเมื่อเห็นคู่รักเขากอดกัน
รอบๆตัวของผมมักจะมีคู่รักมาวนเวียนอยู่รอบๆเสมอ อย่างโน้น...
คุณยูชอนและคุณจุนซูเจ้าของร้านที่เป็นคู่รักกัน คู่นี้เขาหวานแหววน่ารักกันมากจนน้ำตาลเรียกพี่
หรืออย่างโน้น...เจ้าคยูและซองมิน คู่นี้แอ๊บแบ๊วคิกขุกันได้ทุกเวลาสิน่า
และคู่สุดท้ายคู่ที่ยังต้องลุ้นกันอยู่เล็กน้อย ก็เจ้าชางมินและคุณริกกี้ยังไงล่ะ คู่นี้เขาน่ารักแต่ติดอยู่ที่พี่ชายของคุณริกกี้เขายังไม่เปิดทางให้ชางมินนัก
เฮ้อ...เห็นมั้ยล่ะครับ รอบๆตัวผมมีแต่คู่รักกันอยู่เต็มไปหมด ก็มีแต่ตัวผมคนเดียวนั่นล่ะที่ยังไม่มีใครสักคน
เมื่อไหร่น๊า...คนธรรมดาๆอย่าง ผมจะมีใครสักคนมาเป็นคนรักกับเขาบ้าง....
“ไอ้ยุนไปดื่มกันเถอะ” เสียงคยูหันมาเรียกเพื่อนร่างสูงที่กำลังง่วนอยู่กับการทำถูพื้นในร้านอยู่
“แกไปได้เหรอ เดี๋ยวซองมินก็ว่าเอาหรอก” ยุนโฮเงยหน้าขึ้นมาถามอย่างแปลกใจ
“เอาน่า...แค่วันเดียวเอง” คยูยิ้มขึ้นอย่างมีเลศนัย
“หึหึ ถ้าซองมินไม่โทรมาตามแก ฉันจะไปด้วยนะ...” ยุนโฮหันมาบอกก่อนจะถูพื้นต่อไปจนเสร็จ
“ไปกันเถอะ” คยูหันมาเรียกเมื่อปิดประตูร้านเรียบร้อยแล้ว
ครืด....ครืด... เสียงโทรศัพท์ของคยูดังขึ้นเมื่อเขากำลังเดินออกมาจากหน้าร้าน
“ว้า...ซองมิน” คยูหันมาบอกก่อนจะรับสาย
“จ๋าที่รัก...ว่ายังไงจ๊ะ”
“อื้ม...กำลังจะกลับแล้ว” คยูพูดขึ้นเสียงหวาน
“หึหึ...”ยุนโฮส่ายหัวเล็กน้อยเมื่อมองคยูยืนคุยโทรศัพท์อยู่
“วันนี้คงไม่ได้ไปดื่มกันแน่ๆ” ยุนโฮยิ้มขึ้นมาอย่างรู้ทัน
“ไปไม่ได้แล้วว่ะ” คยูยู่หน้าขึ้อย่างผิดหวัง
“ไม่เป็นไร แกรีบกลับไปเถอะ” ยุนโฮหันมาบอก
“เอาไว้วันหลังนะยุนโฮ งั้นฉันไปล่ะ” คยูรีบขอตัวกลับไปทิ้งให้ร่างสูงยังยืนอยู่ริมถนนคนเดียว
“เฮ้อ...เราก็คงต้องกลับบ้านสินะ” ยุนโฮถอนหายใจออกมายาวๆอีกครั้ง ขายาวเดินตามถนนไปเรื่อยๆอย่างเซ็งๆ สายตาคมจ้องมองไปรอบตัวอย่างเหงาๆ
เดินกลับบ้านคนเดียวอีกแล้ว....
คิดแล้วก็น่าสงสารตัวเองจริงๆ ที่ไม่มีใครมาเป็นคนรักเหมือนอย่างคนอื่นเขาบ้าง
เมื่อไหร่คนน่าสงสารคนนี้จะมีคนมารักเหมือนคนอื่นเขาบ้างนะ
..............
แล้ววันนึงก็มีใครบางคนเข้ามาให้ผมรู้จัก
“สวัสดีฮะ ผมแจจุง...ฝากตัวด้วยนะฮะ” เสียงหวานของพนักงานใหม่เอ่ยทักเพื่อนร่วมงานอย่างเป็นกันเอง
“นี่ชางมิน คยู และก็ยุนโฮ” ยูชอนแนะนำหนุ่มๆให้ร่างบางรู้จัก
“เอาล่ะ รู้จักกันแล้วก็ฝากแนะนำงานในร้านให้แจจุงเขาด้วยนะ” ยูชอนบอกพวกลูกน้องก่อนจะแยกขึ้นไปทำงานของตัวเอง
“แจจุงเคยทำงานในร้านกาแฟมาก่อนหรือเปล่า” เสียงคยูถามขึ้นมาอย่างสนใจ
“ไม่เคย ยังไงก็ช่วยแนะนำด้วยนะ” แจจุงส่งยิ้มมาอย่างเป็นมิตร
“ได้เลย เดี๋ยวพวกเราจะแนะนำเอง” ชางมินหันมาบอกก่อนจะเดินไปจัดร้านเพื่อรอเปิดในไม่กี่นาทีนี้
สายตาคมของยุนโฮลอบมองร่างบางที่ยืนคุยอยู่กับคยูและชางมินเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปยังหลังเคาเตอร์เพื่อทำงานของตัวเอง
...แว๊บแรกที่ผมเห็นแจจุง ผมรู้สึกเฉยๆนะ ก็ยอมรับว่าเขาก็หน้ารักดี แต่ก็แค่นั้นไม่มีอะไรน่าดึดดูดเท่าไหร่ ไม่รู้สิ...ผมคงเป็นคนแบบนี้ล่ะมั้งไม่ค่อยไปทักใครก่อนไม่ค่อยชอบชวนใครคนแปลกหน้าคุยสักเท่าไหร่...
"ไอซ์มอคค่า หวานๆ กับเค้กส้มโต๊ะ 1"
"ไอซ์คาปูชินโน่ โต๊ะ5"
"น้ำกีวีปั่นกับสตอเบอรี่ปั่น โต๊ะ 2 หน้าร้าน"
เสียงหวานของพนักงานใหม่เอ่ยบอกยุนโฮที่กำลังทำเครื่องดื่มอยู่หลังเคาเตอร์ ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมามองมือเรียวที่ยืนใบรายการมาให้ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มหวานที่ส่งมาให้เขา
แต่แล้วรอยยิ้มหวานของแจจุงก็ต้องหุบลง เมื่อคนตัวโตที่ยืนอยู่หลังเคาเตอร์ไม่คิดจะส่งยิ้มกลับมาให้เขาเหมือนกันเพื่อนร่วมงานคนอื่นสักนิด
“ว้า...เราก็แค่อยากจะผูกมิตรกับเพื่อนร่วมงานเท่านั้นเองนะ ยิ้มให้กันหน่อยไม่ได้หรือไง” แจจุงยู่หน้าขึ้นมาก่อนจะเดินไปรับออเดอร์ต่อ
“ไอซ์มอคค่ากับเค้กส้ม
ไอซ์คาปูชินโน่
น้ำกีวีปั่นกับสตอเบอรี่ปั่น ได้แล้ว....”
เสียงทุ้มของคนทำเครื่องดื่มเอ่ยบอกร่างบางที่กำลังเช็ดโต๊ะอยู่
“มาแล้ว...มาแล้ว…” แจจุงยิ้มส่งมาให้อีกครั้งก่อนจะรีบเดินมารับเครื่องดื่มของลูกค้า แต่ที่ได้กลับมาก็เป็นใบหน้าที่ดูนิ่งเฉยของร่างสูง ใบหน้านิ่งๆของยุนโฮทำเอาหัวใจดวงเล็กห่อเหี่ยวลงทันที รอยยิ้มหวานเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“แกเป็นอะไรว่ะ” เสียงคยูหันมาถามเมื่อกำลังทำแซนวิสอยู่ข้างๆ
“ก็เปล่านี่” เสียงทุ้มพูดขึ้นมาแต่มือหนาก็ชงเครื่องดื่มไปด้วย
“แจจุงเขาอุส่ายิ้มให้ แกก็อย่างไปตีนิ่งใส่เขาแบบนั้นสิว่ะ ดูดิเขาฝ่อหมด” คยูเอาข้อศอกสะกิดร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆให้ดูใบหน้าจ๋อยๆของร่างบาง
“แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยชอบคุยกับคนที่ไม่สนิท”
“แกก็เป็นซะอย่างนี้ล่ะ เมื่อไหร่จะมีแฟนกับเขาว่ะ ไม่ยอมรู้จักใคร ไม่คิดจะคุยกับใครเข้าก่อน เมื่อไหร่จะมีคู่แบบคนอื่นเขาบ้าง” คยูบ่นขึ้นก่อนจะหันมาทำแซนวิสต่อ
“ก็คนมันเป็นแบบนี้จะให้ทำยังไงได้ล่ะว่ะ” ยุนโฮพึมพำขึ้น สายตาคมเหลือบมองใบหน้าสวยที่ยังยิ้มหวานให้ลูกค้าอยู่อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
.........
“แจจุงเดี๋ยวช่วยเก็บโต๊ะหน้าร้านด้วยนะ” ชางมินบอกก่อนจะเดินออกไปซื้อของเข้าร้าน
“ได้...” แจจุงยิ้มให้ก่อนจะทำงานไปอย่างขันแข็ง มือเรียวเช็ดโต๊ะเล็กที่อยู่หน้าร้านพร้อมกับเก็บถ้วยและแก้วกาแฟทั้งหมดแล้วรีบเดินเอามาล้างที่หลังเคาเตอร์ทันที
“โอ๊ะ!!...” แจจุงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเดินมาเจอกับยุนโฮที่กำลังจะเดินออกมาจากหลังเคาเตอร์ ตาสีนิลเงยมองใบหน้าคมเล็กน้อยก่อนที่จะหลบตาลง
ขาเรียวพยายามพาตัวเองหลบให้ร่างสูงเดินออกไปก่อนแต่....
พอแจจุงก้าวหลบไปทางซ้าย ยุนโฮก็ก้าวหลบไปทางซ้ายเช่นกัน
พอแจจุงก้าวหลบไปทางขวา ยุนโฮก็ดันก้าวหลบไปทางขวาอย่างบังเอิญ
“เอ่อ...” ยุนโฮขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างแปลกใจ เขาพยายามหลบให้แจจุงเดินเข้าไปก่อนแต่ก็ยังหลบไปทางเดียวกับร่างบางอีกครั้ง
“ขะ..ขอโทษ...” แจจุงเงยหน้าขึ้นมาสบกับสายตาของยุนโฮที่จ้องมองเขาอย่างไม่วางตา
“ฮึม...เข้าไปก่อนสิ....” ยุนโฮอมยิ้มขึ้นที่มุมปากก่อนจะเบี่ยงตัวให้แจจุงเดินเข้าไปหลังเคาเตอร์อีกครั้ง
“ขอบคุณ...” เสียงหวานเอ่ยบอก ขาเรียวรีบเดินแทรกร่างสูงเข้าไปหลังเคาเตอร์ทันที
“แจจุงฝากด้วยนะ” คยูถือถาดใส่แก้วและจานขนมมาวางข้างๆอ่างล้างจานเมื่อร่างบางกำลังล้างจานอยู่
“อื้ม...ได้เลย” แจจุงพยักหน้าให้ก่อนจะล้างถ้วยกาแฟต่อไป
“ไอ้ยุนแกมมายืนรออะไรอยู่ว่ะ” คยูถามขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงยืนจดจ้องๆอยู่หลังเคาเตอร์
“ก็...รอให้เขาล้างแก้วเสร็จก่อน ฉันจะได้ล้างเครื่องชงกาแฟ” ยุนโฮหันมาบอกมือหนาถืออุปกรณ์ชงกาแฟเอาไส้เต็มมือ
“ไอ้บ้านี่!! มาถืออยู่ได้ แกก็ฝากแจจุงเขาล้างสิวะ เรื่องแค่นี้เองต้องให้บอก” คยูส่ายหัวกับท่าทางของไอ้เพื่อนคนนี้
“ฉันล้างเองดีกว่า” ยุนโฮพูดขึ้น เขาเกรงใจและไม่อยากจะใช้ใครด้วย
แจจุงหันมามองร่างสูงสองคนที่ยืนคุยกันอยู่ เสียงของคยูและยุนโฮดังพอที่แจจุงจะได้ยิน ปากอิ่มยิ้มบางๆขึ้น ร่างบางส่ายหัวไปมากับท่าทางของยุนโฮที่ดูยังไงก็จะไม่ยอมอยู่ใกล้เขาและยังไม่ยอมจะให้เขาช่วยทำอะไรเลยหลังจากที่เข้ามาทำงานในร้านนี้
“แจจุงล้างให้ก็ได้” เสียงหวานเอ่ยบอกพร้อมกับตาสีนิลคู่โตที่จ้องมองร่างสูงที่ยั่งยืนรอเขาล้างแก้วให้เสร็จ
“ไม่เป็นไร...” ยุนโฮพูดขึ้นมาเบาๆ
“เอามาวางไว้นั่นล่ะ เดี๋ยวล้างให้”
“ไม่เป็นไร รีบล้างแก้วไปเถอะ” ยุนโฮสบตาสินิลอีกครั้งอย่างดุๆ
“อย่าดื้อนักเลยน่า” แจจุงพูดขึ้นอย่างหมดความอดทน มือเรียวคว้าของในมือร่างสูงมาแล้ววางลงข้างอ่างล้างจานทันที
“ก็....” ยุนโฮไม่รู้จะเถียงอะไร สายตาคมมองร่างบางที่ยังยืนล้างจานต่อไปอย่างไม่ใส่ใจเขาสักนิด
...ใช่ เขาดื้อเอง แต่ก็เป็นเพราะไม่อยากให้แจจุงมาเหนื่อยมากขึ้นนี่นา แก้วที่เจ้าคยูเอามาวางไว้ให้ก็ใช่ว่าจะน้อยๆซะเมื่อไหร่เล่า...
“แล้วทำไมไม่ออกไปล่ะ มายืนเกะกะอยู่ได้” แจจุงหันมาบอก่อนจะก้มหน้าล้างแก้วต่อไป
“เอ่อ...ขอบใจนะ...” ยุนโฮพูดขึ้นมาเบาๆก่อนจะเดินไปเก็บโต๊ะหน้าร้าน
“หุหุ...” แจจุงยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดเบาๆที่ออกมาจากปากหยัก
...ก็แค่พูดออกมาแค่นี้เอง ทำเป็นเล่นตัวอยู่ได้....
..........
ครืดดดดดดดด เสียงประตูเหล็กเห็นหน้าร้านเปิดลงพร้อมกับนักงานในร้านต่างพากันทยอยกลับบ้าน
“บ้านแจจุงอยู่ไหนล่ะ” ชางมินหันมาถาม
“ถัดไปอีก 3 ป้ายนะ ไม่ไกลหรอก”
“อ้าว...ก็อยู่แถวบ้านไอ้ยุนนะสิ” คยูหันมามองร่างบางอย่างแปลกใจ
“งั้นเหรอ?” แจจุงมอบใบหน้าคมที่ฉายแววแปลกใจอยู่เช่นกัน
“อยู่ใกล้กันแบบนี้ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนเลยเหรอ” ชางมินถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“ไม่เคย” / “ไม่เคย” ทั้งยุนโฮและแจจุงกลับตอบออกมาพร้อมกัน
“สงสัยแจจุงเพิ่งย้ายมาอยู่ได้ไม่นานมานี้ด้วยล่ะ ก็เลยไม่เคยเจอกันนะ” ตาสีนิบลอบมองใบหน้าคมที่ดูนิ่งๆอยู่เล็กน้อย
“อ้อ...แต่ก้ดีนะ แกจะได้มีเพื่อนกลับบ้านไง” คยูหันมาตบบ่าของยุนโฮไปเบาๆ
“เอ่อ...” ยุนโฮหันมามองใบหน้าสวยอย่างอึกอัก
“งั้นฉันสองคนไปก่อนล่ะ ชางมินเดี๋ยวไปส่งพี่ที่สถานีรถไฟด้วยนะ ขี้เกียจเดินว่ะ” คยูหันมาบอกชางมินที่กำลังถอยมอเตอร์ไซด์ออกมาจากข้างร้าน
“ได้เลยพี่...อ้อ..พี่ยุนโฮอย่าลืมไปส่งแจจุงนะ” ชางมินยิ้มขึ้นอย่างเล่ห์ก่อนจะขื่รถออกไปพร้อมคยู
“เอ่อ...” / “เอ่อ...” แจจุงและยุนโฮหันมามองหน้ากันอย่างประหม่า
เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีเมื่ออยู่กันสองคน แถมก็ถูกมัดมือชกให้เดินกลับบ้านไปพร้อมกับคนที่เพิ่งจะรู้จักกันด้วย
“แล้วจะกลับบ้านหรือยัง” จู่ๆเสียงทุ้มก็ถามขึ้นมา
“อื้ม...” แจจุงพยักหน้าเบาๆ
“ก็เดินนำไปสิ...” ยุนโฮยกมือขึ้นมาเกาหัวเบาๆ เพราะไม่รู้ว่าจะเอามือไปวางไว้ไหน เขารู้สึกแปลกๆที่จะมีคนมาเดินกลับบ้านด้วยกัน มันไม่ชินนะ
แล้วขาเรียวของแจจุงก็ออกเดินนำยุนโฮกลับบ้านไปอย่างไม่รีบเร่ง ร่างบางหันมามองยุนโฮที่เดินตามเขาอยู่เงียบๆโดยที่ไม่มีใครเอ่ยปากคุยอะไรกันสักนิด แต่บรรยากาศนั้นก็ชวนอึดอัดเสียจริง
“แจจุงจะแวะซื้อของที่ซุปเปอร์ ยุนโฮกลับไปก่อนก็ได้” แจจุงหยุดเดินก่อนจะหันมาบอก
“ไม่เป็นไร ก็เข้าไปซื้อสิ” ยุนโฮมองใบหน้าสวยเล็กน้อย
“เดี๋ยวยุนโฮรอนาน” แจจุงพูดขึ้นอย่างเกรงใจ
“ไม่เป็นไร” ยุนโฮพูดคำเดิมอออกมาอีกครั้ง
“จะเอาอะไรมั้ย เดี๋ยวจะซื้อมาให้” แจจุงถามขึ้น
“ไม่เป็นไร...” ยุนโฮส่ายหัวเบาๆ
“หุหุ...” แจจุงยิ้มขึ้นกับคำตอบเดิมๆที่ออกมาจากปากหยัก แล้วไม่นานร่างบางก็เดินเข้าไปในซุปเปอร์มาเก็ตทันที
“รู้สึกแปลกๆจังเลยว่ะ” ยุนโฮพึมพำขึ้นมาเบาๆ กับความรู้สึกแปลกๆของเขาที่เกิดขึ้นมาในตอนนี้
ร่างสูงยืนรอแจจุงซื้อของอยู่หน้าซุปเปอร์มาเก็ต มือหนาทั้งสองล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงพร้อมกับเท้าใหญ่ที่เขี่ยกระป๋องที่อยู่บนพื้นเล่นเพื่อรอร่างบาง
“ขอโทษนะที่ให้รอนาน พอดีคนเยอะน่ะ” แจจุงเอ่ยบอกขึ้นอย่างเกรงใจ
“ไม่เป็นไร”
“หุหุ...” แจจุงยกมือขึ้นมาปิดปากพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาเสียยกใหญ่
“ขำอะไร”ยุนโฮขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย
“ก็ยุนโฮพูดว่า ไม่เป็นไรมาจะ 10 ครั้งได้แล้วล่ะ” แจจุงยิ้มขึ้นกับท่าทางเงะๆงะๆ ของยุนโฮที่ดูจะประหม่าเมื่ออยู่กับเขาสองคน
“ก็...” ยุนโฮยกมือขึ้นมาเกาหัวแก้เก้อขึ้น เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพูดคำนั้นออกไปบ่อยๆ
“ไปเถอะ....” แจจุงเดินยิ้มออกไปจากด้านหน้าซุปเปอร์มาเก็ตโดยมียุนโฮเดินตามไปเงียบๆ
“อ่ะ...” ร่างบางหันมาหายุนโฮที่เดินตามหลังอยู่พร้อมกับมือเรียวที่ยืนกระป๋องน้ำผลไม้มาให้
“หืม?...”ยุนโฮเลิกคิ้วขึ้นมาอย่างแปลกใจ
“ค่าเสียเวลารอไง รับไปสิ” แจจุงยื่นของมาให้อีกครั้ง
“ไม่...”
“ไม่เป็นไรใช่มั้ยล่ะ” แจจุงรีบแย่งพูดขึ้นมาทันที
“หึหึ....” ยุนโฮหัวเราะขึ้นมาเบาๆที่รู้สึกว่าคำๆนี้มันมักจะติดปากเขาเสียแล้วเวลาที่พูดกับแจจุง
“รับไปเถอะ” แจจุงยัดกระป๋องน้ำผลไม้มาใส่มือหนาอีกครั้งก่อนจะรีบเดินไป
“ขอบใจ...” ยุนโฮยกกระป๋องน้ำผลไม้ในมือขึ้นมาดูเล็กน้อย ขายาวก้าวเดินตามร่างบางไปอีกครั้ง
“แจจุงอยู่ที่นี่....” นิ้วเรียวชี้อพาร์เม้นต์ขนาดกลางที่เพิ่งสร้างใหม่ให้ยุนโฮดูเมื่อเขายืนอยู่ด้านหน้าทางเข้า
“อ๋อ...ที่นี่เองเหรอ” ยุนโฮเงยหน้ามองตัวอาคารที่ไม่ใหญ่นักแต่ก็น่าอยู่มากทีเดียว
“แล้วยุนโฮล่ะอยู่ที่ไหน” แจจุงถามขึ้นมาอย่างสนใจ
“ถัดไปอีก 3 ช่วงตึกนะ” ยุนโฮหันมาบอกก่อนจะร่ำลาคนตัวเล็กแล้วเดินกลับบ้านไป
“ฉันต้องเดินกลับบ้านกับนายทุกวันหรือเปล่านะ” แจจุงมองตามหลังกว้างที่เดินไกลออกไปอย่างใช้ความคิด
ผมแค่สงสัย...ว่าทำไมยุนโฮถึงดูนิ่งๆแบบนั้น ผมพยายามผูกมิตรด้วยแต่ดูร่างสูงจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะนิสัยส่วนตัวหรือเปล่านะ แต่ก็ยอมรับว่ายุนโฮน่าสนใจมากเลย ก็ท่าทางนิ่งๆแบบนั้นมันน่าค้นหามากเลยนะสิ
….
~~+~ คนน่าสงสาร (Alone) ~+~~
เวลามักจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนเปลี่ยนไปรึเปล่า?
“หวัดดีแจจุง ถืออะไรมาด้วยนะ” ชางมินเอ่ยทักร่างบางเมื่อเจอกันในเช้าวันที่สดใสแบบนี้
“ข้าวกล่อง แจจุงทำมาให้ลองชิมกัน” แจจุงชูสำรับข้าวกล่องใหญ่มาให้ชางมินดู
“โห้...ลาภปากแน่เลย อิอิ” ชางมินรีบวิ่งเข้ามารับกล่องข้าวใบใหญ่ทันที
“หึหึ แต่ไม่รู้ว่าจะถูกปากรึเปล่านะ”
“อันนี้ต้องพิสูจน์” ชางมินรีบแกะห่อผ้าออกทันที
“เอ๊ย...เอ๊ย...ได้ข่าวว่าเขาเอาไว้กินตอนกลางวันไม่ใช่เหรอ” คยูรีบเดินมาแย่งข้าวกล่องจากมือของชางมินทันที
“ถ้าปล่อยให้ไอ้เด็กคนนี้ถือเอาไว้มีหวังอดกินแหงๆเลย”
“โธ่พี่อ่ะ...ผมแค่ลองชิมดูเองนะ” ชางมินยู่หน้าขึ้นมาอย่างขัดใจ
“พอเลยแก เดี๋ยวชิมไปชิมมาคนอื่นก็ไม่ได้กินกันพอดี” คยูหันมาบอกก่อนจะรีบเอาข้าวกล่องไปเก็บ
“ยุนโฮยังไม่มาเหรอ” แจจุงถามขึ้นมาอย่างแปลกใจเมื่อมาถึงที่ร้านแล้วไม่เห็นร่างสูง
“ยัง...เห็นมันโทรมาบอกว่าจะไปธุระสักหน่อย อ้าว...โน้นมาแล้ว!! ตายยากจริงนะแก” คยูทักเจ้าเพื่อนซี้ของเขาทันทีที่ร่างสูงก้าวเข้ามาในร้าน
“นินทาอะไรว่ะ” ยุนโฮทักคยูขึ้น
“ป่าวไม่ได้นินทา แต่มีคนเขาถามถึง” คยูพยักหน้ามาทางแจจุงแต่ร่างบางกลับรีบเดินเข้าไปหลังร้านทันที
“ถามถึงงั้นเหรอ?” ยุนโฮมองร่างบางที่เดินหายเข้าไปยังหลังร้านอย่างแปลกใจ
.............
“ไอ้ยุนมากินข้าวกันเร็ว!! วันนี้มาข้าวกล่องด้วยนะ” คยูตะโกนเรียกร่างสูงที่ยังอยู่หลังเคาเตอร์
“อ้าว..ไปซื้อมาจากไหนล่ะ” ยุนโฮเดินออกมาหาคยูและชางมินที่นั่งอยู่หลังร้าน
“ไม่ได้ซื้อ แจจุงเขาทำมาให้กินนะพี่”ชางมินเงยหน้าขึ้นมาตอบ มือของเขาก็แกะข้าวกล่องวางบนโต๊ะไปด้วย
“แจจุงทำอย่างนั้นเหรอ?” ยุนโฮหันไปมองร่างบางที่ยังอยู่หน้าร้านอย่างสงสัย
“มากินเร็ว โห้!!...น่ากินชะมัดเลย” คยูพูดขึ้นก่อนจะหยิบข้าวปั้นขึ้นมากิน
“อื้ม...อร่อยอ่ะ” ช่างมินพูดขึ้นทั้งๆที่ทีข้าวปั้นอยู่เต็มปาก
“เออ...อร่อยใช้ได้เลยว่ะ แกลองกินดูสิ” คยูยื่นกล่องข้าวอีกใบมาให้ยุนโฮที่ยืนมองทั้งสองกินกันอย่างเอร็ดอร่อย
“แกกินไปก่อนก็ได้ ฉันจะไปอยู่หน้าร้านก่อนเผื่อลูกค้ามาจะได้บริการเขา”
“ตอนนี้คงไม่มีใครมาหรอกมั้งพี่” ชางมินเงยหน้ามาบอก
“แจจุงมากินข้าวกัน!!” คยูเอ่ยเรียกร่างบางที่กำลังเดินมา
“เป็นยังไงบ้าง อร่อยมั้ย” แจจุงถามขึ้นอย่างลุ้นๆ ร่างบางเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างยุนโฮทันที
“อร่อยมากเลยล่ะแจจุง” ชางมินเอ่ยชมอย่างจริงใจ
“ถ้าชอบเดี๋ยวจะทำมาให้กินอีก”
“ชอบมาก...แต่ครั้งหน้าเอากิมจิเกกับหมูผัดซอสได้มั้ย” คยูเงยหน้าขึ้นมาถาม
“ได้สิ...ว่าแต่คยูชอบกินเหรอ” แจจุงถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“เปล่า...ไอ้ยุนมันชอบกินนะ” คยูส่งยิ้มมาให้แจจุงเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่อไป
“ยุนโฮชอบกินงั้นเหรอ?”
“เอ่อ...” ยุนโฮกับแจจุงหันมามองหน้ากันอย่างบังเอิญ
“ยุนโฮไม่กินข้าวเหรอ” แจจุงถามขึ้นเมื่อเห็นว่าร่างสูงไม่คิดจะแตะข้าวปั้นของเขาสักนิด
“เอาไว้ก่อนก็แล้วกันให้สองคนนี้กินกันไปก่อน ฉันจะไปเฝ้าหน้าร้านเสียหน่อย” ยุนโฮหันมาบอกก่อนจะเดินเลี่ยงไปหน้าร้าน
“รึไม่ชอบข้าวปั้นฝีมือเรากันแน่นะ” แจจุงมองตามร่างสูงไปอย่างหวั่นๆ
“แจจุงมากินข้าวกันเร็ว” ชางมินหันมาเรียกร่างบางที่ยืนอยู่อีกครั้ง
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราออกไปรับลูกค้าหน้าร้านดีกว่า” แจจุงหันมายิ้มให้ก่อนจะเดินตามยุนโฮออกไป
“สองคนนี้เขาเป็นอะไรกันอ่ะพี่” ชางมินหันมาถามคยู เมื่อสังเกตท่าทางของทั้งสองคนนั้นแล้วรู้สึกว่ามันแปลกๆ
“หึหึ...เรื่องของผู้ใหญ่เด็กไม่เกี่ยวเว้ย” คยูยักไหล่ขึ้นมา
“ก็อยากรู้นี่” ชางมินยู่หน้าขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะกินข้าวต่อไป
....ผมรู้นะ ว่าไอ้ยุนนะมันต้องรู้สึกอะไรบางอย่างกับแจจุงแน่ๆล่ะ แต่มันปอดนะครับ
รอลุ้นๆกับคู่นี้ก็แล้วกันนะ เอ๊ะ...รึว่าผมทำตัวเป็นพ่อสื่อดี อิอิ ^O^
“ไอ้ยุนไปกินข้าวได้แล้ว...” คยูเดินมาเรียกร่างสูงที่กำลังง่วนอยู่กับการชงเครื่องดื่มให้ลูกค้า
“อื้ม...” เสียงทุ้มตอบบอกมาก่อนจะเรียกให้ชางมินมารับเครื่องดื่มที่ชงเสร็จ
“ขอให้อร่อยนะเว้ย” คยูพูดขึ้นอย่างมีเลศนัยจนเรียกให้สายตาคมหันมามองเพื่อนตัวเองด้วยความแปลกใจ
“อะไรของมัน” ยุนโฮส่ายหัวกับท่าทางยี้ยวนกวนบาทาของเจ้าเพื่อนตัวดี ขายาวเดินไปยังหลังร้านเพื่อพักทานข้าว
“เอ๊ะ!!...” เสียงทุ้มร้องออกมาเบาๆเมื่อเดินถือข้าวกล่องที่คยูและชางมินเก็บเอาไว้ให้ออกมานั่งกินยังโต๊ะนั่งเล่นหลังร้าน แต่ก็ต้องพบกับใครบางคนที่นั่งทานข้าวอยู่ก่อนแล้ว
“เอ่อ...” ยุนโฮยืนตัดสินใจอยู่อย่างลังเลว่าจะเดินเข้าไปนั่งกับแจจุงดีหรือเปล่า แต่แล้วร่างบางก็ดันเงยหน้าขึ้นมาเห็นเขาเข้าจนได้
“อ้าวยุนโฮ มากินข้าวเหรอ มานั่งด้วยกันสิ” แจจุงเอ่ยชวนพร้อมกับกวักมือเรียกร่างสูงที่ยืนเงองะอยู่ ยุนโฮมองแจจุงเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเดินไปหา
“ขอนั่งด้วยนะ” เสียงทุ้มเอ่ยขอเพื่อเป็นมารยาทก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับร่างบาง
“อืม...” ปากอิ่มอมยิ้มขึ้นกับท่าทางประหม่าของร่างสูง แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรแค่พยักหน้าให้เท่านั้น
“ไม่รู้ว่าจะถูกปากหรือเปล่า ถ้าไม่ชอบก็บอกได้เลยนะ” แจจุงมองมือหนาที่กำลังเปิดข้าวกล่องที่เขาทำมาเผื่อก่อนจะก้มหน้าทานข้าวต่อไป
“...”ยุนโฮไม่ตอบอะไรมาสักคำ สายตาคมเอาแต่มองข้าวปั้นที่อยู่ในกล่องนั้นพร้อมกับกิมจิอีกเล็กน้อยเพื่อกินแกล้มกัน แต่ท่าทางข้าวปั้นฝีมือของแจจุงก็ดูน่ากินไม่น้อยเลยทีเดียว
“ขอบใจนะแต่คราวหลังไม่ต้องลำบากก็ได้” ยุนโฮพูดขึ้นมาเบาๆ สายตาคมเหลือบมองแจจุงที่ก้มหน้ากินข้าวทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับสิ่งที่เขาพูดสักนิด
“กินๆไปเถอะน่าพูดมากอยู่ได้” แจจุงพูดขึ้นมาลอยๆก่อนจะเก็บกล่องข้าวที่ยังกินไม่หมดแล้วลุกเดินออกจากโต๊ะไป
“โกรธเหรอ?” ยุนโฮมองตามร่างบางที่ลุกเดินออกไปอย่างรู้สึกผิด เขาพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าแจจุงถึงเดินออกไปแบบนั้น
ร่างสูงหันมามองกล่องข้าวตรงหน้าอีกครั้ง มือหนาหยิบข้าวปั้นหน้าตาหน้ากินขึ้นมาแล้วค่อยๆกัดเข้าไป ปากหยักเคี้ยวข้าวปั้นที่อยู่ในปากไปเรื่อยๆพร้อมกับรอยยิ้มบางๆที่ผุดขึ้นมาจากใบหน้าคมอย่างไม่รู้ตัว
....อร่อย....
“เป็นข้าวปั้นธรรมดาๆที่อร่อยมากเลยทีเดียว”
ร่างสูงนั่งกินไปข้าวปั้นต่อไปอย่างเงียบๆ โดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ามีสายตาคู่สวยของใครบางคนแอบมองอยู่
“นึกว่าจะเททิ้งซะแล้ว” แจจุงอมยิ้มขึ้นอย่างดีใจ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปทำงานต่อ
ขอบใจที่กินข้าวปั้นฝีมือฉันนะยุนโฮ^^
............
“แก้วเยอะเชียว มา...แจจุงช่วยล้าง” เสียงหวานดังขึ้น เมื่อแจจุงเดินถือถาดใส่ถ้วยกาแฟเข้ามา ขาเรียวรีบก้าวเข้ามาหลังเคาเตอร์ทันที
“ฉันล้างเองได้” ยุนโฮหันมาบอกแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อแจจุงคว้าเอาถ้วยใบที่ล้างด้วยน้ำยาล้างจานเสร็จเรียบร้อยมาล้างน้ำสะอาดต่อ
“บอกว่าไม่ต้องไง... เดี๋ยวล้างเอง” ยุนโฮดุขึ้นมาเบาๆ
“ช่วยกันจะได้เสร็จเร็วๆ” แจจุงหันมายิ้มหวานให้ก่อนจะล้างแก้วต่อไป
“ดื้อ...” ยุนโฮพึมพำขึ้นมาเบาๆ แต่แจจุงกลับอมอยิ้มขึ้นมาเมื่อได้ยินร่างสูงว่าเขา
ทั้งสองคนยืนล้างแก้วต่อไปเรื่อยๆโดยที่ไม่มีใครเอ่ยปากคุยกันสักคำ แต่บรรยากาศนั้นกลับไม่น่าอึดอัดเหมือนเมื่อก่อนเลยสักนิด แล้วไม่นานยุนโฮก็ล้างแก้วใบสุดท้ายเสร็จ
“โฮ๊ะ!!....” แจจุงกับยุนโฮหันมามองหน้ากันทันที เมื่อมือทั้งสองจับกันโดยบังเอิญเพราะแจจุงกำลังควานหาแก้วในอ่างล้างจานและยุนโฮที่วางแก้วลงมาในจังหวะเดียวกัน
มือเรียวที่ยังถูกมือหนาจับอยู่นั้น จู่ๆก็เกิดความรู้สึกแปลกๆขึ้นมาในหัวใจของเขาทั้งคู่อย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกที่มันประหม่าและรู้สึกวูบวาบขึ้นมากลางหน้าอก
...ทำไมถึงรุ้สึกแบบนี้ไปได้นะ?...
แต่แล้วไม่นานยุนโฮและแจจุงก็กลับปล่อยมือออกอย่างเขินๆ ตาสีนิลสบกับสายตาคมอีกครั้ง
“แจจุง...ไปถูพื้นดีกว่าจะได้ปิดร้านเร็วๆ” แจจุงพูดขึ้นอย่างอายๆก่อนจะเดินออกไป
สายตาคมจ้องมองหลังบางที่เดินออกไป ร่างสูงยกมือของตัวเองขึ้นมาดูอย่างไม่เข้าใจนัก
...รู้สึกแปลกๆที่บังเอิญจับมือของแจจุงเอาไว้ แต่ก็รู้สึกเสียดายที่ต้องปล่อยมือเรียวออกไป....
ปากหยักอมยิ้มเล็กๆขึ้นมาก่อนจะล้างแก้วที่เหลือต่อไป
.............
เหตุการณ์บางอย่างเขาเรียกว่าความบังเอิญรึเปล่า?
ซ่า!!....ซ่า!!... เสียงน้ำจากฝักบัวไหลลงมาชำระร่างกายกำยำที่เหนื่อยล้ามาเกือบทั้งวัน
ปากหยักผิวปากไปด้วยอย่างอารมณ์ดี มือหนาหยิบแชมพูมาบีบลงบนฝ่ามือก่อนที่จะชะโลมให้ทั่วเส้นผม
ติ๊ง...ติ๊ง...ติ๊ง...
“เอ๊ย!!...” เสียงทุ้มร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเขาเงยหน้ามองสายน้ำจากฝักบัว จากสายน้ำแรงๆเมื่อสักครู่ตอนนี้มันมีแค่น้ำหยดเล็กๆที่หยดออกมาจากฝักบัวเท่านั้น
“เอ๊ย!!...อย่าบอกนะว่าน้ำไม่ไหล” ยุนโฮบ่นขึ้นมาทันที มือหนาพยายามหมุนก๊อกไปมาแต่ก็ไม่มีน้ำออกมาสักหยด
“ตายล่ะ” ยุนโฮหันมามองตัวเองในหกระจกอย่างเซ็งๆ ร่างเปลือยเปล่าที่เปียกน้ำกับหัวสีน้ำตาลที่มีฟองของแชมพูอยู่เต็มไปหมด มันไม่น่าดูเลยสักนิด
“แล้วจะเอาน้ำที่ไหนมาล้างล่ะว่ะ!!” ยุนโฮบ่นขึ้นมาอย่างคิดไม่ตก มือหนาหันมาหยิบผ้าเช็ดตัวมานุ่งเอาไว้พร้อมกับเดินออกไปจากห้องน้ำอย่างหงุดหงิด
“จะเอาน้ำที่ไหนล้างหัวล่ะนี่” ปากหยักบ่นขื้นมาเบาๆ แต่ไวเท่าความคิดชื่อของใครบางคนก็ผุดขึ้นมาในหัว
....แจจุง....
ร่างบางที่มีห้องพักอยู่ห่างจากเขาไปแค่ 3 ช่วงตึกเองนี่นา แต่...มันน่าอายชะมัดเลยที่ต้องบากหน้าไปขอแจจุงอาบน้ำและล้างผมให้เสร็จ
“เอาว่ะ...ไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วนี่หว่า” ยุนโฮส่ายหัวกับเรื่องบ้าบอที่ดันมาเกิดขึ้นกับเขาเสียได้ มือหนารีบคว้าเสื้อกล้ามกับกางเกงขายาวมาใส่อย่างลวกๆเพื่อไปขออาบน้ำที่ห้องของแจจุงอย่างจำใจ
ก๊อก....ก๊อก...ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นจนเรียกสีหน้าแปลกใจออกมาจากเจ้าของห้องได้ดี
“ใครมาเอาตอนมืดๆแบบนี้นะ” แจจุงพึมพำขึ้นมาเบาๆร่างบางเดินไปเปิดประตูอย่างสงสัย
“ยุนโฮ!!” แจจุงร้องขึ้นอย่างแปลกใจ แต่แล้วปากอิ่มก็แทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่
“คิกคิก...อิอิ...” แจจุงยืนหัวเราะอยู่หน้าประตูห้องของตัวเองโดยมีร่างสูงยืนทำหน้ามุ้ยอยู่อย่างไม่ค่อยพอใจนัก
“มันไม่ตลกนะ” ยุนโฮยู่หน้าอย่างเซ็งๆเมื่อเห็นว่าแจจุงยืนขำเขาอยู่ได้
“ก็...ก็มัน...หุหุ...” แจจุงมองใบหน้าคมที่มีหยดน้ำเกาะอยู่ ตาสีนิลเหลือบขึ้นไปมองผมสีน้ำตาลที่มีฟองแชมพูอยู่เต็มหัวไปหมดอย่างขำๆ
“จู่ๆน้ำก็ไม่ไหล มันก็เลยเป็นแบบนี้ ฉันจะมาขออาบน้ำที่ห้องแจจุงได้หรือเปล่า” ยุนโฮถามขึ้นมาทันที
“เข้ามาสิ...” แจจุงยิ้มขึ้นก่อนจะเปิดประตูให้ร่างสูงเดินเข้ามาในห้องเขา
“ห้องน้ำอยู่นั่น” แจจุงชี้ไปยังห้องน้ำที่อยู่ข้างเคาเตอร์เล็กๆที่เอาไว้ทำอาหาร
“รบกวนด้วยนะ” ยุนโฮหันมาบอกก่อนจะรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที
“หุหุ...น่ารักดีนะ ยุนโฮในแบบนี้....” แจจุงยิ้มขึ้นก่อนจะนั่งดูทีวีต่อไป
“หว่าเว้ย!!...ลืมเอาผ้าเช็ดตัวมาได้ยังไงล่ะนี่” ยุนโฮบ่นขึ้นเมื่อเขาดันลืมเอาผ้าเช็ดตัวมาเพราะรีบแต่งตัวออกมายังห้องของแจจุงเพื่อล้างตัว
“แจจุง...เอ่อ...ขอยืมผ้าเช็ดตัวหน่อยสิ ฉันลืมเอามานะ” ยุนโฮโผล่หน้าออกมาบอก ร่างสูงยังมีประตูบานใหญ่ที่บังตัวของเขาเอาไว้
“ได้...” แจจุงเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวสีหวานของตัวเองมาให้ร่างสูงทันที
“ลืมได้ยังไงว่ะ” ยุนโฮยืนถอดเสื้อออกอย่างลืมตัว
“ยุน...โอ๊ะ!!!” แจจงร้องขึ้นมาอย่างตกใจ เมื่อเดินเอาผ้าเช็ดตัวเข้ามาในห้องน้ำก็พบกับแผ่นหลังอันเปลือยเปล่าของร่างสูงที่อยู่ตรงหน้าทำให้ใบหน้าของเขาร้อนขึ้นมา
“เอ่อ...ขอบใจนะ” ยุนโฮหันมารับผ้าเช็ดตัวไปอย่างเขินๆ เขาเองไม่ค่อยได้เปลือยท่อนบนให้ใครเห็นบ่อยนัก
“มะ...ไม่เป็นไร” แจจุงเงยหน้าขึ้นมามองร่างสูงอีกครั้งแต่ก็ต้องรีบก้มหน้าลงทันทีที่เห็นหน้าอกแกร่งเปลือยเปล่าที่มีมัดกล้ามประดับอยู่
“ตามสบายนะ” แจจุงพูดจบก็รีบเดินออกไปทันที
แจจุงทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นหน้าเตียงอย่างเขินๆ ใบหน้าสวยแดงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ มือเรียวยกขึ้นมาจับใบหน้าของตนที่มันดันร้อนวูบวาบขึ้น เมื่อในหัวของเขายังมีภาพของยุนโฮที่เปลือยท่อนบนอยู่
“บ้าจังเรา ไปนึกถึงหน้าอกของยุนโฮทำไมนะ” >//<
“ฟู่!!...” ยุนโฮทิ้งตัวนั่งลงบนอ่างล้างหน้า มือหนายกขึ้นมาจับหน้าอกของตัวเองไปเบาๆ ปากหยักมยิ้มบางๆขึ้นมา เมื่อเขานึกถึงใบหน้าสวยที่แดงขึ้นเพราะความเขิน แต่ตอนนี้นี่สิ...หัวใจของเขาทำไมมันดันเต้นเร็วขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ มันเต้นแรงจนรู้สึกเจ็บไปหมด
..ตื่นเต้นเหรอ หรือว่า...แค่อาย.....
ยุนโฮสะบัดหัวไล่ความคิดของตัวเองออกไปก่อนจะรีบอาบน้ำให้เสร็จ
..........
“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ” เสียงหวานทักร่างสูงที่เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับผ้าเช็ดตัวสีหวานในมือ
“อื้ม...” ยุนโฮยิ้มบางๆมาให้ รู้สึกดีจังที่ใครมาถามแบบนี้กับเขา
....มันเหมือนเสียงคนรักถามตัวเองเมื่ออยู่ด้วยกัน นี่ผมคิดอะไรเพ้อเจ้อไปได้นะ...
“ผ้าเช็ดตัวตากที่ไหนเหรอ?” มือหนาถือผ้าเช็ดตัวอย่างเงะงะ
“เอามานี่ เดี๋ยวแจจุงตากเอง” มือเรียวรีบรับผ้าฝืนนั้นมาแล้วเดินออกไปยังระเบียงเล็กๆหน้าห้อง
...อาบน้ำเสร็จแล้วผมจะอยู่ต่อหรือจะกลับเลยดีนะ ถ้าจะกลับเลยมันจะน่าเกลียดหรือเปล่า และถ้าอยู่ต่อล่ะ?...
ยุนโฮยืนนิ่งอย่างใช้ความคิด แต่ท่าทางของร่างสูงกลับเรียกให้เจ้าของห้องมองมาที่เขาอย่างแปลกใจ
“ยุนโฮนั่งก่อนก็ได้แต่ห้องแจจุงไม่มีโซฟาหรอกนะ จะนั่งที่พื้นหรือบนเตียงก็ได้ตามสบาย” แจจุงหันมาบอก
“อือ...”ยุนโฮนั่งลงบนพื้นหน้าเตียงพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังทำอะไรคลุกขลักหลังเคาเตอร์เล็กๆที่อยู่ไม่ไกล
“อ่ะ...” มือเรียวยื่นถ้วยชาอุ่นๆมาให้ร่างสูงพร้อมกับนั่งลงข้างๆ
“ขอบคุณ...” แจจุงหันมามองร่างสูงที่กำลังดื่มชาก่อนจะหันไปดูทีวีที่เปิดค้างอยู่
“ห้องน่ารักดีนะ” สายตาคมกวาดตามองไปรอบๆห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูดี
“งั้นเหรอ” แจจุงพูดขึ้นมาอย่างอายๆ ตั้งแต่เขาย้ายมาอยู่ที่นี่ก็ยังไม่มีใครเคยมาเที่ยวห้องเขามาก่อน ยุนโฮเป็นคนแรกที่ได้มาที่นี่เลยนะ
การสนทนามีแค่นั้น...แค่นั้นจริงๆ แต่ในความเงียบนั้นกลับยังมีสายตาคมของยุนโฮที่ยังลอบมองใบหน้าสวยอยู่บ้างและในทางกลับกันแจจุงเองก็เหลือบมองยุนโฮอยู่บ่อยๆ แต่ทั้งสองไม่ได้พูดคุยอะไรออกมาก็เท่านั้น
“ขอโทษนะที่ฉันคุยไม่ค่อยเก่งไม่เหมือนสองคนนั้น” จู่ๆเสียงทุ้มก็พูดขึ้นมา สายตาคมหันมามองร่างบางที่นั่งดูทีวีอยู่
“ไม่เป็นไร” แจจุงหันมายิ้มให้อย่างเขินๆ ...แล้วทำไมเขาต้องเขินด้วยนะ อาจจะเป็นเพราะเขากับยุนโฮเพิ่งจะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้เป็นครั้งแรกรึเปล่าก็ไม่รู้...
...ผมอยากชวนแจจุงคุยนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะคุยเรื่องอะไร น่าแปลกที่ความรู้สึกในตอนนี้มันกลับรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก แค่ได้นั่งเงียบๆอยู่ในห้องของแจจุงเท่านั้นก็กลับทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาได้...
“ดึกแล้ว ฉันคงต้องกลับ” ยุนโฮพูดขึ้นมาเบาๆ ยุนโฮและแจจุงหันมามองหน้ากันอีกครั้ง
“นั่นสินะ” แจจุงมองนาฬิกาที่ผนังห้องเล็กน้อย
...ถึงจะไม่ได้คุยอะไรกันแต่มันก็ไม่ได้เป็นบรรยากาสที่น่าอึดอัดเลยสักนิด ตรงกันข้ามบรรยากาศในห้องของเขากลับอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเมื่อมีคนคนตัวโตคนนี้มานั่งอยู่ข้างๆ แต่...เวลาอบอุ่นแบบนี้กำลังจะหมดเสียแล้วสิ....
“กลับก่อนนะ” ยุนโฮยืนร่ำลาร่างบางอยู่หน้าประตูห้อง
“อื้ม...” แจจุงพยักหน้ารับเบาๆ
“ขอบคุณสำหรับที่อาบน้ำ” ยุนโฮยิ้มขึ้นอย่างเขินๆ
“ถ้าครั้งหน้าน้ำไม่ไหลอีกก็มาที่นี่ได้นะ” แจจุงพูดขึ้นมาเบาๆ ตาสีนิลสบกับสายตาคมอย่างสื่อความหมาย
“อืม...” ยุนโฮยิ้มมาให้อีกครั้ง
“บ๊ายบาย...”
“บ๊ายบาย...” แจจุงโบกมือลายุนโฮก่อนจะยืนมองร่างสูงที่เดินลงจากชั้นนั้นไป
มันเป็นการเริ่มต้นที่ดีหรือเปล่านะ กับการที่ผมได้ไปที่ห้องแจจุงในวันนั้น วันที่มีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้น ตั้งแต่ครั้งนั้นมาผมกับแจจุงก็เริ่มเปิดปากคุยกันมากขึ้น อาจจะไม่มากมายแต่ก็มากกว่าเมื่อก่อนก็แล้วกัน
...........
~~+~ คนน่าสงสาร (Alone) ~+~~
“วันนี้วันเกิดคุณจุนซูเขาอ่ะ คุณยูชอนเลยจะพาไปเลี้ยงที่ผับของเพื่อนเขารีบเก็บร้านเร็วๆนะ” เสียงคยูตะโกนบอกเพื่อนร่วมงานที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเก็บร้านกันอยู่
“เย้!!...ได้เจคุณริกกี้แล้ว” ชางมินร้องขึ้นมาอย่างดีใจ
“แหม...ได้ข่าวว่าเจอกันทุกวันไม่ใช่เหรอ” คยูหันมาแซว
“โธ่พี่...เจอกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงเองนะ” ชางมินยู่หน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบทำงานต่อไป
“แล้วซองมินจะไปมั้ย” แจจุงหันมาถาม
“ไปสิ...กำลังมาที่ร้านนี่ล่ะ” คยูยิ้มแป้นขึ้นมาเมื่อพูดถึงแฟนของตัวเอง
“แจจุงจะไปมั้ย” เสียงทุ้มถามขึ้นมาเบาๆ
“คงต้องไปล่ะ แต่แจจุงดื่มไม่เก่ง” ร่างบางยู่หน้าขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็เรียกรอยยิ้มบางๆออกมาจากปากหยักได้ดี
“ดื่มไม่เก่ง อย่างงี้ต้องมอมเหล้าเว้ย” คยูรีบพูดโพล่งขึ้นมาทันที
“อื้อ...อย่านะ เดี๋ยวแจจุงเมาไปล่ะแย่เลย”
“แจจุงเมาก็ให้พี่ยุนพากลับบ้านสิ ฮ่าฮ่า” ชางมินแนะนำขึ้น
“เอ่อ..ใช่ๆ” คยูรีบพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว
“บ้าเหรอ” แจจุงก้มหน้าลงอย่างอายๆก่อนจะเดินผ่านร่างสูงที่กำลังถูพื้นอยู่ ตาสีนิลเหลือบขึ้นมาเห็นว่ายุนโฮมองเขาแล้วก็ยิ้มๆขึ้นมา คิดอะไรอยู่นะยุนโฮ>//<
“ไอ้ยุนขยับไปดิ๊” คยูดันไหล่กว้างของยุนโฮไปแรงๆเพื่อที่ตัวเองและซองมินจะได้ขึ้นมาบนรถเพื่อจะไปยังผับที่จัดวันเกิดของจุนซู
“เดี๋ยวสิ” ยุนโฮหันมาดุก่อนจะก้าวขึ้นรถตามแจจุงไป
“ขยับไปอีกดิ๊” คยูแกล้งกระแซะยุนโฮให้ขยับไปนั่งชิดกับแจจุงอีก
“ไอ้นี่มัน!!” ยุนโฮหันมาต่อว่าก่อนจะหันไปมองใบหน้าสวยๆที่ก้มหน้าลงอย่างเขินๆ
“โทษทีนะ” ยุนโฮพูดขึ้นมาเบาๆ ร่างสูงจำใจต้องขยับมานั่งเบียดกับแจจุงอย่างเลี่ยงไม่ได้ แท็กซี่ก็คันแค่นี้ดันจะมานั่งเบียดที่เบาะหลังตั้ง 4 คน
“ไม่เป็นไร” แจจุงเสหันไปมองนอกหน้าต่างรถอย่างเขินๆ ก็เขาถูกยุนโฮนั่งเบียดจนตัวเองแทบจะขึ้นมานั่งตักของยุนโฮอยู่แล้วนะสิ
“แกไม่เอาซองมินนั่งตักเล่า” ยุนโฮหันมาต่อว่าคยูที่นั่งทำหน้าไม่รู่ไม่ชี้อยู่ข้างๆเมื่อรถกำลังแล่นไปเรื่อยๆ
“แกล่ะ..ไม่เอาแจจุงนั่งตักเล่า ฮ่าฮ่า” คยูแกล้วพูดขึ้นมาบ้าง
“ไอ้บ้า!!” ยุนโฮดันหัวคยูไปอย่างเขินๆกับคำพูดของเจ้าเพื่อนคนนี้
“ทนอีกนิดนะ เดี๋ยวก็ถึงแล้ว” ยุนโฮหันมาบอกแจจุงที่นั่งตัวลีบอยู่ข้างๆ
“อื้ม...” แจจุงพยักหน้าเบาๆ ตาสีนิลหันมามองใบหน้าคมที่อยู่ใกล้อย่างตื่นเต้น
งานเลี้ยงที่...เป็นใจ?
“จะนั่งตรงไหนกันดีล่ะ” คยูกวาดตามองไปรอบๆแล้วก็ยิ้มขึ้นเมื่อเขาเห็นโต๊ะที่น่านั่งที่สุดเข้าแล้ว
“โน้นไง... มุมดีมากกก” คยูชี้ไปที่โซฟาสีดำเข้ามุมที่อยู่ติดผนัง
“4 ที่พอดี” คยูหันมายักคิ้วให้ยุนโฮก่อนจะเดินนำไปพร้อมซองมิน
“ผมมาแล้ว!!...” เสียงชางมินดังขึ้นจากด้านหลัง เขาไปรับคุณริกกี้เลยมาถึงช้ากว่าคนอื่น
“มาเลยๆไอ้น้อง” คยูยิ้มขึ้นอย่างมีเลศนัย
“โต๊ะ 4 คน จะอัดไปได้ยังไงตั้ง 6 คน” ยุนโฮหันมามองย่างสงสัย
“3 คนนี้ตัวเล็กนั่งได้อยู่แล้ว” คยูหันมาบอก
“แจจุงจะแดนซ์มั้ย” คยูถามขึ้น
“ไม่ล่ะ”
“งั้นแจจุงเข้าไปนั่งข้างในก็แล้วกัน พวกเราจะแดนซ์จะได้ออกง่ายๆ” คยูให้ความเห็นโดยที่ร่างบางเข้าไปนั่งด้านในชิดกับผนังโดยดี
“แกไม่แดนซ์ฉันรู้...เข้าไปนั่งกับแจจุงโน้น” คยูหันมาบอกร่างสูงที่เหล่มองใบหน้าของเขาอย่างแปลกใจ
“ไม่ต้องมองไอ้เพื่อนยาก เข้าไปเลย” คยูดันไหล่ยุนโฮแรงอีกครั้งจนร่างสูงขยับเข้าไปนั่งกับแจจุงจนได้
“เบียดรึเปล่า แจจุงนั่งสบายมั้ย” ยุนโฮหันมาถามร่างบางที่นั่งข้างๆ ไหล่เขาเกยกับไหล่เล็กของแจจุงอย่างเลี่ยงไม่ได้
“แจจุงนั่งได้” รอยยิ้มบางๆส่งมาให้คนตัวโตทันที
“อึดอัดก็บอกนะ” ยุนโฮถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“อื้อ...ไม่อึดอัดเลย” แต่มันเขินต่างหากล่ะ>//< แจจุงก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างเขินๆ
ทั้งที่นั้งเบียดกับยุนโฮแต่กลับไม่รู้สึกอึดอัดสักนิด มันรู้สึกแปลกๆต่างหากล่ะ มันตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูกต่างหาก
“ซองมินนั่งกับเขานะ” คยูนั่งข้างยุนโฮ ก่อนจะร้องเรียกแฟนให้มานั่งด้วย
“ไม่นั่งตักเลยล่ะพี่” ชางมินแซวขึ้นมาเมื่อเห็นว่า 4 คนนี้นั่งเบียดกันอยู่ได้
“แกเงียบไปเลย โน่น...ฝั่งโน้นยกให้แก” คยูพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไม้ชี้มือให้ชางมินกับคุณริกกี้นั่งฝั่งตรงข้าม เมื่อจัดแจงที่นั่งกันเสร็จสรรพเครื่องดื่มเย็นๆก็มาเสิร์ฟทันที
“อ้าว...แจจุงชนแก้ว!!” เสียงชางมินร้องขึ้นพร้อมกับยกเบียร์แก้วใหญ่ขึ้นมาชนกับแจจุงและพี่ๆ
“อึก...อึก...” ร่างบางดื่มเบียร์ไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ไหวมั้ย” ยุนโฮหันมาถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าใบหน้าสวยแดงขึ้นมาเล็กน้อย
“ไหวสิ...ยังไม่เมาเลยนะ” แจจุงยิ้มให้ก่อนจะดื่มต่อไปพร้อมกับนั่งฟังเรื่องขำๆที่คยูแลชางมินคุยกันอยู่
สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยที่ดูแปลกตาไปอย่างสงสัย แจจุงในตอนนี้ดูน่าหลงไหลเสียจริงๆ แววตาที่ฉ่ำเยิ้มอาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์และรอยยิ้มหวานที่ประดับอยู่บนใบหน้าสวยในตอนนี้กลับเรียกให้สายตาคมของเขาไม่อาจจะละสายตาออกไปจากใบหน้าของแจจุงได้เลยสักวินาที
....แจจุงมีเสน่ห์มากเลยในตอนนี้...
หัวใจของผมมันเต้นเร็วและแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เพราะอะไร...หรือเพราะผมหลงเสน่ห์ของแจจุงเข้าให้แล้ว?
เสียงเพลงในผับที่ดังขึ้นกลบเสียงพูดคุยของทั้ง 6 คนลงอย่างสิ้นเชิง แล้วไม่นานคยู ซองมิน ชางมินและคุณริกกี้ก็ขอออกไปวาดลีลาเท้าไฟอย่างสนุกสนาน เมื่อเสียงเพลงในจังหวะเร้าใจดังขึ้นโดยปล่อยให้ยุนโฮนั่งอยู่กับแจจุงกันสองคนที่โต๊ะ
“ยุนโฮไม่ไปเต้นกับเขาเหรอ” แจจุงหันมากระซิบถามร่างสูงที่นั่งดื่มไปเรื่อยๆ
“ไม่ล่ะ ฉันเต้นไม่เก่ง” ยุนโฮก้มลงมาบอก ใบหน้าคมแทบจะชิดกับแก้มเนียนไปอย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะเสียงเพลงที่ดังขึ้นทำให้เขาต้องกระซิบคุยกับแจจุงที่ข้างหู
“ในนี้เสียงดังจังเลยเน๊อะ” แจจุงหันมาบอกใบหน้าสวยแดงขึ้นมากกว่าเมื่อกี้นี้เสียอีก
“ไหวมั้ย” ยุนโฮถามขึ้น
“ไหว...แต่เราขอตัวกลับบ้านก่อนได้รึเปล่า ถ้านั่งต่อมีหวังโดนพวกนั้นแกล้งมอมเหล้าแน่ๆ”
“งั้นออกไปกันเถอะ”
“ยุนโฮอยู่ต่อก็ได้นะ เดี๋ยวแจจุงกลับบ้านเอง”
“กลับด้วยกันนี่ล่ะ” ยุนโฮหันมาบอกก่อนที่เขาจะเดินไปบอกคยูว่ากำลังจะกลับบ้าน
ยุนโฮและแจจุงเดินกลับบ้านมาเรื่อยๆเพราะยังหารถกลับไม่ได้ เขาทั้งสองเลยเดินลัดเลาะมาตามถนนที่ตัดผ่านเส้นทางที่....เขาไม่คิดว่าจะเดินผ่านมาด้วยซ้ำ
...ถนนสายคู่รัก...
ขายาวหยุดเดินลงตรงมุมถนนที่สามารถมองเห็นตัวอาคารโดยรอบของถนนสายนี้ ร้านร่วงมากมายที่ยังเปิดอยู่ คู่รักหลายคู่ที่เดินจูงมือกันเรียกให้ทั้งยุนโฮและแจจุงไม่สามารถละสายตาออกไปจากบรรยากาศโดยรอบได้เลย
แต่ก็แค่นั้น...บรรยากาศที่ดูอบอวลไปด้วยคู่รักและความรักที่อยู่รอบๆกลับไม่ได้ทำให้ยุนโฮรุ้สึกดีขึ้นสักนิด มันยิ่งกลับทำให้เขารู้สึกอยากมีใครสักคนมาเดินเคียงข้างมากขึ้น
...แล้ว....ใครล่ะ?ที่จะเป็นคนๆนั้น...
“หยุดทำไมล่ะยุนโฮ” แจจุงหันมาถามร่างสูงเมื่อยุนโฮกลับหยุดเดินเสียดื้อๆ
“แค่...มองเห็นคนอื่นแล้วคิดอะไรขึ้นมานิดหน่อย” ยุนโฮหันมาบอก สายตาคมดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด
“คิดอะไรอยู่เหรอ?” ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมอย่างต้องการคำตอบ
“หึหึ...อย่ารู้เลยมันเป็นความคิดบ๊องๆนะ” ยุนโฮหัวเราะขึ้นเบาๆกับความคิดบ๊องๆของเขาที่ดันผุดขึ้นมาในหัว
“คิดอะไรอยู่ บอกหน่อยสิ...นะ...” แจจุงเอียงคอถามขึ้นอย่างน่ารัก ใบหน้าสวยและดวงตาคู่โตที่จ้องมองเขาอยู่มันบ้องแบ๊วน่ารักเป็นที่สุด
“...” ยุนโฮส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆ
“น่า...นะ...บอกหน่อย” แจจุงยู่ปากขึ้นมาอย่างขัดใจ ตาสีนิลมองใบหน้าคมอย่างอ้อนๆ
“หึหึ...” ยุนโฮยิ้มขึ้นกับท่าทางน่ารักของแจจุง ทำไมเขาถึงไม่ค่อยได้เห็นแจจุงทำหน้าแบบนี้สักเท่าไหร่นะ ทั้งๆที่รู้จักกันมาสักพักได้แล้ว
“ฉันแค่คิดว่า...” ยุนโฮเอ่ยบอกออกมาเบาๆพร้อมกับหันมาจ้องใบหน้าสวยอย่างไม่วางตา
“ฉันยืนอยู่บนถนนสายคู่รัก ยืนอยู่ตรงนี้ในตอนนี้...ถ้ามีใครสักคนมาจูบฉันในตอนนี้ ฉันจะขอเขาคนนั้นเป็นแฟน...”
สิ้นเสียงทุ้มยุนโฮก็ยิ้มเยาะตัวเองขึ้นมากับความคิดบ้าๆของเขา สายตาคมสบตากับดวงตาคู่สวยที่มองเขาอย่างไม่วางตา
“หึหึ มันก็แค่ความคิดบ้า...” เสียงทุ้มที่กำลังจะเอ่ยบอกอะไรบางอย่างกลับกลืนหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากหยักของเขาถูกเรียวปากอิ่มของร่างบางมาจูบเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
สายตาคมเบิกกว้างขึ้นอย่างแปลกใจแต่แล้วไม่นานก็ต้องหลับตาลงเพื่อซึมซับความนุ่มหยุ่นอันอบอุ่นที่อยู่บนเรียวปากของตัวเอง มือหนายกขึ้นมาประคองใบหน้าสวยที่กำลังคลอเคลียแนบชิดกับใบหน้าคมของตน ปากอิ่มของแจจุงจูบเบาๆลงบนริมฝีปากของยุนโฮอีกครั้งก่อนจะผละออกมา
“แจจุงจูบแล้ว...ยุนโฮจะขอแจจุงเป็นแฟนมั้ย” เสียงหวานถามขึ้นมาอย่างหวั่นๆ ตาสีนิลคู่สวยจ้องมองใบหน้าคมอย่างต้องการคำตอบ
...รู้ทั้งรู้ว่าที่ทำไปมันงี่เง่าสิ้นดี แต่ก็ยังจะทำ....
....รู้ทั้งรู้ว่าอาจจะเป็นไปไม่ได้ที่คนตัวโตจะมารักกับเขา จะมาขอเขาเป็นแฟนแต่ก็ยังจะลอง ลองขอไป....
“...” ยุนโฮยืนนิ่งจ้องมองใบหน้าของแจจุงที่เจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ร่างบางหลบสายตาคมของยุนโฮลงทันทีเมื่อไม่มีคำตอบออกมาจากปากหยักสักนิด
“ลืมมันไปเถอะนะ มันก็แค่...จูบน่ะ...” แจจุงก้มหน้าลงอย่างผิดหวัง ขาเรียวกำลังจะก้าวเดินออกไปจากที่ตรงนั้นด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยว
“แจจุง....” มือหนาดึงร่างบางให้กลับมาหาตนพร้อมกับกดจูบลงบนเรียวปากอิ่มไปทันที
ปากหยักกดจูบลงบนเรียวปากอิ่มให้หนักขึ้นแต่อ่อนโยน มือหนาโอบเอวบางให้แนบชิดกับร่างของเขามากขึ้นจนผิวเนื้อของทั้งสองสัมผัสกัน ริมฝีปากหยักขบเม้มเรียวปากคู่สวยเบาๆจนปากอิ่มเผยอออกก่อนจะสอดลิ้นอุ่นเข้าไปลิ้มรสความหวานที่อยู่ในโพรงปากเล็กของร่างบาง
ความหวานละมุนและอ่อนโยนกำลังคละคลุ้งไปทั่วโพรงปากของทั้งสอง เรียวลิ้วที่เกี่ยวกระหวัดตอบรับกันเหมือยคุ้นเคยกันมานาน มือเรียวที่ยังอยู่ข้างลำตัวค่อยๆยกขึ้นมาโอบรอบคอของยุนโฮพร้อมกับใบหน้าสวยที่เอียงรับกับจูบหอมหวานของร่างสูงอย่างเต็มใจ
...ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้ ต้องการจูบรสหวานของแจจุง เพียงแค่ได้ลองไปแค่ครั้งเดียว แต่กลับต้องการจะลิ้มรสอีก อยากจะสัมผัสอีก...จะเรียกว่าเห็นแก่ตัวก็คงได้...
แต่ผมก็รู้สึกได้ว่า...จูบของแจจุงนี่ล่ะ เป็นจูบที่ผมรอคอย...
ยุนโฮโอบกอดแจจุงเอาไว้ในอ้อมแขนพร้อมกับมอบจูบที่ดูดดื่มมาให้ร่างบางครั้งแล้วครั้งเล่า บรรยากาศรอบตัวจะเป็นเช่นไรทั้งสองไม่ได้รับรู้มันสักนิด เพียงเพราะสัมผัสที่ต้องการจากส่วนลึกของจิตใจบวกกับเสียงเรียกของหัวใจที่กำลังเปิดออกรับความรักของใครบางคนเข้ามาด้วยหรือเปล่า
“อื้ม...” แจจุงครางออกมาเบาๆเมื่อเขาทั้งสองกำลังจะละริมฝีปากออกจากกัน ตาสีนิลที่ฉ่ำเยิ้มเงยขึ้นสบตากับสายตาคมที่จ้องมองกลับมาอย่างสื่อความหมาย
“คบกันนะ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกออกมาเบาๆ มือหนาโอบเอวบางแน่นขึ้นเพื่อบอกความรู้สึกผ่านสัมผัสที่เขามอบให้
“ลุ้นตั้งนาน...” แจจุงยิ้มกว้างอย่างดีใจ มือเรียวกอดเอวหน้าเข้าทันที ใบหน้าสวยซบลงตรงอกแกร่งอย่างอ้อนๆ
“รู้สึกดีจัง” ยุนโฮกอดร่างบางเอาไว้พร้อมกับจูบลงที่ผมสีนิลๆไปเบาๆ
ความรู้สึกในตอนนี้มันกลับสุขใจอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่ต้องการอะไรนอกจากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดของเขา อยากจะกอดแจจุงอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ความรู้สึกอบอุ่นที่ไม่ได้รับมานานมันกำลังเกิดขึ้นในหัวใจของเขา มันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ
.
.
.
“ถึงห้องแล้ว” ยุนโฮเอ่ยขึ้นเบาๆอย่างเสียดายเมื่อเดินมาส่งแจจุงที่หน้าห้อง
“ฉัน...คงต้องกลับแล้วใช่มั้ย” ยุนโฮถามขึ้นเบาๆ เขาแทบจะไม่อยากกลับห้องตัวเองเลยเลยด้วยซ้ำ
“เดินกลับดีๆล่ะ” แจจุงเอยบอกออกมาเบาๆ ร่างบางอมยิ้มขึ้นเมื่อก้มมองมือเรียวจของตัวเองที่ยังถูกยุนโฮกุมเอาไว้แน่น
“กลับแล้วนะ...” ยุนโฮมองใบหน้าสวยอีกครั้งอย่างอาลัยอาวร มือหนาค่อยๆปล่อยมือเรียวออกช้าๆ
“บ๊ายบาย...” แจจุงโบกมือลาก่อนจะเดินเข้าห้องไป
ตึง!! หลังบางพิงเข้ากับประตูห้องของตัวเอง ปากอิ่มยิ้มขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่ยกขึ้นมาไล้ริมฝีปากของตัวเองเบาๆ
“จูบเขาไปได้ยังไงนะเรา” >//<
“หึหึ...จูบ...” ยุนโฮเดินยิ้มกลับห้องมาอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับมือหนาที่ยกขึ้นมาจับเรียวปากหยักของตัวเองเบาๆ
แป๊ก!! มือหนาเปิดไฟในห้องนอนของตัวเองขึ้น ขายาวก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับสายตาคมที่มองไปรอบๆห้องของตัวเอง
...ไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้ว...
...อยากกอดแจจุงจังเลย อยากอยู่ใกล้ๆ พอตกลงว่าคบกันก็ไม่อยากอยู่คนเดียว นี่เขาต้องการมากเกินไปรึเปล่า...
ยุนโฮยืนนิ่งมองรอบๆห้องพักของตัวเองอีกครั้ง ปากหยักยิ้มขึ้นกับความคิดของเขา
...แจจุงจะว่าอะไรรึเปล่านะ ถ้าเขาจะ....
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นจนเรียกสีหน้าแปลกใจออกมาจากร่างบางที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ
“ใคร?” ปากอิ่มพึมพำขึ้นพร้อมกับเดินไปเปิดประตู
“ยุนโฮ...” แจจุงมองร่างสูงอย่างแปลกใจ ตาสีนิลเหลือบมองลงมาที่มือหนาเล็กน้อย ยุนโฮถือถุงใส่ของสีดำมาด้วย
“เอ่อ...น้ำไม่ไหล” ยุนโฮยิ้มขึ้นก่อนจะบอกออกมา
“หุหุ....”
“เข้ามาสิ” มือเรียวเปิดประตูให้ร่างสูงเข้าห้องมาทันที
“รบกวนด้วยนะ” ยุนโฮหันมาบอก สายตาคมจ้องมองร่างบางที่อยู่ในชุดนอนลายน่ารักพร้อมกับยิ้มขึ้นมา
“อืม...ตามสบายนะ”
“เอ่อ...” ยุนโฮยืนจ้องหน้าแจจุงอยู่เล็กน้อย
“ลืมเอาผ้าเช็ดตัวมาเหรอ?” ร่างบางถามขึ้นอย่างรู้ทัน
“ขอยืมหน่อยก็แล้วกัน” ยุนโฮยิ้มขึ้นก่อนจะรับผ้าเช็ดตัวของแจจุงเอาไว้แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
“ทำไมไม่เช็ดผมล่ะ” แจจุงถามขึ้นเมื่อเห็นว่ายุนโฮเดินหัวเปียกออกมาจากห้องน้ำ
“เช็ดให้หน่อยสิ” ร่างสูงเดินมานั่งลงที่พื้นหน้าเตียงโดยมีแจจจุงนั่งอยุ่บนเตียง ใบหน้าคมเงยหน้าขึ้นมาบอกคนที่เพิ่งจะคบกันเป็นแฟนอย่างอ้อนๆ
“หึหึ...เพิ่งจะเห็นยุนโฮอ้อนนะ” แจจุงยิ้มขึ้นก่อนจะเอื้อมไปหยิบผ้าขนหนูอีกผืนมาเช็ดผมให้
“ก็มีแฟนแล้วนี่นา” ยุนโฮยิ้มขึ้นพร้อมกับนั่งนิ่งให้แจจุงเช็ดผมต่อไปอย่างสบายใจ
“พอเป็นแฟนก็อ้อนกันเชียวนะ” แจจุงจับใบหน้าคมเบาๆ ตาสีนิลจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลของยุนโฮอย่างเอ็นดู
“ขออ้อนหน่อยนะ” ยุนโฮจับมือเรียวที่ทาบบนแก้มกร้านของเขาเอาไว้พร้อมกับดึงมือทั้งสองมาจูบ
“แจจุง...”
“หืม...”
“ฉัน...ขอค้างด้วยได้รึเปล่า” ยุนโฮถามขึ้นมาอย่างลุ้นๆ รู้ว่าเร็วเกินไปที่จะขอมานอนด้วยกันแต่มันห้ามเสียงเรียกในหัวใจตัวเองเอาไว้ไม่ได้แล้วนี่นา
“ทำไมล่ะ”
“อยากกอด...อยากอยู่ใกล้ๆน่ะ ได้หรือเปล่า” ยุนโฮลุกขึ้นมานั่งบนเตียงข้างๆแจจุงทันที
“คิดดูก่อน อิอิ”
“โธ่!!...”
“งั้น...จะให้กอดจนเบื่อไปเลยดีมั้ย” แจจุงพูดขึ้นเบาๆ ร่างบางเอนตัวมาซบลงกับอกแกร่งอย่างอ้อนๆ
“หึหึ...ไม่เบื่อหรอกน่า” ยุนโฮโอบกอดแจจุงเอาไว้พร้อมกับหอมผมนุ่มไปเบาๆ ร่างสูงเอนตัวลงนอนบนเตียงนุ่มของแจจุงพร้อมกับกอดร่างบางเอาไว้ให้นอนซบอยู่บนหน้าอกแกร่งของตัวเอง
“ไม่นอนเหรอ” เสียงหวานถามขึ้นเมื่อเห็นว่ายุนโฮนอนจ้องหน้าเขามานานแล้ว
“นอนสิ... แต่อยากนอนมองหน้าแจจุงไปอย่างนี้ก่อน” ข้อนิ้วยาวไล้แก้มเนียนไปเบาๆ
“เขินนะ” แจจุงก้มหน้าลงอย่างเขินๆ เขาไม่เคยได้อยู่ใกล้กับยุนโฮขนาดนี้มาก่อน มือหนาที่โอบเอวของเขาไว้มันทำให้รู้สึกอบอุ่นมากเลย
“นอนได้แล้ว” แจจุงเงยหน้าขึ้นมาบอก ปากอิ่มยิ้มขึ้นก่อนจะหยัดตัวขึ้นมาจูบปลายคางของยุนโฮไปเบาๆ
“ฝันดีนะ” ยุนโฮจูบลงที่หน้าผากมนก่อนจะหลับตาลงพร้อมกับกระชับกอดร่างบางให้แน่นขึ้น
........
เหตุการณ์เดิมๆเหมือนวันนั้น... แต่ในวันนี้ความรู้สึกกลับเปลี่ยนไป
“แก้วมาแล้ว...” เสียงหวานของแจจุงเอ่ยบอกร่างสูงที่กำลังง่วนล้างแก้วกาแฟอยู่หลังเคาเตอร์
“วางเอาไว้นั่นล่ะ” ยุนโฮหันมายิ้มให้ก่อนจะก้มหน้าล้างแก้วต่อไป
“ไม่เอา แจจุงช่วยดีกว่า” มือเรียวถลกแขเสื้อเชิ้ตของตัวเองพร้อมกับลงมือล้างแก้วในน้ำสะอาด
“ไม่ต้อง ไปนั่งพักเถอะ” ยุนโฮหันมาบอก
“ก็แจจุงจะช่วยนี่ จะได้เสร็จเร็วๆ” ร่างบางยืนกรานอีกครั้ง
“ตามใจ” ยุนโฮก้มลงมากระซิบบอกข้างหูเบาๆ ตาสีนิลสบกับสายตาคมเล็กน้อย ปากอิ่มยิ้มขึ้นก่อนจะช่วยยุนโฮล้างแก้วต่อไป
“ใบสุดท้ายแล้วล่ะ” ยุนโฮหันมาบอกก่อนจะล้างแก้วใบสุดท้ายในมือไป
หมับ!!... มือเรียวที่กำลังคว้านหาแก้วใบสุดท้ายในอ่างจับลงที่มือหนาของยุนโฮที่วางแก้วใบนั้นลงมาอย่างบังเอิญ
แจจุงกับยุนโฮหันมามองหน้ากันแล้วยิ้มขึ้น แต่มือหนากลับยังไม่ยอมปล่อยมือเรียวของแจจุงออกแต่อย่างใดกลับบีบมือเรียวเอาไว้เอาๆอย่างสื่อความหมาย
“ปล่อยได้แล้ว...” แจจุงก้มหน้าลงอย่างเขินๆแต่มือเรียวของตนก็จับมือของยุนโฮเอาไว้เช่นกัน
“ไม่ปล่อยได้รึเปล่า” ยุนโฮก้มลงมาถาม จมูกโด่งลอบสูดความหอมของผมสีนิลไปเบาๆ
“เดี๋ยวล้างไม่เสร็จกันพอดี” แจจุงเงยขึ้นมองใบหน้าคมที่อยู่ใกล้อย่างตื่นเต้น แววตาของยุนโฮในตอนนี้มันสดใสและเป็นประกายจนทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นมา
“ปล่อยก็ได้...”ยุนโฮค่อยปล่อยมือเรียวออกช้าๆ พร้อมกับยืนมองร่างบางที่ล้างแก้วต่อไปอย่างเขินๆ
“ไอ้ยุนมาช่วยเก็บโต๊ะหน่อย!!” เสียงคยูร้องเรียกร่างสูงที่อยู่หลังร้าน
“ได้...” ยุนโฮรีบเดินไปเช็ดโต๊ะให้เรียบร้อย
“อ๊ะ...” ยุนโฮร้องขึ้นมาเมื่อมีอะไรมาชนรองเท้าของเขา สายตาคมเงยมองคนตัวเล็กที่ยืนหัวเราะอยู่อย่างชอบใจ
“ยุนโฮแกะกะอ่ะ หลบหน่อยสิ...” แจจุงพูดขึ้นพร้อมกับเอาไม้ถูกพื้นดันเท้าใหญ่ให้หลบไป
“แจจุงนี่” ยุนโฮยิ้มขึ้นก่อนจะหลบให้แจจุงถูพื้นบริเวณนั้นไป
“โอ๊ะ...” แจจุงร้องขึ้นเมื่อแกล้งเอาไม้ถูพื้นมาชนกับรองเท้าของยุนโฮอีกครั้ง
“แจจุง...”ยุนโฮชี้หน้าร่างบางอย่างคาดโทษ
“ก็ยุนโฮแกะกะนี่ แบร่...” แจจุงแลบลิ้นล้อร่างสูงก่อนจะแกล้งยุนโฮอีกครั้ง
“แจจุง!! เดี๋ยวเถอะ” ยุนโฮร้องขึ้นพร้อมกับรีบเดินมาหาร่างบางทันที
“อ๊ากกก ยุนโฮไม่เอานะ อื้อ....” แจจุงร้องขึ้นเมื่อมือหนาของยุนโฮล็อกคอของเขาเอาไว้ ร่างบางพยายามดิ้นออกจากมือของยุนโฮแต่ก็ทำไม่ได้
“นี่...นี่...แกล้งกันดีนัก” ยุนโฮล็อกคอแจจุงเอาไว้พร้อมกับขยี้ผมสีนิลไปอย่างหมั่นเขี้ยว
“ยุนโฮอะ ผมยุ่งหมดแล้ว” เสียงหวานโวยวายขึ้นมาทันที
ฟอดดด!!... มือหนาเปลี่ยนมาโอบเอวบางเอาไว้พร้อมกับแกล้งหอมแก้มเนียนไปฟอดใหญ่
“พอแล้วน่า...อายเขา...” ปากอิ่มยิ้มขึ้นพร้อมกับซบหน้าลงกับอกแกร่งอย่างอายๆ
“โอ๊ย!!...อิจฉาโว้ย!! สวีทวิดวิ้วกันจริงเลยนะ ไอ้คู่รักคู่นี้!!” เสียงคยูแซวขึ้นมาทันที
“หึหึ” / “หุหุ” แจจุงและยุนโฮหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน
“ปล่อยได้แล้วน่า...” แจจุงพยายามแกะมือหนาที่โอบเอบบางของเขาเอาไว้ออกอย่างอายๆ
“เอาไว้ไปกอดที่บ้านนะ ฟอดดด!!!” ยุนโฮหอมแก้มเนียนไปอีกฟอดใหญ่ก่อนจะปล่อยมือออกแล้วหันไปทำงานต่อ
.
.
.
“ยุนโฮตื่นได้แล้วนะ วันนี้ต้องเข้าร้านแต่เช้าไม่ใช่เหรอ” เสียงหวานปลุกร่างสูงที่ยังนอนอยู่บนเตียง
“อื้ม...”ยุนโฮพลิกตัวมานอนตะแคงมองร่างบางกำลังแต่งตัวอยู่หน้าโต๊ะแป้ง
“ตื่นได้แล้วนะ” แจจุงเดินมาหาร่างสูงที่นอนมองเขาแล้วยิ้มขึ้นมา
“ครับผม...” ยุนโฮดึงร่างบางลงมานอนบนตัวของเขาทันที
“เดี๋ยวไปทำงานสายนะ” แจจุงบีบจมูกโด่งของคนขี้เซาไปเบาๆ
“โอเคๆ...” ยุนโฮยิ้มขึ้นก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงนอนไป
ตอนนี้ผมกับแจจุงย้ายออกมาอยู่ด้วยกันที่ห้องใหม่ได้สักพักแล้ว ชีวิตของผมในตอนนี้กลับไม่เหมือนเดิมเพราะมีแจจุงเข้ามา คนตัวเล็กที่น่ารักเข้ามาแบ่งบันความรู้สึกความสุขและรอยยิ้มที่ทำให้ผมรู้สึกดีๆได้ทุกวัน
ผมได้ตื่นมาเจอหน้าแจจุงทุกเช้า
ได้นอนกอดแจจุงทุกคืน
ได้กินอาหารฝีมือแจจุงทุกมื้อ
ได้ยิ้มให้แจจุงทุกเวลา
และผมก็ได้อยู่กับแจจุงทุกวัน
มันดีจริงๆเลยนะกับการที่เราได้มีคนรักที่มาอยู่เคียงข้างกันแบบนี้
มันมีความสุขมากๆเลยล่ะ
และในตอนนี้...ผมไม่ได้เป็นคนน่าสงสารที่ต้องอยู่คนเดียวแบบนี้อีกแล้ว
ในทางกลับกันผมกลับเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกต่างหากล่ะ ที่มีแจจุงมาเป็นคนรักและคนที่มายืนอยู่ข้างๆผมเสมอ
...ผมรักแจจุงจัง...
“ไปร้านกันนะ” แจจุงยิ้มขึ้น มือเรียวกอดแขนแกร่งเอาไว้ก่อนจะเดินไปยังร้านกาแฟในตอนเช้าๆของวันที่สดใส ยุนโฮหันมายิ้มให้ร่างบางพร้อมกับเดินเคียงข้างแจจุงไปอย่างสุขใจ
ภาพของชายสองคนที่เดินเคียงข้างกันไปจนถึงร้านกาแฟที่อยู่ไม่ไกลนัก กลับเป็นภาพที่ชินตาของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาในละแวกนั้น รอยยิ้มที่มักจะประดับอยู่บนใบหน้าของคนทั้งสองทำให้บรรยากาศโดยรอบสดใสขึ้นมา และความรักที่แผ่ซ่านออกมาจากทั้งคู่กลับทำให้บรรยากาศในทุกๆเช้าแบบนี้มันดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ นี่ละมั้งที่เขาเรียกว่า... “อนุภาพแห่งความรัก”...
Credit: Withyoonho
~~*~~ END ~~*~~
