[SF] คุณป๋าที่รัก My Sweet Daddy,Special Part.
posted on 21 Jan 2009 20:19 by yun-su-tvxq in SF-My-Sweet-Daddy
[SF] คุณป๋าที่รัก My Sweet Daddy, Special Part, YUNJAE
++++++++++
MENT: ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคุณๆคนอ่านมากเลยที่ชอบฟิคเรื่องนี้กันนะคะ เอ่อ...จะบอกว่าแอบเครียดไปหลายวันกับการแต่งพาร์ทนี้ (เลยออกมาช้า) และการตอบโจทย์ของความรักที่ดำเนินมาถึงจุดๆหนึ่ง และฉาก Love scene ที่มีไม่แน่ใจว่าจะออกมาดีหรือเปล่า แต่อยากให้เป็นความรู้สึกที่เกิดมาจากความรักของคุณป๋าและแจจุง ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ยากและท้าทายมากในการเขียนฟิคเรื่องนี้ค่ะ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านกันนะค่ะ ^^
++++++++++
“แจจุงว่าชุดนี้เหมาะกับน้ามั้ย” เสียงซองมินหันมาถามแจจุงที่กำลังนั่งรอเขาลองชุดอยู่
“อืม...สวยดีฮะ แต่แจจุงว่าน้าซองมินเอาตัวนี้ดีกว่ามั้ยฮะ แจจุงว่ามันน่าจะเหมาะกับน้าซองมินมากกว่าตัวนั้น” แจจุงเอื้อมมือไปหยิบชุดสูทสีขาวอีกตัวมาให้ซองมินทันที
“อืม...ตัวนี้ก็ดีเหมือนกัน” ซองมินเอาสูทเข้ารูปตัวที่แจจุงหยิบมาให้ลองทาบลงบนร่างของเขา ปากบางยิ้มขึ้นทันที แจจุงนี้เลือกเก่งดีเหมือนกันนะ
“ขอบใจนะแจจุง...คราวนี้น้าก็ได้ชุดที่จะใส่ในงานแต่งสักที” ซองมินยิ้มบางๆมาให้เจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่ทันที
“ไม่เป็นไรฮะ” แจจุงยิ้มให้
“แจจุงเลือกเสื้อผ้าใช่ได้เลยนะ แถมยุนโฮยังบอกน้าอีกว่าแจจุงตัดสูทให้ แจจุงสนใจจะมาช่วยน้าทำร้านเสื้อมั้ย” ซองมินหันมาถามขึ้น
“ร้านเสื้อหรือครับ” แจจุงพูดขึ้นอย่างแปลกใจ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลย
“อืม...น้าเห็นเรามีฝีมือดีน่ะ แล้วรสนิยมก็ใช้ได้เลย สนใจมั้ย??”
“อืม...คงไม่ล่ะครับ” แจจุงตอบไปทันที
“อ้าว...ทำไมล่ะ” ซองมินถามขึ้นอย่างเสียดาย
“ก็แจจุงตั้งใจเอาไว้แล้วว่าเดี๋ยวจบ ม. 6 ไปแจจุงจะเรียนบริหารฯแล้วก็จะได้ไปช่วยคุณป๋าทำงานที่บริษัทนะครับ ^^”
“เอ๊ะ!!...ตั้งใจเลยเหรอ” ซองมินถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“ใช่ครับ... ก็คุณป๋าทำงานหนักมาก็นานมากแล้ว ไม่มีคนช่วยคุณป๋าทำงานเลย แจจุงเห็นคุณป๋าเหนื่อยก็เลยอยากจะเข้าไปช่วยงานที่บริษัทนะครับ” แจจุงบอกขึ้นด้วยสายตาที่จริงจัง
“แจจุงนี้รักคุณป๋ามากเลยนะ” ซองมินพูดขึ้น
เขาไม่เคยเห็นคู่รักคู่ไหนที่รักกันและห่วงใยกันได้มากขนาดนี้มาก่อนเลย อย่างคู่เขากับคยูเองถึงจะดูสวีทกันแค่ไหนแต่เรื่องเล็กน้อยบางเรื่องก็สู้คู่ของแจจุงกับยุนโฮไม่ได้เอาเสียเลย
“แจจุงเป็นห่วงคุณป๋าด้วยล่ะฮะ เพราะว่าคุณป๋าเขาทำงานหนักมานานแล้วช่วงนี้ก็มีงานที่ญี่ปุ่นที่ต้องบินไปบินมาด้วยล่ะ แจจุงไม่อยากให้คุณป๋าต้องมาทำงานหนักๆคนเดียวอีกแล้ว” แจจุงบอก
“แต่กว่าแจจุงจะเรียน จบมหาวิทยาลัยก็อีก 4 ปีเชียวนะ” ซองมินพูดขึ้น
“ ใช่ครับ แต่ระหว่างที่แจจุงยังเรียนไม่จบแจจุงก็คงจะดูแลคุณป๋าเรื่องที่บ้านไปก่อนล่ะครับ^^ พอแจจุงเรียนจบค่อยมาช่วยงานคุณป๋าไงฮะ^___^” แจจุงยิ้มขึ้นมาทันทีกับสิ่งที่เขาตั้งใจเอาไว้
“แหม...น่าอิจฉายุนโฮจังเลยนะที่มีแจจุงที่น่ารักอยู่ด้วยแบบนี้” ซองมินแซวขึ้น
“แหม...น้าซองมินอ่ะ อาคยูก็โชคดีนะฮะที่มีคนน่ารักอย่างน้าซองมินมาเป็นแฟน แล้วก็เป็นเจ้าสาวในอีกไม่กี่วันแล้วล่ะ” แจจุงกอดเอวบางของซองมินเอาไว้อย่างอ้อนๆทันที
“หึหึ...เรานี่ขี้อ้อนเหมือนที่ยุนโฮบอกจริงๆนะ” ซองมินยิ้มขึ้นกับท่าทาางที่น่ารักของแจจุง
“มิน่าล่ะ ยุนโฮถึงรักถึงหลงมากมายขนาดนี้”
“นี่ตกลงแกไม่คิดจะ...เอ่อ...มีอะไรกับแจจุงจริงๆเหรอว่ะ” คยูพูดขึ้นเมื่อนั่งเล่นอยู่ในห้องทำงานของยุนโฮ
“ไม่ว่ะ...ฉันไม่ซีเรียสเรื่องแบบนี้” ยุนโฮตอบออกมาเต็มปาก
“แต่ชีวิตคู่เลยนะโว้ย!!” คยูบอก
“ฉันรู้... ว่าสำหรับบางคนการที่เรารักกัน การที่เราอยู่ด้วยกันมันก็ต้องมีปัจจัยอย่างอื่นมาประกอบด้วย อย่างที่แกบอก....ว่าการมีอะไรกันของคู่รักน่ะ มันก็ใช่ แต่สำหรับฉันมันไม่จำเป็นสักเท่าไหร่ว่ะ” ยุนโฮมองหน้าคยูอย่างจริงจัง
“แกนี่สุดยอดเลยนะยุนโฮ” คยูขมวดคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ
“ฉันไม่ใช่คนดีมากมายอะไรหรอกนะ แต่สำหรับฉันแค่ความรักและการดูแลเอาใจใส่กันแต่นี้ก็พอแล้ว อีกอย่างแกอย่าลืมนะว่าแจจุงยังเด็กอยู่ ถึงจะย่าง 18 แล้วก็เถอะ แต่ฉันก็ยังอยากให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างที่เขาควรจะมีไปก่อน ไอ้เรื่องนั้นน่ะมันเมื่อไหร่ก็ได้ รอแจจุงพร้อมหรือรอแจจุงเขาโตเป็นผู้ใหญ่กว่านี้ก็ได้ ฉันไม่รีบ” ยุนโฮบอก
ผมไม่เคยคิดเรื่องนี้จริงๆนะ ที่ผมรักแจจุงมานานๆ ที่ดูแลแจจุงมานานมากขนาดนี้ผมไม่เคยคิดเป็นอย่างอื่นเลย นอกจากสิ่งดีๆและความรู้สึกดีๆที่อยากจะมอบให้เจ้าตัวแสบของผมก็เท่านั้น แต่ถามว่าผมเป็นผู้ชายคนนึงที่ต้องการบางอย่างเหมือนผู้ชายทั่วไปหรือเปล่า ก็ตอบได้เลยว่า...ใช่...
ผมก็ยังต้องการอะไรแบบนั้นบ้าง....แต่..มันไม่จำเป็นสำหรับชีวิตผมมากนัก การที่ผมได้อยู่ใกล้ๆแจจุง ได้กอด ได้สัมผัสและส่งผ่านความอบอุ่นและความรู้สึกของผมที่มีต่อแจจุงให้แจจุงได้รับรู้ก็พอแล้วล่ะ เรื่องที่คนสองคนจะต้องมีอะไรกันเพราะความรักน่ะ รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมก่อนจะดีกว่า...
“แกว่าแต่ฉัน... แกเองก็ยังไม่ได้มีอะไรกับซองมินไม่ใช่เหรอ” ยุนโฮยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ขึ้นทันที
“แหม...ไอ้นี่ได้ทีเอาบ้างเชียวนะ” คยูบ่นขึ้น
“ เฮ้อ...เขาเองกยังไม่เคยมีอะไรกับซองมินมากก่อนเหมือนกัน ไม่รู้ว่าทำไมนะ...ถึงจะรักซองมินมากๆแต่พอซองมินบอกว่าไม่พร้อมเขาเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเช่นกัน ซองมินบอกว่าอยากให้แต่งงานกันก่อนแล้วค่อยมีอะไรกัน เขาเองก็รอได้ เพราะคำว่า... “รัก”...ล่ะมั้ง แต่นี้ก็ใกล้จะถึงวันแต่งงานของเขาซะแล้วสิ ไม่รู้ว่าเขากับซองมินจะเป็นยังไงบ้างน๊า...
“เออ...แกนี่ก็เตรียมตัวเป็นเพื่อนจ้าบ่าวด้วยล่ะ เอาหล่อน้อยกว่าเจ้าบ่าวนะโว้ย!!” คยุพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“เออ...รู้แล้วน่า...” ยุนโฮส่ายหัวไปมากับท่าทางของเจ้าเพื่อนสนิทที่ดูจะเห่องานแต่งงานของตัวเองจริงๆ
“นั่นสิ...งานแต่งงานทั้งทีนี่นา^^”
“อ้าว...ทำไมยังไม่นอนอีกล่ะครับ” ยุนโฮเดินเข้ามาในบ้านก็พบว่าแจจุงนั่งรอเขาอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่กลางห้องโถงอยู่อย่างนั้น
“แจจุงเป็นห่วงคุณป๋านี่... แล้วมันก็ดึกแล้วด้วยคุณป๋ายังไม่กลับมาเลย...แจจุงนอนไม่หลับ” แจจุงเดินมากอดเอวหนาเอาไว้ทันที
“แจุงน่าจะนอนได้แล้วนะครับ นี่มันดึกแล้ว” ยุนโฮก้มลงมาบอกมือหนาโอบเอวบางเอาไว้
“ก็แจจุงอยากรอคุณป๋านี่นา” แจจุงยู่หน้าขึ้นเล้กน้อย หัวเล็กๆของแจจุงซบลงที่อกแกร่องอย่างอ้อนๆ
“หึหึ...ขอบคุณนะครับที่อุส่าห์รอ แต่คราวหลังไม่เอาแล้วนะ ไม่ต้องรอคุณป๋าแล้วนะครับ แจจุงควรจะพักผ่อนเยอะๆรู้มั้ย” ยุนโฮลูบลงที่ผมสีทองเบาๆ
“คุณป๋าบอกกับแจจุง...แต่คุณป๋าก็ยังทำงานหนักแล้วก็ยังพักผ่อนน้อยอยู่ดีนั่นแหละ” แจจุงกอดเอวหนาแน่นขึ้นไปอีกตาสีนิลฉายแววไปเป็นห่วงขึ้นมาทันที
“ก็งานมันเยอะนี่นา” ยุนโฮบอก ขายาวก้าวเดินขึ้นมายังชั้นสองของบ้านทันที
“แต่ก็ต้องพักผ่อนและดูแลตัวเองด้วยนะฮะ แจจุงเป็นห่วง คุณป๋าพักผ่อนน้อยแบบนี้ถ้าป่วยไปล่ะแย่เลย” แจจุงจ้องมองใบหน้าคมอยู่อย่างนั้น
ปากหยักยิ้มขึ้นเมื่อได้ยินเสียงหวานที่เอ่ยบอกเขา แค่คำพูดเล็กๆน้อยแค่นี้ก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมากเลยทีเดียว จากที่เหนื่อยๆแค่กลับมาได้เห็นหน้าสวยๆของแจจุงและคำพูดที่เป็นห่วงเขาอยู่แบบนี้แล้วความรู้สึกเหนื่อยล้ากลับหายไปหมดเลยนะ
“ครับ...คุณป๋าจะดูและตัวเองนะ” ยุนโฮก้มลงมาหอมแก้มเนียนไปเบาๆ
“แล้วแจจุงก็จะช่วยดูแลคุณป๋าอีกแรงด้วยล่ะ^^” แจจุงยิ้มขึ้นทันที
“วันนี้คุณป๋ามีประชุมคงกลับค่ำๆนะครับ แจจุงไม่ต้องรอทานข้าวนะ” ยุนโฮหันมาบอกเจ้าตัวแสบที่นั่งมองเขาแต่งอยู่ในห้องนอน
“อีกแล้วเหรอ หมู่นี่คุณป๋าประชุมบ่อยจัง” แจจุงหน้ามุ้ยขึ้นพร้อมกับเดินมาหายุนโฮที่ยืนผูกเนคไทอยู่ที่หน้ากระจกทันที
“ก็โปรเจคที่ญี่ปุ่นนะครับ งานเร่งเสียด้วยสิ...” ยุนโฮหันมายิ้มบางๆให้
“เดี๋ยวโหมงานหนักบ่อยๆ คุณป๋าก็ไม่สบายไปหรอก” แจจุงพูดขึ้นมือเรียวส่งสูทตัวใหญ่มาให้ยุนโฮทันที
“คุณป๋าแข็งแรงนะครับไม่เป็นอะไรไปง่ายๆหรอกน่า” ยุนโฮยิ้มขึ้นพร้อมทั้งขยี้ผมสีทองไปเบาๆ
“ถ้าคุณป๋าป่วยมานะแจจุงจะตีให้เลย...” ว่าแล้วมือเรียวก็ตีลงที่แขนแกร่งของยุนโฮเบาๆทันที
“หึหึ....ครับ” ยุนโฮหอมแก้มเนียนก่อนจะไปทำงานทันที
“คุณแจจุงคะ!! คุณแจจุง!!” เสียงมินจีร้องเรียกแจจุงอยู่หลังบ้าน
“มีอะไรเหรอครับ พี่มินจี...”แจจุงรีบเดินออกมาจากสวนหลังบ้านทันที
“มาเร็วค่ะ!! คุณยุนโฮป่วย!! เยซองเพิ่งจะพาไปหาหมอแล้วรีบพากลับมาบ้านนี่ล่ะคะ!! มินจีบอกอย่างรีบเร่ง
“ห๊า!!...คุณป๋า!!...” แจจุงรีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที ขาเรียวรีบวิ่งออกมายังห้องโถงใหญ่ แล้วตาสีนิลก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นเยซองกำลังพยุงยุนโฮออกมาจากรถ
“มา...แจจุงช่วย” แจจุงรีบเข้าไปช่วยเยซองพยุงยุนโฮทันที ร่างสูงมีสีหน้าซีดเซียวและสลิมสลืออยู่อย่างนั้น เรียกให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวาบขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“คุณยุนโฮเป็นลมน่ะครับ ดีนะที่ผมรับไว้ทันไม่อย่างนั้นล่ะหัวฟาดพื้นแน่ๆ” เยซองบอก
“คุณป๋านะคุณป๋า... โหมงานหนักล่ะสิ” แจจุงบ่นขึ้นพร้อมทั้งช่วยเยซองพยุงร่างสูงเดินขึ้นมายังชั้นสองทันที
“ขอบคุณนะครับพี่เยซอง” แจจงหันมาบอกเมื่อจัดให้ยุนโฮนอนบนเตียงเรียบร้อยแล้ว
“ไม่เป็นไรครับ... นี่ครับยา คุณหมอบอกว่าให้คุณยุนโฮพักสัก 1 อาทิตย์เพราะร่างกายอ่อนเพลียและพักผ่อนไม่เพียงพอ แล้วค่อยกลับไปทำงานน่ะครับ ผมโทรบอกคุณคยูแล้ว คุณคยูบอกว่าจะดูเรื่องงานแทนให้” เยซองบอก
“ขอบคุณครับ พี่เยซองไปพักเถอะเดี๋ยวแจจุงดูคุรป๋าเอง”แจจุงหันมาบอก
“เฮ้อ...ป่วยจนได้นะคุณป๋า” แจจุงหันไปมองร่างสูงที่นอนอยู่บนเตียงเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อไปหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัวให้
“คุณป๋าครับ เดี๋ยวแจจุงจะเช็ดตัวให้นะ”แจจุงพูดขึ้นเบาๆก่อนจะลงมือเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ร่างสูงที่หลับอยู่เพราะพิษไข้
“โห้...ตัวร้อนจังแฮะ” แจจุงพึมพำขึ้นเมื่อเขาเริ่มแกะกระดุมเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าของยุนโฮออก ไอร้อนจากร่างสูงแผ่ออกมาให้แจจุงได้รับรู้ทันที
“เดี๋ยวคุณป๋าตื่นมาเมื่อไหร่นะ แจจุงจะตีคุณป๋าจริงๆด้วย...” แจจุงหน้ามุ้ยขึ้นมาทันที ทั้งที่เตือนแล้ว แต่คุณป๋าก็ยังโหมทำงานหนักอยู่อย่างนั้น เขารู่นะว่วคุณป๋าอยากจะทำงานให้เสร็จเรียบร้อยแต่บางทีคุณป๋าก็มักจะลืมดูแลตัวเองไปจริงๆ
“อย่าเป็นอะไรไปมากกว่านี้นะครับ” แจจุงลูบลงที่แก้มกร้านของยุนโฮเบาๆก่อนจะเช็ดหน้าให้ร่างสูงที่นอนอยู่ใบหน้าคมที่ดูซีดลงเพราะพิษไข้และการพักผ่อนน้อยแบบนั้นเรียกหัวใจดวงน้อยของแจจุงรู้สึกแย่ขึ้นมาทันที
“อื้อ...” เสียงทุ้มครางขึ้นในลำคอเมื่อความเย็นของผ้าขนหนูนั้นกระทบกับผิวของเขา แล้วสายตาคมค่อยๆลืมตาขึ้นทันที
“แจจุง...” เสียงทุ้มที่แหบเล็กน้อยเอ่ยเรียกร่างบางที่นั่งเช็ดตัวให้เขาอย่างตั้งใจ
“ตื่นแล้วเหรอฮะ” แจจุงหันมายิ้มบางๆให้มือเรียววางผ้าขนหนูลงข้างตัวแล้วหันมาจับมือหนาเอาไว้ทันที
“ขอโทษนะที่ทำให้ลำบาก” ยุนโฮเอ่ยบอกอย่างรู้สึกผิด
“รู้ตัวเหมือนกันเหรอ” แจจุงหน้ามุ้ยขึ้น อันที่จขริงอยากจะบอกว่าไม่เป็นอะไรหรอก แต่เห็นชอบทำเป็นเก่งนักนะคุณป๋า
“หึหึ...ขอโทษจริงๆนะครับ” ยุนโฮหัวเราะขึ้นทันทีที่เห็นท่าทางงอนๆกับคำพูดประชดเขาอย่างนั้น มือหนาจับมือแจจุงขึ้นมาทันที
“ คุณป๋าอ่ะ แจจุงเป็นห่วงมากเลยนะ คุณป๋าไม่ดูแลตัวเองเลย นี่ดีนะที่พี่เยซองเขาช่วยไว้ ไม่อย่างนั้นถ้าคุณป๋าเป็นอะไรมากไปกว่านี้แจจุงจะทำยังไง” แจจุงเอนตัวลงมานอนซบกับอกแกร่งของยุนโฮทันที ไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างสูงทำให้ใบหน้าหวานร้อนขึ้นมา
“ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะครับ” ยุนโฮลูบลงที่ผมสีทองเบาๆ
“เลิกพูดว่าขอโทษได้แล้วนะฮะ” แจจุงเงยหน้าขึ้นมามองยุนโฮทันที
“คราวหลังถ้าไม่ไหวก็อย่างฝืนนะครับ คุณป๋านะอายุเยอะแล้วนะ จะมาโหมงานหนักอย่างเมื่อก่อนมันก็ไม่ดีต่อสุขภาพนะ” แจจุงบอกมือเรียวกอดเอวหนาเองไว้ทันที
“หึหึ...ครับ คุณป๋ารู้ว่าคุณป๋าแก่แล้ว” ยุนโฮยิ้มขึ้น
“ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย” แจจุงยกมือเรียวขึ้นมาบีบจมูกโด่งของยุนโฮไปเบาๆ
“แจจุงแค่ไม่อยากให้คุณป๋าต้องมานอนป่วยแบบนี้ต่างหากล่ะ” แจจุงพูดขึ้นพลางจ้องมองใบหน้าคมที่นอนอยู่ทันที
“แต่ป่วยอย่างนี้ก็ดีเหมือนกันนะ” ยุนโฮบอก
“เอ๊ะ!!” แจจุงขมวกคิ่วเข้าหากันอย่างสงสัย
“ก็แจจุงจะได้มาดูแลคุณป๋าใกล้ๆอย่างนี้ไง” ยุนโฮยิ้มขึ้นมือหนากอดร่างบางที่ซบอยู่บนอกแกร่งของเขาทันที
“ชิ...ไม่อยากจะดูแลหรอกนะ คนป่วยดื้อๆแบบนี้...” แจจุงยู่หน้าขึ้นทันที
“งั้นก็ไม่เป้นไร คุณป๋าเช็ดตัวเองก็ได้” ยุนโอบอกพร้อมกับลุกขึ้นทันที
“อื้อ....แจจุงพูดเล่นแค่นี้เองนะ คุณป๋าน้อยใจเหรอ??” แจจุงถามขึ้น
“เปล่าสักหน่อย” ยุนโฮบอก
“เดี๋ยวนี้กลายเป็นหมีขี้น้อยใจตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะนี่” แจจุงลูบลงที่แก้มกร้านเบาๆ
“หึหึ... แค่ล้อเล่นน่ะครับ”ยุนโฮยิ้มขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี
“ยิ้มได้แบบนี้สงสัยจะหายแล้วสินะ” แจจุงแซวขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของยุนโฮที่ดูสดใสขึ้นมาทันที เพราะอะไรน๊า..
“เพราะมีคนมาเช็ดตัวให้ต่างหากถึงหายเร็ว” ยุนโฮยิ้มกว้างขึ้นทันที ร่างสูงดึงแจจุงลงมาซบบอกแกร่งที่เปลือยเปล่าของเขาอีกครั้ง
“อื้อ...คุณป๋ายังไม่ได้ใส่เสื้อเลยนะ” แจจุงก้มหน้าอายขึ้นทันทีที่เห็นอกแกร่งที่เปลือยเปล่าของยุนโฮอยู่อย่างนั้น แต่เมื่อกี้นี้ที่เราเช็ดตัวให้คุณป๋าตอนหลับทำไมไม่ตื่นเต้นแบบนี้ล่ะๆ
“ งั้นก็แต่งตัวให้หน่อยสิครับ” ยุนโฮอ้อนแจจุงขึ้นทันที
“ฮะ...” แจจุงก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะผละออกมาจากยุนโฮ ใบหน้าหวานแดงขึ้นมาทันที
“คุณป๋าไม่นอนพักเหรอครับ” แจจุงถามขึ้นเมื่อป้อนข้าวและป้อนยาให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว
“ไม่ง่วงนะครับ” ยุนโฮหันมาบอกร่างสูงนั่งพิงหัวเตียงอยู่อย่างนั้น
“แต่ก็ต้องนอนพักนะ” แจจุงหันมาบอก ร่างบางขึ้นมานั่งลงข้างๆยุนโฮทันที
“งั้นแจจุงนอนเป็นเพื่อนคุณป๋าได้มั้ยล่ะครับ” ยุนโฮหันมาถามคนตัวเล็ก หัวของยุนโฮเอนมาซบลงที่บ่าเล็กๆของแจจุงอย่างอ้อนๆ
“ให้แจจุงมานอนด้วย...เดี๋ยวแจจุงก็ติดหวัดคุณป๋าหรอกฮะ” แจจุงหันมามองร่างสูงที่ซบไหล่เขาอยู่อย่างนั้น ไม่เคยเห็นท่าทางคุณป๋าในแบบนี้เลยนะ อิอิ น่ารักดี อ้อนเราเหมือนเด็กๆเลย
“ไม่ได้เหรอครับ” ยุนโฮเงยหน้าขึ้นมามองแจจุงอย่างอ้อนๆ
“เฮ้อ...ได้มั้ง...”แจจุงพูดขึ้นมาเบาๆ ซึ่งก็เรียกรอยยิ้มกว้างออกมาจากปากหยักได้ดี ยุนโฮขโมยหอมแก้มเนียนไปฟอดใหญ่ทันที
“งั้นนอนด้วยกันนะ” ยุนโฮพูดจบก็รั้งตัวแจจุงลงมานอนกอดเอาไว้ทันที
ใบหน้าสวยของแจจุงซบลงตรงอกแกร่งของยุนโฮอยู่อย่างนั้น มือหนากอดเอวบางเอาไว้แน่น ใบหน้าคมที่อยู่ห่างใบหน้าของแจจุงไม่ถึงคืบและสายตาคมที่ยังจ้องมองใบหน้าสวยอย่างไม่วางตาก็เรียกให้หัวใจของแจจุงเต้นเร็วขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณป๋าอย่ามองแจจุงแบบนั้นสิฮะ” แจจุงอมยิ้มขึ้นมาอย่างเขินๆ
“ทำไมล่ะครับ มองไม่ได้เหรอ” ยุนโฮถามขึ้นเบาๆ จมูกโด่งคลอเคลียอยู่ที่ผมสีทองไปมา
“ก็มันเขินนี่นา” แจจุงก้มหน้าอายลงทันที แต่มิอเรียวก็ยกขึ้นมาโอบเอวหนาเอาไว้เบาๆ
“นอนด้วยกันมาก็ตั้งนานแล้ว แจจุงยังเขินคุณป๋าอยู่อีกเหรอครับ” ยุนโฮถามขึ้นมาทันที
“ก็แหม...ไม่รู้...” แจจุงส่ายหน้าเบาๆอย่างอายๆ
“หึหึ....แจจุงของคุณป๋าน่ารักจังนะ” ยุนโฮก้มลงมาบอกพร้อมกับจูบลงที่หน้าผากมนทันที
“คุณป๋าอ่ะ พูดอะไรก็ไม่รู้” แจจุงรีบเอามือขึ้นมาปิดใบหน้าหวานที่แดงขึ้นมาทันที
“อย่าปิดสิครับ” ยุนโฮบอกพร้อมกับจับมือเรียวเอาไว้
“ก็มันเขินนี่>///<”
“แจจุงจะดูแลคุณป๋าตลอดไปมั้ยครับ” ยุนโฮถามขึ้นมา
“อื้ม...แจจุงจะดูแลไม่ห่างเลยนะฮะ” ปากอิ่มยิ้มขึ้นมาทันที ใบหน้าสวยเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาคมทันที
“ขอบคุณนะครับ” ยุนโฮบอกพร้อมกับจับมือเรียวขึ้นมาจูบเบาๆ
“หายเร็วๆนะฮะ” แจจุงลูบลงที่แก้มกร้านไปมา
“ครับ...” ยุนโฮยิ้มให้พร้อมทั้งนอนกอดร่างบางเอาไว้อยู่อย่างนั้น แล้วไม่นานร่างสูงก็หลับไป
++++++++ คุณป๋าที่รัก ++++++++
และแล้วงานแต่งงานของคยูก็มาถึง....
“อาคยูเขาหล่อจังเลยนะฮะ” แจจุงกระซิบบอกยุนโฮเมื่อจ้องมองคยูในชุกทักสิโด้สีเข้มที่ดูดีอยู่แบบนั้น
“แล้วคุณป๋าไม่หล่อหรือครับ” ยุนโฮแกล้งถามขึ้น
“แหม...คุณป๋านะหล่อที่สุดอยู่แล้วไม่ต้องห่วงหรอกน่า” แจจุงกอดแขนแกร่งเอาไว้ทันที
“แต่วันนี้แจจุงน่ารักมากเลยนะ” ยุนโฮก้มลงมากระซิบเบาๆที่ข้างหู
“คุณป๋าอ่ะ” แจจุงซบหน้าลงกับแขนแกร่งอย่างเขินๆ
“จะเริ่มพิธิแล้วเราเข้าไปในโบสถ์กันดีกว่า”ยุนโฮพูดขึ้นก่อนจะพาร่างบางเดินเข้าไปในโบสถ์
ยุนโฮยืนอยู่ด้านข้างของคยูเพราะเป็นเพื่อนจ้าบ่าว ส่วนแจจุงยืนอยู่อีกฝั่งเพราะซองมินขอให้มาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้
แล้วพิธีแต่งงานก็เริ่มขึ้นทันที...
“คุณคยูฮยอนจะรับ ซองมินเป็นภรรยาหรือไม่” บาทหลวงถามขึ้น
“รับครับ” คยูหันมายิ้มให้ซองมินทันทีมือหนาจับลงที่มือบางของซองมินเอาไว้แน่น
“คุณซองมินจะรับ คยูฮยอนเป็นสามีหรือไม่”
“รับครับ” ซองมินหันมายิ้มให้คยูทันที
แล้วทั้งคู่ก็แลกแหวนกัน
"จูบเลย....จูบเลย..." เพื่อนๆข้างเจ้าบ่าวเอ่ยขึ้นทันที แล้วมือหนาของคยูก็โอบเอวบางของซองมินเบาๆแล้วโน้มใบหน้าลงมาจูบบนเรียวปากบางของซองมินอย่างดูดดื่ม
“วันนี้น้าซองมินสวยมากเลยนะฮะ” แจจุงยิ้มให้ซองมินทันทีที่เดินออกมาหน้าโบสถ์ด้วยกัน
“ขอบใจจ๊ะ” ซองมินยิ้มขึ้นอย่างเขินๆ
“แจจุงมาชมซองมินของอาอย่างนี้ได้ยังไง” คยูรีบโอบเอวบางของซองมินเข้าทันที
“เอ๊ะ!! ” แจจุงมีสีหน้าแปลกใจขึ้นทันที เขาชมน้าซองมินไม่ได้เหรอ
“วันนี้ซองมินเขาสวยที่สุดต่างหาก” คยูยิ้มขึ้นก่อนจะหอมแก้มเนียนของซองมินไปฟอดใหญ่
“โธ่!! แจจุงตกใจหมดเลยนึกว่าอาคยูจะว่าอะไรเสียอีก” แจจุงพูดขึ้น แต่ใบหน้าหวานก็ต้องยิ้มกว้างขึ้นเมื่อยุนโฮเดินมาโอบเอวของเขาเอาไว้แล้วกระซิบบอกอะไรบางอย่างขึ้นมาเบาๆ
“ไว้เดี๋ยวงานของเราแจจุงก็จะสวยอย่างน้าซองมินนั้นแหละ”
“คุณป๋าอ่ะ...” แจจุงหน้าแดงขึ้นทันที คุณป๋ามาพูดอะไรแบบนี้ก็ไม่รู้ อุ๊ย....เขินจัง>///<
“เอาล่ะ... เดี๋ยวจะโยนช่อดอกไม้แล้วนะ” ซองมินหันมาบอกบรรดาคนโสดทีรอรับซ่อดอกไม้ของเจ้าสาวอยู่
“ไม่ไปรับกับเขาเหรอ” ยุนโฮหันมาถามแจจุงที่ยืนอยู่ข้างเขา
“ไม่ล่ะฮะ แจจุงยังเด็กอยู่เลย” แจจุงหันมาบอก เขาเพิ่งจะ 18 เองนะ
“แต่....ถึงแจจุงจะไม่ได้ช่อดอกไม้จากเจ้าสาวก็ไม่เป็นไร” แจจุงพูดขึ้น
“ทำไมล่ะครับ” ยุนโฮถามขึ้นอย่างสงสัย
“ก็แจจุงมีคุณป๋าอยู่ข้างๆแบบนี้แล้วนี่นา” แจุงยิ้มกว้างขึ้นมาให้ยุนโฮ มือเรียวกอดเอวหนาเข้าทันที
“หึหึ...” ยุนโฮยิ้มกว้างขึ้นทันที
“นั่นสินะ ^__^”
“วันนี้แจจุงมีความสุขมากเลยนะฮะ ที่เห็นน้าซองมินกับอาคยูแต่งงานกันสักที” แจจุงยิ้มบางๆมาให้ยุนโฮเมื่อเดินเล่นอยู่ในงานเลี้ยงของคยูที่จัดขึ้นในสวนของโรงแรม
“นั่นสิ คยูรอวันนี้มานานแล้วล่ะ” ยุนโฮบอก
“ได้แต่งกันสักทีเน๊อะ” แจจุงจับมือหนาเอาไว้ทันที
“แล้วแจจุงล่ะครับ อยากแต่งงานเหมือนน้าซองมินบ้างมั้ย” จู่ๆยุนโฮก็ถามขึ้นมาทันที
“คุณป๋า....” ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมอย่างแปลกใจ
“สำหรับแจจุงเหรอ... ไม่รู้สิฮะ แจจุงมีคุณป๋าอยู่ด้วยกันอย่างนี้ก็พอแล้วล่ะ เรื่องแต่งไม่แต่งมันไม่มีอะไรสำคัญเลย” แจจุงบอกพลางจ้องมองใบหน้าคมอยู่อย่างนั้น
“ไม่อยากแต่งบ้างเหรอ” ยุนโฮถามขึ้นมาทันที
“หึหึ...แสดงว่าคุณป๋าอยากแต่งล่ะสิ” แจจุงยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
“ก็อยากแต่งแต่เจ้าสาวเขาไม่พร้อมจะแต่งได้ยังไงล่ะครับ” ยุนโฮพูดขึ้นมาลอยๆ
“อิอิ...งั้นรอให้เจ้าสาวเรียนจบก่อนะนะฮะ แล้วจะรีบแต่งกับคุณป๋าเลย ดีมั้ย...” แจจุงพูดขึ้นพลางหันมาหาร่างสูงทันทีมือเรียวทั้งสองของแจจุงจับมือหนาของยุนโอเอาไว้อยู่อย่างนั้น
“แต่คุณป๋าไม่ต้องห่วงนะฮะ แจจุงมีคุณป๋าคนเดียวแล้วก็มีคุรป๋าอยู่ในนี้ด้วย” แจจุงจับมือหนาของยุนโฮมาทาบลงที่อกบางของเขาทันที
“แจจุงก็อยู่ในนี้ของคุณป๋าเหมือนกันนะครับ” ยุนโฮบอกปากหยักยิ้มขึ้นก่อนจะโน้มใบหน้าคมลงมาจูบที่เรียวปากอิ่มไปเบาๆ
“รู้สึกดีจังเลย” แจจุงกอดยุนโฮเอาไว้ทันที
“อืม...ครับ...” มือหนากระชับกอดร่างบางเข้าไปอีก บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักของเจ้าของงานกลับพาให้คู่รักอีกคู่นั้นมีความสุขขึ้นไปด้วย
...
“คุณป๋า... วันนี้แจจุงจะต้องทำรายงานเรื่องการตลาดนะครับ แจจุงขอเข้าไปใช้หนังสือในห้องทำงานคุณป๋าได้มั้ย” แจจุงโทรหายุนโฮขึ้นเมื่อร่างบางกลับมาจากมหาลัยในตอนเย็น
“ได้สิครับ อยู่บนชั่นน่ะ แจจุงลองหาดูก็แล้วกันนะ” ยุนโฮบอก
“ขอบคุณครับคุณป๋า แล้ววันนี้คุณป๋าจะกลับมือมั้ยล่ะฮะ” แจจุงถามขึ้นขาเรียวก้าวเดินเข้ามาในห้องทำงานของยุนโฮทันที
“ไม่มืดหรอกครับ เดี๋ยวเคลียร์งานอีกนิดหน่อยก็จะกลับแล้ว” ยุนโฮพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“งั้นเหรอฮะ... งั้นเดี๋ยวแจจุงจะรอทานข้าวพร้อมคุณป๋านะ” แจจุงบอก
“ครับ...ตั้งใจทำรายงานนะครับ” ยุนโฮพูดขึ้น
“คุณป๋าก็ตั้งใจทำงานนะฮะ เดี๋ยวเจอกันครับ” แจจุงยิ้มขึ้นก่อนจะวางสายไป
“เฮ้อ...รายงานเล่มโตเชียวล่ะ ต้องรีบทำเสียแล้วเรา” แจจุงพึมพพำขึ้นมาทันทีพร้อมกับเดินมานั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่ในห้องทำงานของยุนโฮ
“แล้วหนังสือการตลาดมันอยู่ที่ไหนล่ะนี่...” แจจุงพึมพำขึ้นก่อนจะเดินดูไปทั่วห้องเพื่อหาหนังสือมาทำรายงงาน....
“อ้อ...เจอแล้ว...” มือเรียวหยิบหนังสือลงมาจากชั้นทันที
“ว้า....หนักจัง...” แจจุงบ่นขึ้นพร้อมกับวางหนังสือเล่มโตลงบนโต๊ะทำงานของยุนโฮทันที
“อะไร...” แจจุงเหลือบมาเห็นลิ้นชักในโต๊ะทำงานของยุนโฮที่ปิดไม่สนิทอยู่อย่างนั้น มือเรียวกะว่าจะปิดลิ้นชักนั้นให้แต่แล้วความอยากรู้ก็เกิดขึ้นมาทันที
“ขอดูหน่อยนะฮะคุณป๋า” แจจุงพูดขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่ดึงลิ้นชักให้เปิดกว้างออกมาทันที
ปากอิ่มยิ้มขึ้นเมื่อเห็นอัลบั้มรูปวางอยู่ในนั้น แล้วแจจุงก็หยิบขึ้นมาดูทันที
“เอ๋....รูปเราทั้งนั้นเลยนี่นา”
“อิอิ....ดูสิคุณป๋าน่ารักจัง” แจจุงยิ้มขึ้นเมื่อเห็นรูปถ่ายของเขากับยุนโฮในสมัยที่เป็นเด็ก
“คุณป๋ายังเก็บรูปของเราเอาไว้อีกเหรอ” แจจุงนั่งลงที่เก้าอี้ทำงานของยุนโฮทันที พร้อมกับตาสีนิลที่หันไปเห็นสมุดหนังสีครีมที่วางอยู่ในลิ้นชักนั้น แล้วด้วยความอยากรู้แจจุงก็รีบหยิบขึ้นมา แล้วมือเรียวก็เปิดสมุดเล่มนั้นออกอ่านทันที
แจจุงพลิกไปที่หน้าแรกของสมุดเล่มนั้น ตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นกับข้อความที่เขียนเอาไว้....
My Diary...&.. My Lovely JAEJOONG
“คุณป๋า...” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาๆอย่างแปลกใจ และมือเรียวค่อยๆพลิกหน้าถัดไปออกอ่านทันที
วันแรกที่ได้เขียนไดอารี่เล่มนี่... ตื่นเต้นจัง....^___^
เขิลจังเลย....ที่อายุเท่านี้แล้วกลับมาทำอะไรแบบนี้ มันตลกดีนะที่ผมเพิ่งจะเริ่มเขียนไดอารี่เอาตอนอายุ 30 กว่าๆแบบนี้ อืม....จะบอกยังไงดีล่ะ เรื่องราวของผมที่เขียนบันทึกลงในสมุดเล่มนี้มันเป็นเรื่องราวความรักที่ผมมีต่อเจ้าเด็กคนนี้.....เจ้าตัวแสบของผม
“แจจุงของผมนะสิ....”
ผมไม่รู้ว่าผมเองจะมีโอกาสได้อยู่ใกล้แจจุงไปอีกนานแค่ไหน...เพราะ....
ผมอายุมากกว่าเขาตั้ง 17 ปีเชียวนะ อนาคตมันเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนเอาเสียแลย แต่ผมก็อยากจะทำให้ทุกๆวันที่เราได้อยู่ด้วยกันมันดีที่สุด อยากทำให้เรื่องราวของแจจุงและผมมีแค่สิ่งดีๆที่น่าจดจำมากที่สุด เพราะ...ผมคง...หึหึ...อายจังที่จะต้องบอกว่า...ผมหลงรักเจ้าเด็กตัวแสบคนนี้เข้าเสียแล้วล่ะ ^^
ทั้งที่แจจุงเพิ่งจะ 6 ขวบเองนะ มันตลกชะมัดเลยนะที่ผมกลับรักเขาเข้าได้ มันเป็นความรักของพ่อลูกใช่มั้ย มันเป็นความรักของพ่อที่รักลูกมากๆใช่หรือเปล่า ผมเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน เพราะเขากับผมก็เป็นแค่คนอุปการะและเด็กในอุปการะก็เท่านั้น ไม่ได้เป็นพ่อลูกจริงๆกันเสียหน่อย ผมเลยไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกของตัวเองมากนัก แต่ก็คงจะเป็นความรักของพ่อที่มีต่อลูกชายที่แสนซนและน่ารักอย่างนี้ล่ะมั้ง....
ผมไม่เคยเจอใคร ไม่สิ...ไม่เคยเจอเด็กคนไหนที่เป็นแบบแจุงเลยนะ แจจุงมีเสน่ห์มากๆ ตั้งแต่แรกเห็น อันที่จริงผมกับแจจุงเราเจอกันที่บ้านเด็กกำพร้าแบบนั้น ผมเองไม่ได้ประทับใจเจ้าตัวเล็กเอาเสียเลยนะ แจจุงดูจะช่างพูดมากกว่าเด็กทั่วไปเสียหน่อย จนผมเองยังแปลกใจกับท่าทางของเขาที่มัดใจแม่ผมเอาไว้ซะอยู่หมัดเลย แต่พอต้องมาอุปการะแจจุงเข้าจริงๆอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผมเองก็รู้สึกว่า... แจจงเป็นเด็กที่มีเสน่ห์ในตัวเองจริงๆ ใครๆที่ได้อยู่ใกล้ๆเขา ก็มักจะหลังรักเจ้าเด็กน้อยคนนี้ไปอย่างง่ายดายรวมทั้งผมด้วยล่ะ ^___^
ไดอารี่เล่มนี้ผมเริ่มเขียนมาก็ตั้งนานแล้วแต่ก็เขียนไม่หมดเล่มสักที มันน่าตลกนะที่เรามีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นกับทั้งผมและแจจุง เรื่องราวที่มีทั้งรอยยยิ้ม ความสุข และน้ำตา....
นี่ถ้าใครๆได้มาอ่านไดอารี่ที่ผมเขียนขึ้นนี้....เขาต้องว่าผมเป็นตาแก่โรคจิตหรือเปล่านะที่มานั่งบันทึกเรื่องราวของตัวเองกับลูกชายที่ไม่ใช่ลูกชายแท้ๆที่ผมออกจะรักและเป็นห่วงเขามากเสียจริงๆ
(แจจุงนั่งอึ้งอยู่กับสิ่งที่ได้อ่านนั้น มือเรียวปิดปากขึ้นมาอย่างไม่เชื่อสายตา แต่แล้วเขาก็เริ่มอ่านมันต่อไป)
14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ที่ไม่คิดจะลืม....
วันนี้เป็นวันที่ผมรับรู้ถึงความรู้สึกจริงๆของตัวเองมากขึ้น อืม...จะพูดได้ว่ารู้ใจตัวเองอย่างนั้นได้หรือเปล่านะ....แต่ตอบขอบคุณแจจุงที่ทำให้ผมรู้ว่าผมมีสิ่งที่ต้องดูแลมากขึ้นกว่าตัวเองและแม่ของผม
เจ้านี่....ช็อกโกแลตหน้าตาบูดเบี้ยวอันนี้กลับทำให้ผมรู้สึกตื้นตันแล้ว ....เอ่อ....ว้า ผมบรรยายมันออกมาไม่ถูกเลยล่ะ ความรู้สึกในตอนนี้มันดีใจเสียจนความรูสึกนั้นมันจุกขึ้นมาอยู่ที่คอเลย ไม่รู้ว่าจะหาคำพูดคำใดมาบรรยายสิ่งที่ผมกำลังรู้สึกอยู่ในตอนนี้ได้
แว๊บแรกที่ผมเปิดห่อของขวัญอันเล็กที่แจจุงส่งมาให้มัน...อึ้งและดีใจจนบอกไม่ถูกผมรู้สึกดีนะที่แจจุงมาทำอะไรที่ดูจะเกินตัวกว่าเด็ก 8 ขวบอย่างเขาไปเสียหน่อยกับของอย่างเจ้าช็อกโกแลตพวกนี้...
แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแย่ๆมากๆก็คือ... มือเล็กของแจจุงที่เป็นรอยแดงอยู่แบบนั้นและรอยบาดที่ผมอยากเจ็บแทนเสียเองด้วยซ้ำ ยิ่งเห็นรอยแดงมาหขึ้นเท่าไหร่ หัวใจของผมก็เจ็บมากขึ้นเท่านั้น มันเจ็บจริงๆนะ กับสิ่งที่ผมเคยคิดว่าจะปกป้องดูแลเจ้าตัวแสบของผมให้เขาไม่ต้องมาเจ็บตัวอยู่แบบนั้น แต่ก็ทำไม่ได้ แถมแจจุงยังไม่ยอมบอกผมเสียอีก เจ้าตัวแสบน๊า...ไม่รู้จะกลัวอะไร ถ้าผมไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองมากไปนักล่ะก็...ผมรู้สึกว่าแจจุงคงจะรักผมมากเช่นกัน...
วันนี้ผมมีความสุขจังเลยล่ะ มันน่าแปลกที่แค่สิ่งเล็กน้อยๆที่แจจุงทำให้ มันกลับดูมีค่ามากมายสำหรับผมมากจริงๆ
“แจจุงครับ....คุณป๋าคนนี้จะจดจำความรู้สึกดีๆแบบนี้ไว้ในส่วนลึกของจิตใจที่ไม่มีวันจะลบเลือนความรู้สึกดีๆที่แจจุงมีให้คุณป๋าได้เลยล่ะนะ^^”
ร่างบางนั่งร้องไห้ขึ้น เมื่ออ่านไดอารี่ของยุนโฮมาถึงตอนนี้....
เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณป๋าเขียนอะไรแบบนี้เอาไว้ด้วย
ไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณป๋ารักเขามากมายขนาดนี้....
ไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณป๋าเป็นคนอ่อนโยนและละเอียดอ่อนมากถึงขนาดนี้เลยนะ
นี่ถ้าเขาไม่เข้ามาในห้องทำงานของคุณป๋าก็คงจะไม่รู้ถึงความรู้สึกของคุณป่าเมื่อครั้งที่เขายังเด็กเลยสินะ
วันที่ต้องจากกัน...
เฮ้อ....วันนี้ผมถอนหายใจยาวๆแบบนี้ออกมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ผมไม่อยากไปญี่ปุ่นเลยให้ตายเถอะ ผมไม่อยากจากแจจุงไปเลย ผมอยากกอดเขาไว้ให้นานกว่านี่จัง อยากอยู่ด้วยกันให้นานกว่านี้... อยากนอนกอดกันให้นานกว่านี่ อยากสัมผัสกับเด็กตัวเล็กที่เริ่มโตขึ้นให้มากกว่านี่ ก่อนที่ผมจะต้องบินในสายวันนี้เสียแล้ว
ตอนนี้ผมนอนกอดเขาอยู่ก็จริง แต่... นี่มันเป็นคืนสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ด้วยกันที่เกาหลี กว่าผมจะได้กอดแจจุงอีกทีก็คงอีกปีนึงล่ะมั้ง กำหนดการทำงานของบริษัทผมได้วางเอาไว้แล้ว คิวงานแน่นเอี๊ยดเลย นี่ผมยังไม่ได้บอกแจจุงไว้เลยนะว่าผมคงไม่ได้กลับมาเกาหลีตลอด 1 ปีที่ต้องบินไปทำงานที่ญี่ปุ่น
หึหึ...ถ้าผมบอกแจจุงไปนะเหรอ...ร้อยทั้งร้อยแจจุงต้องร้องไห้งอแงมากกว่านี้แน่นอน แล้วเมื่อถึงตอนนั้นผมคงไม่มีกะจิตกะใจทำงานเป็นแน่ อย่างว่าแต่ทำงานเลย... ผมเองคงไม่มีแรงที่จะปล่อยมือนุ่มๆของเจ้าตัวแสบของผมไปได้หรอกนะ .....
ก็ดูแจจุงตอนนี้สิ ใบหน้าหวานๆที่เริ่มโตขึ้นและเริ่มเปลี่ยนไปทีล่ะน้อยแบบนี้ การที่ผมได้อยู่ที่นี่ในตอนนี้ การที่เขาอ้อนขอมานอนกับผมในคืนนี้มันเป็นสิ่งที่ผมไม่รู้ว่าจะดีใจมากมายกว่านี้ได้ยังไง แจจุงคงอยากอยู่กับผมล่ะมั้ง เราไม่เคยได้ห่างกันเลยนี่นา นึกแล้วก็น่าใจหายเอาเสียมากๆเลยล่ะ แต่ทำยังไงได้ล่ะที่ผมต้องไปทำงานแบบนั้นก็เพื่อ.... “เรา” ... ผมใช่คำถูกหรือเปล่าน๊า...
....“เรา” ....ผมกับแจจุงนะ ผมอาจจะคิดไปเองคนเดียวก็ได้ว่า...แจจุงคงจะรักผมมากๆเช่นกัน หึหึ...แต่คิดแบบบนี้ก็ดีไปอย่างนะ เพราะอย่างน้อยผมเองก็จะได้มีแรงที่จะทำอะไรหลายๆอย่างเพื่อเขาต่อไปไง...
ข้อความของแจจุงที่มักจะส่งมาหาผมเสมอๆ เมื่อตอนที่ผมอยู่ที่ญี่ปุ่น
“คุณป๋ากินข้าวหรือยัง....แจจุงกำลังจะไปกินข้าวที่โรงอาหารนะ
คุณป๋าอย่าลืมทานข้าวล่ะ เดี๋ยวเป็นโรคกระเพาะนะ
แจจุงเป็นห่วงนะครับ ^^”
“คุณป๋าเป็นยังไงบ้าง.... วันนี้อากาศที่โซลหนาวมากๆเลยนะ นี่แจจุงกำลังจะนอนแล้วล่ะ
แต่....ว้า...อยากกอดคุณป๋าจังเลย ถ้าคุณป๋ามานอนข้างๆแจจุง แจจุงคงจะอุ่นมากกว่านี้นะ
แจจุงนอนกอดเจ้าช้างกับเจ้าหมีมันไม่อุ่นเท่ากอดคุณป๋าเลยอ่ะ
อยากกอดคุณป๋าจัง.... อ้อ...คุณป๋าเข้านอนแล้วห่มผ้าด้วยนะครับ^0^”
“วันนี้มีงานกีฬาสีล่ะครับ แจจุงต้องวิ่งไปวิ่งมาช่วยพี่ๆเขาทั้งวันเลย ...
แล้วก็... แฮะ...แฮะ... แจจุงหกล้มด้วยล่ะ หุหุ เจ็บชะมัดเลย เป็นแผลที่หัวเข่าด้วย ...
แจจุงซุ่มซ่ามอีกแล้วเน๊อะ แก้ไม่หายสักที... ว้า...เห็นแผลอย่างนี้แล้วก็อยากให้คุณป๋ามาอยู่ที่นี่ด้วยจัง...
ป่านนี้คุณป๋าคงจะใส่ยาให้แจจุงแล้วล่ะนะ อยากให้คุณป๋ามาทำแผลให้จังเลย...
นี่แจจุงนั่งทำแผลอยู่คนเดียวอ่ะ คิดถึงคุณป๋าจัง....พูดแล้ว...น้ำตาก็พาลจะไหลลงมาT^T ...
ไม่เอาแล้ว....แจจุงลงไปหานายแม่ดีกว่า คุณป๋ารักษาสุขภาพด้วยนะฮะ แจจุงเป็นห่วง^___^
“นี่ใกล้วันที่คุณป๋าจะกลับมาแล้วใช่มั้ยครับ เฮ้อ...อยากให้คุณป๋ากลับมาเร็วๆจังเลย นี่แจจุงนับวันรอเลยนะ ว้า...อีกแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้นเอง แต่ก็ทรมานจังที่ต้องนับเวลารออยู่แบบนี้...
คุณป๋าฮะ... แจจุงคิดถึงคุณป๋าจนจะทนไม่ๆไหวแล้วนะ ไม่ได้เห็นหน้าคุณป๋าเลย...
คุณป๋าจะเป็นยังไงบ้างน๊า ....อยากเจอจังเลย...
รอ...รอ..รอ...แจจุงรอวันที่คุณป๋าจะกลับมาโซลอยู่นะครับ เดินทางดีนะครับ^^
(“นี่คุณป๋าเก็บข้อความที่เราส่งไปหาคุณป๋าด้วยงั้นเหรอ” มือเรียวลูบลงบนแผ่นกระดาษปริ๊นที่พิมพ์ออกมาจากอีเมลล์ที่เขาส่งมาให้คุณป๋าเวลาที่คุยกันทางเมลล์ น่าดีใจจังเลยที่คุณป๋าตัดข้อความของเขาเก็บเอาไว้แบบนี้ด้วย)
++++++++ คุณป๋าที่รัก ++++++++
วันที่เราได้พบกันหลังจาก 1 ปีที่ทรทาน.....จากการคิดถึงที่แทบจะทนไม่ไหวอีกแล้ว....
คุณรู้มั้ยครับ ว่าแว๊บแรกที่ผมได้เห็นแจจุง ทำเอาผมอึ้งไปเลยนะ ผมไม่คิดว่าแจจุงจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ ระยะเวลา 1 ปีที่เราไม่ได้เจอกัน ผมเองไม่ยอมส่งรูปไปให้แจจุงดูเลยสักใบ และแจจุงเองก็งอนผมเลยไม่ยอมส่งรูปของแจจุงมาให้ผมดูเลยด้วย...
แต่ก็ตลกดีที่ว่าเรายังคุยกันทุกวัน ซึ่งค่าโทรศัพท์ระหว่างประเทศก็ใช่ว่าจะถูกๆเสียเมื่อไหร่ แต่การคุยกันทุกวันนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้ผมหายคิดถึงเจ้าตัวแสบเลยสักนิดเดียว ยิ่งได้คุยกันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งคิดถึงมากขึ้นเท่านั้น ตลอดเวลาที่ผมอยู่ที่ญี่ปุ่นผมเองเฝ้าแต่นับวันรอ.... รอเวลาที่จะได้กลับมาหาแจจุงอีกครั้ง
มันทรมานมากเลยนะ ที่ได้ยินแต่เสียงแต่ไม่ได้เห็นหน้ากันและที่สำคัญเราไม่ได้กอดกันเลย ผมอยากกอดแจจุงเหลือเกิน ผมพูดได้ไม่อายปากเลยนะว่าผมคิดถึงอ้อมกอดของเจ้าตัวแสบของผมจริงๆ ถึงแจจุงจะตัวเล็กแค่นั้นแต่เวลาที่ผมได้กอดเจ้าตัวแสบแล้ว...ผมกลับรู้สึกอบอุ่นขึ้นที่หัวใจเป็นอย่างมากเลยนะ.....
ที่ผมบอกว่าแจจุงเปลี่ยนไป ก็ดูสิ...รูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่เหลือเค้าของเจ้าตัวแสบของผมในสมัยเด็กๆเลย แจจุงโตเป็นหนุ่มน้อยร่างบางที่น่ารักและน่าหลงไหลในเวลาเดียวกัน และแล้วเราก็ได้กอดกันจริงๆเสียที...
ว้าว...แค่มืออุ่นๆที่แจจุงกอดลงที่เอวผม ผมเองก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านขึ้นมาในตัวผม ผมไม่ได้เว่อร์นะ แต่ทุกประสาทสัมผัสในร่างกายมันกลับรับรู้ถึงสัมผัสที่โหยหาแต่แจจุงเพียงคนเดียวเท่านั้น กลิ่นหอมๆของเจ้าตัวเล็กที่ลอยมาเข้าจมูกผมกลับทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น มือของผมกอดกระชับร่างบางๆของแจจุงเข้ามาให้แน่นขึ้น อยากจะกอดให้แน่นกว่านี้ถ้าไม่กลัวแจจุงจะกระดูกแตกไปเสียก่อน กอดแล้วก็ไม่อยากปล่อยมือไปเลย มันเป็นความณรู้สึกที่ดีจริงๆ
ผมได้มองเขาเต็มตาอีกครั้ง แจจุงอุส่าห์เข้ามาหาผมที่ห้อง มาอ้อนผมอย่างที่เคยทำ มากอดผมอย่างที่เคยเป็น ผมดีใจนะที่เวลาใน 1 ปีที่เราห่างกันกลับไม่ได้ทำให้ช่องว่างของผมกับแจจุงมันมีมากขึ้นเลยสักนิด แต่ในทางกลับกันช่องว่างนั้นมันกลับแค่บลงมาเสียด้วยซ้ำ...
อาจจะเป็นเพราะสิ่งที่โหยหากันมานานนั่นเอง เลยทำให้เราอยากอยู่ด้วยกันมากขึ้นและรู้สึกดีเอาเสียมากๆที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ค่ำคืนนั้นเรานอนกอดกันเอาไว้ทั้งคืน แจจุงเซ้าซี้ให้ผมเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ฟังจนเขาเองนั้นแหละที่ทนกับความง่วงไม่ไหวแล้วก็หลับไปเสียก่อน
มือของผมได้กอดแจจุงเอาไว้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกแตกต่างจากเมื่อปีที่ผ่านมาจริงๆ ความรู้สึกในตอนนี้มันมีอะไรมากกว่านั้น มันเกินกว่าที่ควรจะเป็นหรือเปล่านะ ความรู้สึกของผมที่มีต่อเขามันมากเกินไปมั้ย...
“คุณป๋าขอโทษนะครับแจจุง....ที่รู้สึกกับแจจุงเกินเลยไป แต่...คุณป๋าเองก็ห้ามใจไม่ให้รู้สึกดีๆแบบนั้นกับแจจุงไม่ได้จริงๆ”
วันงานเดินแบบ...ที่...เฮ้อ...เหนื่อยจัง
“ผมเหนื่อยจัง... ไม่ได้วิ่งไกลๆแบบนี้มานานแล้ว หรือผมแก่แล้วนะ 55+ แต่ก็ยังไม่แก่มากสักหน่อยนี่นา... ผมตัดสินใจให้เยซองจอดรถและรีบวิ่งมาเหมือนคนบ้าเลย ผมรู้อย่างเดียวว่าผมต้องไปให้ทันแจจุงขึ้นเดินแบบ
เหนื่อย...เหนื่อยมากๆเลย...แต่ก็ต้องวิ่งไปให้เร็วที่สุด.... ในใจของผมนะเหรอ คิดอยู่อย่างเดียว กังวลอยู่อย่างเดียว กลัวแจจุงจะโกรธ กลัวแจจุงจะงอน กลัวแจจุงจะไม่เข้าใจว่าผมติดงานด่วนจริงๆ
กลัวแจจุงจะคิดว่าผมไม่ให้ความสำคัญกับเขา...เฮ้อ...มันกลัวไปหมดเลยนะ...
แต่แล้ว...ในที่สุดผมก็วิ่งมาถึงที่นี่จนได้สิน่า โอ๊ย!!... เหนื่อย... เหนื่อยมากเลยนะ!! ถ้าใครได้เห็นผมตอนนี้ล่ะก็...คงจะหัวเราะเยาะผมแน่ๆ ก็สภาพหมีแก่ตัวโตยืนหอบอยู่หน้างงานเดินแฟชั่นโชว์นะสิ ....
แต่ยังดีนะที่เขาเพิ่งจะเริ่มเดินแบบกัน
อ้อ...รู้แล้ว่าจะทำให้แจจุงหายโกรธผมได้ยังไง... ก็นั่นไง ร้านขายดอกไม้ที่อยู่ใกล้ๆ หุหุ ทำเซอร์ไพรส์เจ้าตัวแสบเสียหน่อยดีกว่า^0^
วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขและหัวใจผมมันพองโตจนแทบจะระเบิดออกมาเลยนะ มือเรียวที่ผมได้กุมมือเดินอยู่ที่ริมแม่น้ำฮับกับร่างบางของเจ้าตัวแสบที่ดูจะอ้อนผมเป็นพิเศษ
เฮ้อ...อยากตะโกนออกมาดังว่า ผมมีความสุขที่สุดเลย!!....
แล้วผมก็เผลอพูดอะไรออกไปนะ.... น่าอายจัง >///<
“ถ้าคุณป๋าอยากกอดแจจุงเอาไว้ตลอดไปเลยจะได้มั้ยครับ”
ผมพูดไปได้ยังไงนะ ทำไมผมปล่อยใจไปมากแบบนี้ล่ะ แจจุงจะว่าอะไรมั้ย จะรู้สึกแย่หรือเปล่า...ถ้าเขารู้ว่าผมเองรักเขาเกินกว่าเส้นกั้นนั่นเสียแล้ว แต่....มือเรียวที่กอดผมเอาไว้แล้วใบหน้าสวยที่ซบลงกับหน้าอกของผมมันยิ่งทำให้ผมคิดเข้าข้างตัวเองไปเสียยกใหญ่เลยก็ว่าได้นะ....ว่าแจจุงก็คงรู้สึกดีๆไม่ต่างไปจากผมเหมือนกัน เพียงแค่รออีกสักหน่อยก็เท่านั้น รอแค่ให้ผมแน่ใจอีกสักหน่อยว่าแจจุงเองก็รักผมเกินกว่าเส้นกั้นนั้นเหมือนกัน.....แล้วผมจะพูดความในใจของผมให้เขาได้รับรู้นะ
วันที่เราทะเลาะกันและการเสียน้ำตาครั้งใหญ่ของแจจุง...
ผมนี่มันไม่ได้เรื่องเลยนะ มาทำให้แจจุงร้องไห้เสียยกใหญ่แบบนี้.... ก็ไอ้อารมณ์หึงบ้าหึงบอของผมนะสิ ที่ทำให้แจจุงร้องไห้ออกมาเสียมากมายขนาดนั้น ผมเจ็บใจตัวเอง เจ็บใจที่ตัวเองเป็นคนทำให้แจจุงร้องไห้ออกมาแทนที่จะเป็นคนเช็ดน้ำตาให้แจจุงเหมือนทุกครั้ง
แค่ผมเห็นรุ่นพี่ของแจจุงมาส่งที่บ้านในวันนี้....ความรู้สึกที่ผมเก็บกั้นเอาไว้นั้นมันก็ขาดผึงออกมาทันที ผมบ้าไปแล้วแน่ๆเลยที่พูกกับแจจุงไปด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาไปแบบนั้น
“ไอ้ยุนโฮแกบ้าแน่ๆ” ผมอยากจะต่อยตัวเองให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ผมทนไม่ได้กับน้ำตาของแจจุงที่ไหลลงมาชุ่มหลังผมอยู่แบบนั้น ผมจึงเลือกที่จะเดินหนีไปแต่แจจุงสิกลับรั้งผมเอาไว้ด้วยมือเล็กๆของเขา ยิ่งรั้งผมก็ยิ่งเจ็บและสุดท้ายก็คงเป็นผมเองนั่นแหละที่ระเบิดความรู้สึกที่ผมเก็บเอาไว้ ...ความรู้สึกรักเขาคนนี้มากๆเสียจนถึงเวลาแล้วสินะที่ต้องบอกออกไป....
แต่พอผมพูดออกไปแล้ว ดูสีหน้าแจจุงตอนนี้สิ... สีหน้าอึ้งๆแบบนั้น ทำเอาหัวใจของผมมันร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเลย ใจหายวาบขึ้นมาทันที....
แต่แล้วสิ่งที่ผมไม่คาดคิดมาก่อนก็เกิดขึ้น ถ้อยคำที่เหมือนจะตัดพ้อออกมาจากปากอิ่มคู่สวยของแจจุงทันที ถ้อยคำที่พร่ำบอกถึงความรู้สึกของแจจุงที่ไม่ต่างจากผมนัก...
ว้าว....ความรู้สึกนี้มันดีจริงๆ ดีเสียมากมายเลยนะ “ผมรักแจจุงจัง” รักที่แจจุงขี้อ้อน...ขี้งอนและดูจะเอาแต่ใจบ้างเมื่ออยู่กับผม แต่แจจุงก็เลือกที่จะเปิดความรู้สึกที่เก็บเอาไว้ในใจออกมาให้ผมได้รับรู้และมันก็น่าดีใจเสียมากๆที่ผมและแจจุง.....เรารู้สึกเหมือนกัน....
ว้าว...โล่งใจ...โล่งอก สบายใจมากมายอย่างบอกไม่ถูกเลย ดีจัง...ความรู้สึกตอนนี้มันดีมากๆเลยล่ะ ...^___^
“คุณป๋า....” เสียงหวานร้องขึ้น มือเรียวยกเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าสวยของตนอย่างลวกๆ เมื่อได้ยินเสียงรถคันใหญ่ของยุนโฮแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านทันที ขาเรียวรีบวิ่งออกจากห้องทำงานลงไปหาคนตัวโตที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านทันที โดยที่มือเรียวก็ยังถือไดอารี่เล่มเล็กของยุนโฮลงไปด้วยเช่นกัน
“คุณป๋า!!....”
หมับ!!
“ฮือ..ฮือ..” ใบหน้าสวยซบหน้าลงกับอกแกร่งของยุนโฮทันที ร่างสูงแปลกใจเป็นอย่างมากกับท่าทางของแจจุงในวันนี้
“แจจุงเป็นอะไรครับ...ร้องไห้ทำไมบอกคุณป๋าสิ...” ยุนโฮก้มลงมาถามอย่างร้อนใจ
“อือ..ฮือ....คุณป๋า... แจจุงกอดเอวหนาเอาไว้อยู่อย่างนั้น
“แจจุงครับ...” ยุนโฮไม่รู้จะทำยังไงเลยได้แต่กอดตอบร่างบางกลับไปทันที
“คุณป๋าใจร้าย...คุณป๋าใจร้ายมากเลยนะ” แจจุงตัดพ้อขึ้นมา
“ใจร้าย...ใจร้ายเรื่องอะไรล่ะครับ” ยุนโฮก้มลงมาถามอย่างสงสัย
“ก็เรื่องนี่ไง...” แจจุงยกไดอารี่ขึ้นมาให้ยุนโฮดูทันที
“แจจุง!!” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างตกใจ ตาสีน้ำตาลจ้องมองใบหน้าหวานทันที
“แจจุงไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะว่าคุณป๋าเขียนเรื่องของเราและความรู้สึกของคุณป๋าเอาไว้ คุณป๋าใจร้ายมากๆที่ไม่เคยบอกกันเลย ดีนะที่เราเป็นคนรักกันแล้ว ถ้าแจจุงไม่ได้เป็นคนรักของคุณป๋า แจจุงคงจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆเลย” แจจุงตักพ้อขึ้น
ปากหยักยิ้มมาให้คนตัวเล็กกทันที
“ขอโทษครับ แต่ตอนนี้เราก็เป็นคนรักกันแล้วนี่นา” ยุนโฮบอก
“ไม่รู้ล่ะ... อีกครึ่งเล่มที่เหลือแจจุงจะเขียนความรู้สึกของแจจุงลงไปด้วย ไดอารี่เล่มนี้มันถึงจะสมบูรณ์” แจจุงพูดขึ้นพลางเงยหน้าขึ้นมามองยุนโฮทันที
“ได้สิครับ...” ยุนโฮยิ้มขึ้นพร้อมกับจูบลงที่หน้าผากมนไปเบาๆ
“คราวหลังมีอะไรทำไมไม่บอกกับแจจุงตรงๆล่ะ คุณป๋ามาเขียนระบายลงในไดอารี่แบบนี้แล้วแจจุงจะรู้ถึงความรู้สึกของคุณป๋ามั้ย” เสียงหวานถามขึ้น
“ก็...ตอนนั้นมันกลัวนี่นา แต่ตอนนี้ไม่กลัวแล้วเพราะคุณป๋ามีแจจุงเป็นคนรักมานานแล้วนี่เน๊อะ” ยุนโฮบอกมือหนาลูบลงที่แก้มเนียนไปเบาๆ
“ใช่สิ...ตอนนี้ถ้ามีอะไร....รู้สึกอะไรแล้วไม่บอกแจจุงนะ แจจุงจะตีให้เลยนี่แหน่ะ” แจจุงแกล้งตีลงที่แขนแกร่งไปเบาๆ
“โอ๊ย!!...เจ็บนะ...” ยุนโฮร้องขึ้นมาทันที
“เจ็บเหรอ... แจจุงแค่ตีเบาๆเองนะ” แจจุงรีบลูบลงที่แขนแกร่งทันที ใบหน้าสวยจ๋อยลงเล็กน้อย
“หึหึ...งั้นต้องทำโทษที่มาทำร้ายร่างกายคุณป๋านะครับ” ยุนโฮยิ้มขึ้นอยางเจ้าเล่ห์ก่อนจะโน้มใบหน้าคมลงมาจูบที่ปากอิ่มเข้าทันที
“ขี้โกงนี่นา...” แจจุงก้มหน้าอายลงเมื่อยุนโฮละริมฝีปากออกมาแล้ว
“ก็มีเจ้าตัวแสบมาดื้อใส่ก่อนนี่ครับ” ยุนโฮบอก
“ไม่ใช่เจ้าตัวแสบแล้วนะโตเป็นหนุ่มแล้วด้วย”
“ถึงโตยังไง...แจจุงก็ยังเป็นเจ้าตัวแสบที่น่ารักของคุณป๋าอยู่ดีนั่นแหละ^^” ยุนโฮยิ้มขึ้นพร้อมทั้งกอดร่างบางเอาไว้เบาๆ
“เฮ้อ...เป็นเจ้าตัวแสบก็ได้ แต่แจจุงก็จะเป็นเจ้าตัวแสบให้คนป๋าคนเดียวนะ” ใบหน้าสวยซบลงที่อกแกร่งทันที ความรู้สึกอบอุ่นที่ไม่เคยจางหายกลับถูกถ่ายทอดมาให้กันและกันอีกครั้ง
“แจจุงครับ... พรุ่งนี้ว่างมั้ย” ยุนโฮถามขึ้นทันทีเมื่อนั่งทานข้าวเช้ากันอยู่
“คุณป๋ามีอะไรหรือครับ” แจุงถามึ้นมือเรียวยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มทันที
“ถ้าแจจุงว่าง... เราไปเดทกันนะ” ยุนโฮบอกขึ้นมาทันที
“พรวด!!” แจจุงสำลักน้ำขึ้น
“แค่ก..แค่ก...” ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมอยู่อย่างไม่ค่อยเชื่อกับสิ่งที่ได้ยินนัก
“แจจุงเป็นอะไรมากมั้ยครับ” ยุนโฮรีบเช็ดปากอิ่มให้ทันที
“คุณ...ป๋า...ชวนแจุจงไปเดทเหรอ!!”แ จจุงถามขึ้นมาอย่างแปลกใจ
“ใช่นะสิ เราคบกันมาตั้งนานแล้ว ยังไม่ได้ไปเดทเลยนะ” ยุนโฮพูดขึ้นพลางจับมือเรียวเอาไว้หลวมๆ
“เดท... อ่ะนะ” แจจุงยิ้มขึ้นอย่างดีใจ
เขาไม่คิดว่าคุณป๋าจะชวนเขาเลยนะ ไม่คิดว่าคุณป๋าจะคิดถึงเรื่องนี้ด้วย อาจจะเป็นเพราะเขากับคุณป๋าอายุห่างกันมาก เขาเลยไม่คิดจะชวนคุณป๋าเดทด้วยล่ะ แต่คุณป๋าชวนเขามาแบบนี้ก็น่าดีใจเป็นที่สุดเลยล่ะ^___^
“งั้นตกลงพรุ่งนี้เราไปเดทกันนะครับ” ยุนโฮยิ้มกว้างมาให้แจจุงทันที
“ฮะ....^0^”
“ว้า...เอาชุดไหนดีน๊า...” แจจุงรื้อตู้เสื้อผ้าอยู่อย่างนั้น ใบหน้าหวานมุ้ยขึ้นมาอย่างขัดใจ เขาเลือกชุดที่จะใส่ไปเดทกับคุณป๋าไม่ได้สักที
“ชุดไหนดีล่ะ คุณป๋าะชอบชุดนี้มั้ย... ไม่เอาๆ เด็กไป...หรือชุดนี้ดี... ไม่เอาๆ ดูทางการไป”
“เฮ้อ...ชุดไหนดีล่ะ” แจจุงนั่งถอนใจยาวๆออกมาทันที ไหนๆก็เป็นเดทครั้งแรกของเขากับคุณป๋าในฐานะคนรักกันทันทีก็อยากแต่งตัวสวยๆสักหน่อย
“เออ...น้าซองมิน^^” แจจุงยิ้มขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าซองมินมีร้านเสื้ออยู่นี่นา ว่าแล้วแจจุงวก็รีบออกจากบ้านเพื่อไปยังร้านเสื้อของซองมินทันที
“เฮ้อ... เฮ้อ...” แจจุงนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงใหญของเขา วันนี้อุส่าห์ขอมานอนคนเดียวเพราะเดี๋ยวจะได้ตื่นแต่เช้ามาแต่งตัว
“ทำไงดีล่ะ นอนไม่หลับอ่ะตื่นเต้นจัง” แจจุงหน้ามุ้ยขึ้นพร้อมกับนอนพลิกไปพลิกมาอยู่นั้นแหละ
“คุณป๋าจะตื่นเต้นเหมือนเรามั้ยนะ” แจจุงพึมพำขึ้นมาเบาๆ
“เฮ้อ..... เอ้ย!!... แกนอนสักทีสิวะยุนโฮ นี่แกอายุมากแล้วนะจะมาตื่นเต้นอะไรกับเดทแรกว่ะ!!” ยุนโฮพูดขึ้นกับตัวเองเมื่อนอนอยู่บนเตียงของเขา สายตาคมจ้องมองเพดานห้องอยู่อย่างนั้น
“โอ๊ย!! ทำไมต้องตื่นเต้นด้วยนะ ก็เหมือนกับไปเที่ยวกันธรรมดานั่นแหละ” ยุนโฮพึมพำขึ้นอีกครั้ง
เขาพาแจจุงออกไปเที่ยวมาตั้งหลายครั้งนับตั้งแต่บอกว่าคบกัน แต่พอวันนี้มาบอกว่าพรุ่งนี้จะนัดไปเดท เขาเองกลับตื่นเต้นขึ้นมาซะงั้นเลย แล้วคืนนี้จะนอนหลับมั้ยล่ะนี่ ยุนโฮยังนอนพลิกไปพลิกมาอีกเช่นเดิม
“เราดูดีหรือยังน๊า...” แจจุงยืนอยู่ที่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำพร้อมกับหันไปหันมาเพื่อสำรวจตัวเองอีกครั้ง “ตื่นเต้นจังเลย”
“แจจุงครับเสร็จหรือยัง” ยุนโฮเรีนกขึ้นมาทีนที
“เสร็จแล้วฮะ...” เสียงหวานเอ่ยบอกออกไปก่อนจะมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง
“แจจุง!!” ยุนโฮยืนอึ้งไปเล็กน้อย เมื่อเห็นร่างบางเปิดประตูห้องออกมา ตาสีน้ำตาลจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับร่างบางที่อยู่ในชุดเสื้อคอเต่าแขนกุดสีชมพูอ่อนที่น่ารัก
“ทำไมวันนี้แจจุงน่ารักแบบนี้นะ” ยุนโฮยังยืนมองร่างบางอยู่จนลืมตัว
“คุณป๋า!!” แจจุงเรียกยุนโฮขึ้นอย่างเขินๆ ก็ดูสิ...คุณป๋ามาจ้องเขาแบบนี้ได้ยังไง อายนะจะบอกให้ >///<
“เอ่อ...ขอโทษครับ” ยุนโฮยกมือหนาขึ้นมาเกาท้ายทอยอย่างเขินๆ
“เรา...ไปกันเลยดีมั้ย” ยุนโฮพูดขึ้นพร้อมกับยื่นมือหนามาให้แจจุงจับทันที
“ครับ...” แจจุงยิ้มขึ้นพร้อมกับวางมือเรียวบนมือหนาของยุนโฮแล้วพาเดินลงไปข้างล่างพร้อมกัน
“ว้าว!!...คุณป๋าพามาที่นี่เหรอ!!” แจจุงยิ้มกว้างขึ้นเมื่อยุนโฮพาเขามาเดทที่สวนสนุกแห่งนี้
“อืม...แจจุงอยากมาไม่ใช่เหรอ เห็นบ่นๆอยู่ว่ายังไม่ได้มาเลย” ยุนโฮหันมาบอก
“ฮะ...” แจุงกอดแขนแกร่งเข้าทันทีพร้อมกับเดินเข้าไปยังสวนสนุกพร้อมกัน
“คนมองใหญ่เลย... เขาคงนึกว่าคุณป๋าพาลูกมาเที่ยวแน่ๆ” ยุนโฮก้มลงมาบอกอย่างเขินๆ
“ชิ...ช่างเขาสิฮะ คุณป๋ายังไม่แก่สักหน่อย คุณป่ษหล่อออก” แจจุงยิ้มกว้างมาให้ยุนโฮทันที
“เรานี่...” ยุนโฮขยี้ผมสีทองเบาๆอย่างเอ็นดู
“เราเป็นคู่รักกันต่างหาก” แจจุงเขย่งปลายเท้าขึ้นมาจุ๊บลงที่แก้มกร้านของยุนโฮทันที
“ครับ...” ยุนโฮยิ้มขึ้นพร้อมกับจับมือเรียวเพื่อพาเดินเที่ยวไปรอบๆสวนสนุกทันที
“วันนี้สนุกมากเลยนะฮะคุณป๋า” แจจุงหันมาบอกเมื่อเดินอกมาจากสวนสนุกพร้อมยุนโฮในตอนเย็น เขากับคุณป๋าเล่นเครื่องเล่นกันสนุกไปเลยล่ะ
“ครับ.... คุณป๋าก็สนุกเหมือนกัน ไม่ได้ทำอะไรอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว” ยุนโฮหันมายิ้มให้ทันที
“แล้วเราจะกลับกันเลยใช่มั้ยฮะ” แจจุงหันมาถาม
ยุนโฮยิ้มขึ้นแต่ไม่ได้บอกอะไร กลับพาร่างบางเดินไปที่รถทันที
“เราจะไปไหนกันต่อล่ะฮะ” แจจุงถามขึ้นมาเมื่อเห็นรถคันใหญ่แล่นมาในถนนสายหลักของกรุงโซลอยู่อย่างนั้น
“เดี๋ยวก็รู้...” ยุนโฮหันมายิ้มให้ทันที มือหนากุมมือแจจุงอยู่อย่างนั้น แต่ใบหน้าสวยกลับมุ้ยลงอย่างสงสัยแต่ก็ยังนั่งนิ่งรอคอยต่อไป
++++++++ คุณป๋าที่รัก ++++++++
“เอ๊ะ!!..มะ...มาที่นี่เหรอ!!” แจจุงร้องขึ้นเมื่อรถคันใหญ่แล่นมาจอดลงที่หน้าตึกโซลทาวเวอร์แห่งนี้ ตึกที่สูงที่สุดในโซล
“มาสิครับ..”ยุนโฮยื่มมาจับมือแจจุงแล้วพาก้าวลงจากรถไปด้วยกัน ร่างสูงเดินนำแจจุงเข้ามาในตึกพร้อมทั้งเดินตรงไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นสูงสุดทันที
“ที่นี่มันหรูจังนะฮะ” แจจุงหันมาบอกขณะที่เดินตามยุนโฮไปเรื่อยๆ
ยุนโฮหันมายิ้มให้แต่ไม่ได้พูดอะไร มือหนาจูงมือเรียวเดินตามเขามาอยู่อย่างนั้น
ขายาวเดินมาหยุดที่หน้าห้องๆหนึ่งทันที พนักงานต้อนรับส่งยิ้มให้แขกทั้งสองก่อนจะเปิดประตูห้องนั้นออก แล้วยุนโฮก็พาแจจุงเดินเข้าไปในห้องนั้นทันที
“ว้าว!!...” ตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นเมื่อจ้องมองภายในห้องที่เพิ่งเดินเข้ามา ปากอิ่มยิ้มขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตานัก แจจุงหันมามองใบหน้าคมอย่างอึ้งๆทันที
“คุณป๋า” แจจุงมองไปรอบๆห้องนั้น
ห้องที่เต็มไปด้วยกระจกใสที่มองเห็นบรรยากาศของกรุงโซลยามค่ำคืนที่สวยงาม ห้องที่จัดเอาไว้เฉพาะคู่รักที่มานั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศที่แสนจะโรแมตติกแบบนี้ แสงไฟที่เปิดขึ้นจากตึกสูงนับสิบในยามค่ำคืนช่างส่องสว่างขึ้นเมื่อดวงดาวที่ประดับอยู่บนท้องฟ้าแห่งราตรีที่สวยงาม วิวของกรุงโซลจากตึกสูงแห่งนี้กลับทำให้หัวใจของแจจุงรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด และบรรยากาศที่อบอุ่นที่อยู่ใกล้ตัวเขาอีกล่ะ มันเป็นความรู้สึกที่บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เสียจริงๆ
“ชอบมั้ยครับ” ยุนโฮกอดเข้าที่ด้านหลังของแจจุง ใบหน้าคมเกยไหล่เล็กที่ยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น สายตาคมลอบมองใบหน้าสวยที่ดูจะชอบบรรยากาศนี้เป็นพิเศษ เรียวปากอิ่มที่ชวนมองอมยิ้มบางๆขึ้น แค่เห็นรอยยิ้มของแจจุงในแบบนี้เขาก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว
“ชอบสิอะ...ชอบมากๆเลย” แจจุงหันมายิ้มให้ยุนโฮทันที มือเรียวจับลงที่แก้มกร้านของยุนโฮเบาๆ พร้อมทั้งลูบไล้ไปมาอย่างเบามือ
“คุณป๋าโรแมนติกจัง” แจจุงพูดขึ้นมาเบาๆ
คุณป๋ามาทำอะไรแบบนี้ให้เขางั้นเหรอ น่าปลื้มใจจังเลย ไม่คิดว่าหมีแก่ที่อาคยูเรียก คนที่ชอบทำแต่งานและคุณป๋าที่มักจะดูเป็นชายหนุ่มที่ธรรมดาๆคนนี้จะมาทำอะไรโรแมนติกแบบนี้ก็เป็นด้วย
“เรามาดินเนอร์กันดีกว่านะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียหมด” ยุนโฮกระซิบบอกที่ข้างหู มือหนาละจากเอวบางมากุมมือแจจุงแล้วพาเดินมายังโต๊ะอาหารที่จัดเอาไว้สำหรับเขาและร่างบางคนนี้
ปากอิ่มยิ้มกว้างขึ้นกับสภาพโต๊ะที่ดูน่ารัก เทียนไขสีขาวที่ปักเอาไว้กลางโต๊ะและจานอาหารที่จัดเอาไว้อย่างสวยงงาม
“นี่ของแจจุงครับ” ยุนโฮยื่นกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ที่ไม่รู้ว่าคุณป๋าไปเอามาจากไหน เมื่อครู่ที่เดินเข้ามาในห้องนี้เขาก็ไม่เป็นมันแม้แต่นิดเดียว
“ขะ...ขอบคุณฮะ” แจจุงยิ้มบางๆขึ้นพร้อมกับรับช่อกุหลาบมาทันที ปากอิ่มยิ้มขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่ยกช่อกุหลาบสวยขึ้นมาสูดกลิ่นหอมเข้าไปทันที
“คุณคิมแจจุงครับ...ให้เกียรติมาทานอาหารกับผมจะได้มั้ยครับ” ยุนโฮยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมทั้งยื่นมือมารอมือเรียวของแจจุงทันที
“ได้สิครับ คุณชองยุนโฮ” แจจุงยิ้มขึ้นมาทันที ในใจกลับรู้สึกปลื้มและตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก
แล้วยุนโฮก็ค่อยๆพาร่างบางเดินไปยังโต๊ะอาหารที่จัดเอาไว้
“อาหารอร่อยนะฮะคุณป๋า” แจจุงหันมาบอกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมที่ดูใจดีแบบนี้อยู่อีกครั้ง
“แจุงทานเยอะๆนะ” ยุนโฮตักอาหารมาป้อนร่างบางทันที
“ไม่เป็นไร แจุงกินเองได้...>//<” แจจุงก้มหน้าเขินขึ้นทันที คุณป๋าไม่เคยมาป้อนเขาแบบนี้มาก่อนเลยนะ ตื่นเต้นจัง
“คุณป๋าอยากป้อนนี่ครับ” ยุนโฮยิ้มขึ้นกับท่าทางเขินอายของร่างบางมือหนาป้อนอาหารให้แจจุงทันที
“คุณป๋าไม่ทานเหรอ” แจจุงถามขึ้นเมื่อเห็นยุนโฮทั้งยิ้มมองดูเขาทานอาหารอยู่อย่างนั้น
“ยังไม่ค่อยหิวเลยครับ แค่เห็นแจจุงก็อิ่มแล้วล่ะ” ยุนโฮกระซิบเบาๆลงที่ข้างหู
“คุณป๋าอ่ะ... มาแจจุงป้อนให้บ้างนะ” แจจุงหันมาป้อนอาหารให้ยุนโฮเช่นกับ โดยมีสายตาคมจ้องมองการกระทำของแจจุงอย่างไม่วางตา
แล้วทั้งคู่ก็นั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศดีและอาหารมือพิเศษต่อไป....
“เต้นรำกันมั้ยครับ...” ยุนโฮหันมาถามร่างบางทีนั่งพิงไหล่เขาอยู่
“คุณป๋า....” แจจุงร้องขึ้นอย่างแปลกใจ
“ให้เกียรติมาเต้นรำกับผมสักเพลงนะครับ” ยุนโฮลุกขึ้นพร้อมกับโค้งให้แจจุงเล็กน้อย
ปากอิ่มอมยิ้มขึ้นกับท่าทางที่น่ารักของร่างสูงพร้อมกับลุกขึ้นโค้งตอบแล้วทั้งคู่ก็เต้นรำกันไปเรื่อยๆท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงงามของกรุงโซลในยามค่ำคืนแห่งนี้ และเสียงเพลงที่บรรเลงคลอไปเบาๆ
สายตาของแจจุงและยุนโฮสอดประสานกันอยู่แบบนั้นไม่มีคำพูดใดๆที่จะเอื้อนเอ่ยออกมา มีเพียงแค่สายตาที่ยังจ้อมองกันอย่างมีความหมาย บรรยากาศที่เป็นใจและสองเราที่เต้นรำกันไปแบบนั้นก็กลับทำให้ความรู้สึก ณ เวลานี้กลับล่องลอยและเป็นนบรรยากาศที่สุดแสนจะวิเศษมากมายเลยทีเดียว
“แจจุงครับ...” ยุนโฮเรียกชื่อร่างบางขึ้นมาเบาๆ ร่างสูงโอบเอวบางเอาไว้หลวมๆทันที
“ครับ...คุณป๋า” แจจุงจ้องมองใบหน้าคมที่กำลังจะพูดอะไรออกมาสักอย่าง
“เรารู้จักกันมานานแล้วนะ” ยุนโฮเอ่ยขึ้น
“ครับ...”
“แล้วเราก็เริ่มคบกันอย่างคนรักมาก็ได้ 2 ปีแล้วล่ะ” ยุนโฮบอก
“อื้ม...”
“คุณป๋ามีความสุขมากๆนะครับที่มีแจจุงมาอยู่ใกล้ๆแบบนี้
ถ้าคุณป๋าไม่มีแจจุงมายืนอยู่ข้างๆแบบนี้ คุณป๋าคงไม่มีแรงจะทำอะไรแน่ๆ
ขอบคุณแจจุงที่ยอมมารักกับคุณป๋านะครับ” ยุนโฮยืนนิ่งจ้องมองใบหน้าสวยอยู่อย่างนั้น
“แจจุงก็ต้องขอบคุณ คุณป๋าเหมือนกันนะฮะ” แจจุงยิ้มบางๆขึ้น
“แจจุงครับ....
ต่อแต่นี้ไป คุณป๋าคนนี้ขอดูแลและปกป้องแจจุงตลอดชีวิตที่เราจะอยู่ด้วยกันได้มั้ย...
คุณป๋าอยากจะกอดแจจุงในทุกๆวันจะได้หรือเปล่า...
อยากตื่นขึ้นมาพร้อมกับแจจุงในทุกๆเช้า....
อยากเดินจับมือกับแจจุงตลอดไปได้มั้ย ...
อยากจะทำให้แจจุงหัวเราะและยิ้มได้ในทุกๆวัน...
“คุณป๋าคนนี้อาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่ดีพร้อมอะไร...ไม่ใช่คนดีอะไร
แต่...มีสิ่งหนึ่งที่คุณป๋า อยากให้แจจุงรับรู้เอาไว้ว่า ...”
“ชองยุนโฮคนนี้จะรักคิมแจจุงไปจนวันตาย
และชองยุนโฮคนนนี้ดูแลคิมแจจุงให้มีความสุขตลอดไป
คิมแจจุงจะยอมมาเป็นภรรยาให้ชองยุนโฮมั้ยครับ”
ยุนโฮถามขึ้น มือหนาล้วงลงไปหยิบแหวนสีเงินขึ้นมาจากเสื้อสูททันที
“คุณป๋า....” แจจุงร้องไห้ขึ้น น้ำตาที่เอ่ยล้นมาจากความดีใจและตื้นตันไหลลงมาจากตาคู่สวยทันที
แจจุงยิ้มขึ้นทั้งน้ำตา ใบหน้าหวานพยักหน้าให้ยุนโฮเบาๆ
“คิมแจจุงพร้อมจะรักชองยุนโฮ คุณป๋าคนนี้ตลอดไป...” เสียงหวานที่สั่นเครือเอ่ยบอกขึ้นมาทันที
ยุนโฮยิ้มขึ้นพร้อมทั้งยกมือเรียวด้านซ้ายขึ้นมาทันที ร่างสูงค่อยๆเลื่อนแหวนสีเงินเข้าไปในนิ้วนางข้างซ้ายอย่างช้าๆ พร้อมทั้งจูบลงที่นิ้วนางที่มีแหวนสีเงินประดับอยู่เบาๆ
“คุณป๋าจะรอแจจุงเรียนจบ แล้วเราจะแต่งงานกันนะครับ” ยุนโฮกระซิบบอก
“อื้ม....” แจจุงยิ้มขึ้นทันที
แล้วใบหน้าคมก็โน้มลงมาจูบลงที่ปากอิ่มทันที ความรู้สึกและสัมผัสที่มีให้กันมันช่างเป็นความละมุนละไมที่เกิดขึ้นมาเพราะความรัก ความอ่อนโยน และความวาบหวามที่เกิดขึ้นเพราะความรักที่อบอวลอยู่รอบๆตัวของคนทั้งคู่อยู่อย่างนั้น
.......4 ปี ผ่านไป......
“คุณป๋าจำได้มั้ยครับ...ว่าเราเคยมาเดินเล่นที่นี่กันเมื่อคืนวันนั้น” แจจุงหันมาถาม เมื่อเขาและยุนโฮกลับมาที่นี่กันอีกครั้งริมแม่น้ำฮันในค่ำคืนนี้
“จำได้สิครับ... แถมมีใครก็ไม่รู้มางอนคุณป๋าด้วยล่ะนะ” ยุนโฮหันมาบอกมือหนากุมมือเรียวเอาไว้ไม่ปล่อย ขายาวก้าวเดินเคียงคู่ไปพร้อมๆกับขาเรียวของแจจุง ใบหน้าหวานยิ้มให้ชายหนุ่มร่างสูงอยู่อย่างนั้นเรียกให้ความรู้สึกที่มีในตอนนี้กลับยิ่งรู้สึกดีขึ้นไปอีก ที่ได้มีโอกาสอยู่เคียงข้างกับเจ้าตัวแสบของเขา
“ผ่านมาตั้ง 4 ปีแล้วเน๊อะ” แจจุงบอก เมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น และเหตุการณ์หลายๆอย่างที่เขาและคุณป๋าคนนี้ได้พบเจอร่วมกัน การสารภาพความรู้สึกที่มีให้แก่กัน การดูแลซึ่งกันและกัน การเอาใจใส่กัน มันมากกว่าคำว่า...“รัก” ...ที่คนสองคนมีให้กันเสียด้วยซ้ำ แต่กลับเป็นความผูกพันธ์ที่ลึกซึ่งยากเกินจะหาคำใดมาอธิบายได้จริงๆกับความรู้สึกของเขาทั้งคู่ในตอนนี้
“ใช่ 4 ปีแล้วสินะ ที่เราคบกันในฐานะคนรักอยู่แบบนี้” ยุนโฮหันมายิ้มให้ มือหนายกมือเรียวที่กุมอยู่ขึ้นมาจูบลงบนมือเรียวของแจจุงไปเบาๆ
“แจจุงเรียนจบแล้ว... แจจุงจะได้เข้ามาช่วยคุณป๋าบริหารงานที่บริษัทสักที คุณป๋าจะได้ไม่ต้องมานั่งทำงานหนักอยู่คนเดียวอีกแล้วนะ” แจจุงหยุดเดินพร้อมกับหันมายืนอยู่ตรงหน้ายุนโฮทันที สายตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมอย่างจริงจังกับสิ่งที่เขาเพิ่งพูดออกไป
“หึหึ...ขอบคุณครับ แต่คุณป๋าไม่อยากให้แจจุงมาเหนื่อยหรอกนะ งานมันหนักจริงๆถึงจะเห็นแค่ว่าเป็นงานบริหารก็เถอะ คุณป๋าไม่อยากให้แจจุงเครียดนะครับ” ยุนโฮบอกมือหนาลูบแก้มเนียนไปเบาๆ สายตาคมจ้อมองใบหน้าสวยอยู่อย่างนั้น
“จะให้แจจุงเรียนจบมาแล้วอยู่บ้านเฉยๆนะเหรอไม่เอาด้วยหรอกนะ” แจจุงหน้ามุ้ยขึ้นทันที
“แล้วอยู่บ้านเฉยๆไม่ดีตรงไหนล่ะครับ” ยุนโฮแกล้งถามขึ้น
“น่าเบื่อจะตาย... ไม่เห็นมีอะไรให้ทำเลย”แจจุงบอก
“หึหึ...ใครว่าไม่มีอะไรให้ทำล่ะ” ยุนโฮโน้มใบหน้าคมลงมาหาแจจุงทันที พร้อมกระซิบบอกลงที่ข้างหูของแจจุงไปเบาๆ
“ก็เป็นภรรยาและแม่บ้านที่น่ารักให้คุณป๋าไงครับ” แล้วยุนโฮก็ขโมยหอมแก้มเนียนไปฟอดใหญ่ทันที
“คุณป๋าอ่ะ พูดอะไรก็ไม่รู้” แจจุงก้มหน้าลงจนหัวเล็กๆชนเข้ากับอกแกร่งของยุนโฮทันที
“แต่สงสัยว่าแจจุงคงไม่อยากมีแฟนแก่ๆอย่างคุณป๋าล่ะมั้ง
ใช่สิ... คุณป๋าแก่แล้วนี่นา สู้หนุ่มๆที่มหาลัยของแจจุงก็ไม่ได้....
คนแก่ไม่มีอะไรดีสักอย่างจริงมั้ย?? เดินด้วยกันไปก็มีแต่อายเขาเท่านั้น...”
ยุนโฮแกล้งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงน้อยใจ สายตาคมลอบมอบใบหน้าสวยที่หน้ามุ้ยขึ้นเพราะคำพูดของเขาอยู่แบบนั้น
“คุณป๋าไม่แก่สักหน่อย!! แจจุงไม่เคยอายเลยนะที่ได้เดินเคียงคู่กันไปกับคุณป๋าในทุกครั้งแบบนี้!! แจจุงภูมิใจต่างหากละ!! คุณป๋าอย่าคิดมากสิฮะ...”
แจจุงกอดเอวหนาเอาไว้ทันที ยุนโฮยิ้มกว้างขึ้นกับสิ่งที่ได้ยิน เขาแค่อยากแกล้งคนตัวเล็กกสักหน่อยก็เท่านั้นแต่ไม่คิดว่าคำตอบที่ได้รับกลับมาจะดีเกินคาดเลยจริงๆ
“แจจุงรักคุณป๋านะ รักมากๆเลย” แจจุงบอก มือเรียวกระชับกอดเอวหนาแน่นเข้าไปอีก ใบหน้าสวยเงยขึ้นมามองใบหน้าคมอย่างจริงจัง ตาสีนิลสบตากับตาสีน้ำตาลของยุนโฮอย่างสื่อความหมาย
“ไม่มีใครจะดีเท่าคุณป๋าของแจจุงอีกแล้วนะ...”
มือเรียวลูบลงที่แก้มกร้านเบา ๆก่อนจะโน้มใบหน้ามลงมารับจูบที่เขาตั้งใจจะมอบให้คุณป๋าผู้เป็นที่รักของเขาทันที
ริมฝีปากอิ่มประทับจูบลงที่ริมฝีปากหยักของยุนโฮไปเบาๆ กลีบปากอิ่มที่สวยงามค่อยๆละเลียดส่งจูบรสหวานนั้นให้กับร่างสูงในทันที ปากอิ่มดูดกลีบปากหยักเบาๆก่อนจะใช้ลิ้นเล็กเลียชิมริมฝีปากหยักเบาๆแล้วค่อยๆสอดเข้าไปหาความหอมหวานของจูบรสละมุนที่สัมผัสครั้งใดก็ยากเกินห้ามใจไม่ให้จูบร่างสูงตรงหน้าไปได้เลย เรียวลิ้นอุ่นของร่างสูงเกี่ยวกระหวัดรับลิ้นเล็กที่รุกล้ำเข้ามาคลอเคลียอยู่ในโพรงปากของเขาก่อนที่ร่างสูงจะแปรเปลี่ยนเป็นผู้นำเสียเอง....
และแล้วค่ำคืนที่แสนหวานของทั้คู่ก็เริ่มต้นขึ้น...
ความหอมละมุนของความรักที่ก่อตัวขึ้นมานาน ทำให้ความต้องการและความรู้สึกที่อยากจะมอบให้ต่างฝ่ายได้รับรู้ความรู้สึกจริงๆในตอนนี้ ในเวลาที่พร้อมและอ้อมกอดของคนรักที่อยากจะตระกองกอดกันให้แน่นขึ้น อยากจะส่งผ่านความรู้สึกที่มีให้คนรักได้รับรู้มากขึ้น...
มือเรียวที่โอบกอดร่ายกายที่เปลือยเปล่าของยุนโฮเอาไว้พร้อมกับบทเพลงรักที่แสนหวานและร่ายกายของคนทั้งคู่ที่ค่อยๆเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน สัมผัสที่แนบชิดของร่างกายที่อบอุ่น รอยจูบที่แสนหวานที่ปรากฏอยู่บนผิวกายที่เรียบเนียนที่น่าหลังไหลของร่างบาง รอยรักที่จงใจทำขึ้นเพื่อเป็นเครื่องยืนยันความรักที่ร่างสูงมีต่อคนรักที่น่าถนุถนอมคนนี้ พร้อมกับความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างส่งผ่านสัมผัสที่โอบกอดร่างของคนรักกันเอาไว้ ความร้อนและสัมผัสอุ่นที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งที่ร่างกายทั้งสองได้เคลื่อนไหวไปพร้อมกันทำให้ความรู้สึกที่อู่ในขณะนี้กลับลึกซึ่งขึ้น...
ใบหน้าสวยที่จ้องมองใบหน้าคมที่เคลื่อนไหวอยู่บนร่างกายที่งดงามของตน ปากอิ่มยิ้มขึ้นเมื่อบทเพลงรักที่ร่างสูงส่งมาให้บรรเลงมาจนถึงความรันจวนสุดท้ายที่เริ่มก่อตัวขึ้นมา มือเรียวยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าคมพร้อมทั้งจ้องมองคนรักของเขาที่อยากจะกอดเอาไว้อย่างนี้นาน
ปากหยักยกยิ้มบางๆมาให้พร้อมกับร่างกายที่เคลื่อนไหวด้วยความรักและความอ่อนโยนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหยุดลงพร้อมกับความสุขของคนทั้งคู่ที่แล่นเข้ามาพร้อมๆกัน ยุนโฮลูบไล้ใบหน้าหวานที่ชื้นเหงื่อของแจจุงเล็กน้อย ร่างสูงยิ้มกว้างให้แจจุงอีกครั้ง...มือเรียวโอบกอดร่างสูงลงมาแนบกับร่างกายของตนในทันที ปากอิ่มจูบลงที่แก้มกร้านของยุนโฮไปเบาๆ พร้อมกับตาสีนิลที่จ้องมองใบหน้าคมของยุนโฮอย่างไม่วางตา
“คุณป๋ารักแจจุงนะครับ” เสียงทุ้มที่นุ่มหูเอ่ยขึ้นมาเบาๆ
ร่างสูงโน้นใบหน้าคมลงมาจูบเรียวปากอิ่มในทันที โดยที่ปากอิ่มของร่างบางก็ตอบรับจูบรสละมุนของร่างสูงอย่างเป็นกันเอง จูบที่หอมหวานที่อบอวลไปด้วยความรักเกิดขึ้นครั้งความหวานที่มีให้กันกลับไม่เคยเสื่อมคลายลง....
แต่กลับจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆ พร้อมกับความรักและความผูกพันธ์ที่คนสองคนมีให้กันเสมอมา ไม่มีสิ่งอื่นใดที่จะสำคัญไปกว่าความรักและความเข้าใจที่ทั้งยุนโฮและแจจุงได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า....รักเท่านั้นที่จะเป็นตัวแปรเปลี่ยนความรู้สึกดีๆให้กลับมีมากขึ้นไปอีก...
จากรักในแบบหนึ่งไปสู่รักในมุมมองที่ต่างออกไป แต่ความรักของเขาทั้นคู่นั้นก็ยังจะเดินทางต่อไปเรื่อยๆบนเส้นทางที่เขาทั้งคู่จะเดินเคียงคู่กันไปในเส้นทางรักที่เขาทั้งสองได้เลือกเอาไว้ร่วมกัน....
“แด่ คุณป๋าที่รักของแจจุง.....”
“เราจะเดินเคียงข้างกันและจับมือกันเอาไว้ตลอดไป”
Ending Of My Diary.....
My Lovely KIM JAEJOONG & My Sweet Daddy JUNG YUNHO
ปากอิ่มยิ้มขึ้นเมื่อเขียนข้อความลงในไดอารี่ของเขาและคุณป๋าในหน้าสุดท้ายจบ...
มือหนาที่โอบกอดเอวบางของเขาเอาไว้พร้อมทั้งใบหน้าคมที่เกยไหล่อยู่แบบนั้นเรียกให้ใบหน้าหวานหันกลับไปมองได้ไม่ยาก
“ไดอารี่เล่มนี่หมดซะแล้วนะครับ” ยุนโฮพูดขึ้นเบาๆ
“พรุ่งนี้เราไปซื้อๆไดอารี่เล่มใหม่กันนะฮะคุณป๋า” แจจุงพูดขึ้นพร้อมกับวางไดอารี่เล่มเล็กลงบนโต๊ะทำงานของยุนโฮทันที
หัวเล็กของแจจุงนั่งพิงอกแกร่งของยุนโฮอย่างสุขใจ ร่างบางที่นั่งอยู่บนตักของยุนโฮยิ้มขึ้นมาทันทีกับความรู้สึกดีๆที่ไม่เคยจางหายไปจากร่างสูงและมือคู่อุ่นของคุณป๋าคนนี้ที่มักจะกอดเขาเอาไว้เสมอ...
End....

