[SF] My Genie...Sweet Heart,Part.3(END)
posted on 21 Jul 2009 20:13 by yun-su-tvxq in SF-My-Genie-Sweet-Heart
[SF] My Genie...Sweet Heart, Part.3(END), YUNJAE
“อื้อ...” เสียงหวานครางขึ้นในลำคอเมื่อร่างบางของจินนี่ผู้น่ารักซุกกายเข้าหาไออุ่นของเจ้านายใจดีของเขาเมื่อนอนอยู่ด้วยกันบนเตียงนุ่ม มือหนาที่กอดเอวบางของแจจุงเอวไว้พร้อมกระชับอ้อมกอดให้ร่างบางแนบชิดลำตัวของเขามากขึ้น
ปากหยักยกยิ้มบางๆขึ้น เมื่อสายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยของจินนี่ของเขาที่นอนหลับพริ้มอยู่ในอ้อมกอด ยุนโฮนอนมองหน้าแจจุงมาได้สักพักใหญ่ๆแล้ว แต่เขาเองก็ไม่อาจจะละสายตาออกไปจากใบหน้าเนียนของแจจุงไปได้สักวินาที หน้าผากมนที่ไม่กว้างมากนัก คิ้วเรียวได้รูป แผงขนตางอนๆของเจ้าตัวที่เข้ากันได้ดีกับตาสีนิลคู่สวยทั้งสอง จมูกโด่งสวย ริมฝีปากอิ่มที่เมื่อได้มองทีไรก็กลับมีแรงดึงดูให้เข้าไปลิ่มลองได้ไม่ยาก ทุกอย่างดูสวยงามเมื่อมาประกอบอยู่บนใบหน้าของแจจุงแล้วก็ยิ่งขับให้ใบหน้านี้สวยงามมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า
ข้อนิ้วยาวของยุนโฮไล้ลงบนใบหน้าสวยๆได้รูปของแจจุงไปเบาๆ สายตาคมยังมองไล่ไปจนทั่วใบหน้าสวยที่ซบลงที่อกอุ่นๆของเขาอีกครั้ง ก่อนที่จมูกโด่งจะกดลงบนแก้มนุ่มเพื่อสูดความหอมเข้าไปเต็มปอด
“อื้อ...” ใบหน้าสวยของแจจุงยู่ขึ้นเล็กน้อยเมื่อมีบางสิ่งมารบกวนการนอนของเขา แล้วไม่นานตาสีนิลก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา
“เจ้านาย..” เสียงหวานที่แหบพร่าเอ่ยเรียกร่างสูงที่นอนอยู่ข้างๆ ปากอื่มยกยิ้มบางๆขึ้น ร่างบางขยับกายเบียดเข้าหาอกอุ่นๆของยุนโฮอีกครั้งอย่างอ้อนๆ
“เจ้านายตื่นเช้าจังฮะ” แจจุงเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าคมเล็กน้อย
“แจจุงตื่นสายต่างหาก” ยุนโฮจูบลงที่หน้าผากมนไปเบาๆ
“ก็มีอกอุ่นๆให้นอนซุกนี่นา แจจุงก็เลยอยากจะนอนอยู่อย่างนี้ให้นานๆหน่อยสิฮะ คิกคิก” แจจุงยิ้มหวานขึ้นมาทันที พร้อมกับมือเรียวที่ยกขึ้นมาจับลงที่ใบหน้าคมไปเบาๆ ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าของเจ้านายอย่างพิจารณา
เขามาอยู่ที่นี่ก็ตั้งหลายเดือนแล้ว หน้าของเจ้านายเปลี่ยนไปเหมือนกันนะ แต่ก็ยังดูดีดูหล่อขึ้นกว่าเดิมเสียอีก >//<
“หิวมั้ย” เสียงทุ้มถามขึ้นเบาๆ ยุนโฮจับมือเรียวที่อยู่บนใบหน้าของเขาขึ้นมาจูบ
“ยังไม่หิวเลยฮะ เจ้านายหิวเหรอ” แจจุงถามขึ้น เขาลืมไปเลยล่ะสิว่ามีหน้าที่ทำข้าวเช้าให้เจ้านาย มัวแต่นอนซุกอกอุ่นๆเพลินไปหน่อย
“หิวสิ... แต่อยากกินแจจุงมากว่า หึหึ....” ยุนโฮยิ้มขึ้นก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“เจ้านายอ่ะ พูดอะไรก็ไม่รู้” แจจุงยู่หน้าลงอย่างเขินๆ
“หึหึ...ฉันล้อเล่นนะ” ยุนโฮพูดขึ้นก่อนลุกขึ้นมาจากเตียงทันที ตาสีนิลมองตามหลังกว้างที่เดินเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ ร่างบางกลิ้งไปมาอยู่บนที่นอนอย่างเขินๆ เมื่อนึกถึงใบหน้าอันหล่อเหลาของเจ้านายที่อยู่ใกล้ๆเขาเมื่อสักครู่
“อิอิ...ทั้งเขินทั้งรู้สึกดีที่เจ้านายกอดเอาไว้ อุ๊ย...นึกแล้วก็เขินอ่ะ” >///<
“วันนี้เจ้านายไม่ไปทำงานหรือฮะ” เสียงหวานถามขึ้นอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นยุนโฮนั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่
“วันนี้ไม่มีงานสำคัญน่ะ เลยขออู้สักวัน” ยุนโฮหันมายิ้มให้แจจุงเล็กน้อย
“เดี๋ยวนี้เจ้านายขี้เกียจอ่ะ ไม่ขยันเหมือนเมื่อก่อนเลยนะ” แจจุงเดินมาหาพร้อมกับขนมและแก้วน้ำในมือ
“ก็อยากอยู่กับแจจุงนี่นา เลยขอขี้เกียจสักวันจะเป็นไรไป” ยุนโฮรับจานขนมวางลงกับโต๊ะเล็กหน้าโซฟาพร้อมกับดึงร่างบางลงมานั่งตักของเขาทันที
“แจจุงนั่งข้างล่างก็ได้” แจจุงอมยิ้มขึ้นอย่างอายๆเมื่อนั่งอยู่บนตักของเจ้านายของเขา
“นั่งบนนี้ละดีแล้ว” ยุนโฮพูดจบก็เอาคางเกยไหล่เล็กไปอย่างอ้อนๆทันที
“เจ้านายไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะฮะ” แจจุงพูดขึ้นมาเบาๆ ตาสีนิลเหลือบมองใบหน้าคมที่วางเกยไหล่เขาอยู่
“ก็มีแจจุงอยู่ใกล้ๆแถมยังเป็นแฟนกันอีก ฉันก็ขออ้อนแฟนฉันหน่อยไม่ได้เหรอ เมื่อก่อนที่ไม่มีใครฉันเองก็ไม่เคยไปอ้อนใครอย่างนี้เลยนะ” ยุนโฮหันมามองใบหน้าสวยที่อยู่ใกล้เล็กน้อย
“ปากหวานจัง...” แจจุงกัดริมฝีปากเอาไว้อย่างเขินๆ
“หึหึ.....ดีจังที่มีแจจุงอยู่ใกล้ๆแบบนี้” ยุนโฮพูดขึ้นมาอย่างสุขใจ มือหนากระชับกอดเอวบางของแจจุงแน่นขึ้นพร้อมกับใบหน้าคมที่วางเกยไหล่เล็กไปอีกครั้ง แจจุงอมอยิ้มขึ้นมาทันทีพร้อมกับหัวเล็กๆของเขาที่เอนพิงกับไหล่หนาของยุนโฮไปอย่างสุขใจเช่นกัน
“ที่นั่นอยู่ตรงไหนของโซลหรือฮะ” แจจุงถามขึ้นเมื่อนั่งดูทีวีอยู่ด้วยกัน นิ้วเรียวชี้ไปที่จอทีวีเมื่อเห็นภาพแม่น้ำยามค่ำคืนที่สวยงาม
“นั่นแม่น้ำฮันน่ะ นี่เขากำลังล่องเรือกันอยู่” ยุนโฮหันมาบอกร่างางที่ดูจะสนใจทีวีเป็นพิเศษ
“ว้าว...น่าไปจังนะฮะ ที่เมืองเวทมนตร์ไม่มีล่องเรือแบบนี้เลยฮะ มีแต่แม่น้ำที่เงียบสงบเท่านั้น” แจจุงหันมาบอก
“แจจุงอยากไปเหรอ” ยุนโฮถามขึ้น สายตาคมหันมามองใบหน้าสวยที่ดูจะตื่นเต้นเมื่อเห็นแม่น้ำที่สวยงามมยามค่ำคืน
“ถ้ามีโอกาสไปสักครั้งก็คงดี” แจจุหันมาสบสายตาคมเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปดูทีวีต่อไป
“ไปล่องเรืองั้นเหรอ” ยุนโฮหันมาดูทีวีที่ถ่ายภาพแม่น้ำฮันยามค่ำคืนอีกครั้งอย่างสนใจ
“เจ้านายทำอะไรอยู่ฮะ” เสียงหวานร้องถามร่างสูงที่กำลังง่วนทำโน้นทำนี่อยู่ในครัว
“ทำสปาเก็ตตี้น่ะ แจจุงเคยกินมั้ย” เสียงยุนโฮหันมาบอกอย่างอารมณ์ดี
“ว้าว..สปาเก็ตตี้เหรอ ไอ้เส้นยาวๆที่เห็นในทีวีใช่มั้ยฮะ” แจจุงถามขึ้นอย่างตื่นเต้น ตาสีนิลมองร่างสูงที่มีผ้ากันเปื้อนสีหวานของเขาอยู่บนเอวหนาอย่างแปลกใจ
“ใช่.. วันนี้ฉันจะทำให้แจจุงกินยังไงล่ะ วันนี้ฉันจะแสดงฝีมือให้แจจุงชิมบ้างไง” ยุนโฮหันมายิ้มให้ร่างบางที่ยืนอยู่ข้างๆ
“เหรอฮะ” แจจุงเงยหน้ามองยุนโฮอย่างดีใจ
“งั้นแจจุงขอเป็นลูกมือนะฮะ” เสียหวานเอ่ยบอก
“ได้สิ..”
“เอ...แล้วแจจุงจะทำอะไรดีน๊า” ร่างบางยู่หน้าขึ้นเมื่อมองของที่วางอยู่บนโต๊ะโดยไม่รู้ว่าจะเริ่มทำอะไรก่อน
“งั้นแจจุงเอาหัวหอมกับมะเขือเทศไปล้างก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะลวกเส้นเตรียมเอาไว้” ยุนโฮหันมาบอก
“ได้ฮะ” แจจุงหยิบของที่อยู่บนโต๊ะไปที่อ่างล้างจานที่อยู่ใกล้ๆทันที
“เจ้านายฮะ นี่เขาต้องหั่นด้วยใช่มั้ย” แจจุงถามขึ้นเมื่อชูเจ้าหอมหัวใหญ่ขึ้นมาให้ยุนโฮดู
“อื้ม...หันเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆนะ”
“โอเคฮะ สบายมาก” แจจุงยิ้มให้ก่อนจะลงมือหั่นเจ้าหอมหัวใหญ่ไปอย่างตั้งใจ
แต่แล้วไม่นานเสียงฟุดฟิดก็ดังขึ้นมาจนเรียกให้ร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าเตาหันมามองร่างบางได้ไม่ยาก
“แจจุง...เป็นอะไรไป ทำไมร้องไห้ล่ะ” ยุนโฮเดินมาหาร่างบางทันที คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย
“ฮือ...คือ...ไม่มีอะไรฮะ... อือ....แค่มันแสบตา” แจจุงเงยหน้าขึ้นมาบอกพร้อมกับใบหน้าสวยของตนที่มีน้ำตาอยู่
“โธ่..” ยุนโฮยิ้มขึ้นมาทันที
“แจจุงอย่าเอามือเช็ดแบบนั้นสิ” ยุนโฮจับมือเรียวที่ยกขึ้นมาเช็ดใบหน้าสวยเอาไว้
“เห็นมั้ย มือแจจุงเลอะหอมน่ะ ยิ่งเช็ดน้ำตาก็ยิ่งไหลงลงมาใหญ่นะสิ” มือหนาที่ยกขึ้นมาปาดน้ำตาที่ไหลลงมาจากตาคู่สวยไปเบาๆ
“ขอบคุณฮะ” แจจุงมองใบหน้าคาที่ดูจะเอาใจใส่เขาอยู่อย่างปลื้มใจ
“ไม่ต้องทำแล้ว เดี๋ยวก็ร้องไห้อีก” ยุนโฮยิ้มขึ้นพร้อมกับมือหนาที่ขยี้ผมสีทองไปเบาๆ
“แต่แจจุงอยากช่วยนี่นา” แจจุงยู่หน้าขึ้นอย่างขัดใจ
“แจจุงช่วยเป็นกำลังใจให้ฉันก็พอนะ” ยุนโฮยิ้มกว้างขึ้นก่อนจะพาร่างบางไปล้างมือ
“เจ้านายอ่ะ พูดอะไรก็ไม่รู้แจจุงเขินนะ” ใบหน้าสวยแดงขึ้นมากับคำพูดของยุนโฮที่เอ่ยบอกเขา
“แจจุงขอมะเขือเทศหน่อยสิ” ยุนโฮหันมาบอกร่างบางที่ยืนเป็นลูกมืออยู่ข้างๆ
“นี่ฮะเจ้านาย” มือเรียวส่งถ้วยใส่มะเขือเทศที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆมาให้ยุนโฮทันที
“แจจุงขอน้ำตาลด้วย” ยุนโฮพูดขึ้นโดยที่ไม่หันมามอบร่างบาง แต่มือหนากลับแบมือรอขวดน้ำตาลจากแจจุงอยู่
“เอาอะไรอีกมั้ยฮะ”แจจุงแกล้งถามขึ้น ตาสีนิลมองใบหน้าคมที่ดูจะตั้งใจปรุงอาหารมือนี้อย่างปลื้มๆ
“ตอนนี้ขอหอมหน่อย”ยุนโฮพูดขึ้นมาอีกครั้ง มือหนาคนส่วนผสมที่อยู่ในกระทะไปด้วย
“ได้ฮะ คิกคิก” แจจุงยิ้มแป้นขึ้นพร้อมกับความคิดเจ้าเล่ห์ที่อยู่ในหัวของเขา
ฟอด!!
“โฮ๊ะ...แจจุง” ยุนโฮหันมามองใบหน้าสวยอย่างตกใจที่จู่ๆแจจุงก็หอมแก้มกร้านของเขาเสียฟอดใหญ่
“อิอิ เจ้านายเขินอ่ะ” แจจุงหัวเราะชอบใจขึ้นเมื่อได้แกล้งเจ้านายของเขา ร่างบางปิดปากหัวเราะชอบใจอยู่
“แกล้งกันเหรอ เดี๋ยวเถอะ” ยุนโฮวางตะหลิวลงแล้วมือหนาก็หันมารวบตัวของแจจุงเข้ามากอดทันที
“โอ๊ย...เจ้านายอ่ะ แจจุงจั๊กจี๋นะ” แจจุงดันใบหน้าคมที่แกล้งซุกไซร้กับซอกคอขาวของเขาไปมา ไรหนวดที่เพิ่งขึ้นของยุนโฮทำให้เขารู้สึกจั๊กจี้ขึ้นมาทันที
“เราแกล้งฉันก่อนนะ นี่...นี่..” ยุนโฮกดจมูกโด่งลงบนซอกคอของแจจุงไปมาก่อนที่จะขโมยหอมแก้มเนียนไปฟอดใหญ่
“อื้อ...พอแล้ว เดี๋ยวแจจุงก็บ้าจี้ตายกันพอดี” แจจุงยู่หน้าขึ้นมือเรียวทั้งสองจับใบหน้าของยุนโฮเอาไว้พร้อมกับจ้องมองใบหน้าคมอย่างงอนๆ
“ก็แจจุงมาแกล้งฉันก่อนนี่นา” ยุนโฮเอาจมูกโด่งของตนถูกไปมากับจมูกโด่งของแจจุงเบาๆ
“แค่ล้อเล่นนิดหน่อยเองนะฮะ” แจจุงยิ้มขึ้นมาอย่างเขินๆ
“หึหึ...”ยุนโฮหัวเราะขึ้นเบาๆกับใบหน้าสวยของแจจุงที่แดงขึ้นเพราะความเขิน แต่มันก็น่ารักมากเลยทีเดียว
“ไม่เอาแล้วแจจุงอยากกินสปากเก็ตตี้แล้วล่ะ” แจจุงขืนตัอออกมาจากอ้อมแขนของยุนโฮทันทีที่ได้กลิ่นหอมๆของซอสลอยขึ้นมาจากกระทะ
“งั้นคราวนี้ให้แจจุงทำนะ ฉันจะยืนดูอยู่นี่ล่ะดีมั้ย” ยุนโฮพูดขึ้นก่อนจะยืนซ้อนหลังแจจุงเอาไว้
“เอ๊ะ...แจจุงไม่เคยทำนะเดี๋ยวก็ไม่อร่อยหรอก” แจจุงหันมาบอกแต่แก้มเนียนกลับชนเข้ากับจมูกโด่งของยุนโฮที่ยืนหน้ามาทันที
“ฉันสอนทั้งที่ต้องอร่อยสิ” ยุนโฮจับมือเรียวที่ถือตะหลิวเอาไว้แล้วจับมือแจจุงคนซอสในกระทะอีกครั้ง ใบหน้าคมเกยไหล่เล็กของแจจุงเอาไว้อย่างอ้อนๆพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ประดับอยู่บนใบหน้าของยุนโฮอีกครั้งมือหนาอีกข้างกอดเอวบางเอาไว้ไม่ปล่อย
“ไม่ต้องจับก็ได้นะฮะ” แจจุงพูดขึ้นอย่างเขินๆ ตาสีนิลเหล่มองใบหน้าคมที่อยู่ใกล้ใบหน้าของเขา แต่ก็รู้สึกดีที่เจ้านายกอดเอาไว้แบบนี้เหมือนกันนะ
“ว้าว...” เสียงหวานร้องขึนเมื่อสปาเก็ตตี้เสร็จเรียบร้อยแล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าของเขา
“น่ากินจัง” แจจุงเงยหน้าขึ้นมาบอกยุนโฮที่ยืนยิ้มกับผลงานของตนอยู่อย่างปลื้มใจ
“งั้นแจจุงกินเลยนะฮะ” แจจุงใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เป็นคำก่อนที่ปากอิ่มจะเป่าไล่ความร้องเบาๆแล้วส่งเข้าปากไป
“อื้ม...อร่อยมากเลยฮะเจ้านาย” แจจุงอมยิ้มขึ้นพร้อมกับเคี้ยวสปาเก็ตตี้ไว้เต็มปาก
“หึหึ อร่อยงั้นเหรอ” ยุนโฮยิ้มขึ้นอย่างดีใจพร้อมทั้งลงมือทานสปาเก็ตตี้ไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ไว้คราวหน้าเจ้านายทำอย่างอื่นให้แจจุงกินอีกนะฮะ” ร่างบางหันมาอ้อนยุนโฮเมื่อร่างสูงกำลังช่วยแจจุงล้างจานอยู่
“ได้สิ...” ยุนโฮยิ้มให้แจจุงด้วยความสุขใจก่อนจะล้างจานต่อไป
“เจ้านายฮะไทเบี้ยวอ่ะ” เสียงหวานร้องบอกร่างสูงที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเอกสารเข้ากระเป๋าเพื่อไปทำงาน
“จัดให้หน่อยสิ” ยุนโฮหันมาอ้อนเข้าทันที
“มาฮะ” แจจุงยิ้มบางๆขึ้นก่อนจะเดินมาจัดเนคไทให้อย่างเต็มใจ แต่มือหนากลับโอบเอวบางเอาไว้จนคนตัวเล็กเขินขึ้นมา
“ไม่ต้องโอบก็ได้” แจจุงอมยิ้มขึ้นก่อนจะเหลือบขึ้นมองใบหน้าสคมที่อยู่ใกล้เล็กน้อย
“ก็อยากโอบเอาไว้นี่นา” ยุนโฮพูดจบก็หอมแก้มเนียนไปฟอดใหญ่เพื่อเป้นการขอบคุณ
“ขอบคุณมากครับ” เสียงทุ้มพูขึ้นเบาๆ
“เดี๋ยวนี้เขาขอบคุณกับแบบนี้แล้วเหรอฮะ” แจจุงพูขึ้นอย่างอายๆ
“หึหึ...” ยุนโฮขยี้ผมสีทองไปเบาๆก่อนจะหันไปหยิบกระเป่าเอกสารเพื่อออกไปทำงาน
“แจจุง วันนี้ไปส่งฉันหน่อยสิ” ยุนโฮหันมาบอก
“เอ๋...” แจจุงเอียงคอมองใบหน้าคมอย่างสงสัย
“ก็อยากให้แจจุงไปส่งนะ” ยุนโฮกระซิบลงที่ข้างหูไปเบาๆมือหนากอดเอวบางเอาไว้อย่างรู้หน้าที่
“ก็ได้ฮะ” แจจุงพยักหน้าขึ้นก่อนที่มือเรียวจะโอบเอวหนาเอาไว้
“เจ้านายไม่ต้องกอดแน่นขนาดนี้ก็ได้” แจจุงยุ่หน้าขึ้นเล็กน้อย ก็แหม ดูมือของเจ้านายสิ กอดเอวเขาเอาไว้แน่นเชียว มันเขินนะ >//<
“เดี๋ยวหลงไปทำยังไงล่ะ” ยุนโฮแกล้งพูดขึ้น
“แหม...เดี๋ยวนี้เจ้านายอ้อนแจจุงบ่อยจังนะ” แจจุงยกมือเรียวขึ้นมาบีบจมูกโด่งแกมหยอก
“ก็มีแจจุงอยู่ให้อ้อนทั้งทีนี่นา ก็อยากอ้อนมากขึ้นจะเป็นอะไรไปล่ะ” ยุนโฮยิ้มกว้างขึ้นมาทันที
“ไม่เอาแล้วเดี๋ยวเจ้านายไปทำงานสาย” แจจุงก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาคมที่จ้องมองเขาก่อนที่จะร่ายคาถาหายตัวไปยังที่ทำงานของยุนโฮทันที
“ปล่อยมือได้แล้วฮะ เราถึงที่ห้องทำงานของเจ้านายนานแล้วนะ” แจจุงท้วงขึ้นเมื่อยุนโฮยังกอดเอวเขาเอาไว้อยู่
“ไม่อยากปล่อยเลยล่ะ” ยุนโฮก้มลงมาบอก
“อื้อ...แต่แจจุงต้องกลับบ้านนะ จะให้แจจุงอยู่ที่นี่ได้ยังไงเดี๋ยวใครเขาก็สงสัยเอาหรอกฮะ” แจจุงเงยหน้าขึ้นมาบอก
“จะกลับแล้วเหรอ” ยุนดฮถามขึ้นเสียงอ่อย น่าแปลกนะที่เขาอยากอยู่กับแจจุงทั้งวันเลย แต่ก็ติดตรงที่มีหน้าที่การงานที่ต้องทำอยู่นี่ล่ะ
“จะกลับแล้วฮะ เดี๋ยวตอนเย็นเราก็เจอกันแล้วนะ” มือเรียวทั้งสองยกขึ้นมาจับใบหน้าคมที่ยู่หน้าขึ้นมาเล็กน้อย
“งั้นฉันจะรีบกลับนะ”
“งั้นก็ปล่อยมือได้แล้ว” แจจุงท้วงขึ้นเมื่อยุนโฮยังจับอยู่ที่เอวของเขา
“หึหึ..” ยุนโฮค่อยๆปล่อยมือลงจากเอวของแจจุงอย่างเสียดาย
“แจจุงไปนะฮะ” แจจุงหันมาบอก
“เดี๋ยวสิ...” ยุนโฮคว้าแขนของแจจุงเอาไว้อีกครั้ง
“อะไรฮะ” แจจุงจ้องมองยุนโฮอย่างสงสัย
“นี่...” ยุนโฮอมยิ้มขึ้นก่อนที่จะยกนิ้วยาวของเขาขึ้นมาชี้ที่แก้มแกร้านของตน
“เอ๋...เจ้านายอ่ะ” แจจุงหน้าแดงขึ้นเมื่อเข้าใจว่ายุนโฮอยากให้เขาทำอะไร
“นะๆ กำลังใจในการทำงาน นะแจจุง” ยุนโฮพยักหน้าของร้องทันที
ฟอด!!! แจจุงเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อหอมแก้วกร้านไปฟอดใหญ่แล้วรีบหายตัวไปเพราะความเขิน
“หึหึ...” ยุนโฮยกมือหนาขึ้นมาจับแก้มกร้านของเขาพร้อมกับทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานไปอย่างสุขใจ
“เรานี่หัดอ้อนแจจุงตั้งแต่เมื่อไหร่น๊า...”
ยุนโฮส่ายหัวไปมากับท่าทางของตัวเองที่ไม่คิดว่าจะทำไปได้ เมื่อก่อนตอนที่ไม่มีแจจุงอยู่ด้วย เขาเองยังไม่เคยจะไปอ้อนใครแบบนี้เลยนะ แต่ตอนนี้พอมีแจจุงมาอยุ่แล้วก็รับปากว่าจะเป้นแฟนกันก็ยิ่งอยากอ้อนร่างบางคนนี้ ยิ่งอยากจะอยู่กับแจจุงทั้งวันเสียด้วยซ้ำ
เรานี่เปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอยุนโฮ...
“ไงแก...นั่งหน้าระรื่นเลย” เสียงชางมินเอ่ยทักร่างสุงที่นั่งยิ้มไปทำงานไปอย่างน่าอิจฉา
“หึหึ ทำไมฉันะนั่งยิ้มบางไม่ได้หรือไง” ยุนโฮเงยหน้าขึ้นมาถามเพื่อนที่เดินมานังหน้าโต๊ะทำงานของเขา
“มันอิจฉาโว้ย แหม...มีแฟนน่ารักเข้าหน่อย ทำมากระดี๊กระด๊ากเชียว หน้าหมั่นไส้ชะมัด” ชางมินแซวขึ้นทันที
“คนมันมีความรักละมั้ง” ยุนโฮยิ้มกว้างขึ้นเมื่อนึกถึงใบหน้าของใครบางคนที่อยู่ที่บ้าน
“น่าอิจฉาเสียจริง อ่ะนี่....” ชางมินยื่นซองสีเงินมาให้
“อ่ะไร” ยุนดฮถามขึ้น
“พอดี พี่สาวฉันเขาจัดล่องเรือไง ทริปนี้แค่ดินเนอรืล่องแม่น้ำฮัน เห็นแกบ่นๆว่าอยากได้ไม่ใช่เหรอ ฉันเลยเอามาให้” ชางมิยบอก
“ขอบใจนะ” ยุนโฮรับซองใส่ตั๋วมาทันที
“ไปสวีทกันจนแม่น้ำฮันหวานเลยก็แล้วกัน เอ...หรือฉันจะหาสาวไปไปด้วนสักคนดีว่ะ” ชางมินพูดขึ้นก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้ยุนโฮนั่งยิ้มอย่กับตั๋วสองใบในมือ
ติ๊ง...ติ๊ง...
เสียงเหมือนระฆังดังขึ้นภายในห้องนอนของยุนโฮจนเรียกสีหน้าแลปกใจออกมาจากร่างบางที่ยืนทำความสะอาดอยู่ได้ไม่น้อย
“เสียงอะไรอ่ะ” แจจุงยู่หน้าขึ้นก่อนที่ขาเรียวจะเดินไปตามต้นเสียงนั้น
ติ๊ง...ติ๊ง... เสียงดังขึ้นอีกครั้ง
“เอ๊ะ...”ตาสีนิงจ้องมองตะเกียงสีทองของตนที่สั่นไปมา ก่อนที่จะมีควันออกมาจากปากของตะเกียงนั้น
ฟู่!!!
แล้วไม่นานก็มีจดหมายสีทองลอยออกมาจากปากของตะเกียงสีทอง จดหมายในซองสีทองหล่นปุ๊ลงบนที่นอนของยุนโฮทันที
“อะไรนะ” แจจุงนั่งลงบนเตียงก่อนที่มือเรียวจะคว้าซองสีทองขึ้นมาดูอย่างสงสัย
ถึง....
จินนี่ฝึกหัด คิม แจจุง
หน้าซองนั่นเขียนถึงเขา มือเรียวรีบเปิดจดหมานออกมาดูทันที
ตาสีนิลกวาดตาอ่านจดหมายในมืออย่างตั้งใจ แต่แล้วไม่นานมือเรียวที่ถือจดหมายนั้นกลับสั่นขึ้นมาพร้อมกับคิ้วเรียวที่ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที
“ไม่จริงอ่ะ...ไม่นะ....” ปากอิ่มพึมพำขึ้นมาทันที ใบหน้าเบ้ขึ้นขึ้นมาอย่างกับจะร้องไห้
“แจจุง...แจจุงฉันกลับมาแล้ว แจจุงอยู่ไหน” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกร่างบางขึ้นมาทันทีที่เขากลับมาถึงห้องแต่กลับไม่พบจินนี่ของเขาที่มารอรับหน้าประตูเหมือนอย่างเคย
“ไปไหนนะ อยู่ในห้องนอนหรือเปล่า” ว่าแล้วขายาวก็เดินตามหาร่างบางทันที
“แจจุงมาอยู่นี่เอง ทำอะไรอยู่” ยุนโฮเดินมาหาแจจุงที่นั่งอยู่บนเตียงนอน ร่างบางนั่งหันหลังพร้อมกับก้มหน้าอยู่จนเรียกสีหน้าสงสัยออกมาจากใบหน้าคมได้ดี
“เจ้านาย...ฮือ...” แจจุงหันมาหาร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆใบหน้าสวยเปรอะไปด้วยคราบน้ำตาทมี่ยังไม่แห้งดีนัก
“แจจุงเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ” ยุนโฮร้องถามขึ้นมาอย่างตกใจมือหนายกขึ้นมาปาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนไปเบาๆ ร่างสูงนั่งลงข้างแจจุงทันที
“เจ้านาย...ฮือ...ฮือ...” แจจุงเอนตัวซบลงกับอกแกร่งไปก่อนที่จะชูจดหมายที่ถืออยู่ในมือให้ยุนโฮดู
“อะไร...” ยุนโฮรับมาอย่างสงสัย แล้วสายตาคมก็กวาดอ่านข้อความในจดหมายนั้นทันที
“แจจุง....” ยุนโฮก้มลงมองใบหน้าสวยที่กำลังมีน้ำตาอีกครั้ง
“อื้อ....แจจุงต้องกลับไปแล้ว...เจ้านายฮะ...แจจุงจะไม่ได้อยู่กับเจ้านายแล้วอ่ะ อื้อ...” มือเรียวยกขึ้นมากอดเอวหนาเอาไว้ทันที ใบหน้าสวยที่มีน้ำตาซบลบงที่อกแกร่งของยุนโฮเอาไว้
“ทำไมล่ะ...แจจุงเป็นจินนี่ของฉันไม่ใช่เหรอ” ยุนโฮถามขึ้นมาอย่างใจหายกับข่าวที่ว่าแจจุงถูกเรียกตัวกลับไปยังเมืองเวทมนตร์
“ไม่รู้แจจุงไม่รู้ อื้อ...แต่แจจุงไม่อยากลับอ่ะ อื้อ...ไม่อยากลับ แจจุงอยากอยู่กับเจ้านายนะ...” เสียงหวานดังอู้อี้ขึ้นมากับอกแกร่ง ร่างบางเบียดตัวเข้าหาร่างสูงยิ่งขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่กอดเอวหนาแน่นขึ้น
“แต่แจจุงก็ต้องกลับไปใช่มั้ย” ยุนโฮถามขึ้นมาอย่างเจ็บปวด ทำไมนะ ทำไมล่ะเขากับแจจุงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่แล้วทำไมเวลาแห่งความสุขมันถึงกำลังจะหมดไปด้วย
“อื้อ..ต้องกลับ แต่แจจุงไม่อยากไป อื้อ...ไม่อยากไป แจจุงอยากอยู่ที่นี่กับเจ้านายนะ” แจจุงเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาคมทันที
“ฉันก็อยากแจจุงอยู่ที่นี่” ยุนโฮฝืนยิ้มขึ้นก่อนที่จะกอดร่างบางเอาไว้อีกครั้ง
“แจจุงกลับไปแล้ว แจจุงจะกลับมาที่นี่อีกใช่มั้ย” ยุนโฮถามขึ้นมาเบาๆ เมื่อนั่งกอดร่างบางที่หยุดร้องไห้ได้สักพัก
“ไม่รู้ฮะ...แจจุงไม่รู้ว่าแจจุงจะได้กลับมาที่นี่อีกมั้ย” แจจุงตอบขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจเอาเสียเลย เขาไม่รู้ว่าเขาจะได้กลับมาหรือเปล่าทั้งที่อยากกลับมาหาเจ้านายใจจจะขาด
“แล้ว....แจจุงจะต้องกลับไปเมื่อไหร่” ยุนโฮถามขึ้นมาอย่างอ่อนแรง
“อีก 2 วันฮะ”
“แค่ 2 วันเองเหรอที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน” ยุนโฮก้มลงมามองแจจุงในอ้อมแขนอย่างใจหาย
“อื้อ...” ใบหน้าสวยพยักหน้าให้เบาๆ
“ก็ยังดีที่เรายังมีเวลาที่ยังได้อยู่ด้วยกันบ้างนะ” ยุนโฮก้มลงมาบอก
“เจ้านายอย่างพูดแบบนั้นสิ เดี๋ยวแจจุงก้ร้องไห้อีกหรอก” แจจุงเบ้หน้าขึ้นมาทันที
“สองวันที่เหลือเราจะอยู่ด้วยกันนะ” ยุนโฮจูบลงที่เปลือกตาสีนิลก่อนจจะกอดร่างบางเอาไว้อีกครั้ง
ใจหาย....ผมยอมรับว่าใจหายมากที่รู้ว่าแจจุงจะไม่ได้อยู่กับผมอีกแล้ว ผมไม่รู้วาแจจุงจะกลับมาเป็นจินนี่ของผมอีกมั้ย ทำไมนะ ทำไมทุกอย่างมันต้องเป็นแบบนี้ ใครกันช่างเล่นตลกกับชีวิตผมเสียจริงๆ
….
~~~+~~~ My Genie...Sweet Heart ~~~+~~~
เช้านี้ก็เป็นอีกวันที่ผมนอนกอดแจจุงอยู่ ร่างบางคนนี้หลับไหลอยู่ในอ้อมแขนของผมตั้งแต่เมื่อคืน แจจุงร้องไห้จนหลับไปเพราะเสียใจและไม่อยากจะจากเจ้านายอย่างผมไปล่ะมั้ง
สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยที่ยังหลับพริ้มอยู่ในอ้อมแขนของเขา มือหนายกขึ้นมาลูบผมสีทองไปเบาๆ จมูกโด่งเลื่อนเข้าไปกดลงที่พวงแก้มเนียนข้อนิ้วยาวไล้ลงที่แนวกรามสวยได้รูป
...จะว่าไปผมเองก็ไม่อยากให้แจจุงไปหรอกนะ แต่..ผมเองไม่มีอำนาจที่จะไปรั้งให้แจจุงอยู่ที่นี่ แต่ถ้าผมสามารถรั้งให้แจจุงอยู่กับผมได้ตลอดไปมันคงจะดีไม่น้อยเลยนะ...
“ฉันรักแจจุงนะ” เสียงทุ้มกระซิบลงข้างหูของคนที่หลับอยู่ ปากหยักก้มลงมาจูบเบาๆที่เรียวปากอิ่ม ยุนโฮยกยิ้มบางๆขึ้นอย่างเจ็บปวดก่อนจะรวบร่างบางเข้ามาชิดแผ่นอกแกร่งที่อบอุ่นของเขาอีกครั้ง
...เวลาแค่ 2 วันที่อยู่ด้วยกัน ผมจะทำให้แจจุงมีความสุขที่สุดและทำให้แจจุงจดจำเวลาที่เราได้มีโอกาศอยุ่ด้วยกันเอาไว้นานๆ...
“ทำไมวันนี้เจ้านายตื่นเช้าจัง” เสียงหวานเอ่ยทักร่างสูงที่กำลังง่วนทำอะไรก๊อกแก๊กอยู่ในครัว
“ก็...วันนี้จะทำข้าวเช้าให้แจจุงกินยังไงเล่า” ยุนโฮหันมายิ้มให้ ถึงรอยยิ้มของเขาจะไม่สดใสนักเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเหลือเวลาที่จะอยู่ด้วยกันอีกไม่มาก แต่ก็ไม่อยากให้เวลาที่เหลือนั้นต้องปล่อยให้มันเศร้าๆอยู่แบบนี้
“จะกินได้มั้ยฮะ” แจจุงแกล้งแซวขึ้นปากอิ่มยิ้มมาให้ร่างสูงทั้งที่รู้สึกใจหายแต่เขากับเจ้านายก็แค่อยากจะมีช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันเพียงน้อยนิดนี้ให้มีแต่รอยยิ้มมากที่สุด
“กินได้สิ” ยุนโฮหันมาบอกก่อนจะวางข้าวต้มหอมกรุ่นลงบนโต๊ะเมื่อแจจุงนั่งรออยู่
“กินล่ะฮะ.... อื้ม...อร่อยจัง” แจจุงพูดขึ้นเสียงสั่น น้ำใสๆคลออยู่ที่ขอบตาของเขาอีกครั้ง ข้าวต้มมื้อแรกที่เป็นฝีมือเจ้านาย อร่อยสุดๆเลยนะ
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ไม่เอาๆนะ” ยุนโฮยิ้มให้ก่อนที่จะเอื้อมมือมาเช็ดน้ำใสๆที่ขอบตาสีนิลออกไปเบาๆ
“ฮะ...แจจุงเข้มแข็งนะ และก็จะ...อึก...ร่าเริงเหมือนเดิม” แจจุงยิ้มให้ยุนโฮทันทีพร้อมกับยกมือขึ้คันมาปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ
“อืม...” ยุนโฮยิ้มกว้างมาให้แต่ก็กลับลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อคิดว่าคนตัวเล็กจะอยู่กับเขาได้อีกไม่นาน
“แจจุงวันนี้แต่งตัวสวยๆนะ เราเย็นนี้เราจะออกไปข้างนอกกัน” ยุนโฮหันมาบอกร่างบางที่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ
“เอ๊ะ...ไปไหนหรือฮะ” แจจุงถามขึ้นมาอย่างแปลกใจ
“เอาน่า...เดี๋ยวแจจุงก็รู้เองล่ะ” ยุนโฮยิ้มขึ้นอย่างมีเลศนัย
“ใส่ชุดที่ฉันซื้อให้ก็ได้นะ งั้นฉันออกไปรอข้างนอกล่ะ”
“เจ้านายมีอะไรน๊า...” แจจุงพึมพำขึ้นก่อนจะยอมทำตามโดยดี
“มาเร็ว...” ยุนโฮจับมือเรียวมาคล้องแขนเขาเอาไว้ทันที
“เดินเฉยก็ได้ฮะ” แจจุงก้มหน้าอายลงเล็กน้อย เขาไม่เคยเดินควงแขนยุนโฮออกมาจากบ้านแบบนี้เลยนะ
“เอาน่า... เราเป็นคนรักกันนี่นา” ยุนโฮหันมาบอกก่อนที่จับจับมือเรียวขึ้นมาคล้องแขนเขาเอาไว้แล้วพาเดินขึ้นรถไป
“เจ้านายจะพาไปที่ไหนฮะ” แจจุงมองสองข้างทางเมื่อยุนโฮขับรถออกนอกเมืองมาเรื่อยๆ
ไม่บอก เดี๋ยวแจจุงก็รู้เองนั่นล่ะ” ยุนโฮหันมายิ้มให้ก่อนจะขับรถต่อไปอย้างอารมณ์ดี
“ใจร้าย...” แจจุงต่อว่าเล็กน้อยก่อนจะมองสองข้างที่ไปอย่างสนใจ
“หึหึ...” ยุนโฮยิ้มขึ้นกับท่าทางงอนๆของร่างบางก่อนจะขับรถต่อไป
“เอ๊ะ...เรือเหรอ!!” ตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นเมื่อยุนโฮจอดรถลงที่ท่าเรืองแห่งหนึ่งแถบชานเมืองโซล
“เจ้านาย...” แจจุงยิ้มกว้างขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นมามองใบหน้าคมที่ฉีกยิ้มให้เขาอยู่
“ก็แจจุงอยากมาล่องเรือไม่ใช่เหรอก นี่ไง...วันนี้เราจะมาล่องเรือกัน” ยุนโฮหันมาบอกก่อนจะคว้ามือเรียวเดินขึ้นไปบนเรือลำใหญ่ที่ประดับด้วยไฟที่สวยงาม
“เจ้านายไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้นะฮะ” แจจุงหันมามองใบหน้าคมอย่างปลื้มๆ
“เอาน่า...ฉันเองก็อยากมากับแจจุงด้วยนี่นา แล้วที่สำคัญต้องขอบคุณเจ้าชางมินเพื่อนของฉันที่หาตั๋วมาให้ด้วย” ยุนโฮหันมาบอก
“ลมเย็นดีนะฮะ” แจจุงหันมามองใบหน้าคมที่ดูผ่อนคลายขึ้น ร่างสูงยืนอยู่ข้างแจจุงเมื่อทั้งสองยืนอยู่บนดาดฟ้าของเรืองลำใหญ่ที่กำลังล่องไปในแม่น้ำฮันยามค่ำคืน
“อืม..ชอบมั้ย”
“ชอบมากเลยฮะ” แจจุงยิ้มขึ้นอย่างดีใจ
และแล้วการดินเนอร์ท่ามกลางบรรยากาศดีๆกลางแม่น้ำยามค่ำคืนก็เริ่มขึ้นด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนรักทั้งสองคนที่พูดคุยกันอย่างออกรส
“ขอบคุณมากนะฮะเจ้านาย” แจจุงหันมาบอกร่างสูงที่กอดเอวบางของตนเอาไว้จากด้านหลัง
“ไม่เป็นไร แต่...ขอโทษนะที่แจจุงมาอยู่กับฉันตั้งนานแล้ว แต่ฉันเองไม่ค่อยได้พาแจจุงออกมาเที่ยวข้างนอกด้วยกันแบบนี้เลย” ยุนโฮบอกเบาๆที่ข้างหู ใบหน้าคมเกยไหล่เล็กเอาไว้อย่างอ้อนๆ
“อื้อ...ไม่เป็นไรฮะ แค่แจจุงได้อยู่กับเจ้านายแจจุงก็พอใจแล้วล่ะ” มือเรียวจับลงบนมือหนาที่กอดเอวเขาเอาไว้
“ขอบใจนะแจจุงที่มาอยู่กับฉัน” ยุนโฮพูดจบก็จูบลงที่ขมับของร่างบางไปเบาๆ
ปากอิ่มยิ้มขึ้นอย่างดีใจก่อนที่จะหันมามองบรรยากาศริมแม่น้ำรอบตัวอีกครั้งพร้อมกับไออุ่นของมือหนาที่กอดเขาเอาไว้...
...และแล้ววันสุดท้าย...คืนสุดท้ายที่ได้อยุ่ด้วยกันก็มาถึงจนได้....
“เจ้านายฮะ” แจจุงเรียกร่างสูงที่นอนกอดเขาเบาๆ
“หืม..” ยุนโฮก้มลงมองใบหน้าสวยที่อยู่ใกล้
“แจจุงรักเจ้านายนะฮะ” ร่างบางยิ้มให้ก่อนที่จะจูบเข้าที่ปลายคางของยุนโฮ
“ฉันก็รักแจจุงนะ” ยุนโฮยิ้มให้พร้อมกับจูบเข้าที่หน้าผากมนไปทันที
“เจ้านายฮะ...แจจุงไม่อยู่แล้วเจ้านายต้องดูแลตัวเองดีๆนะฮะ
เจ้านายอย่านอนดึกนะ อย่าทำงานหนักอีกนะฮะ
เจ้านายอย่าดื่มเหล้านะฮะ เดี๋ยวไม่มีใครพากลับบ้านนะ
เจ้านายอย่าลืมเอกสารเอาไว้ที่ห้องนะฮะ เพราะจะไม่มีใครเอาเอกสารไปให้เจ้านายที่ทำงานอีกแล้ว”
“เจ้านายฮะ เจ้านายจะคิดถึงแจจุงมั้ย
เจ้านายจะคิดถึงจินนี่บ๊องๆคนนี้หรือเปล่า
แจจุงอาจจะเป็นตัวป่วนของเจ้านายในเวลาที่ผ่านมา แต่..
เจ้านายอย่าลืม....ฮือ...อย่าลืมจินนี่คนนี้นะฮะ” แจจุงร้องไห้ขึ้นมาทันทีเมื่อพูดจบ
“แจจุง...ฉันไม่ลืมแจจุงหรอกนะ” ยุนโฮลูบผมสีทองไปเบาๆ
“ฉันไม่มีวันลืมจินนี่ของฉันหรอกนะ” ยุนโฮพูดขึ้นพร้อมทั้งกอดร่างบางแน่นเข้าไปอีก
“แจจุงจะอยู่ในใจฉันตลอดไปนะ” ยุนโฮจูบลงที่เรียวปากอิ่มไปเบาๆ
“ขอบคุณฮะ เจ้านายก็จะอยู่ในใจแจจุงเหมือนกันนะ” แจจุงยิ้มทั้งน้ำตามาให้ยุนโฮอีกครั้ง
“ทำไมเจ้านายยังไม่นอนอีกล่ะฮะ” แจจุงถามขึ้นเมื่อเห็นว่ายุนโฮนอนมองใบหน้าของตนมานานแล้ว
“ฉันกลัว...ฉันกลัวว่าฉันหลับไปแล้ว และเวลาที่ฉันตื่นมา...ฉันจะไม่เจอแจจุงอีก” ยุนโฮพูดขึ้นอย่างหวั่นๆ
“เจ้านาย...”แจจุงจับแก้มกร้านของยุนโฮเอาไว้เบาๆ
“เจ้านายหลับเถอะฮะ นอนพักผ่อนซะนะ” แจจุงหยัดตัวขึ้นมาจูบลงที่หน้าผากของยุนโฮไปเบาๆ แล้วไม่นานยุนโฮก็หลับลงเพราะมนตร์สะกดของแจจุง
“แจจุงรักเจ้านายยุนโฮมากนะฮะ..รักมากจริงๆ”
แจจุงกลั้นใจกระซิบบอกร่างสูงที่นอนหลับอยู่บนเตียงไปเบาๆอีกครั้ง ร่างบางค่อยลุกขึ้นจากเตียงที่เขากับยุนโฮเคยนอนด้วยกัน ตาสีนิลจ้องมองร่างสูงที่นอนหลับอยู่อย่างอาลัยอาวร
“แจจุงไม่รู้ว่าแจจุงจะได้กลับมาเจอกันอีกมั้ย...แต่แจจุงไม่มีวันจะลืมเจ้านายใจดีหรอกนะฮะ”
ร่างบางหันมามองใบหน้าคมอีกครั้ง ก่อนจะหายตัวเข้าไปในตะเกียงสีทองที่วางอยู่บนโต๊ะตรงข้างเตียงของยุนโฮ
.
.
.
...เช้าวันรุ่งขึ้น....
“อือ...” เสียงทุ้มครางออกมาเบาๆ เมื่อร่างสุงนอนพลิกกายอยู่บนเตียงใหญ่ของตน มือหนาควานหาร่างบางที่นอนอยู่ด้วยกันเมื่อคืนทันที แต่...กลับพบแต่ความว่างเปล่า แล้วไม่นานสายตาคมก็ลืมตาขึ้นมา...
“ไปแล้วสินะ...” เสียงยุนโฮพูดออกมาเบาๆ สายตาคมกวาดมองไปรอบๆห้องนอนพร้อมกับหันมาดูตรงที่เคยวางตะเกียงสีทองของแจจุงเอาไว้
“หายไป...ตะเกียงของแจจุงหายไปแล้ว มันหายไปพร้อมกับจินนี่ของเขาสินะ”
ยุนโฮลุกขึ้นมานั่งบนเตียงนอนของเขาทันที ร่างสูงถอนหายใจออกมาเบาๆ
...มันเหมือนฝันเลยนะ การที่เขาได้อยู่กับแจจุงมันเหมือนฝัน...ความฝันของเขากลับจับต้องได้ แต่ถ้าเป็นไปได้...เขาขออยู่ในความฝันตลอดไปได้หรือเปล่า ขอแค่ได้อยู่กับจินนี่ผู้น่ารักของเขาได้มั้ย ขออยู่ข้างๆคนรักของเขาไปนานๆไม่ได้เลยหรือ...
“ฮึม...ใครกันนะที่ทำให้เขามาเจอกับแจจุง แล้วใครกันที่มาพรากแจจุงไปจากเขา” ยุนโฮยิ้มเยาะตัวเองก่อนที่จะบังคับให้ตัวเองลุกขึ้นจากเตียงนอนเพื่อกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง โลกที่เขาต้องเผชิญอีกครั้ง โลกที่ไม่มีแจจุงจินนี่ของเขาอยู่อีกแล้ว
“เป็นอะไรของแกว่ะ ดูแกทำหน้าเขาสิเหมือนหมีอดอยากเลย ทำไมทะเลาะกับแจจุงเหรอ”ชางมินแซวขึ้น
“เปล่า...” ยุนโฮส่ายหน้าเบาๆแต่ไม่ได้ตอบอะไรออกมา
“มีเรื่องอะไรกันว่ะ” ชางมินถามขึ้นอย่างเป็นห่วงเขาไม่เคยเห็นยุนโฮเป็นแบบนี้เลย
“ไม่มีอะไร เตรียมตัวประชุมเถอะ” ยุนโฮหันมาตบไหล่ชางมินเบาๆก่อนจะหันมาจัดการเอกสารต่อไป
“มันต้องมีอะไรแน่ๆ เลย” ชางมินลอบมองใบหน้าคมอีกครั้งอย่างสงสัย
+++++++++++++++
....ณ เมืองเวทมนตร์...
“แจจุงกลับมาแล้ว แม่ดีใจจังเลย” หญิงสาววัยกลางคนกอดลูกชายของธอเอาไว้อย่างดีใจ ร่างบางยิ้มน้อยๆให้ก่อนจะกอดแม่ของเขาเอาไว้อย่างคิดถึง
“คุณป๋าส่งจดหมายไปตามแจจุงกลับมา เพราะแจจุงสอบผ่านแล้วนะลูก การที่แจจุงไปเป็นจินนี่ฝึกหัดที่โลกมนุษย์นั้น แจจุงทำหน้าที่ได้ดีมากเลยนะ” แม่พูดขึ้นอย่างชื่นชม
“งั้นหรือฮะ แต่แจจุงไม่ค่อยได้ทำอะไรเลยนะ เป็นตัวป่วนเจ้านายเสียมากกว่า” แจจุงยิ้มแห้งๆขึ้นมาเมื่อนึกถึงร่างสูงคนนั้น
“ใครว่าล่ะ แจจุงของแม่เก่งออกนะ แล้วอีกไม่กี่วันแจจุงจะได้รับใบรับรองการเป็นจินนี่เต็มตัวแล้วนะ แม่ดีใจจริงๆนะลูก เอางี้...แจจุงเพิ่งกลับมาขึ้นไปพักบนห้องก่อนดีกว่านะ” แม่หอมแก้มแจจุงไปฟอดใหญ่ก่อนจะปล่อยให้ลูกชายของตนขึ้นไปพัก
“ห้องเรางั้นเหรอ” แจจุงมองไปรอบห้องนอนของตัวเอง แต่แล้วไม่นานก็กลับมีใบหน้าหล่อๆของใครบางคนลอยเข้ามาในหัวทันที
“ป่านนี้เจ้านายจะเป็นยังไงบ้างนะ จะทำอะไรอยู่ จะกินข้าวหรือยัง แล้วจะดูแลตัวเองเหมือนที่เขาอยู่ด้วยหรือเปล่านะ” แจจุงทิ้งตัวนอนลงบนที่นอนสีหวานของตนก่อนที่จะหลับตาลงแต่ไม่วายจะมีน้ำใสๆไหลลงมาจากหางตาของเขาอย่างห้ามไม่ได้
“แจจุงเป็นอะไรไปลูก แม่เห็นแจจุงนั่งซึมแบบนี้มาหลายวันแล้วนะ” เสียงแม่ทักร่างบางที่นั่งเล่นอยู่ในสวนหลังบ้าน
“ไม่เป็นไรฮะ แจจุงสบายดี” ร่างบางฝืนยิ้มขึ้นมาทันที
“ไม่จริงหรอกนะ แจจุงอย่าโกหกแม่เลยนะลูก” มือเล็กๆของแม่กอดร่างบางเอาทันที
“แม่ฮะ....” แจจุงร้องไห้ออกมาเพราะคิดถึงใครบางคนที่จากมา
“แจจุง...” แม่ก้มมองใบหน้าสวยของลูกชายอย่างสงสาร
“แจจุงคิดถึงเจ้านายฮะแม่ คิดถึงมากเลย เจ้านายใจดีกับแจจุงมากเลยนะฮะ เจ้านายเป็นคนดีจริงๆนะฮะแม่” แจจุงซบหน้าลงกับอกบางของแม่แล้วร้องไห้ขึ้น
“ลูกรักเขาเหรอจ๊ะ” แม่ถามขึ้นมาเบาๆ
“ฮะ...แจจุงรักเจ้านาย...” มือเรียวกอดเอวแม่ของเขาเอาทันที
“แจจุงน๊า...” แม่ลูบลงที่ผมสีทองไปเบาๆ
“มันไม่ผิดใช่มั้ยฮะ ที่แจจุงรักเจ้านาย” ร่างบางเงยหน้าขึ้นมาถามแม่ของเขาทันที
“ไม่ผิดหรอกจ้า...” แม่ยิ้มขึ้นก่อนที่จะเช็ดน้ำใสๆที่ไหลลงมาจากตาคู่สวย
“แต่...เราเป็นจินนี่นะลูก แล้วเขาก็เป็นคน...มันยากที่เราจะอยู่ด้วยกัน” แม่พูดขึ้น
“แจจุงรู้ฮะ” แจจุงพยักหน้าเบาๆก่อนจะกอดแม่ของเขาเอาไว้อีกครั้ง
“เฮ้อ....” แม่ของแจจุงถอนหายใจออกมาเบาๆกับท่าทางซึมเศร้าของลูกชายที่น่าสงสารเสียเหลือเกิน
“คุณค่ะ คุณสังเกตแจจุงบ้างมั้ย” แจอินเอ่ยปากถามพ่อของแจจุงเมื่อนอนด้วยกันอยู่บนเตียง
“ผมเข้าใจนะ ว่าแจจุงรักเขาแต่..คุณจะให้ผมทำยังไง” ชางซุงลุกขึ้นมานั่งอยางกลุ้มๆกับท่าทางของลูกชาย
“ฉันว่าเราน่าจะ...” แจอินเอ่ยบอกพร้อมกับลูกขึ้นมานั่งข้างๆสามีทันที
“ให้เหมือนจุนซูนะเหรอ ผมว่า....” ชางซุงพูดขึ้นพร้อมกับมองหน้าของภรรยาตนอย่างเข้าใจ
“ใช่...แต่จุนซูเขาก็มีความสุขนะคะ แถมเจ้านายของจุนซูก็ดูแลจุนซูดีด้วยนะ” แจอินพูดขึ้น เมื่อนึกถึงเรื่องของจุนซู หลานของเธอที่ไปอยู่กับเจ้านายที่เป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่การไปอยู่นี้ต้องตัดขาดจากเมืองเวทมตร์ไปเพราะกฏของเมือง
“แต่...ถ้าเป็นแบบนั้นแจจุงจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีก” ชางซุงพูดขึ้นมาอย่างใจหาย นี่เขาต้องเสียลูกชายไปอย่างงั้นเหรอ
“เพื่อความสุขของลูกนะคะคุณ คุณเองน่าจะเห็นลูกนะว่าลูกน่าสงสารจริงๆ”
“เฮ้อ...” ชางซุงถอนหายใจออกมาอีกครั้งพร้อมกับมองหน้าภรรยาของตัวเอง
“นะคะ...ถ้าเราคิดถึงแจจุงเราเองก็ดูลูกแก้วเอาก็ได้นะ” แจอินกอดเอวหนาของสามีไปทันที
“คุณตัดสินใจแน่แล้วเหรอ คิดดีแล้วหรือไง เห็นตอนที่แจจุงไปเป็นจินนี่ฝึกหัดก็ร้องไห้คิดถึงลูกเกือบทุกวัน แต่นี่ถ้าแจจุงไปอยู่ที่นั่นจริงคุณไม่คิดถึงแกเหรอ....”
“ถ้าลูกมีความสุขฉันเองก็ดีใจค่ะ ดีกว่าปล่อยให้ลูกเรานั่งซึมอยู่แบบนี้” แจอินเงยหน้าขึ้นมาบอกสามีของเธอเบาๆพร้อมกับรอยยิ้มที่จริงใจ
“หึหึ...งั้นเราคงต้องอยู่กันสองคนตายายที่นี่ล่ะมั้ง ฮะฮะ...” ชางซุงหัวเราะขึ้นมาเบาๆก่อนที่จะกอดภรรยาของเขาเอาไว้
“ฉันรักคุณ เพราะคุณใจดีแบบนี้ล่ะค่ะ” แจจุอินขึ้นอย่างดีใจ ที่ลูกชายของเธอจะไม่ต้องมานั่งซึมเศร้าอีกต่อไป
++++++++++++++++
.....กรุงโซล....
“วันนี้ไปดื่มกันมั้ยุนโฮ” เสียงชางมินเอ่ยชวนเพื่อนของเขาหลังเลิกงาน
“ไม่ล่ะ... แกไปเถอะ” ยุนโฮหันมายิ้มบางให้ พร้อมกับนึกถึงคำพูดของใครบางคนที่สั่งเขาเอาไว้
“ไม่ไปด้วยกันจริงๆอ่ะ” ชางมินชวนขึ้นอีกครั้ง
“ไม่ล่ะ ฉันจะกลับบ้าน” ยุนโฮส่ายหน้าปฏิเสธอีกครั้งก่อนจะเดินออกมาจากออฟฟิตในตอนค่ำ
“พี่ชายฮะ...” เสียงเด็กตัวเล็กเอ่ยเรียกร่างสูงที่ยืนรอรถอยู่ มือเล็กๆของเด็กน้อยกระตุกชายเสื้อสูทของยุนโฮเบาๆ
“อ้าว...เราเองเหรอ” ยุนโฮจ้องมองเด็กน้อยคนนี้อย่างแปลกใจ ไอ้เด็กคนนี้ที่ขายตะเกียงให้เขาเมื่อครั้งก่อนนี่นา
“วันนี้ผมเอาตะเกียงมาขายล่ะ พี่ชายจะซื้อมั้ยฮะ” เสียงเด็กน้อยเอ่ยถาม
“หึหึ...ไม่ล่ะ พี่มีตะเกียงแล้ว” ยุนโฮยิ้มบางๆมาให้ทันที
“แต่ตะเกียงของผมไม่ดำเหมือนอันโน้นแล้วนะ นี่ไง..ตะเกียงสีเงินสวยเชียวนะฮะพี่ชาย” เด็กน้อยชูตะเกียงสีเงินในมือขึ้นมาให้ยุนโฮดู
“ไม่ล่ะ พี่มีตะกียงแล้วจริงๆ แล้วพี่ก็ชอบตะเกียงอันนั้นด้วย” ยุนโฮก้มลงมาบอก
“แต่...อันนี่สวยกว่านะ” เด็กน้อยยังคะยั้นคะยอไม่เลิก
“หึหึ...ขอบใจนะ แต่พี่ชอบตะเกียงอันเก่าของพี่มากกว่า ถึงแม้ว่า...ตะเกียงอันนั้นจะไม่อยู่กับพี่แล้วก็ตาม” ยุนโฮหันมายิ้มบางๆให้เด็กน้อยไปทันที
“ว้า...ผมก็ขายตะเกียงไม่ได้นะสิ” เด็กน้อยยู่หน้าขึ้นมาทันที
“หึหึ...เราเอาไปขายให้คนอื่นก็แล้วกัน แต่ถ้าจะเอาค่ารถกลับบ้าล่ะเดี๋ยวพี่ให้” ยุนโฮหันมาล้วงกระเป๋าสตางต์ในเสื้อสูททันที
“ไม่ล่ะฮะ ผมกลับเองได้แล้ว” เด็กน้อยยิ้มมาให้ก่อนจะเดินจากไป
“หึหึ...พี่มีตะเกียงอันเดียวก็พอแล้วล่ะ” ยุนโฮอมยิ้มขึ้นมาเมื่อนึกถึงตะเกียงสีทองที่เคยอยู่ในห้องของเขา
แป๊ก....
ไฟในห้อนของยุนโฮเปิดขึ้นเหมือนทุกวัน ร่างสูงเดินมาทิ้งตัวนอนลงบนที่นอนใหญ่ของตนทันที สายตาคมจ้องมองหมอนใบหญ่ที่มีใครบางคนเคยหนุนมันเอาไว้เมื่อไม่นานมานี้ มือหนาลูบลงบนที่นอนนุ่มฝั่งนั้นอย่างคิดถึง
“ป่านนี้แจจุงจะเป็นยังไงบ้างนะ” แล้วไม่นานยุนโฮก็คว้าหมอนที่แจจุงเคยหนุนนอนมากอดเอาไว้ทันที จมูกโด่งสูดความหอมอ่อนๆของร่างบางที่ยังติดอยู่บนหมอนใบนั้นอย่างคิดถึง
“กลับมาเจอกันอีกสักครั้งไม่ได้เหรอแจจุง ฉันคิดถึงจินนี่ของฉันจังเลย...”
เสียงทุ้มพึมพำขึ้นมาเบาๆ แล้วไม่นานหัวสมองเขาก็กลับมีเสียงหวานของใครบางคนที่เคยพูดโน้นพูดนี่ก้องขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
“เจ้านายฮะ กลับมาแล้วเหรอ....”
“วันนี่แจจุงทำกับข้าวเอาไว้ล่ะ เจ้านายไปอาบน้ำก่อนนะฮะ”
“อื้อ...หอมแจจุงมากเดี๋ยวแก้มแจจุงช้ำหมดนะ”
“แจจุงรักเจ้านายจังเลยฮะ...”
“เฮ้อ....” ยุนโฮถอนหายใจยาวๆออกมาอีกครั้ง สายตาคมจ้องมองเพดานห้องอย่างใช้ความคิด
“กลับมาอยู่ด้วยกันไม่ได้เหรอ ผมรักเขาจริงๆนะ แจจุงเป็นคนๆเดียวที่ผมรัก ถึงเขาจะเป็นจินนี่แต่ผมก็รักเขาจริงๆนะ”
ปากหยักพูดขึ้นมาก่อนที่สายตาคมจะปิดลงเพราะความอ่อนล้าที่เข้ามาเยือน
...
..
.
“เจ้านายฮะ...อิอิ...นอนเป็นเด็กเชียวนะ” เสียงหวานดังขึ้นมาเบาๆ ปากอิ่มอมยิ้มขึ้นกับท่าทางการนอนของยุนโฮ เมื่อร่างสูงนอนตะแคงตัวงออยู่เพราะความหนาวถึงจะมีผ้าห่มปิดอยู่ครึ่งตัวแต่การนอนคนเดียวแบบนี้มันก็ไม่ได้อุ่นขึ้นมาเหมือนมีใครมานอนให้กอดสักนิด
“เจ้านายฮะสายแล้วนะ ไม่ไปทำงานเหรอ” เสียงหวานกระซิบลงที่ข้างหูของยุนโฮ แต่ชายหนุ่มกลับยังไม่ลืมตาขึ้นมาแต่อย่างใด
“หุหุ...เดี๋ยวนี้ขี้เซาจังนะ” ปากอิ่มยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะเป่าลมลงที่หูของยุนโฮไปเบาๆ
“อื้อ...” แล้วก็ได้ผลเมื่อมือหนายกขึ้นมาปัดไปมาแต่สายตาคมกลับไม่ลืมขึ้นมาสักนิด
“เดี๋ยวนี้ขี้เซาใหญ่แล้วนะ เรียกแล้วไม่ยอมลุกเหรอ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนที่จมูกโด่งของเขาจะกดลงบนแก้มกร้านไปทันที
“อือ...” คิ้วหนาของยุนโฮขมวดเข้าหากันในทันทีที่รู้สึกเหมือนมีอะไรมาถูกไถอยู่ที่แก้มกร้านของเขา แล้วไม่นานตาสีน้ำตาลก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมองเจ้าตัวป่วนการนอนของเขาอย่างแปลกใจ
“ตื่นได้แล้วฮะ” เสียงคุ้นหูเอ่ยเรียกขึ้นมาเบาๆ พร้อมกับภาพใบหน้าสวยที่คุ้นตาที่อยู่ใกล้เขาเสียจนเหมือนฝัน
“ฉันคิดถึงแจจุงจนเก็บไปฝันเลยหรือนี่” เสียงทุ้มที่แหบพร่าบ่นขึ้นมาเบาๆ พร้อมกับสายตาคมที่กระพริบตาถี่ๆอีกครั้ง
“ไม่ได้ฝันนะฮะ” ปากอิ่มเอ่ยขึ้นมาเบาๆพร้อมกับใบหน้าสวยที่ก้มลงมาเสียเกือบจะชิดใบหน้าของยุนโฮ
“แจจุงเองอะ จำกันไม่ได้เหรอ” ร่างบางยิ้มกว้างมาให้พร้อมกับมือเรียวที่จับใบหน้าของยุนโฮแล้วหันไปมา
“เอ๊ะ...แจจุง!!...” สายตาคมปรับโฟกัสให้มองใบหน้าสวยชัดขึ้นอีกครั้งอย่างแปลกใจ
“ใช่ฮะแจจุงเอง” แจจุงยิ้มแป้นจนตาปิดให้เจ้านายของเขา
“แจจุง!!! แจจุงจริงด้วย!!! แจจุงกลับมาแล้วเหรอ” ยุนโฮร้องขึ้นเสียงดังด้วยความดีใจ ร่างสูงเด้งตัวขึ้นมาแล้วดึงแจจุงเข้ามากอดเอาไว้จนร่างบางถลามาซบอกแกร่งไปทันที
“หุหุ..เจ้านายดีใจขนาดนี้เลยหรือฮะ” แจจุงถามขึ้นอย่างแปลกใจ แต่เขาเองก็ดีใจไม่แพ้กันที่ได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง
“แจจุงจริงด้วย ฟอด!!..” ยุนโฮหอมแก้มเนียนไปฟอดใหญ่พร้อมทั้งกอดร่างบางเอาไว้แน่นเหมือนกลัวแจจุงจะหายไปไหนอีก
“อิอิ...ก็แจจุงนะสิฮะ แจจุงกลับมาแล้วนะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาตรงอกแกร่ง
“คิดถึงจังเลย” มือหนากอดร่างบางแน่นขึ้นอย่างคิดถึง
“อุ๊ย...เจ้านายกอดแจจุงแน่นเกินไปแล้วนะฮะ เดี๋ยวแจจุงหายใจไม่ออกกันพอดีนะ” แจจุงยิ้มขึ้นอย่างปลื้มๆแต่มือเรียวก็กอดเอวหนาเอาไว้แน่นเช่นกัน
“แจจุงกลับมาแล้วและจะไม่ไปไหนอีกแล้วใช่มั้ย” ยุนโฮก้มลงมาถามร่างบางในอ้อมแขนทันที
“ฮะ แจจุงจะไม่ไปไหนแล้ว แจจุงจะอยู่กับเจ้านายนี่ล่ะ” ^___^
“แน่นะ” ยุนโฮถามขึ้นเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยอย่างหวั่นๆ
“แน่สิฮะ แถมแจจุงกลับไปที่เมืองเวทมนตร์ไม่ได้แล้วด้วยเพราะออกมาจากที่นั่นมาเป็นจินนี่เต็มตัวแล้วและก็มารับใช้เจ้านายตลอดชีวิตแล้วล่ะ” ร่างบางเอ่ยบอกขึ้นมาทันที
“เอ๊ะ...ตลอดชีวิตงั้นเหรอ” ยุนโฮถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“ใช่ฮะ ก็...” แจจุงกัดปากเอาไว้อย่างเขินๆก่อนที่จะบอกออกมา
“แจจุงนอนร้องไห้คิดถึงเจ้านายทุกคืนเลย คุณป๋ากับคุณแม่ของแจจุงสงสารที่แจจุงเอาแต่คิดถึงเจ้านาย ก็เลยยอมให้แจจุงมาอยู่ที่นี่เพื่อเป็นจินนี่ของเจ้านายเหมือนเดิม แล้วตอนนี้แจจุงก็เป้นจินนี่เต็มตัวแล้วด้วยฮะ แจจุงจึงมีสิทธิ์เลือกว่าจะทำอะไร” ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมพร้อมกับปากอิ่มที่เอ่ยบอกออกมา
“แล้ว...แจจุงก็เลือกที่จะอยุ่กับฉันอย่างนั้นเหรอ” ยุนโฮถามขึ้นอีกครั้ง
“อื้ม...” แจจุงพยักหน้าขึ้นอย่างอายๆ
“พ่อกับแม่แจจุงไม่ว่าเอาเหรอ” ถึงเขาอยากจะอยู่กับแจจุงมากขนาดไหน แต่พ่อแม่แจจุงก็สำคัญกว่านะ
“คุณป๋ากับคุณแม่เข้าใจฮะ ท่านสองคนอยากเห็นแจจุงมีความสุข” แจจุงพูดจบก็ซุกใบหน้าลงกับอกแกร่งอย่างเขินๆ
“หึหึ...ขอบคุณคุณป๋ากับคุณแม่ของแจจุงมากนะ ฉันดีใจที่สุดเลยรู้มั้ย”
“อื้อ...” แจจุงยิ้มขึ้นอย่างดีใจเช่นกัน
“แจจุง...ฉันจะเป็นเจ้านายที่ดี และจะเป็นคนรักที่ดีของแจจุงตลอดไปเลยนะ”
“ฉันให้สัญญา...ว่า ชองยุนโฮคนนี้จะดูแลจินนี่แจจุงตลอดไป”
“จะทำให้แจจุงมีความสุขไปทุกวันเลยนะ”
ยุนโฮก้มลงมาบอกร่างบางด้วยน้ำเสียงที่จริงจังพร้อมกับสายตาคมที่จริงจังเช่นกัน
“แจจุงเชื่อเจ้านายฮะ” ร่างบางพูดขึ้น มือเรียวจับใบหน้าของยุนโฮไว้เบาๆ
“ขอบใจมากนะแจจุง ขอบใจที่ยอมมาอยู่กับฉัน...”
ปากหยักส่งยิ้มให้แจจุงอีกครั้งพร้อมกับสายตาคมที่สบสายตาคู่โตของแจจุงเอาไว้อย่างสื่อความหมาย แล้วไม่นานใบหน้าคมก็โน้มลงมามอบจุมพิศที่บางเบาแต่เปรียบเปมือนสัญญาที่ให้ไว้แก่ร่างบางทันที
“เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปเลยนะ” ยุนโฮกอดร่างบางเอาไว้อีกครั้งด้วยความสุขใจ
ขอแค่มีแจจุงอยู่กับเขาแค่นี้ก็พอแล้ว....
END...
+++++++
