[SF] ถึงจะเอ๋อ...แต่ก็รักวะ!!Beautiful-Syndrome (Ep.JaeJoong)
posted on 09 Nov 2009 20:52 by yun-su-tvxq in SF-Beautiful-Syndrome[SF] ถึงจะเอ๋อ...แต่ก็รักวะ!! Beautiful-Syndrome (Ep.JaeJoong),YUNJAE
“เฮ้อ...ไม่ได้กลับมาเสียนานเลย” เสียงทุ้มบ่นขึ้นเมื่อเท้าของเขาเหยียบลงที่สนามบินอินชอน
ชายร่างสูงที่อยู่สูทชั้นดีกำลังจ้องมองประเทศบ้านเกิดที่เขาจากไปตั้งแต่เด็กๆ แต่ที่ต้องกลับมาเพราะมาจัดการเรื่องมรดกที่แม่ของเขาทิ้งเอาไว้ให้ ...ก็บ้านหลังใหญ่ในเกาหลีที่เขาไม่ได้มาอยู่เลยนับตั้งแต่พ่อกับแม่เลิกกัน
“คุณยุนโฮใช่มั้ยครับ เสียงชายแก่ท่าทางใจดีเอ่ยถามร่างสูงที่ยืนรอใครอยู่
“ใช่ครับ...” ยุนโฮพยักหน้าให้เบาๆ
“ผมชินดงพ่อบ้านตระกูลชองครับ” ชายแก่แนะนำตัว
“ลุงชินดงเหรอ” ร่างสูงจ้องมองใบหน้าของชายคนนี้แล้วนึกถึงสมัยเด็กๆ
“อ๋อ...จำได้แล้ว” ยุนโฮยิ้มให้พร้อมกับถอดแว่นกันแดดออก
“งั้นเราไปกันเลยดีกว่าครับ” ชินดงบอก
“อืม...” ยุนโฮเดินตามพ่อบ้านชินดงไปที่รถทันที
“คุณยุนโฮจะมาอยู่ที่นี่นานสักเท่าไหร่ครับ” ชินดงถามขึ้น
“ก็คงสัก 2 เดือน หรือจนกว่าฉันจะเขียนงานเสร็จ”่ ยุนโฮบนคนที่นั่งอยู่ด้านหน้ารถ สายตาคมจ้องมองสภาพบ้านเรือนที่เปลี่ยนไปมากของเมืองหลวง
“แล้วคุณผู้ชายสบายดีมั้ยครับ” ชินดงถามขึ้น
“พ่อเหรอ ก็ดี เขาอยู่กับแม่ใหม่น่ะ ฉันไม่ค่อยได้เจอเขาหรอก ฉันอยู่ที่โตเกียวคนเดียวมาตั้งแต่จบ ม.ปลายแล้ว” ยุนโฮพูดขึ้น
“แล้วบ้านแม่ฉันเป็นยังไงบ้าง ยังเหมือนเดิมหรือเปล่า” ยุนโฮถามขึ้น
“เหมือนเดิมทุกอย่างครับ” ชินดงหันมาบอก
“งั้นเหรอ” ปากหยักยิ้มบางๆขึ้นเมื่อนึกถึงสภาพบ้านของเขาในวัยเด็ก
นี่ถ้าพ่อกับแม่ไม่เลิกกัน เขาคงยังได้อยู่ที่บ้านหลังนี้ไปจนโตล่ะมั้ง
แล้วรถคันใหญ่ก็แล่นพาเจ้าของบ้านคนใหม่เข้ามายังในตัวบ้านหลังใหญ่ที่ดูเรียบง่ายแต่ดูดี รั้วสีขาวที่ห้อมล้อมตัวบ้านอยู่นั้น เรียกให้สายตาคมจ้องมองไปได้ไม่ยากเลยทีเดียว
“ยังเหมือนเดิมจริงๆ” ยุนโฮพึมพำขึ้นกับสภาพบ้านที่ยังคงเดิม เหมือนตอนเด็กๆที่เขาได้อยู่กับแม่ที่นี่ ถึงจะผ่านมา 15 ปีแล้วก็ตาม
“สวัสดีค่ะ คุณยุนโฮ” เสียงป้าแม่บ้านทักร่างสูงที่ก้าวลงมาจากรถ
“สวัสดีครับป้ามินอา” ยุนโฮยิ้มให้ป้าคนที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กๆก่อนที่จะบินไปอยู่ที่ญี่ปุ่น
“คุณยุนโฮมาเหนื่อยๆ เชิญด้านในดีกว่าค่ะ” เสียงแม่บ้านบอก
แล้วขายาวก็ก้าวเข้ามาในบ้านทันที บรรยากาศที่ดูเงียบเหงาในบ้านหลังนี้กลับทำให้ร่างสูงคิดถึงหญิงสาวเจ้าของบ้านได้ไม่ยากเลย
“คุณผู้หญิงอยากให้คงสภาพบ้านนี้ไว้ให้คุณยุนโฮนะคะ ท่านสั่งเอาไว้ก่อนจะเสีย” มินอาบอก
“ครับ....” สายตาคมจ้องมองไปรอบบ้านทันที ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เหมือนตอนที่เขาเคยอยู่ที่นี่ในสมัยเด็กๆ ปากหยักยิ้มขึ้นกับสิ่งที่แม่ทิ้งเอาไว้ให้ แม่มักจะรู้ใจเขาเสมอว่าต้องการอะไรซึ่งผิดกับพ่อของเขาอย่างสิ้นเชิง
แล้วยุนโฮก็เดินขึ้นไปสำรวจบ้านในชั้นบนทันที ห้องกว้างของเขาถูกตกแต่งเอาไว้ในโทนสีขาวอย่างที่แม่ชอบ ด้านข้างเป็นห้องใหญ่ที่เก็บของๆแม่ของเขาเอาไว้ทุกชิ้น แต่ก็น่าแปลกใจที่มีห้องของใครบางคนอยู่ด้วย ป้ายหน้าห้องมีชื่อเขียนเอาไว้
“แจแจ”
“ห้องใคร??” ยุนโฮขมวดคิ้วเข้าหากันในทันทีด้วยความสงสัย
“ป้ามินอาครับนี่ห้องใคร” ปากหยักถามขึ้นทันที
“ห้องคุณแจแจค่ะ... คุณผู้หญิงรับคุณแจแจมาอุปการะเอาไว้เมื่อ 5 ปีก่อนค่ะ” เสียงแม่บ้านพูดขึ้น
“อุปการะเอาไว้งั้นเหรอ??” ยุนโฮถามขึ้น ทำไมเขาไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลยล่ะ
“พอดีพ่อแม่ของคุณแจแจเสียกระทันหันน่ะคะ คุณผู้หญิงเธอสงสารเลยรับมาเลี้ยงที่นี่”
“งั้นเหรอ” ยุนโฮพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาไม่เคยเห็นคนๆนี้เลยสักครั้ง แต่ก็ช่างเถอะ เขาเองก็ไม่สนใจอยู่แล้ว
“งั้นฉันจะไปพักล่ะนะ ถ้าไม่เรียกก็อย่าให้ใครไปรบกวนล่ะ” ยุนโฮหันมาบอกก่อนจะเดินเข้าห้องไป
“ค่ะ....”
“คุณแจแจอยู่ไหน” มินอาถามสาวใช้ทันที
“นั่งเล่นอยู่ในสวนค่ะ”
“อืม...ดีแล้วเดี๋ยวดูแลคุณแจแจดีๆนะ อย่าให้ไปรบกวนคุณยุนโฮล่ะ” มินอาบอกก่อนจะเดินไปทำงานของเธอ
“ลา...ลัน...ลา...ล่า...ล้า...” เสียงหวานร้องเพลงขึ้นอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าสวยยิ้มแย้มกับบรรยากาศในสวนของบ้านหลังใหญ่ที่เขาชอบมานั่งเล่นเป็นประจำ ร่างบางนั่งอยู่ริมสระน้ำ มือเรียววักน้ำเล่นอย่างสบายใจ ตาสีนิลจ้องมองบรรยากาศโดยรอบ จมูกโด่งรั้นสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด
“วันนี้อากาศดีจัง...แจแจชอบ...อิอิ...” ปากอิ่มพึมพำขึ้นกับบรรยากาศของสวนสวยในบ้านหลังใหญ่
“ล้า...ลา...ลา...ล่า...ล่า...” เสียงหวานร้องเพลงขึ้นอีกครั้ง ร่างบางนั่งโยกตัวไปมาเมื่อสายลมเย็นๆพัดมาระทบร่างของเขา
แกร็ก!! เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นมาทันที
“อื้อ...อะไรอ่ะ??” เสียงหวานร้องขึ้นอย่างสงสัย ตาสีนิลจ้องมองไปรอบๆ
“ใครอ่ะ??” แจจุงถามขึ้นเมื่อเห็นเงาตะคุ่มๆอยู่หลังซุ้มต้นไม้ใกล้ๆเขา
“นาย...เป็นใคร?? ขโมยเหรอ ??” ร่างบางถามคนที่เดินออกมาจากซุ้มนั่น ชายร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ๆแจจุง
“อ๊าก!!....ช่วยด้วยขโมย!! ขโมย!!! ช่วยด้วย!!!” เสียงหวานร้องขึ้นทันทีที่เห็นร่างสูงก้าวเดินมาหา
“เงียบเดี๋ยวนี้นะ!!” เสียงทุ้มสั่งขึ้น ขายาวของผู้มาให้ก้าวมาหาร่างบางใกล้ขึ้นๆ
“อ๊าก!!...ขโมยหน้าหมี!!... ช่วยด้วย!!... ป้ามินอาช่วยแจแจด้วย!!” เสียงหวานร้องขึ้นอีกครั้ง ขาเรียวพยายามถอยห่างจากชายร่างสูงที่เดินเข้ามาใกล้เขา
“ฉันบอกให้นายเงียบไง พูดไม่รู้เรื่องเหรอ” ปากหยักเอ่ยบอก
“ช่วย...อุ๊บ!!....”แล้วมือหนาก็ปิดปากอิ่มเข้าทันที
“อื้อ....” แจจุงพยายามดิ้นไปมา แต่ก็สู้มือหนาที่ล็อกเอวเขาเอาไว้ไม่ได้ ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมของใครบางคนอยู่อย่าตกใจ
“เงียบๆซิ” เสียงทุ้มพูดขึ้นอีกครั้ง
“อื้อ....”ร่างบางดิ้นยังไปมาอยู่อย่างนั้น
“ถ้าเงียบแล้วฉันจะเอามือออก” ร่างสูงที่พูดขึ้น
“อื้อ....” แจจุงพยักหน้าเข้าใจ แล้วมือหนาก็ลดมือลงจากปากอิ่ม
“ช่วยด้วย!!!” แต่เสียงหวานก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“นี่!! พูดไม่รู้เรื่องเหรอไง” ร่างสูงพูดขึ้นอย่างมีอารมณ์ นี่เขาไม่คิดจะทำอะไรร่างบางเสียหน่อย
“คุณยุนโฮ!!” เสียงแม่บ้านเรียกร่างสูงที่เอามือปิดปากแจจุงไว้
“ป้ามินอา” ยุนโฮพูดขึ้นพร้อมกับลดมือลงจากปากอิ่มอีกครั้ง
“แหวะ... เค็มชะมัดเลย” แจจุงรีบวิ่งไปหาป้าแม่บ้านทันที
“ป้ามินอาดูสิ ขโมยหน้าหมีเข้าบ้านเรา” แจจุงฟ้องแม่บ้าน
“ใช่ที่ไหนล่ะคะคุณแจแจ นี่คุณยุนโฮลูกชายคุณผู้หญิงต่างหากล่ะ” มินอาหันมาบอกร่างบาง
“เอ๊ะ!! ลูกชายคุณป้าเหรอ??” ปากอิ่มพูดขึ้นอย่างแปลกใจ ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมที่ดูไม่ค่อยจะพอใจเขานัก
“ก็ใช่นะสิ เฮ้อ...” ยุนโฮส่ายหัวไปมากับท่าทางของร่างบางที่ร้องโวยวายลั่นบ้านอยู่แบบนั้น
“ก็แจแจนึกว่าเป็น...ขโมยหน้าหมีนี่นา” ปากอิ่มพูดขึ้นใบหน้าสวยสลดลงทันที
“แล้วคุณยุนโฮลงมาทำอะไรข้างล่างล่ะค่ะ” เสียงป้าแม่บ้านถามขึ้น
“ก็เห็นว่ามีใครอยู่ในสวนก็เลยลงมาดูนะครับ” ยุนโฮบอกพร้อมกับจ้องมองใบหน้าสวยอย่างไม่ค่อยพอใจนัก
“ไม่มีอะไรเหรอค่ะคุณยุนโฮ คุณแจแจชอบมานั่งเล่นในสวนบ่อยๆ” ป้าแม่บ้านบอก
“งั้นเดี๋ยวป้าพาเขาไปพบผมที่ห้องหนังสือนะ” ยุนโฮบอกพร้อมกับมองใบหน้าสวยเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน
“ชิ....ดุชะมัดเลยอ่ะ” แจจุงบ่นขึ้นมาเบาๆ
“คุณแจแจร้องเสียงดังจังนะคะ” ป้าหันมายิ้มให้
“เอ่อ...ก็แจแจนึกว่าเขาเป็นขโมยนี่นา” แจจุงพูดขึ้นอย่างจ๋อยๆใบหน้าาสวยยู่ลงเล็กน้อย
“ไม่มีอะไรแล้วนะคะ ไปค่ะ...ไปพบคุณยุนโฮดีกว่า” แล้วร่างบางก็เดินตามแม่บ้านไปหายุนโฮทันที
“คุณยุนโฮค่ะ ป้าของคุยด้วยสักครู่ค่ะ” เสียงมินอาบอกร่างสูงที่ยืนรออยู่ในห้องหนังสือ
“นายนั่งรอฉันอยู่นี่” ยุนโฮหันมาบอกร่างบางแล้วเดินตามแม่บ้านไป
“คือ... คุณแจแจ เธอเป็นเด็กออทิสติกนะคะ คุณผู้หญิงรับมาอุปการะเอาไว้ คุณยุนโฮอย่าไปถือสาแกเลยนะคะ แต่คุณแจแจเธอน่ารักนะค่ะ” มินอาบอก
“น่ารัก...ฮึม... โวยวายขนาดนั้นนะครับป้า... น่ารัก...” ยุนโฮส่ายหัวไปมาเมื่อนึกถึงภาพคนตัวเล็กเมื่อสักครู่ที่เจอกัน
“จริงๆนะคะคุณยุนโฮ ถ้าคุณยุนโฮสนิทกับคุณแจแจแล้วก็จะรู้นะคะ”
“เขาเอ๋อแบบนี้มานานแล้วเหรอครับป้า” ยุนโฮถามขึ้น
“ก็ตั้งแต่ 10 ขวบได้นะคะ แต่ก็เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาเรื่อยๆตอนที่มาอยู่ที่คุณผู้หญิงรับมาน่ะคะ”
“แล้วเขาอายุเท่าไหร่ล่ะครับป้า” ยุนโฮถามขึ้นอย่างสนใจ
“20 ค่ะ อ่อนกว่าคุณยุนโฮ 5 ปี”
“งั้นเหรอครับ แต่ดูเด็กมากๆเลยนะ” ยุนโฮพูดขึ้นพลางหันไปมองร่างบางที่นั่งหน้าจ๋อยอยู่ในห้อง
“ตั้งแต่คุณผู้หญิงเสียไป คุณแจแจก็ไม่มีคนคุยด้วยเลยล่ะค่ะ เพราะส่วนใหญ่คุณผู้หญิงก็จะสอนโน้นสอนนี่เหมือนคุณแจแจเป็นลูกชายอีกคนนึงเลย” มินอายิ้มขึ้นเมื่อนึกถึงวันที่แม่ของยุนโฮยังมีชีวิตอยู่
“แล้ว...เราก็ต้องดูแลเจ้าเอ๋อนี่ต่อไปใช่มั้ยครับ” ยุนโฮถามขึ้น
“ค่ะ คงต้องเป็นแบบนั้น คุณแจแจเธอไม่มีญาติเหลืออยู่อีกเลยนะคะ คุณผู้หญิงถึงได้รับมาเลี้ยง”
“เฮ้อ....แล้วฉันจะต้องทนกับความเอ๋อๆของนายไปอีกนานสักแค่ไหนนะ” ยุนโฮหันไปมองร่างบางอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าห้องไป
“ไงเรา...คราวหลังก็ดูให้มันดีๆก่อนนะ แล้วค่อยโวยวาย” ยุนโฮพูดขึ้นทันทีที่เข้ามาในห้อง
“แจแจจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ เห็นหน้าหมีๆแบบนั้นก็นึกว่าเป็น....ขโมยนะสิ” ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมอยู่
“ฉันนี่นะหน้าหมี” ยุนโฮส่ายหัวไปมากับสิ่งที่ร่างบางพูด
“ก็....” แจจุงจะพูดต่อแต่พอเห็นสายตาคมที่ดุๆแบบนั้นเลยเงียบลงทันที
“ฉันชื่อยุนโฮ ฉันแก่กว่านายก็เรียกฉันว่าพี่ก็ได้ แล้วอีกอย่างฉันจะมาอยู่ที่นี่สักพัก” ยุนโฮนั่งลงตรงข้ามแจจุง
“พี่ยุนจังเหรอ เย้...เย้...แจแจจะมีพี่ชายแล้วดีใจจัง” แจจุงยิ้มขึ้น
“ยุนโฮ!! ไม่ใช่ยุนจัง” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยินร่างบางเรียกชื่อเขาแบบนั้น
“พี่ยุนจัง อิอิ” แจจุงเรียกชึ่อขึ้นอีกครั้ง
“เฮ้อ...นายนี่ จะเรียกอะไรก็เรียก แต่เวลาฉันทำงานก็อย่ามาเกะกะก็แล้วกัน เข้าใจมั้ย” ยุนโฮสั่งขึ้นทันที
“ทำงานเหรอ?? พี่ยุนจังทำงานอะไรเหรอ” แจจุงถามขึ้นด้วยความสนใจ
“เขียนหนังสือ” ยุนโฮบอกไป
“ว้าว...เขียนนิทานเหรอ แจแจชอบนิทานนะ ชอบฟังคุณป้าเล่านิทานมากๆเลย” เสียงหวานพูดขึ้น
“ไม่ใช่นิทานสักหน่อย เป็นนวนิยายต่างหาก เฮ้อ...พูดไปนายก็ไม่เข้าใจ เอาเป็นว่าทำตามที่ฉันบอกก็แล้วกัน” ยุนโฮพูดจบก็เดินออกไปทันที
“นิยาย... มันเป็นยังไงน๊า อยากรู้จังเลย” แจจุงพึมพำขึ้นตาสีนิลจ้องมองหลังกว้างที่เพิ่งเดินออกไปอย่างสงสัย
‘แล้ว...พี่ยุนจังจะใจดีเหมือนคุณป้าหรือเปล่าน๊า...’
สวัสดีครับ...ผมแจแจครับ หรือ คิมแจจุงผู้น่ารัก^^
ผมเป็นเด็กออทิสติกครับ แต่ผมน่ารักจริงๆนะ ใครที่อยู่ใกล้ผมก็บอกกันทุกคนเลย อิอิ ผมมาอยู่บ้านหลังใหญ่นี้ ตั้งแต่...ตั้งแต่ที่คุณป้ารับมานั่นแหละ หุหุ จำวันทีไม่ได้แล้ว คุณป้าใจดีมากเลยครับ แต่ตอนนี้คุณป้าไม่อยู่แล้ว คุณป้าไปอยู่บนสวรรค์แล้วครับ แจแจเลยอยู่คนเดียว นี่เพิ่งจะมาเจอผู้ชายหน้าหมีที่ป้ามินอาบอกว่าเขาเป็น...ลูกชายคุณป้าน่ะครับ แจแจว่าเขาดุอ่ะ ยิ่งหน้าหมีๆแบบนั้นด้วย น่ากลัวจัง แต่เขาชื่อน่ารักนะครับ...เขาชื่อ พี่ยุนจัง อิอิ แจแจตั้งให้เขาเองแหละ ยุนจังชื่อน่ารักดีเน๊อะ ถึงจะดูไม่เหมาะกับหน้าหมีๆของเขาสักเท่าไหร่แต่ชื่อก็น่ารัก... แจแจกับพี่ยุนจัง อิอิ น่ารักมั้ยครับ....
“พี่ยุนจังทำอะไรอยู่เหรอ”เสียงหวานของใครบางคนทักร่างสูงที่พิมพ์อะไรยุกยิกอยู่หน้าโน๊ตบุ๊คของตน
“...” ยุนโฮไม่ตอบแต่ยังพิมพ์อะไรไปเรื่อยๆ
“พี่ยุนจังอ่ะ แจแจถามพี่ยุนจังนะ” ปากอิ่มพูดขึ้นอีกครั้ง
“...” สายตาคมเหลือบมามองคนตัวเล็กที่ก้มหน้าลงมามองหน้าจอโน๊ตบุ้คของเขาเล็กน้อยแต่ไม่ได้ตอบอะไร
“ชิ...ใจร้าย” แจจุงพูดขึ้นก่อนจะสะบัดหน้าหนี แล้วไปนั่งตีลมแก้มป่องอยู่ที่เก้าอี้ด้านข้าง
“อะไรของเขา” ยุนโฮบ่นขึ้นแต่ก็กลับมาทำงานต่อ
“เอาแต่พิมพ์อะไรอยู่ก็ไม่รู้” แจจุงบ่นขึ้น
“แจแจพูดด้วยก็ไม่ยอมพูดด้วย ชิ...” ใบหน้าสวยงอขึ้นทันทีที่ไม่ถูกสนใจ
“ใจร้าย...ไม่ใจดีเหมือนคุณป้าเลย” ปากอิ่มบ่นขึ้นอีกครั้ง
“เลิกบ่นได้หรือยัง...น่ารำคาญชะมัด” ยุนโฮหันมาบอกอย่างหงุดหงิด นี่เขาได้ยินทุกคำพูดของเด็กเอ๋อคนนี้นะ แต่ก็อุส่าห์ไม่พูดอะไรออกมาแล้วเชียว
“ก็พี่ยุนจังไม่ยอมคุยกับแจแจนี่ อยู่บ้านเดียวกันก็ต้องคุยกันสิ คุณป้าเคยบอกเอาไว้” แจจุงพูดขึ้น
“ฉันทำงานอยู่เห็นมั้ย”
“แต่ก็คุยได้นี่นา” แจจุงพูดขึ้นอย่างงอน
“นายทำฉันเสียสมาธิในการเขียนหนังสือนะ” ยุนโฮดุขึ้นทันที
“ชิ....ไม่อยากคุยกับแจแจใช่มั้ยล่ะ แจแจไม่น่าคุยด้วยใช่มั้ยล่ะ ใช่สิ... แจแจไม่น่ารักใช่มั้ย เลยไม่อยากมาคุยด้วย” ใบหน้าหวานงอง้ำขึ้น ตาสีนิลเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็น่าแปลกที่คำพูดของร่างบางคนนี้กลับทำให้หัวใจของยุนโฮรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย
“เฮ้อ...นายนี่...” ยุนโฮลุกขึ้นเดินมาหาแจจุงทันที
“ฉันว่าอะไรหรือยัง ฉันบอกนายแล้วไงว่าฉันทำงานอยู่” ยุนโฮบอก สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยที่ดูใกล้จะร้องไห้แล้วพาให้เขารู้สึกไม่ดีไปด้วย
“ก็แจแจอยากคุยกับพี่ยุนจังนี่นา” เสียงหวานพูดขึ้นเบาๆ
“จะให้คุยอะไรนักหนา” ยุนโฮบ่นขึ้น
“ก็แจแจมีพี่ชายแล้วก็อยากคุยด้วยไม่ได้เหรอ”ร่างบางถามขึ้นอย่างงอนๆ ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมอย่างอ้อนวอน
“เฮ้อ...มาๆจะคุยอะไรก็คุยมาสิ” ยุนโฮส่ายหัวกับท่าทางเด็กๆของคนตัวเล็กและแล้วเขาก็ต้องใจอ่อนจนได้
“พี่ยุนจังใจดี...มากเลย” แล้วมือเรียวก็ยกขึ้นจะกอดร่างสูง แจจุงยิ้มขึ้นมาเสียงอย่างนั้นทั้งๆที่เมื่อกี้ยังตีหน้าเศร้าอยู่เลย
“เฮ๊ย!! จะทำอะไรน่ะ” ยุนโฮถามขึ้น มือหนายกกันมือเรียวที่จะกอดเขาเอาไว้
“ก็จะกอดไง ตอนคุณป้าอยู่นะ แจแจกอดคุณป้าทุกวันเลย^0^”
“ไม่ต้องมากอดฉันเลย” ยุนโฮบอก
“ทำไมล่ะ เป็นพี่น้องกันก็กอดกันได้นี่นา” แจจุงพูดขึ้น
“ก็....เอาเถอะน่า” ยุนโฮพูดเลี่ยงไป เขาเคยให้ใครมากอดซะที่ไหนล่ะ ตั้งแต่ที่ย้ายไปอยู่ที่ญี่ปุ่นก็ไม่เคยมาใครมากอดอีกเลย
“ไม่กอดก็ได้” แจจุงพูดขึ้นเสียงอ่อย
“งั้นคราวนี้มาคุยกับแจแจทุกวันเลยนะ” เสียงหวานพูดขึ้นอย่างดีใจ
“นายนี่เปลี่ยนอารมณ์เร็วจัง” ยุนโฮบ่นขึ้น
“ก็พี่ยุนจังมาคุยกับแจแจแล้วนี่นา แจแจมีเรื่องอยากคุยกับพี่ยุนจังเยอะแยะเลยนะ^^” แจจุงยิ้มขึ้นพร้อมทั้งเริ่งเปิดปากคุยเรื่องตอนที่เขาอยู่กับแม่ของยุนโฮให้ร่างสูงฟัง
สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยที่ดูใสซื่ออยู่อย่างสงสัย
‘ถ้าแจแจเป็นคนปกติคงน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยนะ เขายอมรับนะว่าใบหน้าหวานแบบนี้ก็น่ารักดี แต่ท่าทางเอาแต่ใจและท่าทางเอ๋อๆของร่างบางนี้เขายังรับไม่ทันจริงๆ แม่นะแม่ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือเปล่าที่รับไอ้เด็กเอ๋อคนนี้มาเลี้ยง...’
“พี่ยุนจัง...” เสียงหวานร้องเรียกร่างสูงอยู่แต่ก็ไม่มีเสียงตอบออกมาแต่อย่างใด
“ไม่อยู่เหรอ” แจจุงกวาดตามองไปรอบๆห้องนั่งเล่นที่มีโน๊ตบุ้คของยุนโฮวางอยู่แต่เจ้าตัวกลับหายไปไหนก็ไม่รู้
“ว้า....ไปไหนอ่ะ” ปากอิ่มบ่นขึ้น แต่แล้วตาสีนิลก็มาสะดุดเข้ากับกองกระดาษที่ยุนโฮปริ๊นเอาไว้ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะใกล้กับหน้าต่าง
“อะไรน๊า” มือเรียวหยิบที่ทับกระดาษออกเพื่อดูกระดาษพวกนั้นอย่างสนใจ
“มีตัวหนังสือเต็มไปหมดเลยแฮะ” แจจุงพึมพำขึ้น
“นิทานของพี่ยุนจังเหรอ” แจจุงพูดขึ้นปากอิ่มยิ้มขึ้นกับหัวข้อที่เขากำลังอ่านอยู่ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
พรึบ!! พรึบ!! ลมแรงที่พัดเข้ามาหอบเอากระดาษที่ปริ๊นออกมานั้นปลิวออกไปยังนอกหน้าต่างทันที
“โอ๊ย!! แย่แล้ว!!” เสียงหวานร้องขึ้นเมื่อเห็นกระดาษหลายแผ่นปลิวออกไปยังนอกหน้าต่าง
ร่างบางยืนอึ้งจ้องมองกระดาษนั้นปลิวไปอย่างทำอะไรไม่ถูก และที่หนักใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ข้างนอกหน้าต่างกลับเป็นสระน้ำขนาดกลางที่ปลูกบัวเอาไว้นะสิ
“อุ๊ย!! ทำไงดี พี่ยุนจังต้องว่าแน่ๆเลย” แจจุงหน้าเสียขึ้นมา ขาเรียวรีบก้าวเดินออกไปยังประตูที่อยู่ด้านหน้าเพื่อเดินลงไปเก็บกระดาษที่ปลิวออกไป
“โอ๊ย....เจ้ากระดาษ อย่าไปไกลนักสิ” แจจุงร้องขึ้นเมื่อกระดาษจำนวนมากปลิวตกลงไปในสระน้ำ
“อุ๊ย...ทำไงดีอ่ะ” แจจุงหน้าเสียหนักยิ่งกว่าเดิม เมื่อกระดาษหลายแผ่นเริ่มเปียกน้ำ แต่แล้วร่างบางก็ตัดสินใจก้าวลงไปยังสระน้ำทันที
ตู้ม!!.... แจจุงกระโดลงไปในสระน้ำเพื่อเก็บกระดาษที่ลอยอยู่
“ฮุ๊ย...หนาวจัง น้ำ...เย็นมากเลยอ่ะ” เสียงหวานร้องขึ้นเมื่อขาของเขาลงสัมผัสลงกับผิวน้ำ แต่ถึงจะหนาวสักแค่ไหนก็ไม่อาจจะขึ้นมาได้ เพราะต้องการจะเก็บกระดาษที่ปลิวตกอยู่ในสระนั้น
“ฮู๊ย... หนาวอ่ะ” ปากอิ่มบ่นขึ้นแต่มือเรียวก็พยายามเก็บกระดาษที่ลอยอยู่บนผิวน้ำบ้าง กำลังจะจมบ้างเพื่อไม่ให้ยุนโฮดุเขา ดีน้ำในสระไม่ลึกสักเท่าไหร่แจจุงจึงยืนถึง แต่ด้วยมือเรียวที่โดนน้ำเย็นอยู่แบบนั้นก็กลับทำให้สั่นขึ้นมาในทันที
“เอ๊ย!!....” เสียงทุ้มร้องขึ้นเมื่อเห็นงานของเขาปลิวอยู่เกลื่อนห้อง แต่แล้วสายตาคมก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่อยู่ในสระน้ำ
“แจแจ!!” ขายาวรีบก้าวมาหาร่างบางที่อยู่ในสระ
“ตู้ม!!” ร่างสูงกระโดลงมาในสระทันที
“พี่ยุนจัง...” แจจุงร้องขึ้นเมื่อเห็นยุนโฮลงมาในสระ
“ลงมาทำอะไร??...ขึ้นไปเลย” ยุนโฮดุขึ้น
“แจแจมาเก็บนี่” มือเรียวชูกระดาษที่เปียกน้ำในมือมาให้ร่างสูงดู
“แจแจ...ทำกระดาษของพี่ยุนจังปลิวใหญ่เลยอ่ะ แจแจขอโทษนะ แจแจเลยตามลงมาเก็บให้ในน้ำ....”ร่างบางเอ่ยบอกแต่ใบหน้าสวยที่ดูสำนึกผิดอยู่แบบนั้นก็เรียกให้ตาสีน้ำตาลจ้องมองมาอย่างแปลกใจกับการกระทำของคนตัวเล็กคนนี้
“มัน...เปียกอ่ะ...แจแจขอโทษ...” เสียงหวานที่สั่นเครือเพราะความหนาวเอ่ยบอก มือเรียวของแจจุงชูกระดาษที่เก็บได้เอาไว้เหนือพื้นน้ำ
“แจแจนี่...” ยุนโฮรีบคว้าตัวร่างบางที่หนาวสั่นเข้าทันที ปากอิ่มที่เริ่มซีดขึ้นเพราะความเย็นของน้ำ แค่เขาลงมาก็รู้สึกได้แล้วว่ามันหนาวมากทีเดียว แต่แจจุงล่ะ ร่างบอบบางขนาดนั้นคงจะหนาวมากเลยสินะ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจกับสิ่งที่ร่างบางทำ แค่กระดาษปริ๊นงาน ทำไมต้องลงมาเก็บด้วยล่ะ
สายตาคมจ้องมองใบหน้าหวานที่ดูซีดขึ้นเพราะความหนาว มือหนาโอบเอวบางของแจจุงเอาไว้แล้วรีบพาขึ้นฝั่งทันที
“พี่ยุนจัง แจแจ....ขอ...โทษนะ” เสียงหวานที่สั่นเครือเอ่ยบอก ใบหน้าสวยที่ดูซีดลงเงยหน้ามองร่างสูงที่อุ้มเขาขึ้นมาจากสระน้ำ
“อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย หนาวหรือเปล่า” ยุนโฮก้มลงมาถาม ขายาวของเขารีบก้าวเดินขึ้นไปบนห้องนอนทันที
“อื้อ...หนาว” แจจุงพยักหน้าให้เบาๆ ร่างบางเริ่มเบียดตัวเข้าหาคนตัวโตที่อุ้มเขาอยู่ทันที
“แจแจ....เก็บมาให้ได้เท่านี้อ่ะ”ร่างบางเอ่ยบอก มือเรียวชูกระดาษที่ปลิวหล่นไปในสระน้ำมาให้ร่างสูงที่วางเขาลงบนที่นอนนุ่มของยุนโฮ
“แจแจ...” ยุนโฮมองใบหน้าหวานอย่างอึ้งๆ มือหนารับกระดาษมาแล้ววางเอาไว้ที่โต๊ะข้างเตียง แล้วยุนโฮหันมาเปลี่ยนเสื้อที่เปียกน้ำของแจจุงออกทันที
“หนาว...หนาวอ่ะ พี่ยุนจัง...แจแจหนาว”ร่างบางเอ่ยขึ้น ร่างกายที่สั่นเทาเพราะความหนาวเรียกให้หัวใจของยุนโฮเต้นไม่เป็นจังหวะ นี่เขาห่วงเจ้าเด็กเอ๋อคนนี้มากขนาดนี้เลยเหรอ มือหนาหยิบผ้าห่มมาห่มร่างของแจจุงทันที
“พี่....ยุนจัง แจแจ....นะ...หนาว” มือเรียวจับมือหนาของยุนโฮเอาไว้
“เดี๋ยวนายรอก่อนนะ” ยุนโฮรีบลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกชื้นของเขาแล้วสวมชุดใหม่ทันที ร่างสูงถือเสื้อผ้าของเขามาเปลี่ยนให้แจจุงเช่นกัน
“ยังหนาวอยู่หรือเปล่า” ยุนโฮถามขึ้นเมื่อยังเห็นร่างบางสั่นอยู่
“อือ...” แจจุงพยักหน้าให้
“ทำไงดีว่ะ” ยุนโฮบ่นขึ้นเบาๆ
“งั้น...เอางี้ก็แล้วกัน” ร่างสูงสอดตัวเข้ามาในผ้าห่มที่ห่มร่างบางเอาไว้ทันที ยุนโฮกอดเอวบางเอาไว้พร้อมกับกระชับผ้าห่มมาห่มตัวเขาและแจจุงเอาไว้ให้อุ่นขึ้น
“ดีขึ้นมั้ย” ยุนโฮก้มลงมาถามร่างบางที่ซุกอยู่ที่อกแกร่งของเขา
“อืม...” แจจุงพยักหน้าให้กับสัมผัสที่อุ่นๆที่อยู่รอบตัวเขา ตาสีนิลที่อ่อนล้าค่อยหลับลงช้าๆ
“ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยวะเรา ทั้งที่ไม่เคยแม้แต่จะกอดใคร แต่พอร่างบางคนนี้หนาวสั่นและตัวเย็นอยู่แบบนี้ก็กลับเป็นห่วงขึ้นมาเสียอย่างนั้น” สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยที่หลับพริ้มอยู่ในอ้อมแขนของเขา
‘ผมไม่เข้าใจนักว่าทำไมแจจุงต้องลงไปเก็บกระดาษพวกนั้นถึงในสระด้วย หรือจะเป็นเพราะกลัวผมจะดุเอาอย่างนั้นเหรอ หรือแจจุงใสซื่อขนาดกลัวผมจะเสียงานไปเพราะลมที่พัดเอางานที่ผมปรี๊นเอาไว้หลนกระจายอยู่แบบนั้นน่ะเหรอ’ ยุนโฮยิ้มขึ้นกับสิ่งที่เขาคิด
อาจจะใช่ที่ผมอาจจะไม่ได้สนใจเด็กเอ๋อคนนี้ในตอนแรก แต่ความใสซื่อและความน่ารักของเขากลับทำให้ผมปฏิเสธไม่ได้จริงๆ แล้วยิ่งสิ่งที่เขาทำให้ผมในวันนี้อีกล่ะ เจ้าเด็กเอ๋อคนนี้มีอะไรมากกว่าที่เห็นเสียแล้ว...
...............
++++++++++ ถึงจะเอ๋อ...แต่ก็รักวะ!!++++++++++++
“พี่ยุนจัง...พี่ยุนจัง....” เสียงหวานดังขึ้น ขาเรียวของเจ้าของเสียงรีบวิ่งเข้ามาหาร่างสูงที่นั่งทำงานอยู่ในห้องนั่นเล่นทันที
“มีอะไรแล้ววิ่งมาทำไมเดี๋ยวก็หกล้มไปหรอก” ยุนโฮถามขึ้นอย่างสงสัย
“นี่....” ปากอิ่มยิ้มขึ้นพร้อมกับยื่นกระดาษมาให้ยุนโฮ
“Fun Fair Festival เหรอ” ยุนโฮก้มลงอ่านกระะดาษสีสันสวยงามที่แจจจุงยื่นมาให้เขา
“แจแจอยากไปอ่ะ” แจจุงพูดขึ้นพร้อมกับนั่งลงข้างๆ
“แล้วเราไปเอามาจากไหน” ยุนโฮถามขึ้นอย่างสงสัย
“ซองมินเอามาให้ บอกว่าน่าไป ซองมินยังชวนแจแจไปด้วยเลยนะ” แจจุงยิ้มขึ้นทันที
“แจแจอยากไปอ่ะ พี่ยุนจังพาแจแจไปนะ” มือเรียวเขย่าแขนแกร่งของยุนโฮเบาๆ
“งั้นก็ไปกับซองมินสิ” ยุนโฮบอก
“ไม่เอาอ่ะ แจแจอยากให้พี่ยุนจังพาไป” ปากอิ่มพูดขึ้น
“ยังไงซองมินก็ต้องไปอยู่แล้ว ก็ไปกับซองมินสิ” ยุนโฮบอก สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยที่อยู่ข้างๆ
“ไม่เอา!! พี่ยุนจังพาแจแจไปนะ... นะ....แจแจอยากไปกับพี่ยุนจังนี่นา...นะ...” ร่างบางอ้อนขึ้นทันที
“แต่พี่ต้องเขียนหนังสือนะ” ยุนโฮบอก
“แจแจอยากไปนี่” มือเรียวปล่อยแขนของร่างสูงลงทันทีพร้อมกับหันหน้ามาอีกทางอย่างงอนๆเมื่อร่างสูงขัดใจ
“เด็กจริงๆนะเรา” ยุนโฮบ่นขึ้น
“...” ร่างบางนั่งนิ่งกอดอกอยู่ใบหน้าสวยมุ้ยลงทันที
“อ่ะ...อ่ะ...ไปก็ไป งั้นเย็นนี้จะพาไปก็แล้วกัน” ยุนโฮหันมาบอก
“จริงนะ!!...”ตาสีนิลเป็นประกายขึ้นทันที
“อืม...เตรียมตัวเอาไว้ก็แล้วกัน” ยุนโฮพูดขึ้น
“เย้...เย้...แจแจจะได้ไปเที่ยวแล้ว เย้...” แจจุงชูมือขึ้นอย่างดีใจที่ร่างสูงจะพาไปเที่ยว
“จะดีใจอะไรนักหนา” ยุนโฮบ่นขึ้นพร้อมกับเหลือบมองใบหน้าสวยที่แสดงอาการดีใจจนปิดไม่มิด
“พี่ยุนจังใจดี... แจแจชอบ”
“หมับ!!...” มือเรียวกอดเข้าที่เอวหนาของร่างสูงทันที
“แจแจ...เอ๊ย...” ยุนโฮแปลกใจขึ้นทันทีที่ร่างบางมากอดเขาเอาไว้
สายตาคมจ้องมองร่างบางที่เอาหัวเล็กๆ ถูกไปมากับอกแกร่งของเขาอย่างอ้อนๆ ปากหยักอมยิ้มขึ้นกับท่าทางที่น่ารักของร่างบาง แล้วมือหนาก็ค่อยๆยกขึ้นลูบผมสีนิลเบาๆอย่างเอ็นดู
“ว้าว...สวยจังเลย” ตาสีนิลจ้องมองบรรยากาศรอบๆงานFun fair อย่างตื่นเต้น งานนี้ที่คลาคลั่งไปด้วยผู้คนมากมายที่มาเที่ยวกันในยามเย็น
“ไง...เพิ่งเคยมาเหรอเรา” ยุนโฮหันมาถามเมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางที่ตื่นเต้นของแจจุงที่ดูจะสนใจทุกสิ่งรอบตัวไปเสียหมด
“อืม...แจแจเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกเลยนะ อิอิ” แจจุงหันมายิ้มให้คนตัวโตทันที
“แล้ว...อยากเล่นอะไรล่ะ” ยุนโฮถามขึ้น
“ม้าหมุน” เสียงหวานบอกขึ้นอย่างตื่นเต้น ตาสีนิลจ้องมองไปยังม้าหมุนที่อยู่ตรงหน้า
“ม้าหมุนอ่ะนะ ของเด็กๆ” ยุนโฮพูดขึ้น
“ก็แจแจอยากเล่นนี่นา” ใบหน้าหวานมุ้ยลงเล็กน้อย
“อ่ะ...อ่ะ... อยากเล่นก็ไปเล่นสิ พี่ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” ยุนโฮเอ่ยยบอกพร้อมทั้งพาแจจุงเดินไปยังเครื่องเล่นทันที
“จะเล่นตัวไหนล่ะ” ยุนโฮหันมาถามเมื่อม้าหมุนหยุดให้คนขึ้น
“เอาตัวใหญ่ตัวนั่น” ร่างบางร้องบอกพร้อมกับนิ้วเรียวที่ชี้ไปยังม้าหมุนสีขาวตัวใหญ่ที่สุด
“แจแจตัวเล็กแค่นี้จะขึ้นไปเล่นตัวใหญ่ทำไม” ยุนโฮหันมาบอก ก็เจ้าม้าตัวนั้นมันตัวใหญ่มากเสียจนนั่งได้ถึงสองคนเลยนะสิ
“ก็แจแจจะนั่งกับพี่ยุนจังไง” ร่างบางยิ้มขึ้น
“เอ๊ย...ไม่เอาด้วยเหรอ แจแจเล่นไปคนเดียวเถอะ เดี๋ยวพี่นั่งรออยู่ข้างนอก พี่ไม่ได้อยากเล่นด้วยเสียหน่อย” ยุนโฮพูดขึ้น จะบ้าเหรอให้เขามาเล่นม้าหมุนอ่ะนะ ใครรู้เข้าอายเขาแย่เลย
“แต่แจแจอยากนั่งกับพี่ยุนจังนี่นา” ร่างบางหันมาบอกสายตาสีนิลจ้องมองร่างสูงอย่างอ้อนๆ
“ไม่เอา... แจแจขึ้นไปนั่งตัวนั้นเลย” ยุนโฮสั่งขึ้น
“ไม่เอา!! แจแจอยากนั่งกับพี่ยุนจังนี่!!”แจจุงยังคงยืนกรานต่อไป
“เอ่อ...คุณครับเครื่องเล่นเราจะเดินเครื่องแล้วนะ” เสียงพนักงานที่อยู่ใกล้บอก
“ครับๆ ขอโทษที” ยุนโฮหันมามองใบหน้าสวยที่งอง้ำเล็กน้อยก่อนจะจูงมือเรียวของแจจุงพาเดินไปยังม้าหมุนตัวใหญ่ที่ร่างบางอยากเล่น
“อ๊ะ!!” เสียงานร้องขึ้นเบาๆเมื่อยุนโฮยกร่างของเขาขึ้นไปนั่งบนม้าหมุนสีขาวตัวใหญ่
“แล้วพี่ยุนจังล่ะ” แจจุงหันมาถาม
“ขยับขึ้นไปหน่อยสิ แจแจนั่งแบบนี้แล้วพี่จะนั่งด้วยได้ยังไง” ยุนโฮพูดขึ้นมาเสียเฉยๆ
“พี่ยุนจัง...” แจจุงยิ้มขึ้นอย่างดีใจพร้อมกับขยับให้ยุนโฮขึ้นมานั่งซ้อนท้าย
ร่างสูงปีนขึ้นไปนั่งซ้อนแจจุงเอาไว้แล้วเครื่องเล่นก็เริ่มหมุนไปช้าๆ
ปากอิ่มยิ้มขึ้นทันทีมือเรียวจับบังเหงียนที่คล้องคอเจ้าม้าตัวใหญ่ ใบหน้าสวยหันมามองร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างหลังเล็กน้อย แจจุงยิ้มขึ้นอย่างมีความสุขที่มีพี่ชายใจดีมาเล่นเครื่องเล่นชิ้นนี้กับเขา
สายตาคมจ้องมองคนตัวเล็กที่นั่งยิ้มหวานอยู่ด้านหน้า เด็กคนนี้ขี้อ้อนชะมัดเลย แถมเอาแต่ใจอีกต่างหาก แต่ดูๆไปก็น่ารักดีนะ มือหนาจับเอวบางเอาไว้หลวมๆเพราะกลัวคนตัวเล็กที่นั่งยุกยิกอยู่บนหลังม้าจะตกลงมา จมูกโด่งของร่างสูงแนบชิดกับเส้นผมสีนิลที่นุ่มสลวย ปากหยักยิ้มขึ้นพร้อมทั้งเลื่อนหน้าเข้ามาสูดกลิ่นหอมของผมนุ่มนั้นอย่างลืมตัว
“พี่ยุนจัง โอ๊ะ!!....” แจจุงจะหันหน้ามาคุยกับร่างสูงแต่แล้วแก้มเนียนของเขาก็ชนกับจมูกโด่งของยุนโฮอย่างจัง ทำให้ร่างบางตกใจเล็กน้อยแต่ความรู้สึกในหัวใจกลับเต้นเร็วขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ขอโทษนะ” ยุนโฮกระซิบบอกเบาๆ เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาหอมแก้มคนตัวเล็กเสียด้วย แค่จะสูดกลิ่นหอมของผมสีนิลนี้เท่านั้น
“อือ...” ใบหน้าสวยก้มหน้าลงอย่างเขินๆ หัวใจดวงน้อยเต้นเร็วอย่างห้ามไม่ได้และสัมผัสอุ่นๆที่ยุนโฮจับเอวเขาเอาไว้อีกล่ะ ทำให้ความรู้สึกบางอย่างกลับแล่นเข้ามาในหัวใจของแจจุงได้ไม่ยาก
“โอ๊ะ!!....พี่ยุนจัง แจแจอยากได้หมีตัวนั้นอ่ะ” เสียงหวานร้องขึ้นเมื่อเดินมาเห็นตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลที่แขวนอยู่ในซุ้มยินปืน
“เอ๊ะ...เอ่อ...พี่ว่าเราไปซื้อเอาดีกว่านะ” ยุนโฮพูดขึ้น
“แต่แจแจอยากได้นี่” แจจุงหันมาบอก ตาสีนิลคู่ใสจ้องมองหมีตัวนั้นไม่กระพริบ
“แต่มันต้องเล่นยิงปืนนะ แจแจจะเล่นเป็นเหรอ” ยุนโฮหันมาถาม
“แจแจเล่นไม่เป็นหรอก แต่แจแจจะให้พี่ยังจังเล่นให้ไง อิอิ” แจจุงพูดขึ้นมือรียวเกาะแขนร่างสูงเอาไว้อย่าอ้อนๆ
“พี่ยิงไม่ค่อยแม่นเสียด้วยจะได้หรือเปล่าก็ไม่รู้” ยุนโฮบ่นขึ้น
“พี่ยุนจังของแจแจเก่งอยู่แล้วต้องได้สิ” ปากอิ่มพูดขึ้นอย่างจริงใจ
“เฮ้อ....ตกลงวันนี้ที่เขาพาเจ้าเด็กเอ๋อคนนี้มานี่เขาต้องมานั่งตามใจไปหมดทุกอย่างเลยใช่มั้ย”
แล้วขายาวก็ก้าวนำไปยังซุ้มยิงปืนทันที
“พี่ยุนจังใจดีมากเลยนะ แจแจรักที่สุดเลย” มือเรียวกอดเอวหน้าเอาไว้ทันทีที่ยุนโฮยิงได้ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่เขาอยากได้
“พอๆเลย มากอดพี่ไว้แบบนี้ไม่อายเขาบ้างเหรอ” ยุนโฮพูดขึ้นอย่างเขินๆก็ดูเจ้าเด็กคนนี้สิ มากอดเขาหน้าซุ้มยิงปืนที่มีคนเยอะแยะแบบนี้อ่ะนะ
“จะอายทำไมล่ะ ก็แจแจเป็นน้องพี่ยุนจังนี่นา ก็ต้องกอดได้สิ” ปากอิ่มยิ้มกว้างขึ้นพร้อมทั้งกอดเอวพี่ชายเอาไว้อีกครั้ง
“เออๆ เอาเข้าไป ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุเลยนะ” ยุนโฮบ่นขึ้นแต่ปากหยักก็ยิ้มกับท่าทางของน้องชายตัวเล็กคนนี้
“...นี่ครับน้อง” พนักงานในซุ้มยื่นตุ๊กตาหมีตัวใหญ่มาให้
“ขอบคุณครับ” แจจุงรีบรับมาทันที
“แฟนพี่นี่น่ารักดีนะครับ พี่ก็เก่งนะ นี่มีคนอยากได้เจ้าหมีตัวนี้มาหลายคนแล้วแต่ยังไม่มีใครยิงได้เลย”พนักงานบอก
“ครับ...” ยุนโฮยิ้มแหยๆขึ้นเมื่อพนักงานคิดว่าเขากับแจจุงเป็นแฟนกัน
“ขอให้รักกันนานๆนะครับ” เสียงพนักงานเอ่ยแซวขึ้น
“ครับ...” แจจุงยิ้มหวานมาให้พนักงานก่อนจะเดินตามแรงจูงของยุนโฮไป
“เราสองคนเหมือนแฟนกันขนาดนั้นเลยเหรอ” ยุนโฮหันมามองใบหน้าสวยที่ยิ้มอย่างมีความสุขกับเจ้าหมีสีน้ำตาลตัวใหญ่ที่อยู่ในอ้อมแขน
“ไปเล่นนั่นกันเถอะ” เสียงหวานหันมาบอกร่างสูง
“ชิงช้าสวรรค์อ่ะนะ” ยุนโฮถามขึ้น
“อื้ม...” แจจุงพยักหน้าให้ทันที
“เฮ้อ...เล่นเครื่องเล่นแต่ละอย่างเด็กๆทั้งนั้นเลยนะเรา” ยุนโฮต้องเดินตามแรงดึงของร่างบางไปอย่างขัดไม่ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน เพราะเวลาผมขัดใจเขาที่ไร ไอ้ใบหน้าหวานที่ดูมุ้ยๆลงแบบนั้นมันทำให้ผมรู้สึกผิดทุกที แล้วก็ต้องใจอ่อนตามใจคนตัวเล็กจนได้
บรรยากาศยามค่ำคืนที่เป็นใจทำให้วิวรอบงานๆยิ่งดูสวยขึ้นไปอีก แสงไฟสีสดใสที่เปิดขึ้นรอบๆงาน แห่งนี้กลับเรียกรอยยิ้มหวานออกมาจากร่างบางได้ดี รอยยิ้มที่ใสซื่อบริสุทธิ์ที่ออกมาจากคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มร่างสูง กลับทำให้ภาพที่สายตาคมเห็นนั่นยิ่งทำให้หวัใจของคนตัวโตรู้สึกสุขใจขึ้นมากทีเดียว
ทั้งๆที่ไม่ค่อยได้ยิ้มกว้างแบบนี้มากนัก แต่พอมาอยู่ที่นี่มาอยู่กับคนตัวเล็กคนนี้ ผมกลับยิ้มได้เกือบจะตลอกเวลาเลยก็ว่าได้ ...ก็คนตัวเล็กคนนี้ถึงแม้จะดูเอ๋อไปบ้างแต่ความใสซื่อบริสุทธิ์ที่ออกมาจากจิตใจของเขาก็ทำให้คนที่อยู่ใกล้ๆอย่างผมรู้สึกดีขึ้นไปด้วยจริงๆ
และแล้วชิงช้าสวรรค์ก็เคลื่อนมาถึงจุดที่สูงที่สุด ตาสีนิลจ้องมองบรรยากาศยามค่ำคืนอย่างตื่นเต้น คนตัวเล็กนั่งยุกยิกหันไปหันมามองแสงไฟที่เปิดขึ้นอย่างสนใจ
“พี่ยุนจังดูโน้นสิ สวยจังเลยเน๊อะ” เสียงหวานร้องบอกร่างสูง นิ้วเรียวยกชี้ให้ยุนโฮดูตึกสูงที่ประดับไฟอย่างสวยงาม
“อืม....สวย” สายตาคมจ้องมองตามนิ้วเรียวไปก่อนที่จะหันมามองใบหน้าสวยที่อยู่ตรงหน้า ปากหยักยิ้มบางๆขึ้นกับความน่ารักของคนๆนี้
“แจแจมีความสุขจังเลย...สนุกมากๆด้วย อิอิ” ร่างบางหันมาบอกใบหน้าสวยที่ดูมีรอยยิ้มและความสุขปรากฏอยู่บนใบหน้านั้นมันออกมาจากใจจริงๆ ตาสีนิลที่เป็นประกายขึ้นเมื่อกระทบแสงนีออนที่อยู่รอบๆ ยิ่งทำให้สายตาคมไม่อาจจะละสายตาออกไปจากดวงตาคู่นี้ได้เลย
แจจุงยกมือเรียวทั้งสองยกขึ้นมาเท้าคางจ้องมองใบหน้าคมบ้าง พี่ยุนจังน่ารัก อิอิ...แจแจชอบจัง หุหุ
“เราจะจ้องหน้ากันอีกนานมั้ย...หืม...” ยุนโฮถามขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศที่เงียบๆแบบนั้น แต่บรรยากาศนั้นมันก็ช่างดีมากเสียเหลือเกิน ดีมากจนเขากลัวจะเผลอใจทำอะไรไม่ควรลงไปนะสิ
“ฮิฮิ...แจแจก็นึกว่าพี่ยุนจังอยากเล่นจ้องตานะสิ 55+” มือเรียวปิดปากหัวเราะขึ้นเมื่อเห็นหน้าของร่างสูงที่แดงขึ้นมาเล็กน้อยเพราะความเขิน
“เรานี่ .....” ยุนโฮยิ้มกว้างขึ้นพร้อมทั้งขยี้ผมสีนิลเบาๆ
“ปัง!!...ปัง!!....” เสียงพลุที่จุดขึ้นเรียกให้คนทั้งคู่หันไปมองในทันที
“ว้าว...สวยจังเลยอ่ะ” เสียงหวานร้องขึ้นตาสีนิลจ้องมองพลุสีสวยอย่างไม่วางตา
“ชอบมั้ย” ยุนโฮถามขึ้น
“อื้ม...ชอบมากๆเลยล่ะ แจแจชอบพลุ...” แจจุงยิ้มให้ร่างสูงอีกครั้ง
สายตาคมจ้องมองพลุสีสวยพร้อมกับร่างบางอย่างสุขใจ
“ดึกแล้ว เรากลับกันได้แล้วนะ” ยุนโฮหันมาบอกคนตัวเล็กที่เดินกอดตุ๊กตาหมีอยู่ข้างๆ
“อืม...วันนี้แจแจมีความสุขมากๆเลยนะ” ปากอิ้มยิ้มกว้างขึ้นทันที
“อือ...”ยุนโฮพยักหน้าให้เบาๆ เขาก็มีความสุขเหมือนกัน
“แต่....” ร่างบางหยุดเดินขึ้นทันที
“เป็นอะไรไปล่ะ” ยุนโฮถามขึ้นอย่างสงสัย
“แจแจเมื่อยอ่ะ พี่ยุนจัง...” แจจุงพูดขึ้นมือเรียวทุบขาเบาๆ
“แล้วไงจะให้พี่อุ้มงั้นเหรอ” ยุนโฮแกล้งถามขึ้น
“...” ร่างบางอมยิ้มขึ้นแต่ก็ส่ายหัวปฏิเสธอยู่
“งั้นก็เดินตามมาสิ” ยุนโฮบอกพร้อมกับกำลังจะก้าวเดินไป
“พี่ยุนจัง...” มือเรียวจับเข้าที่ชายเสื้อของยุนโฮพร้อมทั้งกระตุกเรียกร่างสูงเบาๆ
“มีอะไรอีกล่ะ...ฮืม...” ยุนโฮหันมาถามอีกครั้งสายตาคมจ้องมองใบหน้าวานอย่างสงสัย แจจุงเป็นอะไรไปล่ะ
“แจจุงเมื่อยอ่ะ ....ขอขี่หลังพี่ยุนจังนะ” แจจุงเอียงคอบอกอย่างอ้อนๆ ตาสีนิลคู่ใสจ้องมองร่างสูงอย่างเว้าวอน
“โธ่เอ๊ย...นึกว่าอะไร เราจะอ้อนพี่มากไปแล้วนะ” ยุนโฮหันมาขยี้ผมสีนิลอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนที่จะหันหลังแล้วย่อตัวลงให้ร่างบางขึ้นมาขี่หลังเขา
“เย้...พี่ยุนจังน่ารักมากเลย” ปากอิ่มยิ้มขึ้นพร้อมทั้งขึ้นมาขี่หลังยุนโฮทันที มือเรียวกอดคอร่างสูงเอาไว้หลวมๆ
“เอาหมีมาสิ เดี๋ยวพี่ถือให้ แจแจขี่หลังพี่แบบนี้คงถือไม่ถนัดหรอก” ยุนโฮหันมาบอกพร้อมกับรับเจ้ามีมาถือเอาไว้ให้ทันที
“ขอบคุณนะพี่ยุนจัง แจแจมีความสุขมากเลยล่ะ” เสียงหวานเอ่ยบอกอยู่ข้างหู ใบหน้าสวยแนบลงกับแก้มกร้านของร่างสูงทันที
“อืม...” ยุนโฮยิ้มขึ้นพร้อมทั้งกระชับขาเรียวให้เกี่ยวเอวหนาของเขาเอาไว้ก่อนจะก้าวเดินกลับบ้าน
“พี่ยุนจังร้องเพลงให้แจแจฟังหน่อยสิ” แจจุงอ้อนขึ้นมือเรียวกอดคอร่างสูงเอาไว้อย่างนั้น
“จะเอาเพลงอะไรล่ะ พี่ร้องไม่ค่อยเป็นเสียด้วย” ยุนโฮถามขึ้น ขายาวก้าวเดินไปตามทางกลับบ้านอย่างระมัดระวังเพราะกลับร่างบางจะร่วงไป
“อืม...อะไรก็ได้ แจแจอยากฟังพี่ยุนจังร้อง...” ร่างบางบอก
“งั้นเอาเพลงนี้ก็แล้วกัน” ยุนโฮยิ้มขึ้นก่อนจะร้องเพลงออกมาเบาๆ
(เพลง My little princess)
ซารังงีเกโจ อีรอน แน มาอึม อึน
ซุมกีลยอ แฮโด
คึมแจ อิมกาเย มีโซมาน
(ผมคิดว่านี่คือความรัก
สิ่งที่หัวใจผมกำลังรู้สึกได้
ผมพยายามจะซ่อนมัน
แต่มันมักจะออกมาให้เห็นทางริมฝีปากที่ยิ้มอยู่เสมอ.. )
.......
.....
My little princess อีเจกอ
ซูมเกยโอน นามันนี ซารัง
นึลบูยอจึลกอยา
ยอ วอนโตโล บยอนชี อันนึน มัมอืลู girl
แน จาซึนโบดา ทอดา ซารังแฮซุล กอลากู
You're my love
(เจ้าหญิงน้อยๆของผม
ทุกสิ่งที่แอบซ่อนไว้จนถึงตอนนี้
ผมมักจะแสดงความรักให้คุณ
ความรู้สึกของผมจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงตลอดไป
ผมกำลังจะรักคุณ มากกว่าที่จะรักตัวผมเอง
คุณคือที่รักของผม)
ยุนโฮร้องเพลงให้แจจุงฟังไปเรื่อยๆระหว่างทางที่เดินกลับบ้าน ปากหยักยิ้มขึ้นเมื่อรู้สึกได้ว่า ร่างบางที่น่ารักได้หลังลงบนหลังกว้าวของเขาไปเสียแล้ว
“เด็กจริงๆเลยนะเรา” ยุนโฮพึมพำขึ้น
มือหนาอุ้มแจจุงมาวางลงบนเตียงเมื่อถึงห้องของร่างบาง ยุนโฮค่อยๆวางร่างบางที่หลับลงอย่างเบามือ ปากหยักยิ้มบางๆขึ้นกับใบหน้าสวยที่หลับพริ้มอยู่อย่างนั้น ร่างสูงวางเจ้าหมีตัวใหญ่ลงข้างๆแจจุงทันที สายตาคมจ้องมองคนตัวเล็กอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องไป
แปลกจริงๆ ครับที่ผมรู้สึกว่าตอนนี้หัวใจของผมพองโตขึ้นทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ๆเจ้าเด็กเอ๋อคนนี้ เจ้าเด็กที่ดูไร้เดียงแต่เอาแต่ใจชะมัด คงจะจริงอย่างที่ป้ามินอาบอกล่ะมั้งที่ว่า.... ใครที่ได้อยู่ใกล้แจจุงแล้วก็จะเห็นว่าเขาน่ารัก คนตัวเล็กคนนี้กลับทำให้ความรู้สึกของผมที่มีกับเขาในตอนแรกเปลี่ยนขึ้นมาเรื่อยๆ น่าแปลกที่แค่คนๆเดียวกลับทำให้ชีวิตผมในตอนนี้เริ่มเปลี่ยนไป อาจจะเรียกว่าเริ่มสดใสเหมือน...ความสดใจของแจจุงก็คงจะได้ล่ะมั้ง.... เจ้าเด็กเอ๋อคนนี้....^^
...............
++++++++++ ถึงจะเอ๋อ...แต่ก็รักวะ!!++++++++++++
แกร็ก...แกร็ก...
เสียงดังก๊อกแกร็กจากแป้นพิมพ์ของโน๊ตบุ้คตัวเล็กที่นิ้วยาวกำลังพิมพ์งานอยู่นั้น ดังต่อเนื่องมาหลายวันแล้ว เนื่องจากงานที่ร่างสูงเขียนขึ้นจากมันสมองที่กลั่นกรองออกมาเป็นคำพูดซึ่งจะเขียนลงในหนังสือนิยายของเขา ยุนโฮนั่งทำงานมาเรื่อยๆจนไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครบางคนเดินเข้ามาในห้องทำงานของเขา
“เอ๊ะ!!” เสียงทุ้มร้องขึ้นเมื่อมือเรียวของใครบางคนมาปิดตาสีน้ำตาลของเขาเอาไว้
“ทายซิ...ใครเอ่ย... ฮิฮิ...”เสียงหวานกระซิบอยู่ข้างหู
“แจแจเด็กขี้อ้อนครับ...” ปากหยักยิ้มขึ้นทันทีมือหนาจับลงบนมือเรียวของคนๆนั้นเบาๆ
“แจแจไม่ใช่เด็กขี้อ้อนเสียหน่อยนะ” ร่างบางพูดขึ้นแต่มือเรียวของเขาก็ยังปิดลงที่ตาคมอยู่อย่างนั้น
“ไม่ใช่เด็กขี้อ้อนแล้วเป็นเด็กอะไรล่ะ” ยุนโฮถามขึ้น
“แจแจเป็นเด็กน่ารัก ...หุหุ” เสียงหวานหัวเราะขึ้นเบาๆแล้วมือหนาก็ค่อยแกะมือเรียวของแจจุงออกจากตาเขา
“มาแกล้งพี่เหรอ” ยุนโฮหันมาถามร่างบางที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขา
“ก็พี่ยุนจังเอาแต่ทำงานมาหลายวันแล้วนี่นา” แจจุงบ่นขึ้นเมื่อเขาต้องนั่งดูทีวีอยู่คนเดียวมาหลายวันแล้วเพราะไม่มีคนคุยเล่นด้วย
“ก็ตอนนี้หัวพี่กำลังแล่น ก็เลยเขียนหนังสือออกมาได้เร็วนะ ทำไมเหงาเหรอ” ยุนโฮเงยหน้ามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่
“เหงาสิ นั่งดูทีวีอยู่คนเดียวทั้งวันเลย” แจจุงพูดูขึ้นอย่างงอนๆ ร่างบางค่อยๆก้มลงมากอดคอร่างสูงเข้าทันที ใบหน้าหวานแนบกับแก้มกร้านอยู่อย่างนั้น
“จะมาอ้อนเอาอะไรอีกล่ะ” ยุนโฮถามขึ้นอย่างรู้ทัน
“พี่ยุนจังอ่ะ...” แจแจยู่หน้าขึ้นเล็กน้อย
“ไปเล่นกับแจแจหน่อยสิ นะ.....” ปากอิ่มพูดขึ้นมาทันที
“จะเล่นอะไร เราโตแล้วนะ” ยุนโฮหันมาบอก
“ก็...เล่นไล่จับไง” แจจุงพูดขึ้น
“เล่นไล่จับอ่ะนะ” ยุนโฮถามขึ้นอีกครั้ง นี่เขาต้องลดอายุมาให้เท่าเจ้าเด็กคนนี้เหรอนี่
“อื้ม...แจแจอยากเล่นนี่นา”
“แต่พี่ไม่อยากเล่นอ่ะ” ยุนโฮแกล้งขัดใจขึ้นเพื่อดูปฏิกิริยาของร่างบาง
“งั้นก็ไม่เป็นไร พี่ยุนจังทำงานไปก็ได้” แจจุงพูดขึนเสียงอ่อยแล้วทำท่าจะเดินออกไป
“เดี๋ยวสิ...” มือหนาคว้าข้อมือแจจุงเอาไว้ทันที
“ขี้งอนจริงๆนะเรา” ยุนโฮบีบจมูกโด่งของแจจุงเบาๆ
“เปล่า...แจแจเห็นพี่ยุนจังทำงานอยู่นี่ แจแจคงไม่สำคัญเท่างานของพี่ยุนจังหรอก” ร่างบางพูดขึ้นอีกครั้ง ยุนโฮยิ้มขึ้นพร้อมทั้งส่ายหัวไปมากับคำพูดน้อยใจของเจ้าเด็กที่น่ารักคนนี้
“รอพี่เก็บของก่อนก็แล้วกันนะ” ยุนโฮบอก
“เย้....งั้นแจแจไปรอที่สนามนะ” ร่างบางหันมาบอกแล้วรีบวิ่งออกไปอย่างดีใจ
“เล่นไล่จับอ่ะนะเรา” ยุนโฮยิ้มขึ้นกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะเดินตามร่างบางไป
“ฮะ...ฮ่า...อา... แน่จริงก็จับให้ได้ อิอิ...” เสียงหวานหัวเราะขึ้นเมื่อกำลังวิ่งเล่นอยู่กับยุนโฮ
“พี่อ่อยให้หรอกนะ” ยุนโฮพูดขึ้นพร้อมกับรีบวิ่งมาหาแจจุงทันที
“ฮะ...ไม่ไดน พี่ยุนจังแก่แล้ววิ่งตามแจแจไม่ทันหรอก 55+” ร่างบางแลบลิ้นหลอกล่อร่างสูงให้วิ่งมาจับเขา
“เดี๋ยวเห๊อะ คราวนี้พี่เอาจริงแล้วนะ” ยุนโฮบอก แล้วรีบวิ่งตามร่างบางไปทันที แต่จะบอกว่ามันเหนื่อยเหมือนกันแฮะ ก็แจจุงวิ่งเร็วออกอย่างนั้นนี่นา
“ตุ๊บ!!....โอ๊ย....” ร่างบางร้องขึ้นเมื่อแจจุงล้มลงไปกองกับพื้น
“แจแจเป็นอะไรมากมั้ย” ยุนโฮรีบวิ่งเข้ามาดูทันที
“อุ๊ย....เจ็บอ่ะ” แจจุงกุมข้อเท้าตัวเองทันที
“ไหนให้พี่ดูสิ”ยุนโฮก้มลงดูที่ข้อเท้าของแจจุงทันที รอยช้ำสีเขียวเห็นชัดขึ้นมาทันตา
“ท่าทางจะข้อเท้าแพลงแน่ๆเลย” ยุนโฮเงยหน้าขึ้นมาบอก มือหนาจับลงที่ข้อเท้าของแจจุงอย่างเบามือ
“เจ็บมั้ย....” ยุนโฮลองจับไล่ไปตามข้อเท้าอีกครั้ง
“อืม...” ร่างบางพยักหน้าให้ ใบหน้าสวยที่ดูเจ็บปวดอยู่แบบนั้นก็เรียกให้ร่างสูงใจหายได้เหมือนกัน
“เข้าบ้านดีกว่า” ยุนโฮบอกพร้อมกับอุ้มแจจุงขึ้นแนบอกทันที
ใบหน้าสวยมองการกระทำของยุนโฮอย่างแปลกใจ แต่หัวใจกลับเต้นเร็วขึ้นมาอีกครั้ง มือเรียวโอบรอบคอของร่างสูงเอาไว้เพื่อกันตก ใบหน้าหวานซบลงที่อกแกร่งแต่ความอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากคนตัวโตก็ทำให้หัวใจที่ไร้เดียงสารู้สึกดีขึ้นมาได้มากเลยทีเดียว
“เดี๋ยวแจแจนอนพักนะ พี่จะลงไปเอายามาให้” ยุนโฮบอกพร้อมกับเดินออกจากห้องไป
“เจ้าหมีดูสิ แจแจเจ็บขาเลยล่ะ” แจจุงหันไปคุยกับเจ้าหมีสีน้ำตาลตัวใหญ่ที่ได้มาจากงาน Fun Fair
“แต่พี่ยุนจังก็ดีกับแจแจด้วยล่ะ” ปากอิ่มยิ้มขึ้นเมื่อนึกถึงมืออุ่นๆที่อุ้มเขาเดินขึ้นมา
“พี่ยุนจังใจดีกับแจแจมากเลยนะ” ร่างบางลูบหัวเจ้าหมีตัวใหญ่ๆเบาๆแล้วรีบชักมือออกเมื่อเห็นยุนโฮเดินเข้ามาในห้องนอนของเขา
“อ่ะ...นี่ยา...” ยุนโฮส่งยาสีขาวเม็ดใหญ่มาให้พร้อมกับแก้วน้ำ
“อี๋...แหวะ... แจแจไม่กินอ่ะ มันขม...” ใบหน้าสวยเบ้หน้าขึ้นทันทีที่เห็นยา
“ไม่กินได้ยังไง เดี๋ยวก็ปวดขาแย่เลย” ยุนโฮพูดขึ้นพลางนั่งลงบนเตียงข้างๆร่างบางทันที
“ไม่เอาอ่ะ แจแจไม่ชอบ...” ร่างบางส่ายหน้าปฏิเสธอยู่อย่างนั้น
“เฮ้อ.....จะทำยังไงให้กินยาได้ล่ะนี่ พออย่างนี้ล่ะดื้อขึ้นมาเชียว” ยุนโฮจ้องมองใบหน้าหวานอยู่
“งั้นถ้าแจแจกินยาแล้ว พี่จะ...เล่านิทานให้ฟังเอามั้ย” ยุนโฮถามขึ้น
“เอ๊ะ!!! เล่านิทานเหรอ” ตาสีนิลโตขึ้นทันที พี่ยุนจังไม่เคยเล่านิทานให้เราฟังเลยนี่นา ทั้งๆที่เราของร้องให้พี่ยุนจังเล่าให้ฟังมาตั้งหลายครั้งแล้ว แจแจนั่งมองยาเม็ดใหญ่ในมือของยุนโฮกับข้อเสนอของร่างสูงอย่างชั่งใจ
“ตามใจนะ ถ้าแจแจไม่อยากกินยาก็ไม่เป็นไร งั้นพี่ไปล่ะ นิทงนิทานก็ไม่ต้องเล่า ดีเหมือนกันพี่จะได้ไปทำงานต่อ” ยุนโฮพูดจบก็ทำท่าว่าจะลุกเดินออกไปทันที
“อื้อ...ก็ได้!! แจแจกกินยาก็ได้ แต่พี่ยุนจังต้องเล่านิทานให้แจแจฟังจริงๆนะ อย่าโกหกนะ” แจแจุงรีบคว้าชายเสื้อของยุนโฮเอาไว้ทันที
“อืม...พี่พูดจริงๆสิ” ยุนโฮยิ้มกว้างขึ้นกับวิธีที่ได้ผลของเขา
แล้วยาเม็ดใหญ่ก็ถูกส่งเข้าปากอิ่มทันที
“แหวะ...ขมอ่ะ” แค่ลิ้นเล็กรับเอาเม็ดยาเข้าไปร่างบางก็บ่นขึ้นมาทันที
“เอ้า...น้ำ ดื่มตามเข้าไปสิ” ยุนโฮยกแก้วน้ำขึ้นป้อนร่างบางทันที
“อึก...อึก...” แจจุงดื่มน้ำตามเข้าไปหลายอึกเพราะความขมของยาที่อยู่ในปากยังหลงเหลืออยู่
“เรานี่...กินดีๆสิ” ยุนโฮพูดขึ้นเมื่อเห็นน้ำไหลออกมาจากมุมปากอิ่ม มือหนายกขึ้นเช็ดให้ทันที สายตาคมจ้องมองกลีบปากอิ่มที่ชวนให้สัมผัสอย่างห้ามใจ
“สะ...เสร็จแล้ว” ยุนโฮรีบหันมาวางแก้วน้ำลงบบนโต๊ะหัวเตียงทันที
“เล่านิทานเลย” เสียงหวานสั่งขึ้นมาทันที
“เรานี่...ทวงเชียวนะ” ยุนโฮขยี้ผมสีนิลเบาๆก่อนจะลงมือเล่านิทานให้แจจุงฟัง
“เดี๋ยวสิ พี่จะทายาที่ข้อเท้าให้เราก่อน” ยุนโฮพูดจบก็ลงมือทายาลงบนข้อเท้าของแจจุงเบาๆ ใบหน้าคมเงยมองใบหน้าสวยที่ยู่หน้าขึ้นเล็กน้อยเพราะความเจ็บ
“เจ็บมากเหรอ” ยุนโฮถามขึ้นอย่างเป็นห่วงเขาว่าเขาทาเบาๆแล้วนะ
“อืม...” แจจุงพยักหน้าให้
“งั้น...เพี้ยง.....หายเร็วๆนะ” ยุนโฮเป่าลมลงบนข้อเท้าแจจุงทันที
“พี่ยุนจังทำอะไรอ่ะ” แจจุงถามขึ้นอย่างสงสัย
“ก็...ร่ายมนต์ไง...ให้ข้อเท้าแจแจหายเร็วๆ” ยุนโฮพูดขึ้นพร้อมทั้งกลั้นหัวเราะอยู่ ก็เขาหลอกร่างบางนะสิ แต่ดูสิแจแจุงท่าทางจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูดเสียด้วย
“จริงๆเหรอ!! งั้นเดี๋ยวแจแจก็จะหายแล้วใช่มั้ย” ตาสีนิลเป็นประกายขึ้น เมื่อคิดว่าขาของเขาจะหายเร็วขึ้น
“หึหึ...อื้ม...” ยุนโฮยิ้มขึ้นกับความไร้เดียวสาของคนตัวเล็กที่ดูจะเชื่อสิ่งที่เขาพูดไปเเสียหมด
“แล้วจะเล่านิทานได้หรือยัง” แแจจุงท้วงขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นยุนโฮนั่งเงียบอยู่ปลายเตียง
“แหม...ไม่ลืมเลยนะ” ยุนโฮพูดขึ้น พร้อมกับเริ่มเล่านิทานให้แจจุงฟัง
“พี่ยุนจังขึ้นมานั่งบนนี้กับแจแจสิ” ร่างบางหันมาบอกพี่ชายที่ยังนั่งอยู่ไกลเขาเสียขนาดนั้น
“อย่าดีกว่า พี่นั่งตรงนี้แหละดีแล้ว” ยุนโฮบอก
“ไม่เอาอ่ะ มานั่งด้วยกันสิ” แจจุงพูดขึ้นอย่างขัดใจ แก้มเนียนพองลมขึ้นทันที
“คือ....”ยุนโฮอึกอักขึ้น แจจุงจะรู้มั้ยนะว่าแค่ใกล้กันแค่นี้หัวใจพี่ก็เต้นเร็วจนแทบจะเก็บอาการไม่ได้เสียแล้ว
“รังเกียจแจแจเหรอไง...เห็นแจแจเป็นเด็กเอ๋อแบบนี้ใช่มั้ย” ร่างบางตัดพ้อขึ้นทันที
“เปล่าซะหน่อย” ยุนโฮรีบขึ้นมานั่งข้างร่างบางทันที
“แจแจนอนเถอะนะ พี่จะเล่านิทานให้ฟัง”แล้วยุนโฮบอกพร้อมกับจับในแจจุงนอนลง
“พี่ยุนจังมานอนเป็นเพื่อนแจแจได้มั้ย” เสียงหวานอ้อนขึ้นทันที ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมอย่างไม่วางตา
“อะ...อ่ะ...นอนก็นอน” ยุนโฮล้มตัวลงนอนข้างๆทันทีเพราะไม่อยากขัดใจคนตัวเล็กอีก
“หมับ!!” มือเรียวกอดเข้าที่เอวหนาของร่างสูงเอาไว้อย่างนั้น
“แจแจ...” ยุนโฮก้มลงมามองมือเรียวที่กอดเขาเอาไว้แน่น
“กอดพี่ยุนจังแล้วอุ่นกว่ากอดเจ้าหมีตั้งเยอะแหน่ะ” แจจุงเงยหน้าขึ้นมามองร่างสูงทันที สายตาของร่างบางที่สดใสอยู่แบบนั้นกลับทำให้ยุนโฮไม่อาจจะละสายตาออกไปจากดวงตาคู่นี้ได้เลย
“อยากนอนกอดพี่งั้นเหรอ” ยุนโฮถามขึ้นมือหนาลูบลงที่แก้มเนียนเบาๆ
“อื้ม...แจแจอยากกอดทุกวันเลยนะ” แจจุงพูดขึ้น ไม่รู้ว่าทำไมแค่ได้กอดคนตัวโตก็ชักจะอยากกอดมากขึ้นทุกครั้งเลย
“แล้วแจแจจะไม่เบื่อเหรอไง มานอนกอดพี่ทุกวันน่ะ” ยุนโฮถามขึ้น
“ไม่เบื่อหรอก แจแจชอบ อิอิ...” ร่างบางหัวเราะขึ้นเบาๆพร้อมทั้งซุกใบหน้าหวานลงบนอกแกร่งทันที
“ชอบจริงๆเหรอ” ยุนโฮลูบผมสีนิลเบาๆ
“อือ...” เสียงหวานตอบขบจึ้น
“งั้นพี่จะมานอนเป็นเพื่อนทุกวันเลยเอามั้ย” ยุนโฮถามขึ้น
“อื้อ...”
“แจแจรู้มั้ยว่าพี่....อ้าว....ว้า...หลับไปแล้วเหรอ” ยุนโฮยิ้มขึ้นกับใบหน้าหวานที่หลับพริ้มไปเพราะฤทธิ์ยา
“แจแจน๊า...” มือหนาลูบแก้มเนียนเบาๆ ใบหน้าคมก้มลงหาใบหน้าหวานช้าๆ
“ขอหอมหน่อยคงไม่เป็นไรมั้ง” ยุนโฮพูดขึ้นเบาๆ พร้อมกับจมูกโด่งที่สูดกลิ่นหอมๆจากแก้มเนียนของร่างบาคนนี้
ร่างสูงยิ้มขึ้นพร้อมทั้งเอามือหนากอดคนตัวเล็กเอาไว้ ความอุ่นที่เกิดขึ้นมันอุ่นเข้าไปทั้งกายและหัวใจของเขาจริงๆ
“สงสัยเราจะรักเจ้าเด็กเอ๋อคนนี้แล้วล่ะมั้ง” ยุนโฮนอนมองใบหน้าสวยต่อไป
“พี่ยุนจังจะไปไหนเหรอ” เสียงหวานถามขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงใส่สูทเสียดูดีเลย
“พี่จะไปส่งต้นฉบับน่ะ” ยุนโฮหันมายิ้มให้คนตัวเล็กที่นั่งดูทีวีอยู่
“ไปข้างนอกเหรอ” แจจุงถามขึ้น
“อืม...”
“เหรอ!!...ให้แจแจไปด้วยสินะ...นะ...” มือเรียวเกาะแขนร่างสูงเอาไว้ทันที
“ไม่ได้หรอก พี่ไปธุระนะแจแจ” ยุนโฮหันมาบอก
“ไปด้วยไม่ได้จริงๆเหรอ” แจจุงถามขึ้นอีกครั้ง
“พี่ไปสำนักพิมพ์ ที่นั่นไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก” ยุนโฮพูดขึ้น
“ก็ได้....” แจจุงรีบปล่อยแขนของยุนโฮลงทันที
“แต่....จะว่าไป...เดี๋ยวพี่พาแจแจออกไปกินข้าวนอกบ้านบ้างก็ดีเหมือนกันนี่นา” ยุนโฮแกล้งพูดขึ้น
“เอ๊ะ!!” ตาสีนิลเป็นประกายขึ้นมาทันที
“ไปแต่งตัวสิ แต่...สัญญาก่อนนะว่าจะไม่ดื้อ จะเป็นเด็กดีแล้วก็ไม่ซนด้วย” ยุนโอหันมาบอกคนตัวเล็กที่มีท่าทางกระตื้อรือร้นอยู่แบบนั้น
“อื้ม...แจแจสัญญา” ร่างบางพูดจบก็รีบวิ่งขึ้นไปแต่งตัวทันที
“เฮ้อ...สงสัยจะเป็นเดทล่ะมั้งเรา” ยุนโฮยิ้มขึ้นกับแผนที่เขาจะพาร่างบางออกกินข้าวไปหลังจากที่ส่งต้นฉบับให้บริษัทที่เสร็จแแล้ว
............
“เดี๋ยวแจแจรอพี่อยู่ที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวพี่เข้าไปคุยงานแป๊บนึง” ยุนโฮหันมาบอกคนตัวเล็กที่นั่งรออยู่ที่โซฟารับแขกของบริษัท
“อืม...แจแจจะนั่งอยู่ตรงนี้ไปไม่ไปไหนเลย” แจจุงหันมายิ้มให้ แล้วยุนโฮก็เดินเข้าไปคุยธุระทันที
“เป็นเรื่องที่แปลกนะ ผมไม่ค่อยเห็นนักเขียนเขาเขียนกันเลย” เสียงผู้จัดการสำนักพิมพ์พูดขึ้นมือใหญ่เปิดต้นฉบับที่ยุนโฮเขียนเสร็จออกดูอย่างสนใจ
ยุนโฮมองอย่างลุ้นๆ เขายอมรับนะว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขียนเรื่องแบบนี้ขึ้นมาแต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เขาอยากเขียนจริงๆ
“ผมขออ่านต้นฉบับของคุณก่อนน่ะ แล้วเดี๋ยวอีกสองวันจะให้คำตอบ” ผู้จัดการบอก
“ขอบคุณครับ” ยุนโฮยิ้มขึ้นทันที
“แจจุงเป็นยังไงบ้างละนี่ เขาคุยกันเสียนานเลย” ปากหยักพึมพำขึ้นทันที
“ยุนโฮ!!” เสียงใครบางคนเอ่ยเรียกร่างสูงขึ้นทันที
“อ้าว...พี่ซิน” ยุนโฮยิ้มขึ้นกับคนที่ไม่เจอกันเสียนาน
“หมับ!!” อีชอลกอดร่างสูงเข้าทันทีด้วยความคิดถึงเจ้าน้องคนนี้ที่ไม่ได้เจอกันมานาน
“เป็นยังไงบ้าง” ฮีชอลถามขึ้น
“ก็สบายดีครับ พี่ซินล่ะ”
“ฉันก็สบายดี ว่าแต่ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ แกอยู่กับพ่อที่ญี่ปุ่นไม่ใช่เหรอ” ฮีชอลถามขึ้นอย่างสงสัย
“คือผมมาหาที่เขียนหนังสือน่ะครับแล้วอีกอย่างก็มา...จัดการเรื่องบ้านของแม่นิดหน่อย” ยุนโฮบอก ร่างสูงยิ้มให้
“จะอยู่นานหรือเปล่า”
“คงอีกสักพักน่ะครับ หรือไม่แน่ว่า...อาจจะอยู่ยาวเลยนะ” ยุนโฮยิ้มขึ้นเมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาวางแผนเอาไว้
“มีอะไรดีๆหรือเปล่ายุนโฮ ฉันไม่เคยเห็นแกอยากมาอยู่ที่นี่เลยนะ” อีชอลถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“ก็...หึหึ...นิดหน่อยครับ”
“ต้องเป็นข่าวดีแน่ๆเลย” ฮีชอลแซวขึ้นทันที
“พี่ยุนจัง....” เสียงหวานเรียกร่างสูงเบาๆ แจจุงเดินมายืนอยู่ข้างๆยุนโฮทันที เพราะเขาเห็นยุนโฮคุยกับใครบางคนที่ดูสวยและดูท่าว่าจะสนิทสนมกับร่างสูงเป็นอย่างดี
“อ้าว...แจแจ” ยุนโฮหันมายิ้มให้คนตัวเล็กก่อนจะแนะนำให้ฮีชอลได้รู้จัก
“นี่แจแจ...หรือแจจุงครับ” ยุนโฮบอกมือหนาโอบไหล่บางเอาไว้ทันที
“อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง” ฮีชอลยิ้มขึ้นอย่างรู้ทันที
“งั้นผมไปก่อนนะพี่ โชคดีครับ...” ยุนโฮบอกพร้อมกับพาแจจุงเดินกลับออกไป
“เดี๋ยวเราไปกินข้าวกันต่อนะ” ยุนโฮหันมาบอกร่างบางที่เดินก้มหน้าอยู่
“...”
“หรือแจแจแจอยากไปไหนหรือเปล่าล่ะ” ยุนโฮถามขึ้นสายตาคมจ้องมองร่างบางอย่างสงสัย แจแจเป็นอะไรเห็นเงียบๆตั้งแต่ออกมาจากบริษัทแล้ว
“แจแจ...” ยุนโฮเรียกร่างบางอีกครั้ง
“เอ๊ย....เป็นอะไรอ่ะ ทำไมถึง....” สายตาคมจ้องมองตาคู่สวยที่มีน้ำใสๆคลออยู่ที่ดวงตาสีนิลทันที
“ร้องไห้ทำไมล่ะ มีอะไรบอกพี่สิ” ยุนโฮถามขึ้นอย่างสงสัย
“พี่...พี่ยุนจัง...ชอบพี่คนสวยเหรอ” แจจุงถามขึ้น
“เอ๊ะ!! พี่คนสวย อ๋อ...พี่ซินน่ะเหรอ” ยุนโฮพูดขึ้น
“ว่าแต่ทำไมแจแจถามพี่อย่างนั้นล่ะ” ยุนโฮถามกลับอย่างแปลกใจ
“ก็...แจแจเห็นพี่ยุนจังกอดกับพี่คนสวยตั้งนานแล้วก็...ยังคุยกันนานอีกด้วยอ่ะ”แจจุงก้มหน้าลงทันทีที่นึกถึงภาพเมื่อสักครู่
“พี่รู้จักกับพี่ซินเขามานานแล้ว แจแจมีอะไรหรือเปล่า” ยุนโฮจับลงที่หัวไหล่ของร่างบางทันที
“ไม่มี...” จะให้เขาพูดยังไงเขาไม่ชอบที่พี่ยุนจังไปกอดกับคนอื่นเลย ไม่ชอบจริงๆ
“แน่ใจนะ” ยุนโฮถามขึ้นอีกครั้ง
“อืม....” แจจุงยังยืนนิ่งก้มหน้าอยู่
“แจแจ...มีอะไรบอกพี่มาตรงสิๆ” ยุนโฮถามขึ้นมือหนาเชยคางให้ใบหน้าสวยเงยหน้าขึ้นมามองเขา
“แจแจบอกไปแล้ว...พี่ยุนจังจะโกรธแจแจมั้ยอ่ะ” เสียงหวานถามขึ้นอย่างไม่มั่นใจ
“ไม่โกรธหรอก มีอะไรว่ามาสิ....”
“คือ....แจแจไม่ชอบ...ไม่ชอบเลยที่พี่คนสวยมากอดพี่ยุนจังแบบนั้น ...แจแจไม่ชอบอ่ะ!! แจแจเจ็บอ่ะ มันเจ็บๆที่ตรงนี้ยังไงก็ไม่รู้ เวลาที่เห็นพี่คนสวยกอดพี่ยุนโฮเอาไว้”แจจุงชี้ลงมาที่หน้าอกของเขาทันที
“เจ็บงั้นเหรอ??” ยุนโฮยิ้มกว้างขึ้นอย่างดีใจ เขาเข้าใจสิ่งที่ร่างบางพูดแล้วล่ะ แหม...น่าดีใจจัง
“หึหึ...เด็กหนอ...เด็ก...”ยุนโฮขยี้ผมสีนิลเบาๆ
“แจแจคิดว่าพี่ชอบพี่คนสวยงั้นเหรอ” ยุนโฮถามขึ้นัทนที
“แจแจไม่รู้....” ร่างบางหน้ามุ้ยลงทันที
“พี่ไม่ได้ชอบเขาหรอกนะ พี่คนสวยกับพี่เราเป็นพี่น้องกันน่ะ เป็นญาติที่ไม่ได้เจอกันมานานก็เท่านั้นเอง แจแจอย่าคิดมากสิ” ยุนโฮบอก
“แต่ว่า...” ปากอิ่มเม้มเข้าหากันทันที ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก
“พี่มีแจแจคนเดียวนะ” ยุนโฮกระซิบบอกเข้าที่หูของร่างบาง
“เอ๊ะ....”ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมอย่างสงสัย
“ แจแจรักพี่มั้ยล่ะ” ยุนโฮถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
“คือ....” แจจุงอ้ำอึ้งขึ้น จะบอกว่ายังไงดีล่ะ
“สงสัยแจแจคงไม่รักพี่ล่ะมั้ง พี่มันก็แค่พี่ชายเองนี่นา... คงไม่ใช่คนสำคัญของแจแจหรอก พี่ก็เป็นแค่คนที่พาไปเที่ยวก็เท่านั้นเอง” ยุนโฮพูดขึ้นอย่างน้อยใจ สายตาคมเหลือบมองใบหน้าสวยเล็กน้อย
“รักสิ!!แจแจรักพี่ยุนจังมากๆเลยนะ พี่ยุนจังสำคัญกับแจแจมากเลยนะ!!” เสียงหวานตอบขึ้นด้วยความใสซื่อ
“ฮึม...ฮึม...น่าปลื้มใจจัง”ยุนโฮยิ้มขึ้นทันที
“แต่พี่ยุนจังไม่รักแจแจหรอกใช่มั้ย ก็...แจแจเป็นเด็กดื้อแบบนี้ แจแจเอาแต่ใจตัวเอง แจแจขี้งอน แจแจไม่น่ารัก แจแจ....อุ๊บ!!....” นิ้วยาวทาบลงที่ปากอิ่มทันที
“แจแจของพี่น่ารักที่สุดเลยนะ....แล้ว... พี่ก็รักแจแจด้วย เข้าใจมั้ย” ยุนโฮก้มลงมาบอกร่างบางที่มองหน้าเขาอยู่
“เอ๊ะ!!” ตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้ยินสิ่งที่ร่างสูงบอก
“จริงเหรอ พี่ยุนจังรัก...รักแจแจเหรอ จริงๆนะ พี่ยุนจังไม่โกหกแจแจนะ” ร่างบางถามขึ้นอีกครั้ง
“อื้ม...จริงสิ....” ยุนโฮกอดเอวบางเอาไว้ทันที
“แจแจรักพี่ยุนจังที่สุดเลย” ปากอิ่มยิ้มขึ้นพร้อมทั้งกอดร่างสูงเอาไว้แน่น ความรู้สึกในตอนนี้กลับมีความสุขมากๆที่ได้กอดคนๆนี้อีกครั้ง
สายตาของคนทั้งสองจ้องมองกันอย่างมีความหมาย รอยยิ้มที่ประดับขึ้นบนใบหน้าของคนทั้งคู่สื่อความหมายของกันและกันได้ดี
.......
“อื้อ...พี่ยุนจังจะไปไหน” เสียงหวานร้องขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงลากกระเป๋าเดินทางลงมาจากห้องนอน
“พี่จะกลับญี่ปุ่นนะ” ยุนโฮหันมาบอก
“กลับญี่ปุ่นเหรอ?? อื้อ...ไม่ให้ไป!! แจแจไม่ให้พี่ยุนจังไปนะ!! ไหนบอกว่ารักแจแจไง!! ไหนบอกว่ามีแจแจคนเดียวไง... แล้วพี่ยุนจังจะทิ้งแจแจไปเหรอ พี่ยุนจังจะให้แจแจอยู่ที่นี่คนเดียวอีกแล้วเหรอ ไม่เอา!! แจแจไม่เอานะ!!” ร่างบางหน้ามุ้ยขึ้นทันทีมือเรียวกอดเอวหนาเอาไว้แน่น เสียงหวานที่บอกออกมานั่นสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้
“เดี๋ยวสิ....พี่ไปแค่สองวันเองนะ ไปจัดกาธุระนิดหน่อยแล้วเดี๋ยวจะรีบหลับมาอยู่ด้วย แจแจไม่ต้องกลัวว่าพี่จะทิ้งแจแจไปหรอกนะ” ยุนโฮบอกคนตัวเล็กที่กอดเขาเอาไว้
“แต่ว่า...” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอีกครั้ง
“กลัวพี่จะไม่กลับมางั้นเหรอ” ยุนโฮถามขึ้น
“อืม...”แจจุงพยักหน้าขึ้นทันที
“กลับมาสิ... พี่สัญญานะ” ยุนโฮยื่นนิ้วก้อยมาให้แจจุง
“พี่พูดจริงๆนะ .....” แจจุงจ้องมองใบหน้าคมอย่างชั่งใจ เขาไม่อยากอยู่คนเดียวแล้ว อยากมีคนตัวโตอยู่ข้างๆด้วยกัน
“ก็ได้...” นิ้วก้อยเล็กๆของแจจุงเกี่ยวกับนิ้วก้อยเของยุนโฮเอาไว้ทันที
“อยู่นี่ก็เป็นเด็กดีนะ เดี๋ยวอยู่กับป้ามินอาก่อน อีกสองวันพี่ก็กลับแล้ว” ยุนโฮบอกพร้อมกับจูบลงที่หน้าผากมลนเบาๆ
“อืม...แจแจจะเป็นเด็กดี” แจจุงเงยหน้าขึ้นมาบอก ตาสีนิลคู่ใสจ้องมองใบหน้าาคมอยู่อย่างนั้น
“ดีมากครับ” ยุนโฮกอดร่างบางเอาไว้อีกครั้งก่อนจะเดินตรงไปยังรถที่จอดรอเขาอยู่
“งานโปรโมทหนังสือนายจะจัดแค่ที่นี่ที่เดียวจริงๆเหรอยุนโฮ” เสียงเคนตะถามขึ้น
“อืม...”ร่างสูงพยักหน้าให้
“แต่ว่าทุกครั้งนายก็เดินสายไปตามที่ต่างๆนะ แล้ว....”
“ฉันอยากกลับไปอยู่ที่เกาหลีน่ะ อาจจะอยู่ที่นั่นเลย” ยุนโฮหันมาบอกด้วยสายตาจริงจัง
“ทำไม??” เคนตะถามขึ้นอย่างสงสัย เขาไม่เคยเห็นเจ้าเพื่อนคนนี้มีท่าทางแบบนี้มาก่อนเลย
“ก็...ฉันมีคนที่เขารอฉันอยู่ไง” ยุนโฮยิ้มกว้างขึ้นเมื่อนึกถึงคนตัวเล็กที่อยู่บนหน้าปกหนังสือของเขา
“คนนี้น่ะเหรอ” เคนตะชูหนังสือขึ้นมาให้ดู
“อืม....” ร่างสูงยิ้มขึ้น
“เขาเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันเขียนหนังสือเล่มนี่น่ะ” ยุนโอพูดขึ้นก่อนจะเดินออกไปแจกลายเซ็นต์ให้กับบรรดาแฟนหนังสือที่มารอ
“คนนี้อ่ะนะที่เขาว่ากันว่าเป็นเด็กเอ๋อ....” เคนตะจ้องมองรูปที่หน้าปกหนังสือของยุนโฮอีกครั้งอย่างแปลกใจ
“มา....ไม่มา...มา...ไม่มา....มา...ไม่....อื้อ...ไม่มา!!...”
เสียงหวานร้องขึ้นอย่างผิดหวัง ร่างบางที่นั่งอยู่ในสวนที่เขามักจะมานั่งบ่อยๆ มือเรียวถือดอกกุหลาบสีขาวที่เขาชอบเอาใว้ แต่กลีบดอกกุหลาบนั้นกลับถูกมือเรียวดึงออกไปพร้อมกับคำที่ลองเสี่ยงทายดู
ร่างบางที่นั่งรอใครบางคนอยู่ในสวนแห่งนี้... สวนที่เขาพบกับร่างสูงเป็นครั้งแรก ใครบางคนที่เคยให้สัญญากันเอาไว้ว่าจะรีบกลับมาจากอีกประเทศหนึ่ง ใบหน้าหวานมุ้ยลงทันทีที่คำเสี่ยงทายของเขาไม่ตรงอย่างที่ใจต้องการ
“พี่ยุนจังจะไม่กลับมาหาแจแจเหรอ ....อื้อ...ไม่เอานะ!! แจแจไม่ชอบแบบนี้...
พี่ยุนจังต้องกลับมาสิ... ก็พี่ยุนจังสัญญากับแจแจเอาไว้แล้วนี่นา...”
ปากอิ่มบ่นขึ้นทันที ตาสีนิลจ้องมองท้องฟ้าที่สดใสอยู่ ภายในใจกลับคิดถึงใครบางคนที่รักมากๆ
หมับ!!....
“อ๊ะ.!!!” แจจุงร้องขึ้นเมื่อมีใครบางคนเข้ามากอดเขาเอาไว้จากด้านหลัง ใบหน้าสวยรีบหันไปมองอย่างตกใจ
“คิดถึงพี่หรือเปล่า...” เสียงทุ้มที่คุ้ยหูเอ่ยถามขึ้น ซึ่งก็เรียกรอยยิ้มออกมาจากปากอิ่มได้ดี
“พี่ยุนจัง.... แจแจคิดถึงจังเลย” ร่างบางรีบหันกลับมากอดเอวของคนที่กำลังคิดถึงเข้าทันที
“โอ๊ย!! กอดแรงจัง เดี๋ยวนี้เอาแรงมาจากไหนเยอะแยะล่ะ” ยุนโฮยิ้มขึ้นเมื่อมือเรียวกอดเอวหนาของเขาเอาไว้เสียเแน่นขนาดนั้น
“งอนแล้ว...พี่ยุนจังปล่อยให้แจแจรอตั้งนาน” ปากอิ่มพูดขึ้นอย่างงงอนๆใบหน้าสวยก้มลงจนหัวเล็กของแจจุงชนเข้ากับอกแกร่งของยุนโฮ
“หึหึ...แค่สองวันเองนะ แจแจคิดถึงพี่มากขนาดนี้เลยเหรอ” ยุนโฮถามขึ้นมือหนาโอบเอวบางเอาไว้อยู่
“ไม่รู้...ปล่อยให้แจแจรอ...ชิ...” แจจุงพูดขึ้นเบาๆ
“ขอโทษครับ....แต่พี่กลับมาแล้วนะ มาอยู่กับแจแจแล้วล่ะ” ยุนโฮก้มลงมาบอกมือหนาเชยคางให้ใบหน้าสวยเงยหน้าขึ้นมามองเขา
“อย่าทิ้งแจแจไปไหนอีกนะ” ร่างบางพูดขึ้นตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมอย่างสื่อความหมาย
“ครับ...พี่จะอยู่ข้างๆแจแจตลอดไปเลยดีมั้ย” ยุนโฮถามขึ้น
“ดีสิ...แจแจไม่ต้องอยู่คนเดียวแล้วใช่มั้ย” ปากอิ่มถามขึ้นเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
“อืม...” ยุนโฮยิ้มขึ้นก่อนจะโน้มใบหน้าคมลงมาจูบลงที่กลีบปากอิ่มเบาๆ
“เอ๋....พี่...พี่ยุนจังทำอะไรแจแจอ่ะ” ร่างบางตาโตขึ้นเมื่อยุนโฮละริมฝีปากออกมา
“ก็จูบไง คนรักกันเขาก็ทำแบบนี้แหละ” ยุนโฮบอก
“แจแจไม่ชอบเหรอ??” ยุนโฮถามขึ้นอย่างไม่มั่นใจ เมื่อเห็นใบหน้าสวยที่ดูตกใจอยู่แบบนั้น เขาเผลอตัวทำอะไรมากเกินไปเหรอ
“อืม...แจแจ...ชอบ...แต่ อิอิ...อยากได้อีกอ่ะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาเบาๆ ใบหน้าสวยแดงขึ้นมาทันที
“งั้นก็... จุ๊บ...” ยุนโฮมอบจูบที่หอมหวานมาให้ร่างบางอีกครั้ง
“พี่สัญญาว่า เราจะอยู่ด้วยกันที่นี่แหละ แจแจจะไม่เหงาอยู่คนเดียวแล้ว...” ยุนโฮจูบลงที่หน้าผากมนเบาๆ มือหนากอดร่างบางเอาไว้ทันที ความอบอุ่นที่มีขึ้นระหว่างคนสองคนกลับอบอวลขึ้นมาเพราะความรักที่มีให้กัน...
ผมไม่รู้ว่าผมหลงรักเด็กเอ๋อคนนี้เข้าตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่....
ผมมารู้ตัวอีกที....ผมก็รักเขาจนถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้วล่ะ
เพราะเขาเป็นแบบนี้ล่ะมั้ง...
ความสดใสที่มีอยู่ในตัวเสมอ
เพราะรอยยิ้มที่มักจะยิ้มให้ผมเสมอ
เพราะ ความใสซื่อบริสุทธิ์ที่ไม่เคยทำร้ายใคร
หรือเป็นเพราะความไร้เดียงสาของเขา....จึงทำให้ผมรักคนๆนี้.....
แจแจ.....เด็กเอ๋อผู้น่ารัก^^
END......
++++++++++

