Photobucket

FIC-Sleepless-Socity

[FIC] Sleepless Society, Spacial Part.

posted on 14 Nov 2008 22:34 by yun-su-tvxq  in FIC-Sleepless-Socity

 

FIC] Sleepless Society, Spacial Part.






หลังจากที่คนทั้งสองตัดสินใจมาอยู่ร่วมกันเพื่อสร้างครอบครัวเล็กๆของตัวเองให้สมบูรณ์
ความรู้สึกดีๆของคนทั้งสองที่มีให้แก่กันมันไม่เคยห่างหายไปเลย

แต่....ครอบครัวที่สมบูรณ์ที่เขาว่ากันมันประกอบด้วยอะไรบ้าง.....ก็อย่างที่หลายคนมักจะพูดเอาไว้ว่า....

ครอบครัวที่สมบูรณ์จะประกอบด้วยพ่อ แม่ และลูก
แต่สำหรับพวกเขาทั้งสองคนล่ะ จะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ได้หรือเปล่านะ....

แต่....

แค่เรามีกันและกัน.... และความรักของเราทั้งคู่ที่มีให้เสมอมามันก็น่าจะสมบูรณ์แล้วนี่นา.....







“งานแต่งแจจุงใกล้เข้ามาแล้วนะ แต่ทำไมยูชอนยังให้น้องทำงานที่บริษัทอยู่ล่ะ” จุนซูที่กำลังเตรียมกระเป๋าของตนอยู่เอ่ยถามคนรักที่นั่งเล่นกับอินฮวานอยู่บนเตียง
“ก็แจจุงเขาต้องมีหน้าที่ที่บริษัทเหมือนกันนี่นา แต่ผมก็บอกเขาแล้วล่ะว่าให้หยุดไปเตรียมงานได้แล้ว แต่เจ้าน้องชายผมยังอยากจะเคลียร์งานที่ทำค้างไว้ให้เสร็จเสียก่อนน่ะครับ” ยูชอนหันมาบอกจุนซู

“แล้วป๊ะป๋าจะไปกี่วันล่ะครับ” ฮินฮวานถามขึ้น ก็พ่อเขาต้องไปดูงานที่ญี่ปุ่นนะสิ
“ก็คง 1 อาทิตย์น่ะครับ ฮินฮวานอยู่ทางนี้ต้องเชื่อฟังคุณลุงและคุณย่านะครับ” จุนซูเดินมาหาลูกชายที่นั่งอยู่บนเตียงของเขา
“ครับผม...” ฮินฮวานยิ้มให้พร้อมทั้งพยักหน้าอย่างแข็งขัน
“แล้วยูชอนก็อย่าทำงานดึกนักล่ะ ดูแลตัวเองด้วย” จุนซูหันมาสั่งคนรัก ก็เพราะเขารู้ว่ายูชอนมีงานเยอะแล้วก็ชอบหอบงานมาทำที่บ้านน่ะสิ
“ครับที่รัก” ยูชอนเอียงหัวมาซบบ่าเล็กอย่างอ้อนๆ
“ต่อหน้าฮินฮวานจะมาอ้อนอีกเหรอ” จุนซูพูดขึ้นพร้อมทั้งดันหัวของยูชอนออกเล็กน้อย
“ไม่เป็นไรครับป๊ะป๋า” เด็กน้อยยิ้มให้พร้อมทั้งพยักหน้าเชิงเข้าใจกับคุณลุง
“แหม...สองคนนนี้เข้ากันดีจริงๆนะ อย่างกับคุณลุงเป็นคุณพ่อเสียเองเลย” จุนซูพูดขึ้นอย่างงอนๆ
“โธ่...ป๊ะป๋า ครับ... ผมยังรักป๊ะป๋าเหมือนเดิมนะ” ฮินฮวานกอดเข้าที่เอวของจุนซูทันที
“ผมก็รักจุนซูเหมือนเดิมเหมือนกัน” ผู้ใหญ่ตัวโตได้ทีก็กอดคนตัวเล็กเข้าทันที
“เอาเข้าไป... อ้อนกันเข้าไปทั้งลุงทั้งหลานเลยนะ” จุนซูบีบจมูกโด่งของยูชอนเข้าเบาๆ
“ก็รักถึงได้อ้อนนี่นา จริงมั้ยครับฮินฮวาน” ยูชอนหันไปขอความเห็นเด็กน้อยในอ้อมกอดอีกครั้ง
“จริงครับ” ฮินฮวานยิ้มขึ้นทันที


“แค่เรามีกันแค่นี้ก็มีความสุขมากแล้วล่ะ”





“ถึงแล้วโทรมาหาด้วยนะ” ยูชอนเอ่ยบอกจุนซู
“อืม....ดูแลตัวเองด้วยล่ะ ฝากฮินฮวานด้วยนะ” จุนซูบอก
“ครับผม...”ยูชอนแกล้งยกมือตะแบ๊ะขึ้นทันที
“งั้นป๊ะป๋าไปก่อนนะครับฮินฮวาน” จุนซูนั่งลงบอกลูกน้อย
“ครับ....”ฮินฮวานกอดพ่อของเขาทันที
“บ๊าย....บาย....”มือเล็กๆของเด็กน้อยโบกมือลาพ่อของเขา

“เรากลับบ้านกันนะครับฮินฮวาน” ยูชอนบอกเด็กน้อยก่อนจะจูงมือเล็กๆเดินออกจากสนามบินไป



“ฮินฮวานตื่นหรือยังลูก!!” เสียงยูชอนเดินเข้ามาในห้องนอนของเด็กน้อง
เช้านี้เขาต้องไปส่งฮินฮวานอย่างเคย แต่ที่ไม่เหมือนเดิมก็คือไม่มีจุนซูมาเร่งให้เขากับฮินฮวานแต่งตัวเพราะกลัวจะไม่ทันส่งฮินฮวานไปโรงเรียน
“ผมผูกนี่ไม่ได้” เสียงเด็กน้อยที่ยืนอยู่หน้ากระจกหันมาบอกยูชอน
“ไหนครับ... วันนี้ต้องแต่งชุดลูกเสือสำรองใช่มั้ย” ยูชนถามขึ้นพลางมองผ้าพันคอสีเหลืองที่ต้องม้วนแล้วสวมด้วยว็อกเกิ้นหนังสีน้ำตาล
“มา...เดี๋ยวลุงม้วนผ้าให้น่ะครับ ฮินฮวานไปใส่ถุงเท้าก่อนนะ เดี๋ยวเสร็จแล้วลุงจะเรียก” ยูชอนบอกแล้วมือใหญ่ของเขาก็จัดการม้วนผ้าสามเหลี่ยมสีเหลืองให้เป็นสายยาวทันที โดยที่กึ่งกลางผ้าสามเหลี่ยมผืนใหญ่จะเหลือเอาไว้แค่สามเหลี่ยมเล็กๆเท่านั้น

“มาครับ...เสร็จแล้ว”ยูชอนเรียกเด็กน้อยที่นั่งรอเขาอยู่บนเตียงให้เดินมาหา แล้วมือหนาก็คล้องผ้าพันคอสีเหลืองลงบนคอเล็กของฮินฮวานก่อนจะหยิบว็อกเกิ้นมาติดผ้านั้น
“อ่ะ...เสร็จแล้วครับ เราไปโรงเรียนกันนะ” ยูชอนหันไปหยิบกระเป๋าใบเล็กของอินฮวานมาถือทันทีพร้อมกับจูงมือเด็กน้อยเดินออกมาจากห้องนอนเพื่อลงไปทานข้างข้างล่าง



“อีก 3 วันก็จะกลับแล้วเหรอครับ” ยูชอนถามปลายสายที่อยู่อีกประเทศนึง
“ยูชอนจะเอาอะไรมั้ย เดี๋ยวจะซื้อไปฝาก”จุนซูถามขึ้น
“ไม่เอาอ่ะ...อยากได้จุนซูมากกว่า” ยูชอนพูดขึ้นหน้าตาเฉย
“ไม่ต้องมาอ้อนเลย งั้นแค่นี้นะ...”
“เดี๋ยวสิครับ...” ยูชอนพูดขึ้นมาก่อน
“อะไร” จุนซุถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“ผมคิดถึงจุนซูนะ” เสียงแหบพูดขึ้นทันที
“เราก็คิดถึงยูชอนเหมือนกัน เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว บาย...” จุนซูวางสายไปทันที ปากบางยิ้มขึ้นเมื่อนึกหน้าคนที่ชอบอ้อนเขาอยู่




ก๊อก....ก๊อก...ก๊อก....
เสียงประตูห้องของจุนซูดังขึ้น
“ใครมา....เขาไม่ได้นัดใครไว้นี่ ....แล้วอีกอย่างเขาก็ไม่ได้สั่งอะไรกับทางโรงแรมไว้ด้วย” จุนซูพึมพำขึ้นกอ่นที่มือเล็กของเขาจะเปิดประตูห้องออก
หมับ!!
“คิดถึงจังเลย” เสียงคนที่คุ้นเคยบอกอยู่ข้างหูพร้อมกับมือใหญ่ที่กอดร่างเล็กเอาไว้แน่นเหมือนกันไม่ได้เจอกันมานาน จุนซูยังอึ้งอยู่ เขาแปลกใจที่ยูชอนมาได้ยังไงทั้งๆที่เพิ่งจะวางสายไปเมื่อสักครู่นี้เอง
“ยูชอน!!” จุนซูจ้องหน้าคนรักอย่างแปลกใจ
“Surprise มั้ย” ยูชอนยิ้มขึ้นทันที
“อืม...อึ้งไปเลย” จุนซูยิ้มขึ้นทันที เขาก็คิดถถึงยูชอนเหมือนกัน

“เราไม่ได้แต่งงานกับแต่แว๊บมาฮันนีมูกันเลยแล้วกัน” ยูชอนพูดขึ้น
“บ้า....” จุนซูซุกหน้าลงกับบ่ากว้างทันที
“แล้วฮินฮวานล่ะ” จุนซูถามถึงลูกชายของเขาทันที
“ฮินฮวานบอกให้ผมมานะ เขาเข้าใจ... ฮินฮวานอยู่กับคุณแม่ ก็ฝากคุณแม่ดูเขาแค่สองวันเองไม่เป็นไรหรอก” ยูชอนบอก
“รู้กันอีกแล้วนะ” จุนซูพูดขึ้น
“ขอเวลาเราบ้างก็แล้วกัน” ยูชอนบอก
“อืม...”จุนซูกระชับกอดร่างโปร่งเข้าไปอีก รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันทีเลย





“โตเกียวทาวเวอร์ตอนกลางคืนนี่สวยนะครับ” ยูชอนก้มบอกคนตัวเล็ก เขากอดเข้าที่ด้านหลังของจุนซู ทั้งสองยืนมองวิวจากบนยอดของโตเกียวทาวเวอร์อยู่
“โตเกียวยามค่ำคืนสวยมากเลยนะ” จุนซูหันมาบอก
“แต่ก็สู้จุนซูของผมไม่ได้หรอกไ ยูชอนกระซิบบอกอยู่ข้างหู
“จะหวานไปหรือเปล่านี่” จุนซูแซวคนตัวโตขึ้นทันที
“อยากชิมมั้ยล่ะครับ” ยูชอนกัดเข้าที่หูของจุนซูเบาๆ
“บ้า....” จุนซูก้มหน้าอายลงทันที ยูชอนพูดอะไรก็ไม่รู้



“ยืนคิดอะไรอยู่ครับ” ยูชอนกอดเข้าที่ด้านหลังของคนตัวเล็กที่ยืนคิดอะไรอยู่ที่หน้าต่างบานใหญ่ของห้องพัก
“แค่...คิดว่า... เรามาเจอกันได้ยังไงก็เท่านั้นเอง มันน่าแปลกนะที่เรามาเจอกันได้” จุนซุเงยขึ้นมามองใบหน้าของคนรักทันที
“ไม่เป็นแปลกตรงไหนเลย ก็ผมรักจุนซูนี่นา” ยูชอนกระซิบเข้าที่ข้างหูของจุนซูทันที จมูกโด่งสูดความหอมของไรผมที่ข้างหูของจุนซูอยู่
“ยูชอนพูดว่ารักเราบ่อยๆแบบนี้ไม่เบื่อเหรอ” จุนซูถามขึ้น มือเล็กๆของเขาจับมือหนาที่โอบเอวเอาไว้
“ไม่เบื่อเลยนะ” ยูชอนจูบลงที่ซอกคอขาวของร่างเล็กเบาๆ
“ของคุณนะ” จุนซุหันกลับมาหายูชอนทันที มือเล็กๆของเขาโอบรอบคอของยูชอนเอาไว้ใบหน้าหวานยิ้มขึ้นพร้อมทั้งจูบลงที่ปลายคางของยูชอน
“ยั่วกันเหรอครับ” ยูชอนถามขึ้นมือหนาไล้ลงที่หลังเนียนของจุนซูผ่านเนื้อผ้าของชุดนอนไปมาอย่างหลงไหล
“ถ้าบอกว่า...อยากชิมความหวานของยูชอนล่ะ” จุนซูกระซิบเข้าที่ข้างหูของร่างสูงทันที
“แน่ใจนะ” ยูชอนส่งสายเจ้าเล่ห์มาหาคนตัวเล็กทันที
“อืม...”จุนซูยิ้มอายๆขึ้นพร้อมกับพยักหน้าให้เบาๆ

“แล้วจุนซุจะรู้ว่าผมหวานแค่ไหน แต่คงหวานสู้จุนซูไม่ได้หรอกนะ” ยูชอนบอกพร้อมกับกดจูบลงที่ปากบางของจุนซูทันที ร่างสูงดูดกลีบปากสีหวานเบาๆก่อนจะชิมกลีบปากคู่สวยคู่นั้นอย่างหลงไหล มือหนาไล้ลงที่สีข้างของจุนซูเบาๆ ก็เรียกเสียงครางที่หวานหูของร่างเล็กได้มากแล้ว ลิ้นร้อนเลียชิมริมฝีปากคู่สวยเบาๆก่อนจะสอดเข้าไปตักตวงความหวานที่อยู่ภายในโพรงปากนั้น สัมผัสที่แผ่วเบาและนุ่มนวลสร้างความร้อนรุ่มในกายให้คนทั้งคู่ได้ดี เรียวลิ้นทั้งสองเกี่ยวกระหวัดกันอย่างเป็นกันเอง ความหวานที่สัมผัสได้ยิ่งทำให้ความต้องการของทั้งคู่เริ่มปะทุขึ้นเรื่อยๆ จากจูบที่อ่อนโยนค่อยๆกลายเป็นจูบที่เร่าร้อนขึ้นในทันที แต่ก็ยังแฝงเอาไว้ด้วยความหอมละมุนของความหวานอยู่

“ไปที่เตียงนะครับ” ยูชอนกระซิบอก
ก่อนจะอุ้มคนตัวเล็กมาที่เตียงที่อยู่ไม่ไกล แต่ปากของเขายังจูบลงที่กลีบปากคู่สวยอยู่ ยูชอนวางจุนซูลงบนที่นอนแล้วค่อยๆเอนกายลงทาบทับ มือหนาลูบไล้ใบหน้าหวานอย่างแผ่วเบา ข้อนิ้วของร่างสูงไล้ไปตามแนวกร้ามสวยของร่างเล็กพร้อมทั้งมอบจูบที่นุ่มนวลไปทั่วใบหน้า ยูชอนค่อยๆกดจูบลงที่ปากบางอีกครั้ง มือหนาสอดเข้าไปยังเสื้อนอนตัวบางของจุนซูทันที แล้วลูบไล้ผิวนุ่มอย่างหลงไหล ยูชอนจูบลงที่ซอกคอขาวเบาๆก่อนจะขบเม้นทำรอยรักเอาไว้ มือเล็กของจุนซโอูบไหล่หนาเอาไว้เพื่อระบายความเสียวซ่านที่เกิดขึ้น ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเมื่อลมหายใจอุ่นๆของยูชอนลากผ่านผิวกายของเขาลงไปช้าๆ

“อื้ม...” ร่างสูงค่อยๆปลดเสื้อตัวเล็กออกอย่างงายดาย ยูชอนยิ้มขึ้นกับท่าทางที่น่ารักของจุนซู ก่อนที่เขาจะเข้าครอบครองยอดอกสีหวานที่ยั่วยวน ลิ้นร้อนเลียวนสร้างความเสียวซ่านให้กับร่างเล็กได้ดี มือเล็กกดลงที่หัวของยูชอนเพื่อให้ร่างสูงเข้าครอบครองยอดอกของเขาได้มากขึ้น อกสวยแอ่นรับสัมผัสที่ร่างสูงปรนเปรอให้อย่างลืมตัว

“อื้อ... ยูชอน...อ๊ะ...” ฟันคมแกล้งกัดลงที่ยอดอกสีสวยเบาๆ ก็เรียกเสียงครางที่หวานหูได้มากแล้ว มือหนาไล้ลงที่สะโพกเล็กเบาๆแล้วค่อยปลดกางเกงนอนออกไปทันที ร่างสูงกดจูลงที่หน้าท้องเนียนเบาๆก่อนจะทำรอยเอาไว้ทุกครั้งที่จูบลงที่ผิวเนื้อนุ่มของคนใต้ร่าง

“อือ....ยูชอน....อื้อ....” มือหนาไล้ลงไปที่ส่วนอ่อนไหวของร่างเล็กทันที ร่างเล็กระตุกขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกสัมผัสมือหนารูดขึ้นลงที่แท่งสีหวานเบาๆ ก่อนจะจูบลงที่ปลายของส่วนอ่อนไหวนั้น แล้วครอบครองส่วนนั้นเข้าในโพรงปากอุ่นของเขา

“อื้อ....อ้า....ยูชอน” เสียงหวานครางขึ้นทันทีที่ปากหนารูดขึ้นลงกับส่วนอ่อนไหวของเขา ความรู้สึกที่ร้อนรุ่มในร่างกายค่อยๆประทุขึ้นเรื่อยๆ มือเล็กลูบลงที่ผมสีนิลของร่างสูงเบาๆ ความเสียวซ่านที่คนรักมอบให้มันยิ่งทำให้ความต้องการของเขาเพิ่มขึ้นไปอีก

“อ๊ะ...” จุนซูร้องขึ้นมือนิ้วยาวค่อยๆกดเข้าไปยังช่องทางสีหวานของเขา
“ถ้าเจ็บก็บอกนะครับ อย่าเกรงนะ” ยูชอนจูบลงที่ปากบางอีกครั้งก่อนที่จะค่อยๆกดนิ้วยาวของเขาเข้าไปยังช่องทางนั้นอีกครั้ง

“อื้อ....ยูชอน....อือ....” ร่างเล็กส่ายสะโพกไปมาตอบรับนิ้วที่เริ่มขยับเข้าออกภายในช่องทางสีสวยของเขา ใบหน้าหวานสะบัดหน้าไปมาเมื่อนิ้วยาวเพิ่มจำนวนขึ้น ความต้องการและความเสียวซ่านเริ่มไต่มากขึ้นเรื่อยๆ

“ยูชอน....อื้ม....”จุนซูปรือตาขึ้นมามองร่างสูงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าให้ เขาต้องการยูชอนแล้ว
“เจ็บก็บอกนะครับ บีบมือผมไว้ก็ได้นะ” ยูชอนหยัดตัวขึ้นมาจูบเข้าที่ปากบางเบาๆ มือหนาจับมือจุนซูเข้าทันที พร้อมทั้งค่อยๆกดส่วนอ่อนไหวที่แข็งขืนของเขาเข้าไปยังช่องทางที่พร้อมแล้ว

“อ้า...จุนซู” ยูชอนครางออกมาทันทีที่กดส่วนอ่อนไหวเข้าไปจนสุด มือเล็กบีบมือหนาเอาไว้ ลมหายใจของร่างเล็กค่อยๆผ่อนลงช้าๆ เพื่อไม่ให้ช่องทางของเขาต้องเกรงมากเกินไป จุนซูปล่อยมือหนาแล้วกอดร่างสูงเอาไว้ทันที

“เรารักยูชอนนะ” จุนซูยิ้มขึ้นก่อนที่จะจูบลงที่แก้มกร้านของคนรักเบาๆ
“ผมก็รักจุนซูครับ” ยูชอนจูบลงที่ปากบางอีกครั้งก่อนที่จะค่อยๆขยับร่างของเขาช้าๆ ความวาบหวาบที่เกิดขึ้นทำให้ร่างทั้งสองต่างเคลื่อนไหวไปตามกันอย่างนุ่มนวล

“อ๊ะ....อื้ม...ยูชอน....” เสียงหวานร้องขึ้นเมื่อร่างสูงเริ่มเร่งจังหวะในการเคลื่อนไหวให้เร็วขึ้น ความเสียวซ่านที่ได้รับและความร้อนที่ปะทุขึ้นที่ละน้อยแทบจะแยกร่างเขาออกเป็นเสี่ยงๆ แต่ความสุขและความต้องการก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ มือเล็กโอบกอดคนรักเอาไว้อีกครั้ง

“อืม...จุนซู...อ้า...” ร่างสูงจูบลงที่ยอดอกสีหวานอีกครั้งพร้อมทั้งเร่งจังหวะในการขยับให้เร็วขึ้นเมื่อร่างเล็กที่อยู่ข้างใต้เริ่มจะปลดปล่อย

“อื้อ...ยูชอน...จะ...ไม่ไหวแล้ว” จุนซูร้องขึ้นเมื่อความร้อนในร่างกายเพิ่มมาก ขึ้นเล้วความต้องการของเขากำลังจะต้องการการปลดปล่อย ใบหน้าหวานที่เปียกชุมไปด้วยเหงื่อสะบัดไปมาเล็กน้อยเมื่อใกล้จะถึงจุดนั้น
“อือ....จุนซู...” ยูชอนเร่งจังหวะอีกครั้งก่อนที่จะปล่อดปล่อยเข้าไปในช่องทางสีหวานนั้น

ร่างสูงยิ้มให้ร่างเล็กที่นอนหอบหายใจอยู่ มือหนาปาดเหงื่อที่อยู่ข้างแก้มออกเบาๆก่อนที่จะจูบลงที่หน้าผากมลของจุนซูอีกครั้ง
“ดีมั้ย...” ยูชอนถามขึ้น ทำเอาร่างเล็กถึงกับหันหน้าไปด้านข้างทันที
“เขิลหรือครับ” ยูชอนถามขึ้นเขายังไม่วายจะขโมยหอมแก้มนุ่มไปอีกฟอดใหญ่
“ดี...”จุนซูพูดขึ้นเบาๆก่อนจะจูบเข้าที่แก้มของยูชอนเบาๆ
“งั้นพักผ่อนนะ” ยูชอนค่อยๆถอนร่างออกมาแล้วนอนลงข้างๆจุนซ มือหนาดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดเอาไว้ทันที ใบหน้าหวานซุกอยู่ที่อกแกร่งอย่างอายๆ
“ผมรักจุนซูนะครับ” ยูชอนพูดขึ้นพร้อมทั้งเชยคางให้ใบหน้าหวานเงยขึ้นมามองสิ่งที่เขาบอก
“เราก็รักยูชอนเหมือนกัน” มือเล็กจับเข้าที่ใบหน้าของยูชอนเบาๆก่อนจะหยัดตัวขึ้นจูบที่แก้มกร้านเบาๆ
“นอนนะครับ” ยูชอนพูดขึ้นพร้อมกับกระชับอ้อมกอดเข้าไปอีก
จุนซูจ้องมองใบหน้าของคนรักอีกครั้งแล้วค่อยๆหลับตาลง ด้วยความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและยูชอน



+++++++++

งานแต่งงานเล็กๆกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในเย็นวันนี้ แท่นพิธีที่จัดเตรียมเอาไว้ในสวนสวย เพราะคนทั้งสองที่เป็นเจ้าของงานในวันนี้อยากจะจัดงานในรูปแบบที่เรียบง่ายและดูอบอุ่น จึงเลือกสวนสวยของรีสอร์ทหรูที่เพื่อนแม่ของแจจุงเป็นเจ้าของอยู่ บรรดาแขกในงานก็มีแค่คนสนิทที่ทั้งบ่าวสาวเชิญมาเป็นสักขีพยานในการสมรสครั้งนี้เท่านั้น บรรดาแขกที่มาในงานทุกคนพากันสวมชุดสีขาวเพื่อให้เข้ากับคอนเซปที่บ่าวสาวได้ขอร้องไปในการ์ดเชิญ ตีมของงานที่คนรักทั้งสองได้คิดขึ้น เป็นตีมสีเขียวและสีขาวเพื่อให้เข้ากับบรรยาากาศของสวนสวยแห่งนี้

สวนที่มีดอกไม้นานาพรรณที่ปลูกขึ้นรายล้อมสวนสีเขียวที่มีต้นไม้ใหญ่ปลูกอยู่กลางสวนและแท่นพิธีในครั้งนี้ก็ถูกวางเอาไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น ซุ้มไม้เลื้อยที่นำมาทำเป็นแท่นพิธีประกอบด้วยกุหลาบขาวจำนวนมากที่ประดับไว้ตามเสาที่มีอยู่ ดอกกุหลาบขาวที่พันเกี่ยวกันเป็นเถาวัลย์รอบซุ้มสวยที่แซมด้วยใบไม้สีเขียวยิ่งทำให้ซุ้มที่วางเอาไว้ดูเด่นเป็นสัญลักษณ์ของงานเข้าไปอีก

เก้าอี้สีครีมที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวแล้วคาดด้วยผ้าโปร่งสีเขียวที่ผูกเอาไว้เป็นโบว์อยู่ด้านหลังของพนักพิงเก้าอี้แต่ละตัวถูกจัดวางเรียงรายเอาไว้สองฝั่งเพื่อให้แขกที่มาร่วมงาน ทางเดินที่อยู่ระหว่างเก้าอี้สีขาวที่ทอดยาวไปยังแท่นพิธีเบื้องหน้าถูกวางไปด้วยดอกกุหลาบสีขาวที่มัดเป็นช่อแล้ววางไว้ข้างๆทางเดินตามแถวยาวของเก้าอี้ สีขาวของกุหลาบช่อสวยก็ตัดกับพื้นหญ้าสีเขียวที่มีทอดยาวอยู่เป็นเหมือนพรมที่ปูขึ้นเพื่อพิธีที่สำคัญในครั้งนี้

บรรดาแขกที่มาร่วมในงานครั้งนี้ต่างทยอยกันเดินเข้างานมาด้วยหน้าตาที่สดใสและยิ้มแย้มไปด้วยความสุขไปกับคนทั้งสอง แจอินผู้เป็นแม่ของฝ่ายเจ้าสาวและยูชอนทำหน้าที่ต้อนรับแขกเหรื่อที่มาในงานอย่างเป็นกันเอง ทั้งคังอินลีทึก คยูและซองมินต่างเดินทางมาในงานครั้งนี้ด้วย โดยคังอินและคยูเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวและซองมินกับลีทึกทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวให้


ใบหน้าคมที่ยิ้มแย้มขึ้นเพราะบรรยากาศและความตื่นเต้นที่ซ่อนอยู่ภายในใจกลับทำให้เขารู้สึกกังวลไปหมด แต่ก็ได้เพื่อนสนิทที่มาคอยคุยอยู่ด้วยจึงทำใหหความตื่นเต้นคลายลงไปได้บ้าง จากคนที่เคยนิ่งๆแบบยุนโฮ เขาไม่คิดว่าจะต้องมาตื่นเต้นแบบนี้ เพราะตั้งแต่เมื่อคืนเขายังไม่ได้เจอหน้าเจ้าสาวเลย คงเพราะธรรมเนียมของคุณแม่ของแจจุงที่ว่าอยากให้การแต่งงานครั้งนี้ออกมาดีที่สุดจริงๆเลยยังไม่ให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเจอหน้ากันจนกระทั่งถึงพิธีการ

ยุนโฮที่อยู่ในสูทสีขาวยืนรอเจ้าสาวอยู่ที่หน้าแท่นพิธีเมื่อเวลาใกล้เข้ามา มือหนากลับเย็นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก หัวใจที่เต้นเร็วจนแทบจะจับจังหวะไม่ได้ และการรอคอยของเขาก็สิ้นสุดลงเมื่อจุนซูพาแจจุงมาส่งให้กับยูชอน เพื่อให้ยูชอนทำหน้าที่แทนพ่อเจ้าสาวที่เสียไปก่อนหน้านี้

ยูชอนเดินมารับเจ้าสาวคนสวยที่ห้องแต่งตัวแล้วเดินพาแจจุงเข้ามายังเส้นทางที่ทอดยาวไปยังแท่นพีธี มือเรียวเกี่ยวแขนของพี่ชายเอาไว้ ใบหน้าสวยที่ถูกแต่งแต้มเอาไว้ด้วยเครื่องสำอางค์อ่อนๆใบหน้าของเจ้าสาวถูกคลุมด้วยผ้าโปร่งสีขาว มือเรียวถือช่อกุหลายสีขาวเอาไว้ แจจุงยิ้มให้กับพี่ชายก่อนที่จะเดินเข้าพิธีไปพร้อมกัน ด้านหน้าของเขาทั้งสองคนมีหนุ่มน้อยตัวเล็กทำหน้าที่ถือแหวนของบ่าวสาวเอาไว้ ฮินฮวานในสูทสีขาวตัวเล็กช่างเข้ากันเด็กน้อยจริงๆ ฮินฮวานหันมายิ้มให้แจจุงและยูชอนเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง

แล้วเสียงดนตรีก็ถูกบรรเลงขึ้น ฮินฮวานค่อยๆออกเดินนำมายังแท่นพิธี มือเล็กๆของเขาถือหมอนสีหวานที่มีแหวนสองวงอยู่ในนั้น เด็กน้อยยิ้มแย้มให้ร่างสูงที่ยืนรออยู่ตรงหน้าเขา แล้วเท้าเรียวของเจ้าสาวก็ค่อยๆ ก้าวเข้ามายังทางเดินไปเรื่อยๆตาสีนิลจับจ้องใบหน้าคมที่ยิ้มรับเขามาแต่ไกล ในขณะเดียวกัน เจ้าบ่าวร่างสูงที่ยืนรอเจ้าสาวคนสวยอยู่ที่แท่นพิธีก็จ้องมองเจ้าสาวคนสวยของเขาอย่างไม่วางตา แจจุงที่อยู่ในชุดเจ้าสาวที่เป็นเกาะอกสีขาวรัดเอวบางให้เรียวขึ้นเล็กน้อยและกระโปรงสีขาวมีลายลูกไม้ปักเลื้อมที่ยาวปิดข้อเท้าช่างเข้ากันดีกับร่างบางเหลือเกิน ปากหยักยิ้มขึ้นเมื่อมองเจ้าสาวคนสวยของตัวเอง

แล้วไม่นานเจ้าสาวก็เดินมาถึงแท่นพิธี ยูชอนพาแจจุงเดินมาส่งให้กับยุนโฮทันที
“ผมฝากเจ้าน้องคนนี้ด้วยนะ” ยูชอนกระซิบบอกยุนโฮก่อนจะจับมือแจจุงที่เกาะแขนเขาไว้มาส่งให้ยุนโฮรับไป ยุนโฮยิ้มให้แจจุงเล็กน้อย ใบหน้าสวยในระยะใกล้ขึ้นทำให้เขาแทบหุบยิ้มไม่ได้
“แจจุงสวยมากนะครับ” เสียงทุ้มกระซิบบอกคนตัวเล็กเบาๆ ทำเอาใบหน้าสวยแดงขึ้นมาทันที แจจุงยิ้มอายๆขึ้นมือเรียวที่ถูกมือใหญ่กุมเอาไว้ ร่างบางบีบมือยุนโฮเอาไว้อีกครั้ง มือคู่ใหญ่ที่มักจจะอุ่นเสมอที่เขาสัมผัส


แล้วพิธีของการแต่งงานก็เริ่มขึ้น

....

...


“คุณชองยุนโฮ.... คุณจะรับ....คุณคิมแจจุง เป็นภรรยาหรือไม่” บาทหลวงกล่าวถามร่างสูง
“รับครับ” ยุนโฮยิ้มให้แจจุงก่อนจะพูดออกมา
“คุณคิมแจจุง....คุณจะรับ....คุณชองยุนโฮ เป็นสามีหรือไม่”
“รับครับ” แจจุงยิ้มให้ยุนโฮอีกครั้งมือเรียวบีบมือหนาเอาไว้อย่างตื่นเต้น

“คราวนี้ก็แลกแหวนกันนะ” บาทหลวงบอก

แล้วเด็กชายตัวน้อยก็เดินมาหาบ่าวสาวทั้งสอง ยุนโฮยิ้มให้ฮินฮวานก่อนจะหยิบแหวนขึ้นมา แจจุงมองใบหน้าคมอย่างไม่วางตาแล้วแหวนเพชรเม็ดเล็กก็ถูกเลื่อนเข้าไปยังนิ้วนางข้างซ้ายทันที

แจจุงก็หันไปหยิบแหวนจากฮินฮวานมาสวมให้ยุนโฮบ้าง แหวงเกลี้ยงวงใหญ่ค่อยๆเลื่อนเข้าไปยังข้อนิ้วนางด้านซ้ายของร่างสูงช้าๆ ยุนโฮและแจจุงสบตากันอีกครั้งพร้อมทั้งยิ้มกว้างให้แก่กัน รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของเขาทั้งสองถูกส่งมาให้กันอย่างไม่มีวันหมด

“พ่อขอประกาศให้ทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน... “

“เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวครับ” บาทหลวงบอกร่างสูงทันี

มือหนาที่กุมมือเรียวของแจจุงเอาไว้ยกขึ้นเปิดผ้าคุลมหน้าของเจ้าสาวขึ้นช้าๆ ปากหยักยิ้มขึ้นอีกครั้งสายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยของเจ้าสาวอย่างไม่วางตา แล้วใบหน้าคมก็ค่อยๆโน้มใบหน้าเข้ามาหาใบหน้าสวยช้าๆ มือหนาโอบเอวบางเอาไว้ทันที ปากหยักจูบลงที่เรียวปากอิ่มเบาๆ ความรู้สึกที่มีอยู่ในขณะนี้ได้ถ่ายทอดผ่านริมฝีปากของเขาไปยังคนรักให้รับรู้ เรียวปากอิ่มตอบรับจูบที่ส่งมาอย่างเต็มใจ มือเรียวของร่างบางเกี่ยวคอร่างสูงเอาไว้ทันที ริมฝีปากคู่สวยเผยอขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ลิ้นอุ่นสอดเข้ามาเคล้าเคลียเรียวลิ้นของตน ความหวานที่ไม่มีวันจางของทั้งคู่ถูกส่งให้อีกฝ่ายได้รับรู้ จูบที่ดูดดื่มเกิดขึ้นเพราะรักที่ต่างฝ่ายต่างมอบสัมผัสที่ละลุนละไมให้กันและกันอย่างไม่มีวันหมด

ยุนโฮถอนริมฝีปากออกาช้าๆ ร่างสูงส่งยิ้มที่อบอุ่นมาให้เจ้าสาวอีกครั้ง แจจุงยิ้มกว้างขึ้นมือเรียวเช็ดรอยลิปสีหวานที่มุมปากของร่างสูงออกเบาๆ

แล้วเสียงเพลงหวานก็ถูกบรรเลงขึ้นท่ามกลางความแปลกใจของเจ้าสาว

“When You Say Nothing At All”


“ยุนโฮ!!” แจจุงมองหน้ายุนโฮอีกครั้ง มือเรียวปิดปากตนขึ้นอย่างไม่เชื่อหู เพลงโปรดของเขาถูกบรรเลงขึ้นจากนักร้องประสานเสียงของทางโบสถ์ที่มาร่วมในงาน
เจ้าสาวหันมามองหน้าเจ้าบ่าวอีกครั้ง น้ำใสๆคลอขึ้นที่ดวงตาคู่สวยทันที

แจจุงโผเข้ากอดยุนโฮเอาไว้ทันที ใบหน้าสวยที่อาบไปด้วยน้ำตาแห่งความซาบซึ้งที่ยุนโฮทำอะไรแบบนี้ให้เขาอีกแล้ว
“ขี้แยอีกแล้วนะ” ปากหยักแซวเจ้าสาวขึ้น ยุนโฮยิ้มให้ก่อนที่จะปาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนเบาๆ พร้อมทั้งจูบลงที่หน้าผากมลของแจจุงอีกครั้ง
“ขอบคุณนะ” แจจุงแนบหน้าผากของเขาเข้ากับยุนโฮทันที ปากอิ่มยิ้มกว้างขึ้นพร้อมทั้งตาสีนิลที่จ้องมองลึกเข้าไปยังตาคมของคนรักทันที

...


“เอาล่ะ... แจจุงจะโยนดอกไม้แล้วนะ” เสียงหวานของเจ้าสาวเอ่ยบอก แล้วมือเรียวก็โยนช่อดอกไม้ออกไปทันที
ตุ๊บ!!
“เอ๊ะ!!” ซองมินยิ้มขึ้นอย่างแปลกใจ นี่เขาได้ช่อดอกไม้ด้วยเหรอ
“คยูรีบมาขอซองมินนะ” แจจุงแซวขึ้นทันที
“บ้า...แจจุงก็...” ซองมินตีแขนเพื่อนเขาเบาๆก่อนจะหันไปสบตาคยูที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ



แล้วงานเลี้ยงหลังพิธีก็เริ่มขึ้น....


“วันนี้ลูกสวยมากเลยนะแจจุง” คุณนายแจอินยิ้มให้เจ้าสาว
“ขอบคุณครับแม่ แต่แจจุงก็ยังเป็นลูกที่น่ารักของแม่เสมอนะครับ” มือเรียวกอดเอวแม่ของเขาเอาไว้แน่น
“มีอะไรก็ค่อยพูดกันนะ แจจุงอย่างอแงมากนะรู้มั้ย แม่รู้ว่ายุนโฮเขาดูแลเราได้ แต่แจจุงอย่าเอาแต่ใจมากนักนะลูก เราอยู่ด้วยกันก็ต้องเข้าใจ และเชื่อใจกันนะ” แจอินบอกลูกชาย
“ครับแม่” แจจุงยิ้มขึ้นทันที


“แจจุงหิวมั้ยครับ” ยุนโฮถามขึ้นเมื่อนั่งอยู่กับร่างบาง
“ไม่หิวเลย” แจจุงยิ้มขึ้นแต่มือเรียวของเขายังไม่ปล่อยมือหนาไปสักวินาทีเดียว คนทั้งคู่ยังคงนั่งอยู่ด้วยกันแบบนั้น
“ขอโทษนะครับ ผมขอยืมเจ้าสาวไปเต้นรำด้วยได้มั้ยครับ” ยูชอนเดินมาหาแจจุงที่โต๊ะพร้อมกับเอ่ยบอกยุนโฮ
“ได้ครับ” ยุนโฮส่งมือเรียวของแจจุงให้ยูชอนทันที


“ขอบคุณมากนะพี่ยูชอน” แจจุงพูดขึ้นเมื่อกำลังเต้นอยู่กลางฟลอร์ของสวนสวยยามเย็น
“ไม่เป็นไร” ยูชอนยิ้มให้แจจุงอีกครั้ง แล้วสองพี่น้องก็ยังเต้นรำกันต่อไปท่ามกลางเสียงเพลงที่บรรเลงขับกล่อมของงานในวันนี้

“ขอโทษนะครับ...ผมขอตัวเจ้าสาวคืนนะ” ยุนโฮเดินมาหายูชอนทันที
“ได้ครับ” ยูชอนยิ้มให้แล้วเดินไปหาจุนซูที่นั่งคุยอยู่กับลูกชายของเขา


“เต้นรำกับผมนะ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกคนรัก แจจุงพยักหน้าให้ใบหน้าสวยอายขึ้นเล็กน้อย แล้วมือหนาก็โอบเอวบางเอาไว้ทันที
“วันนี้แจจุงสวยมากเลยนะรู้มั้ย” ยุนโฮบอกเข้าที่ข้างหู
“วันนี้แจจุงมีความสุขมากเลยนะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้น ใบหน้าที่ยิ้มแย้มขึ้นแสดงออกถึงความรู้สึกของเขาได้ดี
“ผมก็มีความสุขเหมือนกัน มันเหมือนฝันเลย” ยุนโฮพูดขึ้น เขาไม่คิดว่าจะมีใครมาเป็นคนที่จะยืนข้างๆเขาแบบนี้มาก่อนเลย
“แจจุงจะอยู่ข้างๆยุนโฮตลอดไปเลย” ปากอิ่มพูดขึ้นพร้อมกับกอดเอวหนาของยุนโฮเอาไว้แน่นใบหน้าสวยซบลงที่อกแกร่งของยุนโฮทันที
“ผมก็เหมือนกัน” ยุนโฮจูบลงที่ขมับของร่างบางอีกครั้งพร้อมกับกระชับกอดร่างบางเอาไว้อีกครั้ง


ทั้งคู่เต้นรำกันท่ามกลางบรรยาการศยามเย็นที่ค่อยๆมืดลง อย่างช้าๆพร้อมกับเสียงเพลงที่บรรเลงเพลงโปรดของเขาทั้งคู่ ความรักของคนทั้งสองกลับทำให้บรรยากาศในสวนสวยแห่งนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรัก ความอบอุ่น ที่แขกในงานสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้นของยุนโฮและแจจุง



“คู่นี้เขาน่ารักดีนะ” จุนซูพูดขึ้น เมื่อยังจ้องมองคู่บ่าวสาวที่นังเต้นรำกันต่อไป
“คู่เราก็น่ารักนะ” ยูชอนหันมาบอก พร้อมกับหอมแก้มนุ่มของจุนซูไปฟอดใหญ่
“ผมรักป๊ะป๋ากับคุณลุงครับ” ฮินฮวานที่นั่งอยู่บนตักของยูชอนเอ่ยบอกพ่อของเขาและคุณลุงใจดี
“ลุงก็รักฮินฮวานนะ” ยูชอนกอดเด็กน้อยเข้าทันที
“แล้วก็รักป๊ะป๋าด้วย” ยูชอนโอบไหล่ของจุนซูเอาไว้ทันที
“ป๊ะป๋าก็รักอินฮวานนะ” จุนซูยิ้มให้ลูกชายตัวน้อยแล้วหอมแก้มฮินฮวานเบาๆ
“แล้วของผมล่ะ” ยูชอนถามขึ้น นิ้วยาวของเขาชี้เข้าที่แก้มป่องของเขาทันที
จุนซูก้มหน้าอายขึ้นทันที แต่ก็กระซิบเข้าที่ข้างหูของยูชอนทันที
“แปะโป้งเอาไว้ก่อนนะ แต่จะมีอะไรพิเศษให้ด้วย อดใจรอก่อน”สิ้นคำพูดของจุนซู ยูชอนก็ยิ้มขึ้นทันที



.....

“เหนื่อยมั้ยครับ....” เสียงทุ้มถามแจจุงขึ้นเมื่อร่างสูงกำลังอุ้มแจจุงเข้าห้องหอมา
“ไม่เหนื่อเลย... มีความสุขมากกว่า” แจจุงซบใบหน้าหวานลงกับอกแกร่ง มือเรียวยังโอบรอคอของร่างสูงเอาไว้แบบนั้น
“รู้สึกดีจัง” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเมื่อยุนโฮวางเขาลงบนเตียง ตาสีนิลจ้องมองคนรักอยู่อย่างนั้น
“ผมก็เหมือนกันนะ” ยุนโฮยิ้มให้แล้วนั่งลงข้างๆ มือหนาลูบใบหน้าหวานเบาๆ สายตาคมจ้องมองคนรักอย่างไม่วางตา
“วันนี้แจจุงสวยมากจริงๆนะ” ยุนโฮจูบลงที่แก้มเนียนทันที
“ขอบคุณ”เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างอายๆ แล้วใบหน้าหวานก็โน้มเข้ามาหาร่างสูงทันที
“แจจุงพร้อมแล้วนะ” ปากอิ่มพูดขึ้นแต่ก็ต้องก้มหน้าอายกับคำพูดที่ออกมาจากปากของตัวเอง
“ขอบคุณครับ” ยุนโฮจับมือเรียวข้างซ้ายขึ้นมาจูบเบาๆ แต่สายตาคมยังจ้องใบหน้าสวยของคนรักอยู่

“ผมรักแจจุงนะ” ยุนโฮพูดขึ้นก่อนจะกดจูบลงที่ริมฝีปากอิ่มเบาๆ ปากหยักค่อยๆไล่ชิมกลีบปากบนและล่างอย่างอ่อนโยน
“อ๊ะ....” มือหนายกตัวร่างบางขึ้นมานั่งบนตักของตัวเองทันที มือเรียวเกาะบ่าหนาเอาไว้ สายตาคมจ้องมองใบหน้าหวานที่หลบหน้าอายอยู่
“ให้ผมถอดชุดให้แจจุงนะ” ยุนโฮเอ่ยบอกข้างหู ก่อนที่มือหนาจะค่อยๆปลดซิปที่อยู่ด้านกลังของชุดเจ้าสาวออกช้าๆ ซิปสีขาวค่อยถูกรูดลงมาเรื่อยๆแต่ปากหยักก็กดจูบลงมาตามแนวซิปเช่นกัน ความบางเบาของจูบที่ร่างสูงมองให้กลับเรียกความรู้สึกร้อนขึ้นมาในร่างกายของร่างบางได้ดี

เมื่อซิปยาวถูกปลดลงมาแล้ว มือหนาจับลงที่ไหล่บางของแจจุงเบาๆก่อนจะเลื่อนใบหน้าคมลงมาจูบเข้าที่หัวไหล่สีน้ำนมทันที แล้วใบหน้าคมก็ค่อยเลื่อนขึ้นไปตามแนวลำคอสวยได้รูปของร่างบาง มือหนาลูบไล้ลงที่หัวไหล่แล้วลากมือลงไปที่สีข้างของแจจุงทันที

“อือ....” เสียงหวานครางขึ้นเมื่อมือของยุนโฮลากไล้ไปตามร่างกายของเขา ยุนโฮยิ้มให้แจจุงอีกครั้งก่อนที่จะจูบลงที่เรียวปากอิ่ม ปากหยักดูดกลีบปากสวยเบาๆ แล้วลิ้นอุ่นเลียเข้าที่ปากอิ่ม ร่างบางเผยอกลีบปากออกเล็กน้อยเพื่อให้ร่างสูงเข้ามาชิมความหวานได้ตามใจ มือเรียวโอบรอบคอของร่างสูงอยู่เพื่อพยุงตัวให้นั่งอยู่บนตักของยุนโฮได้ไม่ให้ล้มลงไปเสียก่อน ก็สัมผัสที่ยุนโฮส่งมาให้เขามันทำให้เรี่ยวแรงขแงเขาแทบจะหมดลงไปในทันที ทุกครั้งที่ลิ้นอุ่นตวัดเคล้าเคลียเกี่ยวลิ้นเล็กของร่างบางก็เรียกความวาบหวามให้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

“อื้อ....ยุนโฮ...” เสียงหวานร้องขึ้น เมื่อร่างสูงจูบลงที่ซอกคอขาวของเขา ปากหยักขบเม้มเบาๆที่คอระหงสร้างรอยสีกุหลาบเอาไว้ทันที มือหนาค่อยๆปลดเกาะอกสีขาวออกช้าๆ แล้วปากหยักก็เลื่อนลงไปจูบลงที่ไหล่เนียนอีกครั้ง ฟันคมขบกัดเบาๆเพื่อหยอกล้อคนรัก

“ยุนโฮ....” แจจุงยังร้องเรียกชื่อคนรักอยู่ เวลาที่ฟันคมขบเบาๆที่ผิวของเขาก็สร้างความเสียงวซ่านขึ้นอีก ลมหายใจอุ่นๆของร่างสูงลากผ่านอกเนียนของร่างบางพร้อมกับปากหยักที่จูบลงที่อกขาวนั้นทันที ลิ้นอุ่นลากชิมความหวานที่อยู่บนร่างของคนรักอย่างหลงไหล มือหนาสอดเข้าไปยังใต้กระโปรงของร่างบางพร้อมทั้งลูบไล้ขาเรียวเบาๆ

“อื้อ.....”ร่างสูงลูบไล้ขาเนียนที่อยู่ภายใต้กระโปรงตัวยาวเบาๆ แล้วปากหยักกดก็จูบลงบนยอดอกสีสวยของแจจุงทันที ความหอมหวานของกลิ่นกายที่ไม่เคยจางไปของคนตัวเล็กทำให้เขาอยากจะสัมผัสร่างบางให้มากขึ้น ปากหยักไล่ชิ้มความหวานบนยอดอกสีสวยอยู่ มือหนาอีกข้างเลื่อนขึ้นมาลูบไล้ยอดอกอีกข้างไปพร้อมกัน มือเรียวของแจจุงกดหัวของร่างสูงให้ครอบครองเขามากขึ้น ร่างบางแอ่นหน้าอกรับสัมผัสที่คนรักมอบให้ในทันที

“ยุนโฮ...” เสียงหวานร้องเรียกชื่อร่างสูงขึ้นทันที
“ฮืม....” ยุนโฮเงยหน้าขึ้นมามองคนรัก ใบหน้าหวานที่ดูเซ็กซี่จ้องมองเขาอยู่
“ให้แจจุงถอดเสื้อให้นะ” ปากอิ่มพูดขึ้นเบาๆพร้อมทั้งกัดปากเอาไว้อย่างอายๆ
“ฮึม...ฮึม....ได้ครับ” ยุนโฮจับมือของแจจุงมาทาบลงที่ไหล่ของเขาทันที มือเรียวค่อยแกะไทด์ออกช้าๆ แต่ร่างสูงก็หอมลงที่ซอกคอขาวอีกครั้ง

“อื้อ...เดี๋ยวสิ” แจจุงท้วงขึ้นแต่ร่างสูงก็ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา ไทด์เส้นยาวถูดปลดออกไปวางไว้ที่ข้างเตียง มือเรียวสอดเข้าไปในไหล่หนาเพื่อปลดสูทตัวใหญ่ออก ยุนโฮลูบไล้ขาเรียวไปมาทำให้ร่างบางที่นั่งอยู่บนตักต้องคอยหลบมือหนาที่แกล้งเขาอยู่

“ยุนโฮ...ซนจังเลย” แจจุงดุขึ้นพร้อมทั้งตีหน้ามุ้ยลงทันที ปากหยักยิ้มขึ้นกับท่าทางของคนตัวเล็ก พร้อมทั้งหอมแก้มเนียนไปฟอดใหญ่
“งั้นอยู่นิ่งๆก็ได้ แต่แจจุงก็ถอดเร็วๆสิครับ” ยุนโฮแกล้งพูดขึ้น
“อยู่เฉยๆสิ” แจจุงค้อนขึ้นแล้วปลดกระดุมเสื้อให้ ทันทีที่กระดุมเสื้อหลุดออกจากกันก็เผยให้เห็นอกแกร่งที่น่าสัมผัส ตาสีนิลมองอกแกร่งเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าอายอยู่ มือหนาจับมือเรียวมาทาบลงบนอกแกร่งของเขาทันที
“แจจุงจะอยู่ในนี้เสมอนะ” ปากหยักพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมทั้งจูบริมฝีปากอิ่มเข้าทันที ยุนโฮพลิกร่างของแจจุงลงมานอนบนเตียงโดยที่ร่างสูงทาบทับอยู่ด้านบน ปากหยักยิ้มให้คนรักก่อนจะจูบลงที่เปลือกตาเบาๆ ยุนโฮปลดชุดที่อยู่บนร่างของแจจุงออก แล้วร่างสูงก็จูบลงที่อกบางอีกครั้งก่อนจะเลื่อนลงไปยังหน้าท้องแบนราบ ลมหายใจอุ่นลากผ่านหน้าท้องเนียนเบาๆ เรียกเสียงครางหวานหูขึ้นอีกรั้ง

“อืม....ยุนโฮ...อ๊ะ....” เสียงหวานร้องขึ้นเมื่อยุนโฮลูบไล้ส่วนอ่อนไหวของเขาเบาๆ ก่อนจะปลดขั้นในสีขาวออกทันที มือหนารูดขึ้นลงเบาๆที่ส่วนอ่อนไหวสีสวย แล้วปากหยักก็เลื่อนลงมาครอบครองส่วนนั้นเข้าโพรงปากของเขา

“อื้ม...อ้า...” สัมผัสอุ่นที่อยู่ด้านล่างพาให้ความต้องการของแจจุงเริ่มมีมากขึ้น มือเรียวลูบลงที่ไรผมสีน้ำตาลของร่างสูงเบาๆ สะโพกสวยส่ายไปมาเมื่อต้องการให้ร่างสูงสัมผัสมากขึ้น ความร้อนที่วิ่งขึ้นลงในร่างกายมันทำให้เขาทั้งเสียวซ่าน.... ล่องลอยและวาบหวามขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

“อื้อ...ยุน...ยุนโฮ...จะ...ไม่ไหวแล้ว...อื้ม...” แจจุงร้องบอกร่างสูงที่ปรนเปรอสัมผัสให้เขาอยู่ด้านล่าง ร่างสูงเร่งจังหวะขึ้นอีกครั้ง แล้วไม่นานร่างบางก็ปลดปล่อยออกมา โดยที่ยุนโฮรับน้ำหวานเข้าไปอย่างเต็มใจ

เสียงหอบดังขึ้นเล็กน้อย แจจุงปรือตามองร่างสูงที่ยกมือขึ้นเช็ดน้ำหวานที่มุมปากออก ก่อนจะดันตัวขึ้นมาจูบที่แก้มเนียนของเขา
“ขอผมนะครับ” ยุนโฮเอ่ยบอก แจจุงยิ้มให้แล้วดึงคนตัวโตลงมาจูบ
“ผมจะอ่อนโยนกับแจจุงนะ” ยุนโฮกระซิบบอกร่างบางที่ข้างหู ก่อนจะค่อยๆปลดเสื้อผ้าของเขาออก ร่างกายที่กำยำของร่างสูงทำเอาใบหน้าสวยแดงขึ้นเพราะความเขิล “เพิ่งจะรู้นะว่า ยุนโฮก็เซ็กซี่เหมือนกัน”

ปากหยกจูบลงที่เรียวปากอิ่มอีกครั้ง มือหนายกขาของแจจุงให้ตั้งขึ้น แล้วเขาก็แทรกตัวลงไปทันที ปากหยักเลื่อนลงไปจูบที่หัวเข่าเบาๆ แล้วเลื่อนใบหน้าคมลงมาจูบลงที่ขาอ่อนช้าๆ จูบที่นุ่มนวลเลื่อนลงมาจนถึงขาอ่อนด้านใน ร่างสูงขบเม้มผิวเนื้อด้านในของขาขาวเบาๆ

“อื้อ...อ้า....อ๊ะ...” แล้วลิ้นอุ่นก็ค่อยแทรกเข้าไปยังช่องทางสีสวยที่อยู่ด้างล่างทันที ร่างสูงค่อยไล้ชิมความหวานที่อยู่ในช่องทางสีสวยนั้น ลิ้นอุ่นสอดเข้าออกช้าๆ ร่างบางที่ตอบรับสัมผัสบางเบานั้นถึงกับส่ายสะโพกไปมาเพราะความเสียวซ่านที่เกิดขึ้น ช่องทางที่ไม่เคยมีใครได้รุกล้ำมาก่อนแต่ยอมให้คนรักคนนี้เพียงคนเดียว

“อื้ม...ยุนโฮ....อ๊ะ.....”เสียงหวานร้องขึ้น เมื่อนิ้วยาวของร่างสูงค่อยๆกดเข้ามาในช่องทางของเขา
“ผ่อนคลายนะครับ” ยุนโฮกระซิบบอกที่ข้างหู ปากหยักจูบลงที่หน้าผากมล ก่อนจะเลื่อนลงมาจูบที่เรียวปากอิ่มอีกครั้งแล้วจูบที่เร่าร้อนก็ถูกส่งมาให้ร่างบางในทันที มือเรียวโอบไหล่หนาเอาไว้เพื่อระบายความเจ็บที่แล่นเข้ามา แล้วนิ้วยาวก็ค่อยกดเข้ามาในช่วงทางสีสวยจนสุด

“อื้อ....” แจจุงเม้มปากขึ้นเล็กน้อย ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมอีกครั้ง
“เจ็บใช่มั้ย” ยุนโฮถามขึ้นอย่างเป็นห่วง
“ไม่...ไม่เป็นไร” แจจุงยิ้มให้ เขารู้สึกอึดอัดขึ้นเท่านั้น ปากหยักจูบลงที่ยอดอกของแจจุงอีกครั้งแล้วดูดดุนเพื่อให้ร่างบางลืมความเจ็บด้านล่าง นิ้วยาวค่อยๆขยับเข้าออกช้าๆ แล้วร่างสูงก็ค่อยๆเพิ่มนิ้วขึ้นทีละนิ้ว

“อ๊ะ...ยุนโฮ.....อื้อ...” เสียงหวานร้องขึ้นอย่างเสียวซ่าน เมื่อนิ้วยาวกดลงที่จุดๆนั้น แล้วร่างสูงก็ขยับนิ้วทั้งสามเข้าออกอีกครั้ง

“ให้ผมกอดแจจุงนะครับ” ยุนโฮพูดขึ้น พร้อมทั้งถอนนิ้วยาวออกมาแล้วค่อยๆกดส่วนอ่อนไหวของเขาเข้าไปในช่องทางสีสวยช้าๆ

“อืม....” มือหนากอดร่างบางเอาไว้ พร้อมกับดันส่วนหน้าของเขาเข้าไปจนสุด แจจุงกอดเข้าที่ไหล่หนาทันที แล้วร่างสูงก็ค่อยๆ ขยับร่างกายอย่างช้าๆ เขาอยากจะอ่อนโยนกันคนรักมากที่สุด แจจุงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อรับอากาศ ร่างกายของเขาสัมผัสได้ถึงร่างกายของคนรักที่อยู่ในตัวของเขา ความปรารถณาที่เริ่มไต่ขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับความเร่าร้อนที่มีขึ้นพาให้สัมผัสที่รู้สึกอยู่นั้นมันล่องลอยขึ้นเรื่อยๆ

“อืม...ยุนโฮ...อ้า...” เสียงหวานครางขึ้น เมื่อร่างสูงค่อยๆเร่งจังหวะขึ้น ร่างทั้งสองที่เคลื่อนไหวไปพร้อมๆกัน อ้อมแขนที่ตระกองกอดกันและกันเอาไว้ ทำให้สัมผัสที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มันเกิดจากความรู้สึกของเขาทั้งคู่จริงๆ

“อืม...แจ...แจจุง...” ยุนโฮสะบัดหน้าไปมา เมื่อร่างของเขาแนบชิดกับแจจุงเข้าไปอีก ร่างทั้งสองที่เคลื่อนไหวไปพร้อมกันยิ่งทำให้เกิดความวาบหวานขึ้นเรื่อยๆ มันล่อยลอยไปตามความต้องการที่ร่างกายและจิตใจของทั้งคู่ที่ร่ำร้องเรียกหากันและกัน

“อื้อ...ยุนโฮ...จะไม่ไหวแล้ว....”ร่างสูงเร่งจังหวะเร็วขึ้นอีกครั้ง เมื่อเขาและแจจุงกำลังจะปลดปล่อย มือเรียวโอบกอดร่างสูงเอาไว้แน่น อยากจะสัมผัสให้มากกว่านี้ อยาอจะรู้สึกถึงคนนี้ให้มากว่านี้ แล้วไม่นานทั้งสองก้ปลดปล่อยความสุขออกมาพร้อมๆกัน

ใบหน้าคมหอบขึ้นเล็กน้อย ปากหยักยิ้มขึ้นทันที มือหนาลูบใบหน้าสวยที่ชื้นเหงื่อของคนรักเบาๆ ร่างบางที่นอนหอบอยู่ยิ้มกว้างให้ยุนโฮ ร่างกายที่ยังแนบชิดกันกลับสัมผัสได้ถึงความอุ่นที่อยู่รอบๆตัว แล้วยุนโฮก็จูบเบาๆเข้าที่ปากอิ่มทันที
“เจ็บมั้ยครับ” ยุนโฮถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เลย... ดี...ดีมากเลยนะ” แจจุงพูดขึ้นพร้อมทั้งโน้มใบหน้าคมลงมาจูบเข้าที่แก้มกร้านเบาๆ
“เหนื่อยมั้ย” ยุนโฮถามขึ้นอีกครั้ง มือหนาลูบใบหน้าสวยเบาๆ
“อืม...นิดหน่อย” แจจุงยิ้มขึ้น
“งั้นนอนพักนะ ดึกแล้ว” ยุนโฮบอกพร้อมกับค่อยๆถอนส่วนอ่อนไหวออกจากร่างบาง แล้วลงมานอนข้างๆแจจุง ใบหน้าสวยซุกลงที่อกแกร่ง มือเรียวโอบเอวหนาของยุนโฮเอาไว้ทันที
“ขอบคุณ... สำหรับครั้งแรกที่ดีแบบนี้นะ” แจจุงเอ่ยบอกอย่างอายๆ
“ฮึม...ฮึม...ครับ ผมก็รู้สึกดีเหมือนกันนะ” ยุนโฮจูบลงที่หน้าผากมลทันที
“ฝันดีนะยุนโฮ” แจจุงเงยหน้ามาบอกร่างสูง พร้อมทั้งจูบลงที่ปลายคางของร่างสูงเบาๆ พร้อมกับหลับตาลง
“ฝันดีครับ แจจุงที่รักของผม” ยุนโฮจูบลงที่เปลือกตาที่ปิดสนิทของร่างบางเบาๆก่อนจะหลับตาลง




เช้าที่สดใสและแสงแดดอ่อนที่ส่องผ่านผ้าม่านสีหวานเข้ามาหาเจ้าของห้องทั้งสองที่ยังนอนกอดกันอยู่บนเตียงใหญ่ ความอบอุ่นที่เกิดขึ้นในห้องนอนนี้อบอวลไปด้วยความรักที่แผ่ออกมาจากคนทั้งคู่

สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยที่ยังหลับพริ้มอยู่ในอ้อมแขนของตน ปากหยักยิ้มขึ้นทันทีที่ร่างบางซุกตัวเข้ามาหาร่างของเขาอีก แล้วไม่นานตาสีนิลก็ค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ

“ตื่นนานแล้วเหรอ” เสียงหวานถามขึ้นทันที
“ครับ...”ยุนโฮยิ้มให้ มือหนาลูบผมสีนิลเล่นเบาๆ
“ไม่ปลุกกันเลยนะ” แจจุงพูดขึ้นมือเรียวลูบใบหน้าคมไปมาอย่างอ้อนๆ
“อยากให้พักผ่อน” ยุนโฮบอก
“เอ๊ะ....เปลี่ยนเสื้อให้เหรอ” แจจุงก้มลงมองร่างของเขาที่มีเสื้อนอนอยู่บนร่างกาย ก็เมื่อคืนเขากับยุนโฮ....แล้วก็หลับไปเลยนี่นา
“ผมกลัวแจจุงจะเป็นหวัดน่ะ ก็เลยเช็ดตัวให้” ยุนโฮบอก
“ยุนโฮใจดีจัง” แจจุงหอมแก้มคนรักไปฟอดใหญ่
“ไม่เป็นไรหรอกครับ เอาไว้แจจุงก็เช็ดตัวให้ผมบ้างไง” ยุนโฮพูดขึ้น
“บ้า...ไม่เอาหรอก” แจจุงก้มหน้าอายอยู่อย่างนั้น


.............

...........1 ปีผ่านไป...........




“วันนี้กลับบ้านเร็วมั้ยครับ” ยุนโฮโทรหาแจจุงที่ยังทำงานอยู่ที่บริษัทของยูชอน
“มีอะไรเหรอ ....พอดีวันนี้แจจุงมีประชุมด่วนตอนเย็นน่ะ” แจจุงถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“อ้อ...ก็ไม่มีอะไรน่ะครับ แค่ถามดูเฉยๆ” น้ำเสียงที่ดูนิ่งๆแต่สีหน้าของคนปลายสายกลับแสดงออกมาอย่างผิดหวังกับคำตอบเล็กน้อย
“ช่วงนี้แจจุงต้องติดต่อลูกค้าญี่ปุ่นบ่อยน่ะ เลยต้องมาดูงานจนมืดทุกวันเลย ลูกค้ารายนี้เขาเป็นรายใหญ่ที่เราต้องส่งออกสินค้าให้เขา ยุนโฮเข้าใจนะ” เสียงหวานอธิบายขึ้นเพราะไม่อยากให้คนรักเข้าใจผิด
“ครับผมทราบ” เสียงทุ้มที่นุ่มหูเอ่ยบอก
“งั้นวันนี้ยุนโฮทานข้าวก่อนได้เลยนะ เพราะหลังจากที่ประชุมเสร็จแล้วอาจจะต้องไปเลี้ยงลูกค้าต่อด้วย” แจจุงบอก
“แล้วจะให้ผมไปรับกี่โมงล่ะครับ” ยุนโฮถามขึ้นทันที
“ไม่เป็นไร...เดี๋ยวพี่ยูชอนจะขับรถมาส่ง” แจจุงบอกคนปลายสาย
“ครับๆ...งั้นแจจุงจะออกจากร้านแล้วโทรหาผมด้วยนะครับ” ยุนโฮบอก
“อืม...รู้แล้วจ้า...”
“อย่าเครียดกับงานมากนะครับ” ยุนโฮบอกอย่างเป็นห่วงเขารู้ว่าเมื่อมีประชุมขึ้นเมื่อไหร่คนตัวเล็กมักจะจริงจังกับงานเสมอ
“ทราบแล้วครับผม อิอิ” แจจุงยิ้มขึ้นเมื่อปลายสายพูดเพราะเป็นห่วงเขา
“งั้นเจอกันที่บ้านน่ะยุนโฮ”แจจุงบอกแล้ววางสายไป

สายตาคมจ้องมองที่หน้าจอมือถือของเขาอีกครั้งภาพของคนรักและเขาที่ถ่ายเอาไว้ด้วยกัน ร่างสูงถอนหายใจยาวๆออกมาแล้วจ้องมองปฏิทินที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเขา
“แจจุงคงจะลืมจริงๆสินะ” ปากหยักพึมพำขึ้นก่อนจะลงมือทำงานของตนต่อไป




“พี่ยูชอนขับรถกลับบ้านดีๆนะ” แจจุงบอกพี่ชายที่ขับรถมาส่งเขาที่หน้าบ้าน แล้วขาเรียวก็เดินเข้าไปในบ้านของเขาทันที
“ยุน.....อ้าว...มานอนอยู่ที่โซฟานี่เอง ดูสิหลับสนิทเลย” ขาเรียวเดินมาหาร่างสูงที่ทอดตัวนอนอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ปากอิ่มยิ้มขึ้นกับภาพของคนรัก
“นี่ยุนโฮคงจะนั่งทำงานรอเขาจนหลับไปเลยล่ะสิ” ก็สมุดงานในมือที่ยุนโฮมักจะติดตัวอยู่เป็นประจำ เขาขอดูก็บอกว่ามันเป็นงานดูไปก็ปวดหัวเปล่าๆและโน๊ตบุ๊คที่เปิดทิ้งเอาไว้อีกล่ะ แต่ใบหน้าสวยก็ต้องอมยิ้มขึ้นอีกครั้ง เมื่อภาพพักหน้าจอโน๊ตบุ๊คของยุนโฮเป็นรูปของเขากับร่างสูงตั้งแต่คบกันมา รูปรับปริญญาที่ถ่ายเอาไว้ด้วยกันและรูปงานแต่งงานที่มีขึ้นเมื่อปีที่แล้ว

“เมื่อปีที่แล้ว....แล้ววันนี้.....”

“วันนี้ก็....ตายแล้วแจจุง!! แกลืมวันครับรอบแต่งงานของตัวเองไปได้ยังไงล่ะนี่!!”

ร่างบางส่ายหัวไปมาทันที เขามัวแต่ยุ่งเรื่องงานไปมากเกินไปจนลืมวันสำคัญของตัวเองไปเลย “มิน่าล่ะยุนโฮถึงถามว่าวันนี้เลิกเร็วหรือเปล่า” ทั้งๆที่เขาก็มักจะเตือนยุนโฮเรื่องวันเกิด หรือวันสำคัญตั้งหลายวัน แต่เขากลับมาลืมวันสำคัญของตัวเองไปได้
“ยุนโฮจะโกรธหรือเปล่านะ” ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมที่หลับอยู่อย่างรู้สึกผิด แต่แล้วสายตาของร่างบางก็เหลือบไปเห็นโต๊ะทานข้าวที่จัดเอาไว้เพื่อฉลองกัน ทั้งไวน์และดอกกุหลาบสีขาวที่เขาชอบแล้วเทียนสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะเอาไว้อีกล่ะ ยุนโฮเตรียมเอาไว้ขนาดนี้เลยเหรอ แจจุงเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่ เพราะเขาเองก็ไม่ได้โทรมาหายุนโฮด้วยหลังจากที่ประชุมเสร็จทั้งๆที่ร่างสูงบอกเอาไว้แล้วแต่เขาดันลืม

มือเรียวกำลังจะยื่นไปจับใบหน้าคมของคนรักเพื่อปลุก แต่แล้วก็กลับชักมือออกเสียแบบนั้น เพราะ สายตาของเขามาสะดุดเข้าที่สมุดเล่มเล็กที่ร่างสูงนอนกอดเอาไว้ สมุดจดงานของยุนโฮที่มักจะติดตัวเอาไว้เสมอ เขาขอดูก็ถูกปฏิเสธทุกที แต่แล้วความอยากรู้ก็เกิดขึ้นทันที แจจุงค่อยๆหยิบสมุดสีน้ำตาลอ่อนเล่มนั้นออกมาจากมือหนาเบาๆโดยไม่ทำให้ร่างสูงตื่น
“ขอโทษนะยุนโฮ สำหรับเรื่องวันนี้แต่แจจุงอยากดูสมุดนี้หน่อยนะ เดี๋ยวแจจุงค่อยปลุกยุนโฮก็แล้วกัน” ปากอิ่มพูดขึ้นเบาๆ ก่อนที่ร่างบางจะนั่งลงที่พื้นหน้าโซฟา แล้วมือเรียวก็ค่อยๆเปิดสมุดเล่มนั้นออกอ่าน





..... Story of US.....

ปกในของสมุดเล่มนี้เขียนเอาไว้แบบนั้น แจจุงอ่านขึ้นแล้วก็รู้สึกแปลกใจขึ้น แต่มือเรียวก็พลิกหน้าต่อไปทันที


หน้าแรกที่เรารู้จักกัน.....

ก่อนอื่นคงต้องบอกว่า....มันน่าตลกดีนะ ที่ผมมาเขียนอะไรแบบนี้ สมุดเล่มนี้ผมได้มาจากไอ้คัง อยู่ดีๆมันก็ซื้อมาให้แล้วยังบอกอีกว่าเอาไว้เขียนอะไรเล่นแก้เบื่อเวลาไปรอดูตรวจงานที่ไซด์งานก็แล้วกัน ไอ้คังมันพูดแบบนั้น แต่ทีแรกผมก็ไม่ได้ใส่ใจนัก จนวันนี้ผมต้องไปดูงานที่ไซด์งานตามปรกติแล้ว สมุดเล่มนี้มันก็ยังอยู่ในกระเป๋าใส่เอกสารที่ผมมักจะถือไปด้วยเป็นประจำ

ผมนั่งดูคนงานก่อสร้างโรงงานไปเรื่อยๆ แล้วผมก็เดินมานั่งลงตรงนี้ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมแม่น้ำ ลมที่นี่เย็นดีนะ แล้วจู่ๆผมก็หยิบเจ้าสมุดเล่มนี้ขึ้นมาแล้วก็เขียนมันขึ้น ถ้าใครได้มาอ่านสิ่งที่ผมเขียนขึ้นล่ะก็ต้องไม่เชื่อแน่ๆเลยว่าคนอย่างผม คนที่ดูนิ่งๆที่ไม่น่าจะอ่อนโยนอะไร คนที่ดูเฉยชาในสายตาคนอื่นจะมานั่งเขียนอะไรแบบนี้

แต่ก็รู้สึกแค่อยากเขียนล่ะมั้ง ผมจึงเขียนเรื่องเหล่านี้ลงในสมุดเล่มนี้ที่ผมตั้งชื่อมันว่า


“Story of US.....”


ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า.....เป็นเรื่องราวของเรา.....
ผมแค่อยากบันทึกเรื่องราวของผมกับแจจุงล่ะมั้ง....

(ตาสีนิลอ่านตัวหนังสือที่อยู่บนสมุดเล่มนั้นอย่างตั้งใจ)


เราเจอกันเพราะเหตุการณ์ที่น่าขำแบบนั้น แจจุงเขาเข้าห้องเรียนผิด หึ...หึ....ตลกดีนะแต่ผมกลับจำใบหน้าสวยของเขาได้ในทันที ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงยื้อเขาให้อยู่ต่ออีกหน่อย แล้วผมก็ถามชื่อขึ้น ท่าทางแจจุงจะไม่ชอบผมเอาเสียเลยก็ดูน้ำเสียงที่พูดออกมาแบบนั้นนี่นา แล้วสีหน้าไม่พอใจผมอีกล่ะ




แล้วเราก็เจอกันอีกครั้ง.......

มันน่าแปลกที่ผมมาเจอแจจุงเข้าอีกครั้งที่คอนโดของผมเอง มันน่าแปลกใจจริงๆนะ คนตัวเล็กที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆเรื่องต่อปากต่อคำกับผม แต่เขาก็น่ารักดี...ถึงจะดูอวดดีไปบ้างก็เถอะ
(“ยุนโฮบ้า...”ปากอิ่มเอ่ยขึ้นแล้วหันไปค้อนคนที่หลับอยู่บนโซฟา)

เป็นเรื่องปกติที่ผมช่วยคนอื่น แล้วผมก็ช่วยเขายกของเข้าไปในห้องใหม่ของเขาแบบนั้น ห้องที่ดูยังไม่ได้จัดเลยสักนิด แต่ดูแจจุงจะตั้งใจที่จะทำห้องนั้นด้วยตัวเองล่ะมั้ง ถึงไม่ให้พนักงานที่คอนโดเข้ามาจัดห้องให้เหมือนห้องอื่นๆ... เขาอวดดีนะแล้วก็เจ็บตัวจนได้ แล้วผมก็อดไม่ได้ที่จะเอายามาให้เขา ทั้งๆที่ตัวผมเองไม่น่าจะต้องไปสนใจคนๆนั้นเลยนะ แต่ก็แปลกที่รู้สึกว่าอยากช่วยเขา

ผมรู้ว่า...ผมเป็นคนแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว คนที่ดูนิ่งๆ เฉยชาต่อทุกคน แล้วก็มาดขรึมๆที่คนอื่นมักจะดูว่าหยิ่งและถือตัว แต่กับแจจุงผมกลับไม่เป็นอย่างนั้นนะ เราเจอกันบ่อยขึ้นๆ จนเรากลายเป็นคนรู้จักกันโดยที่ไม่ได้แนะนำตัวกันเลยด้วยซ้ำ อาจจะเป็นเพราะเราต้องอยู่คอนโดเดียวกันและก็ห้องที่ติดกันแบบนั้นด้วย แต่ผมเพิ่งจะสังเกตนะว่าผมเจอเขาบ่อยเกินไปแล้ว....
(“ยุนโฮเขียนเอาไว้หมดเลยเหรอ เวลาที่เราเจอกันน่ะ” เสียงหวานพึมพำขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา)



ช่วยเหลือ.....


วันนั้นผมนั่งทำงานจนถึงเช้า เหนื่อยมากเลยแต่ก็เพราะผมเป็นคนแบบนี้ล่ะมั้ง อยากจะทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จไปเลย นิสัยแย่ๆที่มันจะเป็นแบบนี้เสมอ เลยพักผ่อนไม่เคยพอสักวัน แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นรบกวนการนอนของผม แจจุงมาขอให้ผมดูโน๊ตบุ๊คให้ แล้วผมก็ช่วยเขาไม่รู้ทำไม ทั้งที่ตอนแรกผมรู้สึกหงุดหงิดมากเลยนะ อาจจะเป็นเพราะยังไม่ได้นอนเลยแต่พอเห็นสีหน้าแบบนั้นของเขา แจจุงทำหน้าขอร้องเหมือนต้องการความช่วยเหลือจริงๆผมก็ใจอ่อนจนได้ มันตลกดีนะที่จู่ๆผมก็ให้เขามาใช้คอมในห้องนอน ทั้งๆที่ไม่มีใครเคยได้เข้ามาในห้องนอนผมมาก่อนเลย แต่ผมกลับให้เขาเข้ามา ก็แปลกใจตัวเองเหมือนกัน

ผมตื่นขึ้นมาหลังจากที่นอนหลับเต็มที่มาสักพัก อาจจะเป็นเพราะกลิ่นหอมๆของอาหารที่ลอยมาหรือเปล่าก็ไม่รู้ มันหอมนะแต่ผมกลับไม่ได้สนใจมันนัก จนแจจุงเขาเรียกให้ผมมาทานด้วยกันนั่นแหละ รู้อะไรมั้ย...ว่ามันเป็นสปาเก็ตตี้คำแรกที่อร่อยที่สุดเลย ตั้งแต่ที่ผมเคยกินมา มันอาจจะดูเว่อร์ไปเสียหน่อยแต่มันเป็นเรื่องจริงนะ แจจุงยิ้มดีใจเสียยกใหญ่เลย ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเขากลับทำให้ผมรู้สึกดีไปด้วย


แล้วเรื่องก็เกิดขึ้นจนได้ จะเรียกว่าโชคดีก็ได้ที่ผมไปเจอเขาเข้าเสียก่อนที่แจจุงจะโดยผู้ชายคนนั้นทำอะไรมากไปกว่านี้ ผมเดินตามหาเขาเสียทั่วเพียงเพราะแจจุงบอกเอาไว้ว่าจะกลับพร้อมผม ผมหาเขาไม่เจอ ผมเป็นห่วงเขามากๆเลยนะ ไม่รู้ว่าทำไมต้องรู้สึกเป็นห่วงเขามากขนาดนี้ แต่แล้วผมก็มาเจอเขาจนได้

อาจจะไม่ใช่หมัดแรกที่ผมชกคนแต่เป็นหมัดแรกที่ผมปกป้องคนๆนี้ (น้ำใสๆคลออยู่ที่ตาสนิลทันที)

ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกโกรธผู้ชายคนนั้นนักที่เขามาทำกับแจจุงแบบนั้น แรงที่ผมมีถูกส่งไปยังหมัดหนักที่ผมต่อยเขาไป แล้วผมก็พาแจจุงเดินออกมาจากตรงนั้นทันที เพราะ....ถ้าผมยังอยู่ตรงนั้นผมอาจจะทำมากกว่าชกเขาก็เป็นได้

ผมดุแจจุงไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะร้องไห้ได้มากขนาดนี้ ผมรู้สึกผิดนะที่อาจจะดุเขาแรงไปแต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงนี่นา ผมเป็นคนแบบนี้ แจจุงร้องไห้ไม่หยุดเลยผมจะทำยังไงดี ผมก็เลยตัดสินใจ....กอดเขาเอาไว้....เพราะไม่รู้จะปลอบยังไง ก็ผมปลอบใครไม่เป็นนี่นา ผมเขิลนะที่ต้องกอดคนที่ไม่รู้จักแบบเขา แต่พอได้กอดแจจุงแล้วก็รู้สึกว่าคงจะเป็นผมเองล่ะมั้งที่ต้องการอ้อมกอดมากกว่าคนตัวเล็กเสียอีก

ผมกระชับกอดแจจุงเข้าอีกครั้ง อาจจะเป็นเพราะเสียงที่ร่ำร้องในใจก็เป็นได้ มันอุ่นนะ...กับการที่ได้กอดใครสักคน ถึงแม้จะเป็นแค่การกอดปลอบก็ตาม แต่ผมกลับรู้สึกว่าความอุ่นที่มีอยู่ในตอนนั้นกลับแล่นเข้ามายังหัวใจของผมไปได้ยังไงก็ไม่รู้ แล้วเราก็กลับห้องกัน แจจุงนั่งเงียบมาตลอดทางจนผมอดจะเป็นห่วงไม่ได้เลย



จูบแรกของเรา....


มันเกินขึ้นเพราะ....เผลอ...หรือความตั้งใจของผมกันแน่นะ หรือทั้งสองอย่างแต่...มันน่าหลงไหลนะกับกลีบปากคู่สวยของเขา (“ยุนโฮเขียนอ่ะไรน่ะ บ้าจัง” แจจุงหน้าแดงขึ้นทันทีที่อ่านถึงตอนนี้)
มันอดไม่ได้ที่จะสัมผัสเลยนะ แต่ผมอยากจะจูบเขาเบาๆเท่านั้นแต่ก็ไม่คิดว่าจะเลยเถิดไปมากขนาดนั้น แจจุงอายขึ้นแต่ผมกลับรู้สึกว่าเวลาเขาอายก็ยิ่งน่ารักมากเลยนะ



Deep Kiss และการคบกัน....

เราคบกันจนได้ ผมเอ่ยบอกเขาไปเพราะหัวใจที่มีแต่เขาล่ะมั้งไม่ใช่้พราะเหตุการณ์ที่ฮีบอนมาที่ห้องผมหรอกนะ แต่มันเป็นจังหวะนั้นพอดี คนเราก็แปลกนะที่วันๆก็มีหน้าของเขาลอยไปลอยมาอยู่ในหัวอยู่ได้ แต่ผมก็ดีใจที่เขามายอมคบกับผม



First Date

เพราะสิ่งที่อยากทำมั้ง ผมถึงพาแจจุงไปที่สวนสนุก เพราะแจจุงอยากไปด้วยและอาจจะเป็นเพราะความเป็นเด็กของผมเองด้วยล่ะมั้ง เดทแรกของเราก็เลยเกิดขึ้นที่นี่ ผมประทับใจทุกอย่างที่เกิดขึ้นเลยนะและทุกอย่างที่เขาทำให้ผม ผ้าพันคอสีขาวผืนนี้ ผมดีใจนะเพราะมันเป็นของขวัญชิ้นแรกที่เราเป็นแฟนกันและคืนแรกที่เราได้นอนด้วยกัน มันรู้สึกดีจริงๆที่มีคนมานอนอยู่ในอ้อมแขนของผมแบบนี้ผมจะไม่ปล่อยเขาไปเด็ดขาดเลย

.....

..

.


ความรักของแจจุงและความเป็นห่วงที่แจจุงมีให้ผมเสมอมา มันทำให้ผมมีแรงที่จะเดินต่อไป งานที่ผมทำมันเหนื่อยนะแต่...เมื่อผมกลับมาที่บ้านหลังนี้ผมกลับหายเหนื่อเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะ เพราะแจจุง... เขาเป็นคนที่ทำให้ผมรู้ว่าคำว่า...”บ้าน” ที่สมบูรณ์คืออะไรและ....ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบนี้ ถึงแม้เราจะไม่มีลูกกันแต่ผมก็รักเขามากจริงๆ ผมไม่เคยกังวลเรื่องอะไรมากมายเท่าเรื่องของแจจุงเลยนะ

ผมคิดอยู่เสมอว่า....จะทำยังไงให้เขามีความสุข.... จะทำยังไงให้เขายิ้มได้....จะทำยังไงให้เขาไม่ต้องเสียน้ำตาเพราะเรื่องต่างๆอีก ผมไม่รู้ว่าผมดีพอสำหรับแจจุงหรือเปล่า แต่ผมก็ขอบคุณที่เขาไม่รังเกียจที่จะรับผมมาเป็นคนรักของเขา ผมดีใจนะที่แจจุงเข้าใจผม เข้าใจเรื่องที่ผ่านมาของผมและยอมรับผมได้ในสิ่งที่ผมเป็น อาจจะไม่ดีเหมือนใครแต่ผมก็จะดีกับแจจุงให้มากๆเลย

ชีวิตผมที่ผ่านมามันอาจจะไม่ค่อยดีนัก แต่พอมีแจจุงเข้ามาในชีวิตผม เขาเข้ามาเป็นแสงสว่า่งที่คอยส่องทางให้ผมพบกับบางสิ่งที่มันอาจจะซ่อนอยู่ในใจผมมานานแล้วก็ได้ “ความรัก” ที่ผมไม่เคยคิดจะรักใคร อาจจะเป็นเพราะเรื่องราวของผมตอนเด็กๆล่ะมั้ง

แต่สำหรับตอนนี้.... นาทีนี้.... ผมมีเขาอยู่ข้างกาย ผมมีเขาเป็นกำลังใจ ผมมีเข้าเป็นคนรัก และผมก็มีเขาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมจะมีได้...

ขอบคุณนะแจจุง....ที่ทำให้ผู้ชายคนนี้มีวันนี้
วันที่รู้จักความรักดีๆแบบที่แจจุงมีให้ผมมาตลอด.....




For...You...


ผมไปเจอเพลงๆนี้เข้าอย่างบังเอิญ....แต่ผมว่าความหมายมันดีมากๆเลยนะ
เพลงๆนี้มันบรรยายสิ่งที่ผมคิดและสิ่งที่ผมรู้สึกกับแจจุงเอาไว้ได้ดีเลยล่ะ
ผมถึงเอามาใส่ในสมุดเล่มนี้....


แล้วตาสีนิลก็มองลงไปยังเนื้อเพลงนั้น แจจุงค่อยๆอ่านเนื้อเพลงขึ้นทันที



รู้ตัวหรือเปล่า เธอทำอะไรให้ชีวิตของฉัน
มากมายเท่าไร ที่ได้จากการที่มีเธออยู่ข้างกัน

เป็นความอบอุ่นในหัวใจ เป็นความยิ่งใหญ่ของทุกวัน
เป็นจุดมุ่งหมาย และเรี่ยวแรงใจอันสำคัญ

เพราะว่าเธอนั้นคือดวงใจของฉัน
ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ
ต้องล้มแล้วลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว
ขอเพียงยังมีเธออยู่ด้วยกัน ตลอดไป

รู้สึกหรือเปล่า เธอเติมอะไรให้วันคืนเหล่านั้น
เนิ่นนานเท่าไร..... ได้สุขจากการที่มีเธออยู่ใกล้กัน

เป็นความอบอุ่นในหัวใจ เป็นความยิ่งใหญ่ของทุกวัน
เป็นจุดมุ่งหมาย และเรี่ยวแรงใจอันสำคัญ

เพราะว่าเธอนั้นคือดวงใจของฉัน
ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ
ต้องล้มแล้วลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว
ขอเพียงยังมีเธออยู่ด้วยกัน ตลอดไป

เพราะว่าเธอนั้นคือ....ดวงใจของฉัน
ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ
ต้องล้มแล้วลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว

ขอเพียงยังมีเธออยู่ด้วยกัน.....
ขอเพียงยังมีเธอเดินเคียงข้างฉัน.....
ขอเพียงยังมีเราอยู่ด้วยกัน..... ฉันก็สุขใจ....




“ยุนโฮ!!” ร่างบางร้องไห้ขึ้นทันทีน้ำแห่งความรู้สึกตื้นตันไหลลงมาอีกครั้ง ปากอิ่มยิ้มขึ้นพร้อมกับกอดสมุดเล่นนั้นเอาไว้แน่น

“มาแอบอ่านอะไรของคนอื่นครับ” เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างหู แล้วมือหนาก็อุ้มคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนพื้นมานั่งตักเขาทันที
“ยุนโฮ” แจจุงกอดเข้าที่ไหล่หนาของร่างสูงทันที ใบหน้าหวานซบลงที่บ่ากว้างอยู่อย่างนั้น
“ร้องไห้อีกแล้วนะ นี่ถ้าผมรู้ว่าแจจุงจะมาอ่าน... ผมเอาไปเก็บตั้งแต่เย็นดีกว่านะ แจจุงจะได้ไม่ต้องมาร้องไห้แบบนี้ไง” ยุนโฮพูดขึ้นมือหนาลูบผมสีนิลเบาๆ
“ทำไมไม่บอกกันเลยว่าทำอะไรแบบนี้ด้วย” แจจุงตักพ้อขึ้นตาสีนิลที่ยังมีน้ำใสๆคลออยู่ จ้องมองใบหน้าคมอย่างไม่วางตา
“ผมแค่อยากเขียนเรื่องของเราน่ะครับ ก็....ไม่คิดว่าแจจุงจะมาอ่านแบบนี้” ยุนโฮพูดขึ้น ข้อนิ้วยาวปาดน้ำตาออกจากขอบตาของร่างบางเบาๆ
“มันเป็นเรื่องของเรานะ แจจุงก็ต้องเขียนด้วยสิ” ปากอิ่มพูดขึ้นทันที
“ครับๆ...งั้นหลังจากนี้เราจะมาเขียน เรื่องราวของเราไปด้วยกันนะ” ยุนโฮพูดขึ้น
“ขอบคุณนะยุนโฮ ขอบคุณมากๆที่รักแจจุงมากๆแบบนี้ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ยุนโฮทำให้กับแจจุงมาตลอดเลยนะ” ปากอิ่มจูบลงที่ปากหยักทันที

“ไม่เป็นไรครับ ผมอยากทำให้แจจุงนี่นา” ยุนโฮยิ้มขึ้น
“งั้นเรามาฉลองกันนะ ขอโทษที่แจจุงลืมวันนี้... ลืมวันสำคัญของเราไปเลย” ร่างบางบอกอย่างรู้สึกผิด
“เอาน่า...มาฉลองตอนนี้ก็ยังไม่สายนี่นา นี่ยังไม่หมดวันนี้ไปเลยนะครับ” ยุนโฮบอกพร้อมกับพาคนตัวเล็กมายังโต๊ะที่เขาจัดเอาไว้ทันที แล้วดินเนอร์ภายใต้แสงเทียนเพื่อฉลองครบรอบแต่งงานก็เริ่มขึ้นด้วยบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักที่ไม่มีวันจางของคนทั้งคู่







ความรักระหว่างเรามันยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ

ค่อยๆเดินเคียงข้างกันไปเรื่อยๆ ไม่หวือหวาแต่มั่นคง

และความรักของเราที่มีแต่คนรอบข้างก็ยังคงอยู่แบบนั้น



สำหรับผม.....


รู้สึกดีที่มีคนมารัก....

แต่....

จะรู้สึกดีกว่าถ้าได้รัก....

และ....

จะรู้สึกดีมากๆ ถ้าได้แบ่งบันความรักให้กับเขาคนนั้น....





END.....Complete^___^

+++++

 

 ขอบคุณมากเลยนะคะสำหรับคอมเม้นต์ที่เขียนมาบอกความรู้สึกดีๆกับฟิคเรื่องนี้ เป็นฟิคยาวเรื่องแรกของตัวเองที่เขียนจบเลยล่ะ o_O ...SP ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะถูกใจกันหรือเปล่านะ จะบอกว่าเป็นครั้งแรกกับการแต่ง love scene ของยูซูนะคะ ถ้าดูไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางก็ขอโทษเอาไว้ด้วยนะคะ จะบอกว่าสำหรับการแต่ง SP นี้เล่นเอาเหนื่อยเลย ทั้งจิ้นฉากธรรมดาของสองคู่นี้แล้วยังฉากเลฟซีนอีกไม่ใช่เล่นๆเลยนะ แต่ก็ลองอ่านกันดูนะคะ ^^

----------------------------------------- -----------------------------------------