Photobucket

15-SF-YUNJAE-V1

 

[SF] So Far Away...ห่างไกลเหลือเกิน...,YUNJAE




ฤดูหนาว....คุณชอบฤดูนี้กันมั้ย....


สำหรับผม...ผมชอบฤดูนี้มากเลยนะ ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงชอบฤดูนี้นัก ผมชอบอากาศเย็นๆแบบนี้ ผมชอบหิมะ เวลาที่หิมะตกลงมาจากท้องฟ้าแล้วมันเป็นภาพที่สวยงามมากเลยนะ ก็เจ้าปุยเล็กๆสีขาวที่มันร่วงหล่นลงมามันให้ความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเลยเวลาที่ผมได้มองมัน ผมไม่ใช่คนโรแมนติกอะไรหรอกนะ แต่ที่พูดมาก็เพราะอาจจะเป็นความชอบส่วนตัว เสียมากกว่าล่ะมั้ง

แต่...

กับคนบางคน เขากลับไม่ชอบฤดูหนาวเอาเสียเลย คนตัวเล็กคนนี้มักจะบ่นให้ผมฟังเสมอว่าเกลียดความเย็น ไม่ชอบความหนาว อาจจะเป็นเพราะเขาดูบอบบางเอาเสียมากๆเลยล่ะมั้ง แต่ก็น่าแปลกที่เมื่อเวลาหิมะแรกตกลงมาทีไร เขาก็จะเป็นคนชวนผมมาอธิฐานขออะไรอยู่เสมอ และอีกอย่างคนตัวเล็กคนนี้เขาชอบปั้นตุ๊กตาหิมะมากเลยนะ ทั้งที่ปากก็บอกว่าเกลียดหน้าหนาวและความหนาวเย็นแบบนี้......

ผมว่าตอนนี้เขาคนนั้นก็คงจะยิ่งเกลียดความหนาวแบบนี้ไปอีกล่ะมั้ง ก็เพราะ....เราไม่ได้อยู่ด้วยกันมานานแล้วล่ะสิ คนตัวเล็กที่เคยอยู่ด้วยกันมาเสมอตั้งแต่เด็กๆ คนที่มักจะอยู่ข้างๆผมเสมอไม่ว่าจะไปไหนหรือจะทำอะไร คนที่มักจะบ่นโน้นบ่นนี่เรื่องของตัวเองบ้างล่ะ เรื่องของผมบ้างล่ะคนที่ชอบกอดผมเพียงเราะเหตุผลที่เขาบอกว่า

“นายมันเป็นหมีที่อุ่นที่สุดในโลกเลยรู้มั้ย”

ตอนนี้ตัวเล็กคนนั้น เขาอยู่คนละฝั่งของอีกซีกโลกหนึ่งนะสิ ดินแดนที่ไกลออกไปเป็นพันๆไมล์ ดินแดนที่ไม่ใช่ภาษาของตัวเอง และไม่มีคนคุ้นเคยอย่างผมที่จะอยู่ข้างๆเขา .....เขาไปเรียนที่อเมริกาได้สองปีแล้วล่ะ ระยะทางมันไกลมากเลยนะ มันห่างไกลเหลือเกิน ห่างไกลสำหรับความคิดถึง ห่างไกลอ้อมกอดที่โหยหามานาน สำหรับผมและเขามันห่างไกลกันทั้งเรื่องของเวลาและระยะทาง

แต่ก็อาจจะมีสิ่งหนึ่งที่เรามักจะมีให้กันเสมอ ถึงแม้ว่าตัวของเราจะไกลกันแบบนี้ ก็คงเป็น “ความรัก”ล่ะมั้ง เสียงของหัวใจที่มักจะเรียกชื่อเขาคนนั้นเสมอไม่ว่าผมจะอยู่ที่ไหน แล้วเขาเองก็คงจะเป็นเหมือนกันล่ะมั้ง ที่เสียงของหัวใจดวงน้อยๆของเขามักจะเรียกชื่อผมเสมอเหมือนกัน....


“ตอนนี้ยุนโฮเป็นยังไงบ้าง” เสียงหวานกรอกมาตามสาย

โทรศัพท์ที่โทรข้ามทวีปมาหากันอย่างไม่มีวันเบื่อ ทั้งที่ค่าโทรมันไม่ได้ถูกๆเลย แต่คนตัวเล็กมักจะบอกว่าการส่งอีเมลล์และการเล่นเอ็มเจอกันมันไม่ได้ทำให้ เขารู้สึกดีไปกว่าการได้ยินเสียงหมีๆของผม

“วันนี้เหรอ ก็เปิดร้านตามปรกตินั่นแหละ” เสียงทุ้มปลายสายเอ่ยบอก
“แจจุงไม่ได้ถามว่าร้านยุนโฮเป็นยังไงบ้าง แต่ถามถึงตัวยุนโฮต่างหากล่ะ” เสียงที่ดูขัดใจกับคำตอบของร่างสูงที่บอกออกมาจนยุนโฮถึงกับยิ้มขึ้นทันที
“ผมสบายดี ไม่มีอะไรมากสักเท่าไหร่ วันนี้ก็เหมือนเดิมคนเข้าร้านเยอะเหมือนเดิม และที่สำคัญผมก็ยังคิดถึงแจจุ งมากๆเหมือนเดิมนั่นแหละ”

คำตอบที่ออกมาจากปากหยักทำเอาคนที่อยู่ อีกซีกโลกหนึ่งถึงกับนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงของเขา แค่คำพูดแค่นี้มันก็มากกว่าคำไหนๆ ที่จะมาบรรยายความรู้สึกของคนตัวโตได้แล้ว

“แค่คิดถึง” มันก็มากเกินกว่าคำใดที่จะมาบอกความรู้สึกของเขาสองคนที่มีอยู่ในขณะนี้ได้

“แจจุงก็คิดถึงเหมือนกัน คิดถึงมากเลยนะ อยากกลับไปแล้ว....” เสียงหวานที่ดูจะสั่นๆเล็กน้อยเอ่ยบอก
“อย่าร้องไห้นะครับ เข้มแข็งเอาไว้นะ” ยุนโฮบอก เขารู้ว่าคนตัวเล็กอารมณ์อ่อนไหวแค่ไหน
“อื้อ...ไม่ร้องหรอก” มือเรียวยกขึ้นมาปาดน้ำใสๆออกจากตาอย่างลวกๆ เขาคิดถึงคนที่คุยด้วยจริงๆนะ


“แจจุงเข้มแข็งอยู่แล้วนี่นา” เสียงหวานที่พยายามปรับโทนเสียงให้สดใสขึ้น
“ถ้าผมรู้ว่า...เราคุยกันแล้วทำให้แจจุงร้องไห้เพราะคิดถึงบ้านอย่างนี้ ผมไม่โทรมาหาดีกว่า” ยุนโฮพูดขึ้น ทำไมเขาจะไม่รู้ความรู้สึกของคนตัวเล็กล่ะ ก็เขารู้สึกคิดถึงแจจุงเอาเสียมากๆเหมือนกัน

“ห้ามทำแบบนั้นนะ!! ถ้ายุนโฮไม่โทรมาหาแจจุงทุกวันล่ะก็...จะโกรธไปร้อยชาติเลย” แจจุงพูดขึ้นอย่างงอนๆ
“ผมล้อเล่นน่ะ ใครจะไม่โทรหาแฟนตัวเองได้เล่าคิดถึงมากซะขนาดนี้ด้วย” ยุนโฮบอก


“รออีกหน่อยนะยุนโฮ แจจุงใกล้จะเรียนจบแล้ว อีกไม่กี่เดือนเอง รอนะ...” ปากอิ่มพูดขึ้นอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก
“แจจุงครับ...ฟังผมนะ...”
“ผมสัญญาว่า...ผมจะรอ...”
“แจจุงไม่ต้องเป็นห่วงนะ...”
“แจจุงมั่นใจได้เลยว่า...”
“ชองยุนโฮ คนนี้...จะรอ คิม แจจุง เพียงคนเดียวนะ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกให้ร่างบางปลายสายได้มั่นใจขึ้นกับสิ่งที่เขาบอก
“อืม...” ปากอิ่มยิ้มขึ้นทันที
“ดูแลตัวเองด้วยนะหมีตัวใหญ่” เสียงหวานเอ่ยบอกก่อนที่จะวางสายไป
“ครับ คนตัวเล็ก” ยุนโฮยิ้มขึ้นเมื่อสัญญาณตัดไปแล้ว หน้าจอมือถือของเขามีภาพของเขาและแจจุงถ่ายกันเอาไว้ก่อนที่ร่างบางจะบินไปอเมริกา


คุณรู้มั้ย...ว่าการที่ผมเกลียดความหนาวเย็นแบบนี้ มันยิ่งทำให้ผมทรมานมากขึ้น เมื่อผมต้องมาอยู่คนเดียวที่นี่ ต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้ อากาศเย็นที่เคลื่อนตัวเข้ามาช้าๆเพราะนี้มันเป็นเดือนพฤศจิกาแล้วล่ะสิ ลมหนาวที่พัดมามันยิ่งทำให้ผมอดคิดถึงอ้อมกอดอุ่นๆของใครบางคนไม่ได้...

คนที่เขารู้ไปซะทุกเรื่องเกี่ยวกับตัวผมและเข้าใจผมไปซะหมดด้วยเช่นกัน ที่นี่ยังไม่มีหิมะเลยแต่ไม่รู้ว่าที่เกาหลีหิมะจะตกหรือยัง นี่ก็สองปีแล้วที่ผมไม่ได้อยู่ข้างๆเขาไม่ได้อยู่ดูหิมะแรกด้วยกันมาสองครั้งแล้ว ไม่ได้อยู่อธิฐานขออะไรที่ผมอยากได้มาสองครั้งแล้ว

“...คิดถึง....”

คำๆนี้มักจะอยู่ในหัวผมเสมอมาตั้งแต่บินมาอยู่ที่นี่ ผมอยากได้อ้อมกอดอุ่นๆ ของหมีตัวใหญ่จัง คุณรู้มั้ยเวลาอากาศหนาวๆแบบนี้ ถ้าเราได้กอดคนรักล่ะก็....มันจะอุ่นขึ้น มากๆเลยนะ

“ว้า....พูดแล้วก็อยากกอดหมีตัวโตจังเลยล่ะ” ตาสีนิจ้องมองบรรยากาศที่อยู่รอบๆตัวอีกครั้งในใจกลับคิดถึงคนรักที่อยู่ไกลแสนไกล


ผมไม่รู้ว่าเรารักกันได้ยังไง...
อาจจะเป็นเพราะเราสนิทกันมากหรือเปล่า....
หรือเพราะความผูกพันหรือเปล่า...
แต่....ทุกอย่างที่เป็นเขา.... ผมกลับรักมันไปซะทุกอย่างเลย....


Flash Back

“นายมานั่งทำอะไรตรงนี้” เสียงเด็กตัวเล็กเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หลังโรงเรียน
“นี่...”นิ้วของเด็กตัวโตชี้ไปที่ลูกแมวตัวเล็กที่นอนขดตัวอยู่
“เอ๊ะ...ลูกแมวเหรอ”ตาสีนิลจ้องมองลูกแมวตัวเล็กที่ยุนโฮชี้ให้ดู
“ไม่รู้ว่ามันพลัดหลงกับแม่ของมันหรือเปล่า” ยุนโฮบอก


“มันจะตายมั้ยอ่ะ” แจจุงถามขึ้นก็เจ้าลูกแมวตัวนี้มันดูท่าทางจะไม่มีแรงแม้แต่จะลืมตาขึ้นมาเลย ร่างแมวน้อยที่สั่นอยู่แบบนั้นน่าสงสารจัง
“คงไม่ตายหรอก... ฉันกำลังจะช่วยมันอยู่” ปากหยักหันมาตอบ แล้วมือของเด็กตัวโตก็อุ้มเจ้าเหมียวตัวเล็กขึ้นมาทันที แจจุงมองตามไปแล้วค่อยหยิบผ้าเช็ดหน้าของเขามาให้ยุนโฮ
“อ่ะ...เอาพันตัวมันไว้ดีกว่าดูมันจะหนาวนะ” มือเล็กยื่นผ้าเช็ดหน้าสีหวานมาให้
“นายไม่เอาไว้ใช้เหรอ” ยุนโฮถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“ไม่เป็นไรหรอกน่า” แจจุงยิ้มให้แล้วมือหนาก็รับผ้าเช็ดหน้ามาพันเข้าที่ตัวของเจ้าแมวตัวน้อยทันที


“แล้วนายจะเอามันไปไว้ที่ไหนล่ะ” แจจุงถามขึ้นเมื่อเขาเดินตามยุนโฮมาถึงห้องเรียน
“เอากลับไปเลี้ยงที่บ้าน... ถ้าปล่อยไว้ที่นี่มันต้องตายแน่ๆเลย” ยุนโฮหันมาบอก
“งั้นเหรอ...” ตาสีนิลจ้องมองลูกแมวตัวสีขาวอย่างไม่วางตา
“นายอยากได้เหรอ” ยุนโฮถามขึ้นก็สีหน้าแบบนั้นทำให้เขารู้สึกว่าเด็กคนนี้คงจะอยากได้ลูกแมวไปเลี้ยงแน่ๆ
“อยากได้แต่...พ่อฉันเขาแพ้ขนแมว เขาคงไม่ให้เลี้ยงแน่ๆเลย” เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงผิดหวังเล็กน้อย
“ก็เลี้ยงที่บ้านฉันนั่นแหละแล้วนายก็มาดูมันก็ได้นี่นา”ยุนโฮบอก
“จริงเหรอ!! ฉันไปบ้านนายได้เหรอ!!” แจจุงพูดขึ้นทันที เสียงใสๆที่ดูดีใจกับคำตอบที่บอกเขา
“อืม....ว่าแต่นายชื่ออะไร ฉันยังไม่รู้จักนายเลย” ยุนโฮถามขึ้น เขาคุยกับเด็กคนนี้เสียนานทั้งๆที่ไม่รู้จักกันเลย


“เราชื่อแจจุง” เด็กตัวเล็กยิ้มให้
“ฉันชื่อยุนโฮ” มือหนาของคนตัวโตยื่มมาให้เด็กตัวเล็กจับเพื่อทักทายกัน

แจจุงมองใบหน้าของยุนโฮเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือออกไปจับมือที่ดูใหญ่กว่าเขาเสียอีก ทั้งที่เป็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่เมื่อสัมผัสกับมือของคนตัวโตแล้วเขาก็รู้สึกอุ่นขึ้นที่มือเล็กๆของเขาทันที ปากอิ่มยิ้มขึ้นแต่มือเล็กก็ยังจับมือของยุนโฮอยู่อย่างนั้น


“บ้านนายอยู่ไหน...ทำไมมันไกลจังเลยล่ะ” แจจุงถามขึ้นเมื่อเขาเดินตามยุนโฮมา
“นี่...ใกล้จะถึงแล้ว” ยุนโฮชี้ไปที่บ้านหลังไม่ใหญ่นักที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ข้างบ้านให้ดู
“ว้าว...น่าอยู่จัง” ตาสีนิลจ้องมองตัวบ้านสีขาวที่ดูน่าอยู่แบบนั้น ถึงบ้านยุนโฮจะดูไม่ใหญ่เท่าบ้านของเขาแต่ความรู้สึกในตอนนี้เขากลับอยากอยู่บ้านหลังนี้จัง สนามหญ้าหน้าบ้านที่มีแค่นิดเดียวแต่มันก็เข้ากันดีกับบ้านหลังเล็กนี้มากเลยนะ แถมยังมีต้นไม้ใหญ่อยู่ข้างๆบ้านอีก


“เข้ามาก่อนสิ” ยุนโฮเปิดประตัวรั้วเตี้ยๆให้แจจุงมืออีกข้างของเขาอุ้มเจ้าแมวน้อยอยู่
“นายให้ฉันเข้าบ้านนายจริงๆเหรอ” แจจุงถามขึ้นทันที
“อืม...ทำไมล่ะ” ยุนโฮถามขึ้นอย่างสงสัย
“เราเพิ่งรู้จักกันเองนะ” แจจุงถามขึ้น เขาไม่เคยไปบ้านใครมาก่อนเลยอาจจะเป็นเพราะที่เขาตัวเล็กแบบนี้และมีเพื่อนน้อยก็เป็นได้
“ไม่เห็นเป็นไรเลย นายจะมาขโมยบ้านฉันไปหรือไง” ยุนโฮพูดขึ้นทันที
“จะบ้าเหรอ!! ใครจะมาขโมยบ้านนาย...ชิ...คิดอะไรงี่เง่า” แจจุงบ่นขึ้นแต่ท่าทางแบบนั้นก็เรียกรอยยิ้มออกมาจากปากหยักได้ดี แล้วคนตัวเล็กก็เดินตามยุนโฮเข้าไปในบ้านทันที


“ไม่มีใครอยู่เหรอ” แจจุงถามขึ้นมื่อเข้ามาภายในบ้านแล้วไม่เจอใครสักคน
“แม่คงออกไปจ่ายตลาดมั้ง ส่วนพ่อของฉันเขากว่าจะกลับก็ดึกๆอ่ะ” ยุนโฮหันมาบอก เขาวางเจ้าเหมียวตัวเล็กลงที่พรมข้างๆโซฟา แล้ววางกระเป๋านักเรียนลงที่โซฟาตัวใหญ่ทันที
“นั่งก่อนสิ” ยุนโฮหันมาบอกพร้อมกับเดินไปที่ครัว


ตาสีนิลกวาดมองรอบห้องนั่งเล่นนี้ ปากอิ่มยิ้มขึ้นอีกครั้งแล้วเท้าเล็กก็เดินสำรวจรอบๆห้องทันที
“มีรูปของหมอนี่ด้วย อิอิ...อ้วนจังเลย” แจจุงมองภาพของยุนโฮสมัย 5 ขวบอยู่ ภาพถ่ายที่วางอยู่ที่ตู้โชว์และข้างๆเป็นเหรียญรางวัลอะไรสักอย่างแต่ที่สายคล้องคอมีชื่อของยุนโฮติดอยู่ด้วย
“ทำอะไร” ยุนโฮแกล้งถามขึ้นเมื่อเห็นคนตัวเล็กจ้องมองรูปของเขาอย่างไม่วางตา
“ก็แค่ดูรูปเอง” แจจุงหน้ามุ้ยขึ้นทันที
“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อย” ยุนโฮยิ้มขึ้นในมือของเขามีแก้วนมสองใบถืออยู่


“อ่ะ...”ยุนโฮยื่นแก้วนมแก้วหนึ่งให้แจจุง
“รับไปเถอะน่า... ฉันไม่เอายาพิษใส่ให้นายหรอก” ยุนโฮบอกเมื่อเห็นแจจุงยังมองแก้วนมในมือเขาอยู่
“ฉันไม่ใช่แมวนะถึงจะได้กินนมอ่ะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้น
“กินๆจะได้โตๆไง” ยุนโฮยิ้มขึ้นแต่มือของเขาก็ยังยื่นแก้วนมมาให้แจจุงอยู่ดี
“ขอบใจ” แจจุงยิ้มขึ้นแล้วรับมาทันที


“นายให้คนมาบ้านง่ายๆขนาดนี้เลยเหรอ” แจจุงถามขึ้นพลางยกนมขึ้นดื่ม
“เปล่า...ไม่มีเพื่อนคนไหนเคยมาที่นี่เลย” ยุนโฮบอกคนตัวโตนั่งลงที่พรมข้างๆเจ้าเหมียวตัวเล็ก
“เอ๊ะ!!” แจจุงแปลกใจขึ้นทันที
“แล้ว...ทำไมให้ฉันมาบ้านนายล่ะ” ปากอิ่มถามขึ้น
“ไม่รู้สิ...คงเพราะเป็นนายล่ะมั้ง” ยุนโฮหันมาบอกก่อนจะอุ้มเจ้าแมวน้อยขึ้นมาแล้วค่อยป้อนนมให้อย่างตั้งใจ
“นายใจดีจัง” เสียงหวานพูดขึ้นเบาๆ ตาสีนิลจ้องมองคนตัวโตอย่างไม่วางตา

........


“มันแข็งแรงขึ้นเยอะเลยเน๊อะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นนี่ก็สองอาทิตย์แล้วที่เขามาช่วยยุนโฮเลี้ยงเจ้าแมวตัวนี้
“อืม...”ยุนโฮลูบหัวเล็กๆของแมวน้อยเบาๆ
“นายจะให้มันนอนที่พรมต่อไปแบบนั้นจริงๆเหรอ” แจจุงถามขึ้น
“ก็ไม่รู้ว่าจะให้มันนอนที่ไหนนี่นา จะให้มันไปนอนบนห้องด้วยแม่ฉันคงด่าตายเลย” ยุนโฮบอก
“งั้นเอาอย่างนี้สิ” แจจุงยิ้มขึ้นแล้ววิ่งออกจากบ้านของยุนโฮไปทันที
“อะไรของเขา” ปากหยักพึมพำขึ้นกับท่าทางของคนตัวเล็ก


“โห้...หนักเหมือนกันแฮะ...” ปากอิ่มบ่นขึ้น เมื่อมือเล็กๆของเขายกเอาของบางอย่างออกมาจากบ้านของเขา แล้วเดินมาบ้านยุนโฮทันที
“แจจุง...นาย....” ยุนโฮถึงกับแปลกใจที่เห็นภาพของคนตัวเล็กที่อุตส่าห์ออกไปแบกเจ้ากระเช้าใส่ของขวัญมาจากบ้านของแจจุง
“ช่วยหน่อยสิ...หนักเหมือนกันนะ” แจจุงบ่นขึ้นเขาเดินถือกระเช้าใส่ของขัวญของแม่มานานแล้ว ก็บ้านของยุนโฮกับบ้านของเขามันห่างกันตั้งเยอะน่ะสิ
“นายนี่...” ยุนโฮส่ายหัวไปมาแต่ก็เดินเข้ามารับกระเช้าอันนั้นมาจากแจจุงทันที
“ฉันเห็นแม่จะทิ้งก็เลยรีบไปเอามาก่อน นายให้เจ้าเหมียวนอนในนี้ดีกว่า”
แจจุงบอก
“อืม...เอางั้นก็ได้” แล้วยุนโฮก็เอาเสื้อเก่าๆมาปูรองกระเช้าอันใหญ่เพื่อให้เจ้าเหมียวตัวน้อยนอนทันที


“เราเรียกเจ้าเหมียวแบบนี้มานานแล้วนะ ไม่ตั้งชื่อให้มันเหรอ” แจจุงถามขึ้น
“ไม่รู้ว่าจะตั้งชื่อว่าอะไรนี่” ยุนโฮหันมาบอก
“อะไรดีล่ะ...” แจจุงทำท่านึกขึ้น
“อืม...เจ้าลัคกี้ก็แล้วกัน... ดีมั้ย” แจจุงถามขึ้นทันที
“เอาชื่อนั้นก็ได้ แต่ทำไมถึงชื่อลัคกี้ล่ะ” ยุนโฮถามขึ้นอย่างสงสัย
“ก็มันโชคดีที่เจอเราสองคนไง ไม่อย่างนั้นมันคงตายไปแล้ว” แจจุงพูดขึ้น
“อืม...คงอย่างนั้นมั้ง”ยุนโฮยิ้มให้คนตัวเล็กทันที


แปลกที่เราสนิทกันได้เพราะเจ้าแมวตัวนี้ “เจ้าลัคกี้” มันอาจจะเป็นแมวนำโชคก็ได้มั้ง....
ที่ ผมพูดอย่างนั้นก็เพราะว่าผมกับแจจุงเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย แม้จะอยู่โรงเรียนเดียวกันแท้ๆแต่เราอยู่คนละห้องกัน ถ้าไม่ใช้เจ้าลัคกี้แล้วเราอาจจะไม่รู้จักกันเลยก็เป็นได้ ต้องขอบคุณเจ้าลัคกี้มากๆเลยนะ ที่ทำใผ้ผมกับแจจุงได้รู้จักกันในวันนั้น อาจจะเป็นเพราะเหตุบังเอิญ...หรือว่า...โชคชะตาหรือเปล่าที่ทำให้เรามาเจอเจ้า แมวตัวนี้เข้าพร้อมๆกัน แต่ผมก็ดีใจนะที่ผมได้รู้จักเขาเพราะเจ้าแมวตัวนี้

.........


“ยุนโฮเสร็จหรือยัง!!” เสียงหวานของหนุ่มน้อยร่างบางร้องตะโกนเรียกร่างสูงจากหน้าห้องนอนของยุนโฮ
“อืม...เสร็จแล้ว” เสียงดังขลุกลักที่อยู่ในห้องบ่งบอกได้ดีว่าคนตัวสูงรีบขนาดไหน
“นายชอบช้าอยู่เรื่อยเลยนะเดี๋ยวก็ไม่ทันรถกันพอดี”แจจุงบ่นขึ้น
“เอาน่า...ไม่ทันก็เดินไปสิ” ยุนโฮเปิดประตูออกมาบอกพร้อมกับเสื้อผ้าชุดนักเรียนที่ยังดูไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางสักเท่าไหร่
“นายนี้จริงๆเลยนะ” แจจุงบ่นขึ้นมือเรียวหยิบสูทตัวใหญ่ที่พาดบ่าของร่างสูงมาถือไว้แล้วเดินนำ ลงไปข้างล่างทันที เพื่อให้ยุนโฮแต่งตัวให้เรียบร้อย
“แม่ไปแล้วนะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกแม่เขาที่อยู่ในครัว
“ผมไปก่อนนะครับคุณน้า” แจจุงเอ่ยบอกแม่ของยุนโฮแล้วเดินออกจากบ้านตามร่างสูงไป
“คุณรู้มั้ยครับ....ว่าทำไมผมถึงชอบตื่นสาย...”

มันอาจจะเป็นเหตุผลที่ดูตลกๆไปเสียหน่อยนะ คือถ้าผมตื่นเช้าแล้วทำอะไรเสร็จเร็ว เรา....ผมหมายถึงผมกับแจจุงนะ เราต้องไปรอรถบัสที่มันมักจะมาตรงเวลาเสมอแล้วก็ขึ้นรถไปโรงเรียนด้วยกัน ก็แจจุงมักจะเดินลัดสวนสาธารณะจากบ้านเขามาบ้านผมเพื่อที่เราจะไปโรงเรียนด้วยกันทุกวัน มันเป็นอย่างนี้มาจนเราเรียนอยู่ ม.ปลายแล้ว

แต่ที่ผมชอบทำอะไรช้าๆ ก็เพราะถ้าเราไม่ทันรถเที่ยว 7 โมง เราก็จะต้องเดินไปโรงเรียนกันนะสิ อันที่จริงการเดินไปโรงเรียนของเราก็ใช้เวลาแค่ 15 นาทีเองนะ ผมจึงเลือกที่จะทำอะไรให้มันช้าเข้าไว้เพื่อเราสองคนจะได้เดินไปโรงเรียน ด้วยกันยังไงล่ะครับ^^ เราสองคนจึงมักจะเดินไปโรงเรียนด้วยกันเสมอและก็กลับบ้านมาพร้อมกันเสมอ มันเป็น...กิจวัตรที่ขาดไม่ได้เสียแล้ว ต้องทำแบบนี้ทุกวัน

คุณรู้มั้ยว่า...ผมเต็มใจที่จะทำแบบนี้นะ ผมอยากเดินไปโรงเรียนพร้อมเขา ผมอยากเดินเคียงข้างแจจุงอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ผมเป็นอะไร ใบหน้าสวยๆของเขาที่เริ่มเปลี่ยนไปจากเด็กน้อยมาเป็นชายหนุ่มร่างบางที่หน้าตาสวยแบบนี้ กลับทำให้ผมรู้สึกอยากอยู่ใกล้ๆเขาเข้าไปทุกทีๆ ผมอยากเดินอยู่ข้างๆ เขาแบบนี้ไปเรื่อยๆ
มันอาจจะดูบ้าบอไปนะที่คิดอะไรแบบนี้ แต่ผมก็แอบดีใจอยู่อย่างหนึ่งนะว่า... แจจุงเองก็ไม่เคยว่าผมเรื่องที่เราไม่ทันรถและเรื่องที่เราต้องเดินไปโรงเรียนกันเกือบทุกวันแบบนี้เลย

คุณรู้มั้ย....ว่าแค่ช่วงเวลาที่เราได้เดินไปโรงเรียนพร้อมกันในทุกๆเช้าแบบนี้ผมก็มีความสุขมากแล้วล่ะ


“ตกลงนายจะเข้าชมรมจริงๆเหรอ” แจจุงถามขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงมีท่าทีสนใจชมรมบาส
“อืม...นายก็จะเข้าชมรมคหกรรมไม่ใช่เหรอ” ยุนโฮหันมาถามอย่างรู้ทัน
“ฉันจะทำเค้กให้นายกินจนอ้วนเลย 555+” แจจุงหัวเราะขึ้นทันที
“แต่ฉันไม่กิน” ยุนโฮพูดขึ้นจนคนตัวเล็กหันมามองในทันที
“ไม่กินแค่ชิ้นเดียวไง 555+”ยุนโฮหัวเราะขึ้นกับท่าทางของแจจุงก็ดูแจจุงตอนนี้สิ ตีลมแก้มป่องงอนเขาขึ้นมาทันทีเลย
“ไอ้หมีบ้า!!”ร่างบางวิ่งไล่ตียุนโฮทันที


“ยุนโฮวันนี้นายมีซ้อมใช่ป่ะ” เสียงหวานถามเพื่อนที่นั่งข้างๆ
“อืม...นายไม่ต้องรอหรอก ฉันคงกลับเย็นๆน่ะ” ยุนโฮหันมาบอก เขากลัวแจจุงจะรอนาน
“ไม่เป็นไร วันนี้ฉันจะอบขนมเอาไว้ให้ไอ้คิบอมด้วย มันมาสั่งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อบ่ายแล้ว” ปากอิ่มพูดขึ้นแต่สายตายังจ้องมองกระดานดำมือเรียวจดการบ้านที่อาจารย์ให้อยู่
“มันจะเอาไปให้เด็กมันน่ะสิ” ยุนโฮพูดขึ้นเขาก็จดการบ้านไปด้วยเหมือนกัน
“เออ... คงงั้นมั้ง ยุนโฮนายจดข้อนี้ทันมั้ยอ่ะ” แจจุงถามขึ้นพลางยื่นหน้ามาดูสมุดของร่างสูง ใบหน้าหวานที่ยื่นมาทำเอาคนตัวโตถึงกลับอึ้งไปเลยทีเดียว
“งั้นฉันลอกนะ นายอย่าเพิ่งเปลี่ยนหน้าล่ะ” ปากอิ่มพูดขึ้นมือก็จดการบ้านข้อที่เขาจดไม่ทันลงสมุด แต่คนตัวโตกลับจ้องมองด้านข้างของใบหน้าหวานอย่างไม่วางตา แล้วปากหยักก็ยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

 

“ว้า....ฝนตกเหรอ มันจะตกลงมาทำไมล่ะนี่ไม่ได้เอาร่มมาด้วย” ปากอิ่มบ่นขึ้นเมื่อเขาอบขนมเสร็จแล้วกำลังจะกลับบ้านแต่ฝนเจ้ากรรมดันตกลง มาอย่างไม่มีเค้าเสียเลย แต่แล้วไม่นานเสียงฝีเท้าหนักก็ดังขึ้นใกล้เข้ามา
“นึกว่าจะกลับไปแล้วเสียอีก” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาหาร่างบางที่ยืนหลบฝนอยู่หน้าตึกคหกรรม
“อ้าว... ไหนบอกว่าจะซ้อมจนเย็นไง” แจจุงถามขึ้นตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมที่เปียกละอองฝนอยู่เล็กน้อย เขาไม่เคยเห็นยุนโฮในมุมแบบนี้เลยนะ ทำไมยุนโฮดูดีจังเลย
“ก็รีบมาหานายไง ฝนตกหนักขนาดนี้จะกลับบ้านยังไงร่มก็ไม่ได้เอามาไม่ใช่เหรอ” ยุนโฮพูดขึ้นมือหนาปัดน้ำที่เกาะไหล่ออก


“แล้วนายมานี่...พี่เขาไม่ว่าเอาเหรอ” แจจุงถามขึ้นอย่างสงสัย
“ไม่หรอก” ยุนโฮยิ้มให้ เขาโกหกพี่ว่าออกมารับแฟนที่ไม่สบายนะสิ
“แล้วจะกลับเลยหรือเปล่า” ยุนโฮถามแจจุงขึ้น
“ฝนตกหนักขนาดนี้จะกลับยังไง เดินออกไปมีหวังเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำแน่ๆเลย” แจจุงมองสายฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลยสักนิด
“ก็นี่ไง” ยุนโฮชูสูทนักเรียนตัวใหญ่ของเขาให้แจจุงดู
“เราเอาคลุมหัว แล้วรีบวิ่งเลาะๆตึกไปก่อนก็ได้ ตึกนี้มันปิดแล้วไม่ใช่เหรอมายืนตากละอองฝนอยู่ตรงนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดพอดี” ปากหยักหันมาบอกอันที่จริงแจจุงก็มีสูทนักเรียนเหมือนกันแต่คนตัวเล็กมันจะ ขี้หนาวเขาก็เลยต้องมารับนี่ไง
“เอางั้นเหรอ” แจจุงถามขึ้นอีกครั้ง
“อืม”แล้วมือหนาก็สะบัดสูทที่เปียกน้ำออกก่อนที่จะยกสูทขึ้นบังฝนเอาไว้ทันที


“เข้ามาใกล้ๆสิ” ยุนโฮพูดขึ้นพร้อมกับยักสูทมาบังหัวให้ร่างบาง
“ไม่ค่อยถนัดเลย”แจจุงบอก
“งั้นเอางี้” ยุนโฮเอามือเรียวของแจุงมาโอวเอวหนาของเขาเอาไว้เพื่อให้คนตัวเล็กใกล้เขาเข้าไปอีก ร่างบางจะได้อยู่ภายในเสื้อสูทที่ใช้บังฝนด้วยกัน ตาสีนิลเงยขึ้นมองยุนโฮเล็กน้อยก่อนที่จะก้มหน้าลงด้วยความเขิน “ทำไมเราต้องรู้สึกแปลกๆด้วยนะ ทั้งๆที่ก็เดินใกล้ๆยุนโฮออกจะบ่อย”
“เอาล่ะ จะวิ่งแล้วนะ” ยุนโฮบอกมือหนายกเสื้อสูทมาบังฝนเอา ไว้อีกครั้ง แล้วเท้าทั้งสองคู่ก็ค่อยๆวิ่งออกจากตึกนั้นไปทันที

สายฝนที่โปรยปรายลงมาทำให้ความเย็นรอบๆตัวเพิ่มมากขึ้น มือเรียวเกาะเอวหนาเอาไว้แน่นไม่รู้เพราะกลัวจะเปียกหรือเพราะอะไรกันแน่ สายตาคมก็เหลือบมามองคนตัวเล็กที่วิ่งไปพร้อมๆเขาเป็นระยะๆ

“ผมอยากให้ทางเดินที่เราต้องวิ่งไป ยาวกว่านี้จะได้มั้ย อยากอยู่อย่างนี้นานๆจะได้มั้ย”


คนตัวเล็กพยายามหลบเม็ดฝนที่ตกลงมาอีกครั้งถึงจะมีเสื้อสูทตัวใหญ่บังหัวเขาทั้งคู่เอาไว้ แต่มันก็กันน้ำไม่ได้มากเอาเสียเลย หัวเล็กๆของร่างบางค่อยโน้มเข้าหาไหล่หนามากขึ้นเมื่อต้องหลบน้ำฝนที่ไหลลง มาจากเสื้อสูท ใบหน้าหวานแดงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้

“ทำไมต้องใจเต้นเร็วขนาดนี้ด้วยนะ” แล้วตาสีนิลก็จ้องมองใบหน้าคมอย่างไม่วางตา

“ดูใกล้ๆยุนโฮก็ดูดีขึ้นมากเลยนะยิ่งตอนเปียกฝนแบบนี้ด้วย เฮ้ย...แจจุงแกคิดบ้าอะไรน่ะ” ร่างบางส่ายหัวกับความคิดที่ผุดขึ้นมาแล้วรีบวิ่งต่อไป



...


“แค่ก...แค่ก...” เสียงทุ้มไอขึ้นเมื่อนั่งเรียนไปได้สักพัก
“นายไม่สบายเหรอ” แจจุงหันมาถามคนตัวโตที่นั่งอยู่ข้างๆ
“เปล่า” ปากหยักพูดขึ้นแต่สายตายังตั้งใจฟังครูอธิบายอยู่
“แค่ก...แค่ก.... ฮะ...ฮัด...ชิ้ว!!” มือหนายกขึ้นมาปิดปากทันทีที่จามขึ้น
“ไม่สบายอย่างนี้ยังจะมาปากดีอีกนะ” เสียงหวานดุขึ้นทันที
“ไหนดูซิ” มือเรียวยกขึ้นทาบหน้าผากของร่างสูงเพื่อวัดไข้ทันที ตาสีนิลมองใบหน้าคมที่ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
“ตัวร้อนด้วยนี่นา ทนหน่อยนะอีกแป๊บเดียวก็เลิกเรียนแล้ว” แจจุงพูดขึ้นโชคดีที่วันนี้พวกเขามีเรียนแค่ครึ่งวันเอง
“อืม”ยุนโฮพยักหน้าให้แต่มือหนาก็ยกขึ้นกอดอกเพราะความหนาวเขาคงจะไข้ขึ้นล่ะมั้ง

 


“อ้าว.... วันนี้แม่นายไม่อยู่เหรอยุนโฮ” แจจุงเดินกลับบ้านมาพร้อมร่างสูงแต่ตาสีนิลของเขาก็มองเห็นโน๊ตที่เขียนแปะ เอาไว้ที่ตู้เย็นว่าแม่ของยุนโฮไปธุระด่วนที่ต่างจังหวัด
“อืม”
“นายขึ้นไปนอนพักดีกว่า” แจจุงพยุงร่างสูงขึ้นไปบนบ้านของยุนโฮทันที
“เดี๋ยวเช็ดตัวด้วยนะไข้จะได้ลด” แจจุงหันมาบอกพร้อมกับเดินไปหยิบผ้าขนหนูในห้องน้ำมาเช็ดตัวให้ร่างสูงทันที
“ยุนโฮ...เช็ดตัวก่อนเดี๋ยวค่อยนอน” แจจุงเรียกร่างสูงที่นอนอยู่บนเตียง
“อ่ะ...” มือเรียวยื่นผ้าขนหนูที่ชุบน้ำหมาดมาให้ยุนโฮทันที สายตาคมจ้องมองผ้าขนหนูเล็กน้อยแต่ยังนั่งนิ่งอยู่บนเตียง
“ไม่เช็ดเล่า” ปากอิ่มถามขึ้น
“เช็ดให้หน่อยสิ” ยุนโฮพูดขึ้นทันที
“อะไร อ้อนเป็นเด็กเลยนะ” แจจุงบ่นขึ้น
“แล้วเช็ดให้หน่อยไม่ได้เหรอ” ยุนโฮถามขึ้นทันทีตาคมจ้องมองร่างบางอยู่
“อ่ะๆ ก็ได้” แล้วมือเรียวก็ค่อยๆแกะกระดุมเสื้อนักเรียนของยุนโฮออกทีละเม็ด ใบหน้าหวานค่อยๆแดงขึ้นทีละน้อยเมื่อสาบเสื้อเผยให้เห็นอกแกร่งของร่างสูง จนแจจุงต้องหันหน้าหนีไปทางอื่น


“รังเกียจฉันเหรอ” ยุนโฮถามขึ้นเบาๆเมื่อมือเรียวหยุดนิ่งไป
“มัน...อายน่ะ”แจจุงพูดขึ้นเบาๆใบหน้าของตนก้มหลบร่างสูงอยู่
“ฮึม...ฮึม...”ยุนโฮยิ้มขึ้นกับท่าทางน่ารักของเพื่อนคนนี้
“แล้วจะไม่เช็ดให้เหรอ” ปากหยักถามขึ้นเมื่อยังเห็นแจจุงนั่งเฉยๆอยู่
“ชะ.... เช็ดสิ” แล้วมือเรียวก็หยิบผ้าหนูมาเช็ดหน้าให้ยุนโฮทันที สายตาคมจ้องมองการกระทำของคนตัวเล็กอย่างไม่วางตา แจจุงดูแลเขามากเลยนะ
“อย่ามองแบบนั้นสิ” เสียงหวานพูดขึ้นมือเรียวของเขาสั่นขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังเช็ดตัวให้ร่างสูงต่อไป
“ทำไมล่ะ... ฉันก็มองหน้านายธรรมดาเอง” ยุนโฮแกล้งพูดขึ้นแต่สายตาเขาก็ยังไม่ละไปจากใบหน้าสวยของแจจุงอยู่ดี


“ไม่เช็ดให้แล้ว” แจจุงดึงมือกลับมาทันทีแต่ก็ถูกมือหนาของยุนโฮคว้าเอาไว้ก่อน
“ใจร้ายจังเลยนะ” ยุนโฮกระซิบเข้าที่ข้างหูของแจจุงทันที
“ปล่อยเลย” ตาสีนิลจ้องหน้าร่างสูงอยู่
“ไม่ปล่อย” แล้วยุนโฮก็ยกมือเรียวขึ้นมาจูบทันที
“ยุนโฮ!!” เสียงหวานร้องขึ้นอย่างตกใจแต่ความรู้สึกที่มีอยู่ใน ตอนนี้กลับทำให้หัวใจเขาเต้นเร็วไม่เป็นจังหวะเลยทีเดียว
“นายจะดูแลฉันตลอดไปมั้ย” เสียงทุ้มถามขึ้นมือหนาดึงร่างของแจจุงเข้ามากอดในทันที
“อืม...”
“อะไร...นายพูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่องเลย” ยุนโฮยังแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินจมูกโด่งหันมาหาแก้มเนียนทันที
“นายนี่ชอบแกล้งฉันจังนะ” แจจุงต่อว่าขึ้นมือเรียวพลักอกแกร่งเบาๆ
“ก็บอกมาก่อนสิ” ยุนโฮยังคงอ้อนอยู่
“อืม...ก็...ดูแลสิ” แจจุงก้มหน้าหลบสายตาคมอยู่
“ขอบคุณนะแจจุง” ยุนโฮหอมแก้มเนียนของร่างบางทันที


“พอได้แล้ว ไม่ง่วงแล้วหรือไง” แจจุงพูดขึ้น
“ไม่เช็ดตัวต่อเหรอ” ยุนโฮแกล้งถามขึ้น
“บ้า...ไม่เช็ดแล้ว” แจจุงรีบลุกขึ้นจากที่นอนของยุนโฮไปทันที ร่างสูงยิ้มขึ้นพร้อมกับมองร่างบางที่อายม้วยอยู่
“ยุ นโฮบ้าจัง...แต่ก็รู้สึกแปลกๆที่ได้กอดกับยุนโฮแบบนั้นน่ะ ไอ้หมีบ้ายังมาหอมแก้มเราอีก” แจจุงจับแก้มของตัวเองขึ้นปากอิ่มอมยิ้มขึ้นเล็กน้อย

 

.........

 

“หนาวจังเลย ทำไมต้องมีหน้าหนาวแบบนี้ด้วยนะฉันไม่เข้าใจเลย” ปากอิ่มบ่นขึ้นมือเรียวยกขึ้นมาถูกันเพื่อบรรเทาความหนาว
“เสื้อหนาวของนายก็หนา... นายยังไม่หายหนาวอีกเหรอ” ยุนโฮหันมาถามคนตัวเล็ก
“ใครจะไปอ้วนเหมือนนายล่ะ หมีไขมันเยอะอย่างนายก็ไม่หนาวสิ ดูซิ...นายใส่เจคเก็ตแค่ตัวเดียวก็เอาอยู่แล้วฉันสิใส่ทั้งสเวสเตอร์แล้วยัง มีเสื้อหนาวแบบนี้อีกยังหนาวอยู่เลย” เสียงหวานยังบ่นขึ้นอีกครั้ง วันนี้เขาต้องเดินกลับบ้านมาพร้อมยุนโฮเหมือนทุกครั้ง แต่ต่างจากทุกวันก็เพราะวันนี้อากาศเริ่มหนาวขึ้นมาแล้วนะสิ
“นายไม่ชอบอากาศหนาวแบบนี้เอาเสียเลยนะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นปากหยักยิ้มกับใบหน้าหวานที่มุ้ยลงเพราะไม่ชอบสภาพอากาศแบบนี้เอาเสียเลย
“ใครจะไปเหมือนนายละ ไม่รู้ว่าชอบอากาศหนาวๆแบบนี้ไปได้ยังไง” แจจุงบ่นขึ้นมือเรียวยกขึ้นมากอดอกบางเข้าทันที


“มานี่....” ยุนโฮดึงร่างบางเข้ามากอดทันทีทั้งสองหยุดเดินอยู่กลางทางเสียอย่างนั้นมือหนาที่โอบกอดไหล่เล็กอยู่กระชับอ้อมแขนเข้าหาตัวของร่างสูงขึ้นอีกโดยที่คนตัวเล็กยืนนิ่งอย่างแปลกใจกับการกระทำของเพื่อนคนนี้
“อุ่นขึ้นมั้ย” ยุนโฮกระซิบถามเข้าที่ข้างหูทันที
“นายทำบ้าอะไรน่ะยุนโฮ”เสียงหวานที่ดังอู้อี้อยู่ที่อกแกร่ง
“ก็นายหนาวไม่ใช่เหรอ... ฉันก็กอดนายเอาไว้ไงจะได้หายหนาว” ยุนโฮพูดขึ้น
“นายจะไม่กอดตอบเลยเหรอ” ปากหยักก้มลงถามเข้าที่ข้างหูของแจจุงอีกครั้ง ก็แจจุงเอาแต่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้นไม่คิดจะกดตอบเขาเสียหน่อยเลยเหรอ ทำอะไรก็ได้ให้เขาคิดว่าแจจุงรู้สึกดีที่เขากอดเอาไว้แบบนี้เสียหน่อยสิ

“ถ้าฉันกอดนายแล้วไม่ยอมปล่อยมือล่ะ...นายจะว่าอะไรมั้ย”

แจจุงเงยหน้าขึ้นมาถามยุนโฮทันทีสายตาของคนทั้งคู่จ้องมองประสานกันอยู่อย่างนั้น ปากหยักยิ้มขึ้นก่อนที่จะกระชับกอดคนตัวเล็กเข้าไปอีก แล้วรอยยิ้มที่สดใสก็ออกมาจากใบหน้าสวยทันที มือเรียวรีบยกขึ้นโอบเอวหนาเอาไว้แน่น แม้ยุนโฮจะไม่บอกอะไรเขาก็รับรู้ได้ว่ายุนโฮคงไม่ปฏิเสธแน่ๆ

“แล้วถ้า...ฉันบอกนายว่า....ฉันอยากให้นายกอดแบบนี้ตลอดไปล่ะ นายจะกอดฉันเอาไว้มั้ย” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ห้ามให้ใครมากอดนายนอกจากฉันนะ” เสียงหวานสั่งขึ้นทันที

ใบหน้าสวยซุกลงกับอกแกร่งอย่างอ้อนๆ ความหนาวที่อยู่รอบตัวกลับอุ่นขึ้นมาทันตาเลยทีเดียว ไม่ต้องพึ่งเสื้อหนาวตัว หนาแต่ก็สามารถอุ่นได้ด้วยอ้อมกอดของกันและกัน

นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่ผมและแจจุงกอดกันนานขนาดนี้ ผมไม่รู้ว่าเรายืนกอดกันอยู่ตรงนั้นนานขนาดไป แต่ผมรู้แค่ว่าพอได้กอดแจจุงแล้วผมกลับไม่อยากจะปล่อยมือจากเขาไปเลย....



Flash Come

อันที่จริงผมเองไม่อยากจะส่งเพลงนี้มาให้แจจุงฟังหรอกนะเพราะผมรู้ว่าคนตัวเล็กคนนี้ต้องร้องไห้แน่ๆเลยที่ได้ฟังเพลงๆนี้เข้า แต่อาจจะเป็นเพราะความคิดถึงจริงๆล่ะมั้งที่ผมกดส่งไฟล์เพลงนี้ไปให้เขาผ่านอี เมลล์ที่ช่วงหลังๆ ผมเขียนถึงเขาบ่อยๆ เพราะแจจุงเองมีเวลาน้อยมากที่จะมาคุยโทรศัพท์กับผมเพราะเขาต้องทำทีสิ ดส่งอาจารย์นะสิ ก็แจจุงกำลังจะจบปริญญาโทแล้ว และอีกไม่นานเราก็คงจะกลับมาเจอกันเสียที

แต่คุณรู้อะไรมั้ย..ว่าไอ้เวลาที่เราต้องนับวันนับคืนรอคอยที่จะได้เจอกับคนรักมันทรมานมากเลยนะ การนับถอยหลังแบบนี้มันยิ่งทำให้ผมคิดถึงเขามากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวเลย แต่ก็เอาเถอะ เดี๋ยวเราก็จะได้เจอกันแล้วล่ะ....


~~~~~~~~~~~~~~~

To....แจจุง
From...Ur Bear^^
Attach File: So Far Away ห่างไกลเหลือเกิน.mp3

โหลดมาฟังแล้วก็อย่าร้องไห้นะ....เตือนเอาไว้ก่อน อิอิ
แต่ถ้าอยากรู้....ก็ลองฟังดูก็แล้วกันนะ

รักนายที่สุด
ยุนโฮ .....Ur Bear ^o^

~~~~~~~~~~~~~~~


ปากอิ่มยิ้มขึ้นเมื่อได้รับเมลจากคนตัวโตที่ส่งไฟล์มาให้เขาตาสีนิลอ่านข้อความ นั้นแต่ก็รู้สึกแปลกๆว่าในเพลงที่ส่งมามันต้องมีอะไรแน่ๆเลย แต่...เขาก็เลือกที่จะฟังมัน....

มือเรียวยกหูฟังขึ้นมาสวมเข้าที่หูทันทีหลังจากที่โหลดไฟล์มาเสร็จเรียบร้อยแล้ว มือเรียวก็คลิกเม้าท์เพื่อให้เพลงๆนี้บรรเลงขึ้น....
แล้วเพลงที่ส่งมาจากคนตัวโตก็ถูกเปิดขึ้นทันที.....



เวลามองขึ้นไปบนฟ้า
ฉันนั้นเห็นแต่ภาพเธอ อยู่ไกลกันจนสุดสายตา
รอคอยวันที่จะกลับมาหา
ถึงแม้ มันจะแสนนาน แสนนานแค่ไหน
อยากจะขอให้ได้พบ แค่เพียงขอให้ได้พบ
อยากจะรู้ว่าเธอเองเป็นเช่นไร
เธอจะคิดถึงฉันหรือเปล่า เธอจะเหงาบ้างหรือเปล่า
จะรู้สึกแตกต่างกับฉันบ้างไหม

(เพราะว่าเรา) ห่าง ไกลกันเหลือเกิน
คิดถึงแต่เธอนั้น เฝ้าแต่นับให้ถึงวันที่เรานั้นได้พบกัน
เราช่างห่าง... ไกลกันเหลือเกิน
ฉันเองก็ไม่รู้ เมื่อไรจะได้พบ(เธอ)

เวลามองขึ้นไปบนฟ้า
ฉันนั้นได้แต่ถอนใจ น้ำตาก็ไหลซึมออกมา
เราไกลกันอยู่คนละฟากฟ้า
ไม่รู้จะอีกนานไหม และฉันเองก็จะคอย

อยากจะขอให้ได้พบ แค่เพียงขอให้ได้พบ
อยากจะรู้ว่าเธอเองเป็นเช่นไร
เธอจะคิดถึงฉันหรือเปล่า เธอจะเหงาบ้างหรือเปล่า
จะรู้สึกแตกต่างกับฉันบ้างไหม

(เพราะว่าเรา) ห่าง ไกลกันเหลือเกิน
คิดถึงแต่เธอนั้น เฝ้าแต่นับให้ถึงวันที่เรานั้นได้พบกัน
เราช่างห่าง ไกลกันเหลือเกิน
ฉันเองก็ไม่รู้ เมื่อไรจะได้พบ.... (เธอ)

กลัววันเวลา พาหัวใจเธอเปลี่ยนจากฉันไป
อยากจะพบให้ใกล้ๆ ให้ตัวฉันได้มั่นใจ
ว่าทุกสิ่งจะไม่เปลี่ยนไปจากนี้

(เพราะว่าเรา) ห่าง ไกลกันเหลือเกิน
คิดถึงแต่เธอนั้น เฝ้าแต่นับให้ถึงวันที่เรานั้นได้พบกัน
เราช่างห่าง ไกลกันเหลือเกิน ฉันเองก็ไม่รู้ เมื่อไรจะได้พบ(เธอ)

(เพราะว่าเรา)ห่าง ไกลกันเหลือเกิน
คิดถึงแต่เธอนั้น เฝ้าแต่นับให้ถึงวันที่เรานั้นได้พบกัน
เราช่างห่าง ไกลกันเหลือเกิน ฉันเองก็ไม่รู้ เมื่อไรจะได้พบ(เธอ)

 

มือเรียวปาดน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นสายออกช้าๆปากอิ่มยิ้มขึ้นกับความรู้สึกที่มี อยู่ในตอนนี้ความรู้สึกของเขากับยุนโฮมันก็ไม่ต่างกันเลย....

“ไอ้หมีอ้วน...ชอบทำให้เราร้องไห้อยู่เรื่อยเลย” แจจุงเปิดเพลงนั้นฟังซ้ำแล้วซ้ำอีก


มันอาจจะดูบีบหัวใจไปหน่อยกับเพลงที่ยุนโฮส่งมาให้ แต่....สำหรับผม..ยุนโฮกลับส่งความรู้สึกที่เขามีมาให้ผมได้รับรู้ซึ่งมันก็เป็นความรู้สึกเดียวกันกับความรู้สึกของผมในตอนนี้


“รอ..รอ...หน่อยนะยุนโฮ...อีกไม่นานเราจะได้เจอกันแล้วล่ะ” ปากอิ่มยิ้มขึ้นเมื่อมือเรียวคว้ากรอบรูปที่มีรูปเขาและยุนโฮที่ถ่ายเอาไว้ด้วยกันเมื่อสองปีที่แล้วมาดู ภาพรอยยิ้มที่อบอุ่นแบบนั้น ผมไม่ได้เห็นมันมานานแล้วนะและผมก็คิดถึงอ้อมกอดอุ่นๆของหมีตัวนี้ด้วย

“อยากกอดนายจังเลยยุนโฮ.....”


.........


“แจจุงวันนี้ส่งงานอาจารย์เสร็จแล้วจะไปไหนหรือเปล่า”ซองมินเพื่อนชาติเดียวกันที่เขามาเจอที่นี่เอ่ยถามขึ้น
“ไม่รู้สิ... นายจะชวนไปไหนเหรอ” แจจุงถามขึ้น
“ก็ว่าจะไปเดินช็อปปิ้งกันน่ะ แจจุงจะไปด้วยมั้ย” ซองมินหันมาถาม
“อืม...ป่ะ....ป่ะ...” เสียงหวานที่กำลังจะเอ่ยปากตอบเพื่อนก็ต้องชะงักลงเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

ใบหน้าคมที่ไม่ได้เห็นมานานมากแล้ว ร่างสูงที่ยังดูหล่อเหมือนเดิมแล้วรอยยิ้มแบบนั้นที่ยิ้มให้เขาอีกครั้ง รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมาสองปีแล้ว มือเรียวยกขึ้นปิดปากตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตานัก น้ำใสๆกลับไหลลงมาจากตาคู่สวยทันที “น้ำตาแห่งความคิดถึง....” แล้วขาเรียวก็รีบวิ่งเข้าไปหาคนตัวสูงทันที

หมับ!!

ร่างบางที่วิ่งเข้ามากระโดดกอดร่างสูงเอาไว้แน่นจนคนที่เดินผ่านไปผ่านมามองเขาทั้ง คู่กันเป็นตาเดียวแต่คนทั้งสองกลับไม่ได้ใส่ใจกับสายตาทุกคู่ที่จ้องมองเขา ทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อย


ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่วางตา ถึงจะเห็นใบหน้าของคนๆนี้ได้ไม่ชัดเจนดีนัก เพราะมีน้ำตามาเอ่ยล้นที่ขอบตาของเขา แต่แจจุงก็จำใบหน้าคมของคนๆนี้ได้ดี ปากอิ่มยิ้มกว้างขึ้นทั้งน้ำตา

“ดีใจเหลือเกิน.... ดีใจจริงๆที่ได้เจอกันแบบนี้...”

ทั้งที่ประหลาดใจมากๆแต่ความรู้สึกในตอนนี้มันกลับรู้สึกดีเอาเสียมากๆที่ เจอคนๆนี้


“ยุนโฮ!!” เสียงหวานเรียกชื่อคนที่เขากอดไว้ทันที
“คิดถึงจังเลย” เสียงทุ้มที่คุ้นหูเอ่ยบอกร่างบาง ปากหยักยิ้มขึ้นมือหนากอดประคองร่างบางที่กอดเขาเอาไว้แน่น

“ขี้แยอีกแล้วนะ” ยุนโฮบอกมือหนาปาดน้ำตาออกจาแก้มเนียนเบาๆ


แล้วปากยักก็กดจูบลงที่เรียวปากอิ่มทันที จูบที่โหยหารสหวานของริมฝีปากคู่นี้ที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานมากๆแล้วปากหยักขบเบาๆที่ปากล่างของแจจุง ลิ้นอุ่นลากชิมความหวานจากกลีบปากคู่สวยเล็กน้อยก่อนจะสอดเข้าไปหาความหวาน ที่คิดถึงรสชาติของคนๆนี้มานานแสนนาน

ร่างบางเผยอริมฝีปากเล็กน้อย เรียวลิ้นเล็กรุกเข้ามาตอบรับสัมผัสที่ร่างสูงส่งมาอย่างเต็มใจเขาเองก็โหยหารสจุมพิศที่มาจากคนๆนี้เหมือนกัน จูบที่ละมุนละไมแต่แฝงเอาไว้ด้วยความหมายทั้งหมดที่คนทั้งสองส่งผ่านความ รู้สึกผ่านเรียวลิ้นที่ควัดเคล้าเคลียกันอย่างโหยหาและอ่อนโยน


“มาทำ Surprise แบบนี้ได้ยังไง” แจจุงถามขึ้น เมื่อเขาและยุนโฮมานั่งคุยกันที่สวนสาธารณะของมหาลัย
“ก็คิดถึงจนทนไม่ไหวแล้วล่ะสิ” ยุนโฮบอกมือหนากอดเอวบางของแจจุงเอาไว้ ร่างบางนั่งอยู่บนตักของยุนโฮใบหน้าหวานซบลงที่บ่ากว้างอย่างอ้อนๆ
“แต่ก็ทนมาได้ตั้งสองปีนี่นา” แจจุงพูดขึ้นตาสีนิลจ้องมองใบหน้าคมอย่างไม่วางตา
“แต่ตอนนี้...ทนไม่ไหวแล้ว...อยากเจอ...อยากอยู่ด้วยกันแล้วล่ะสิ” ยุนโฮจูบลงที่แก้มเนียนเบาๆ
“แจจุงก็ทนคิดถึงยุนโฮไม่ไหวแล้วเหมือนกัน.... คิดถึงอ้อมกอดของหมีตัวใหญ่แบบนี้” มือเรียวโอบรอบคอของยุนโฮเอาไว้แล้วร่างบางก็กอดร่างสูงเข้าทันที
“แล้วจะชดเชยให้นะ” ยุนโฮกระซิบลงที่หูของแจจุงเบาๆ พร้อมทั้งกอดคนตัวเล็กเอาไว้ไม่ยอมปล่อยอีกเลย....



~~~ END ~~~

 ++++++

Talk: ช่วงนี้ยังไม่ได้เขียนฟิคใหม่เลยค่ะ เลยเอาฟิคเก่ามาลงไว้ให้อ่านกันก่อนนะคะ^^

 ++++++

 

 
 

----------------------------------------- -----------------------------------------