Photobucket

[SF] ~* My Beloved *~ (Part.3)

posted on 20 Sep 2009 18:14 by yun-su-tvxq  in SF-My-BeLoved

 [SF] ~* My Beloved *~ (Part.3), YUNJAE

 

....เกินเลย?.....


เวลาทำให้หัวใจคนเราเปลี่ยนไป...
เวลาเป็นสิ่งที่ช่วยในการรักษาบาดแผลที่อยู่ในหัวใจได้ดี
และเวลาก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว...





“แจจุงเป็นยังไงบ้างลูก” เสียงปลายสายเอ่ยถามลูกชายที่จากบ้านมาอยู่ในที่ห่างไกลได้สักพัก
“แจจุงสบายดีฮะแม่ แล้วแม่ล่ะฮะสบายดีมั้ย” เสียงหวานเอ่ยถามแม่ของตนเองไปบ้าง
“สบาย ดีจ้า ช่วงนี้ยุ่งๆเรื่องงานของสมาคมนั่นล่ะ แม่เลยยังไม่ว่างไปเยี่ยมแจจุงที่ไร่เลยนะ” แจอินเอ่ยบอกย่างเสียดาย เธออยากไปเยี่ยมลูกชายใจจะขาด แต่งานก็รัดตัวเหลือเกิน
“เอาไว้เรื่องทาง นี้เข้าที่เข้าทางเมื่อไหร่ แจจุงจะไปเยี่ยมแม่ดีมั้ยฮะ” เขาคิดถึงแม่เหมือนกันแต่ตัวเขาอยากจะเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างที่นี่ให้มาก เสียก่อนแล้วค่อยกลับไปหา

“แล้วยุนโฮล่ะ ดูแลแจจุงดีรึเปล่า เอาใจใส่แจจุงดีมั้ย แล้ว...มีอะไรกันรึยัง แม่อยากอุ้มหลานแล้วนะ” แจอินถามไถ่ถึงลูกเขยไปบ้าง
“คุณ ยุนโฮดูแลแจจุงดีมากเลยฮะ ดูแลทุกอย่างแถมใจดีมากๆด้วย ส่วนเรื่องนั้น...ยังไม่ถึงเวลาหรอก แจจุงเพิ่งจะแต่งงานเองนะ เอาไว้ก่อนเถอะฮะ...” แจจุงเอ่ยบอกไปเบาๆ
“แม่อยากเลี้ยงหลานแล้วล่ะ สงสัยอย่างนี้แม่ต้องไปเร่งยุนโฮซะแล้ว หุหุ” แม่แกล้งแซวลูกชาย
“แม่อ่ะ...แจจุงต้องไปทำงานต่อแล้ว แค่นี้นะฮะ” แจจุงรีบตัดบทด้วยความเขิน
“แม่คิดถึงแจจุงนะ ดูแลตัวเองดีๆล่ะ”
“แจจุงก็คิดถึงแม่ฮะ แม่ดูแลตัวเองด้วยฮะ ...รักแม่นะฮะ”


มีลูกอย่างงั้นเหรอ?

เขา จะมีลูกได้ยังไงล่ะในเมื่อเขายังไม่พร้อมที่จะมีอะไรลึกซึ้งกับคุณยุนโฮเลย สักนิด ไม่แน่ใจว่าตัวเองรักยุนโฮหรือยัง อยากให้แน่ใจมากกว่านี้เสียก่อน แล้วอีกอย่าง...ที่คุณยุนโฮเคยบอกไว้ว่าถ้ารักกันแล้วมีอะไรลึกซึ้งถึงขั้น นั้นมันคงจะเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ เขาก็แค่อยากจะมีความรู้สึกแบบนั้น ความรู้สึกดีที่ตัวเองอยากจะจดจำไปตลอดชีวิต ครั้งแรกของตัวเองที่น่าจดจำมันคงจะดีไม่น้อย นี่เขาคาดหวังมากเกินไปรึเปล่านะ แต่ถ้าเป็นไปได้คงจะดีไม่น้อยเลยล่ะ...




“วันนี้ ผมจะเข้าเมืองแจจุงจะเอาอะไรมั้ย หรือจะไปด้วยกัน” ร่างสูงหันมาถามมื่อกำลังเตรียมตัวจะไปซื้อของใช้เข้ามาในไร่และของใช้ส่วน ตัวของเขา
“แจจุงไปด้วยได้มั้ยฮะ คือ...อยากไปซื้อของใช้เหมือนกัน” ร่างบางถามขึ้นอย่างเกรงใจ อันที่จริงยุนโฮคงจะไปกับเยซองหรือไม่ก็คยูนั่นล่ะ แต่ถ้าเขาตามไปด้วยอีกคนคงจะไม่เกะกะสักเท่าไหร่
“ไปสิ” ยุนโฮหันมายิ้มกว้างอย่างดีใจ


“คุณยุนโฮชอบทานอะไรบ้างฮะ” แจจุงหันมาถามขึ้นกำลังเลือกซื้อของใช้อยู่ในตลาด
“ผมกินง่ายอยู่ง่าย แต่ที่ชอบที่สุดก็คงจะเป็นกิมจิเก” ร่างสูงถือตระกร้าใส่ของเดินตามแจจุงไปเรื่อยๆ

สาย ตาคมลอบมองใบหน้าสวยที่สดใสกว่าเมื่อก่อน หลังจากวันนั้นที่เราสองคนได้คุยกัน อะไรหลายๆอย่างมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ รอยยิ้มของแจจุงที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงหัวเราะเบาๆมีบ่อยมากขึ้น หรือจะเป็นใบหน้าสวยที่ชอบก้มหน้าอายเวลาที่เขาแกล้ง ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบทไหน ร่างบางก็ทำให้หัวใจของพ่อเลี้ยงที่เปล่าเปลี่ยวคนนี้รู้สึกดีขึ้นมาได้ทุก ครั้ง

“กินง่ายจริงเหรอ? งั้นแจจุงทำอะไรให้คุณยุนโฮก็กินหมดเลยนะสิ จะอร่อยไม่อร่อยก็ต้องกินให้หมดนะฮะ” แจจุงหันมาแกล้งร่างสูงไปบ้าง
“หึหึ...จะกินให้หมดทุกอย่างเลยครับ” ยุนโฮก้มลงมาบอก
“แหะๆ แต่แจจุงทำกับข้าวไม่เป็นหรอกนะ ที่พอทำได้ก็กิมจิที่ป้ามินอาสอนนั่นล่ะ” แจจุงยู่หน้าขึ้นมาเล็กน้อยกับความสามารถอันน้อยนิดของตัวเอง
“ผมกินกิมจิกับข้าวทุกวันเลยก็ได้นะ”

เขา ไม่ได้พูดขึ้นเพื่อยอแจจุง แต่เขาพูดจริงๆ เขายอมกินกับข้าวฝีมือของแจจุงทุกอย่าง ไม่เกี่ยงว่าจะอร่อยหรือไม่ เพียงแค่แจจุงตั้งใจจะทำให้เขากิน...มันก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขานั่น ล่ะ

“คงเบื่อแย่ถ้ากินแบบนั้นทุกวัน” แจจุงเงยหน้าขึ้นมามองร่างสูง แต่ก็ต้องแปลกใจกับสายตาคมที่มีแววตาที่จริงจังในคำพูดเสียเหลือเกิน
“ไม่เบื่อหรอกน่า” ยุนโฮส่งยิ้มบางๆมาให้
“งั้น... แจจุงจะพยายามพัฒนาฝีมือเรื่องการทำอาหารก็แล้วกัน คุณยุนโฮจะได้กินกับข้าวอร่อยๆฝีมือแจจุงบ้าง” เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาเบาๆ ก่อนร่างบางจะรีบเดินนำไปเลือกซื้อของต่ออย่างอายๆ ปากหยักยิ้มขึ้นอย่างพอใจก่อนจะรีบเดินตามร่างบางไป





“นายหญิงครับ!” มีคนมามาหาพ่อเลี้ยง เสียงของคนงานหน้าไร่วิ่งมาบอกร่างบางที่กำลังจัดดอกไม้อยู่หน้าบ้าน
“ใคร?” ตาสีนิลเงยขึ้นมองชายร่างโปร่งที่เขาเคยเห็นเมื่อครั้งก่อน

“สวัสดีครับ ผมมาหาพ่อเลี้ยง” อีซังยูนทักทายร่างบาง
“สวัสดีครับ พ่อเลี้ยงอยู่ในไร่ เดี๋ยวผมจะให้คนไปตามมาให้นะ” แจจุงทักทายตอบตามมารยาทก่อนจะให้คนงานไปตามพ่อเลี้ยงมาพบแขกที่รออยู่

“ผมอีซังยูน คุณคือนายหญิงของไร่ชองใช่มั้ย” สายตาของอีซังยุนจ้องมองร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า
“คิมแจจุง...นายหญิงของไร่ชอง” แจจุงพูดขึ้นอย่างเต็มเสียง
“แหม... ไม่ยักรู้ว่าพ่อเลี้ยงมีนายหญิงที่สวยขนาดนี้ ได้ยินมาสักพักแล้วว่าพ่อเลี้ยงเพิ่งจะแต่งงาน แต่ผมเองก็ไม่เคยเห็นหน้านายหญิงของไร่ชองมาก่อน เพิ่งมาเห็นก็วันนี้เอง คุณแจจุงสวยจริงๆ” อีซังยูนยิ้มขึ้น
“ผมก็แค่คนธรรมดาๆ” แจจุงตอบก่อนจะเชิญให้ร่างโปร่งนั่งลงที่เก้าอี้หน้าบ้าน
“คง ไม่ใช่แค่คนธรรมดาล่ะครับ คุณแจจุงเป็นถึงลูกชายของผู้อำนวยการสมาคมเด็กและสตรีเชียวนะ แต่ไม่น่าเชื่อว่าลูกคุณหนูอย่างคุณจะมาอยู่ที่นี่ ที่บ้านป่าเมืองเถื่อนอย่างนี้...”

“ทำไมผมจะมาอยู่ที่นี่ไม่ได้ล่ะ ครับ ที่นี่ก็สงบและน่าอยู่” แจจุงตอบไป แต่เขาไม่ชอบสายตาของอีซังยูนที่จ้องมองในตอนนี้เลยสักนิด สายตาที่มีความต้องการบางอย่างแฝงอยู่
“แต่มันคงไม่สะดวกสบายอย่างในโซลนะสิ แล้วที่นี่มันก็ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจสักนิด” อีซังยูนยิ้มขึ้นอย่างมีเลศนัย
“ถึงจะไม่มีความสะดวกสบายเท่าที่โซล แต่ที่นี่มีผู้คนที่จริงใจกันทั้งนั้น” แจจุงกล่าวโต้กลับไป
“แต่ ผมว่านะ...คุณหนูอย่างคุณกลับไปอยู่ที่โซลคงดีกว่า มันคงจะสบายมากกว่านี้ แถมมีเงินใช้ไม่ขาดมือ ถ้าคุณช่วยเกลี้ยกล่อมให้พ่อเลี้ยงขายไร่ให้กับผม” อีซังยูนพูดขึ้น สายตาของร่างโปร่งพยายามอ่านความคิดและท่าทางของร่างบาง ท่าทางของนายหญิงคนนี้คงกล่อมได้ไม่ยาก
“เสียใจด้วยนะครับ ผมคงทำตามสิ่งที่คุณต้องการไม่ได้ ผมรักที่นี่... แล้วที่สำคัญพ่อเลี้ยงก็เคยบอกคุณแล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ขายไร่นี้”
“บอกแล้วแต่ก็เปล่ยนใจได้นี่นา” อีซังยูนยักคิ้วขึ้น

“แต่ผมไม่มีวันเปลี่ยนใจ!”

เสียง ทุ้มดังขึ้นมาจากด้านหลังพร้อมกับร่างสูงเจ้าของไร่ที่ก้าวเดินมาหาภรรยาของ เขา มือหนาโอบเอวบางของแจจุงเอาไว้อย่างถือสิทธิ์ สายตาคมจ้องมองร่างโปร่งที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาจริงจังในคำพูดที่กล่าว ออกไป

“1,000 ล้านวอน ราคานี้ผมไม่เคยเสนอให้ใครมาก่อน” อีซงัยูนยังไม่ลดละความพยายาม
“เสียใจด้วยนะครับ ผมไม่ขายและก็จะไม่มีวันขายไร่นี้ให้กับใครทั้งนั้น!” เสียงทุ้มประกาศกร้าวออกมาในทันที
“แล้วคุณจะต้องกลืนน้ำลายตัวเอง!!” อีซังยูนลุกขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
“ผมพูดคำไหนคำนั้น” ยุนโฮจ้องตาอีซังยูนกลับไปด้วยสายตาที่จริงจัง
“ฮึม...ถ้าผมอยากได้ที่ผืนนี้ละก็...ไม่เคยมีใครขัดผมได้ทั้งนั้น” อีซังยูนยิ้มขึ้นมุมปาก
“ผมว่าครั้งนี้คุณคงผิดหวังล่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็เชิญ...” ยุนโฮผายมือออกเชิญร่างโปร่งที่ยืนจ้องหน้าเขาอยู่ให้กลับไป

“แล้วเราจะได้รู้กัน!!...”

คำ ทิ้งท้ายของอีซังยูนทำให้แจจุงรู้สึกกลัว กลัวว่าจะมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นกับที่นี่ กลัวบางสิ่งบางอย่างที่มาพร้อมสายตาแบบนั้น สายตาที่ไม่เป็นมิตรเลยสักนิด

อีซังยูนกลับไปแล้วแต่ร่างสูงยังยืนคิดอะไรอยู่ในใจโดยมือหนายังโอบเอวของแจจุงเอาไว้เช่นเดิม

“คุณยุนโฮดูเครียดๆ” แจจุงเอ่ยขึ้นอย่างลืมตัว เมื่อเงยมองใบหน้าคมที่ดูนิ่งเฉยเสียจนน่ากลัว
“อ่า...ผมขอโทษ...ไม่มีอะไรหรอก” ยุนโฮทำเป็นยิ้มกลบเกลี่อนความรู้สึกของตนเอง
“...” แจจุงยังจ้องมองใบหน้าคมอีกดรั้ง ความรู้สึกบางอย่างของเขาบอกว่าร่างสูงกำลังคิดเรื่องชายคนนั้นและเรื่องไร่ ของตัวเอง แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากเฝ้าดูอยู่ห่างๆ

“อย่าทำ หน้าแบบนั้นสิครับ ไม่มีอะไรจริงๆนะ” ยุนโฮหันมายิ้มกว้างให้ร่างบางอีกครั้ง มือหนาลูบผมสีทองไปเบาๆ เรื่องบางเรื่องเขาก็ไม่อยากให้แจจุงมารับรู้และไม่สบายใจไปด้วย สีหน้าของแจจุงกังวลอย่างเห็นได้ชัดกับสิ่งที่ได้รับรู้อยู่ในตอนนี้
“ผมจัดการทุกอย่างได้น่า...” ยุนโฮก้มลงมาบอก
“อืม...” แจจุงพยักหน้ารับเบาๆแต่ในใจก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้


....


“ผมได้ข่าวว่าอีซังยูนมาหาพ่อเลี้ยงถึงที่ไร่” ซีวอนเอ่ยถามยุนโฮเมื่อเขาทั้งสองบังเอิญเจอกันที่อำเภอ
“ใช่ครับ เขามาติดต่อคุณซีวอนเรื่องซื้อที่เหมือนกันใช่มั้ย” ยุนโฮถามกลับไปบ้าง
“อืม...แต่ผมไม่หรอกนะ”
“ผมก็เหมือนกัน” ยุนโฮพูดขึ้นด้วยสายตาที่จริงจัง
“ผม ไม่รู้ว่าเขาจะมาอีกหรือเปล่า อีซังยูนมาหาผมหลายครั้งแล้ว พยายามหว่านล้อมแต่ผมปฏิเสธไปตลอด” ซีวอนหันมาสบสายตาคมของร่างสูงไปเล็กน้อย
“หวังว่าเขาคงลามือไปเองนะ” ซีวอนรำพันขึ้นมาเบาๆ
“คงอย่างนั้น” ยุนโฮพูดขึ้นมาเช่นกัน

เขา กังวลใจอยู่บ้างเรื่องของนายหน้าซื้อที่ดินคนนี้ เพราะท่าทางไม่เหมือนกันพวกที่แล้วๆมา อีซังยูนดูน่ากลัวและสายตาของร่างโปร่งดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างแฝงเอาไว้ แต่เขาก็อ่านใจผู้ชายคนนี้ไม่ออกจริงๆ



“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะว่ะ” เสียงชางมินเอ่ยทักร่างสูง เมื่อนัดยุนโฮและยูชอนมากินข้าวกลางวันด้วยกัน
“ไม่มีอะไร” ยุนโฮบอกปัดไป แต่มีหรือว่าเพื่อนสนิทอย่างเขาสองคนจะไม่รู้ว่ายุนโฮกำลังกลุ้มใจเรื่องอะไร
“เรื่องนายหน้าซื้อล่ะสิ” ยูชอนพูดขึ้น
“คง ไม่น่าจะมีอะไรมั้ง ฉันปฏิเสธไปแล้ว...” ยุนโฮหันมาบอก เขาแค่หวังว่ามันคงจะไม่มีเรื่องที่น่าหนักใจเกิดขึ้นหลังจากนี้ แค่หวังเอาไว้เท่านั้น...
“เอาน่า...เรายืนกรานปฏิเสธไปขนาดนี้ใครมันจะหน้าด้านมาตื้อให้ขายที่อยู่อีกว่ะ” ชางมินตบบ่าหนาของยุนโฮไปเบาๆ
“ก็หวังว่าอย่างนั้น...” ยุนโฮหันมาสบตากับยูชอนไปเล็กน้อย ยูชอนพอจะรู้เรื่องบ้างแต่เขาเลือกที่จะเงียบเพื่อรอดูสถานการณ์ไปก่อน


“เออ...วันอาทิตย์นี้พวกแกว่างกันรึเปล่า” ยูชอนถามขึ้น
“ว่าง...” ชางมินตอบขึ้นมา
“แกล่ะไอ้พ่อเลี้ยงว่างรึเปล่า...” ยูชอนหันมาถามยุนโฮอีกครั้ง
“ว่าง...แกมีอะไร?” ยุนโฮถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“หึหึ...ฉันอยากกินบาร์บิคิวฝีมือป้ามินอาว่ะ ไม่ได้กินมานานแล้ว” ยูชอนยิ้มกว้างขึ้น
“แกอยากกินหรือจุนซูอยากกินกันแน่ว่ะ” ชางมินแซวกลับไป เขาพอจะรู้ว่าจุนซูชอบฝีมือกับข้าวของป้ามินอามากๆ
“เออๆ นั่นล่ะ แกทำตัวให้ว่างเลยนะไอ้พ่อเลี้ยง เพราะฉันกับจุนซูจะไปกินข้าวที่บ้านของแก” ยูชอนรีบหันมาบอกยุนโฮที่นั่งยิ้มอยู่อย่างรู้ทัน

“ว่าแต่ไปกินบาร์ บิคิว...ฉันว่าเราไปเที่ยวที่ริมลำธารดีมั้ย ช่วงนี้อากาศดีด้วย” ชางมินเสนอขึ้น เพราะเขาอยากไปเที่ยวที่ลำธารหลังไร่ของยุนโฮเหมือนกัน
“ดี...เผลอๆได้เล่นน้ำด้วย ไม่ได้ลงไปเล่นน้ำในลำธารมานานแล้ว” ยูชอนรีบเสนอขึ้น
“ตกลง พวกแกอายุกันเท่าไหร่แล้ว...” ยุนโฮส่ายหัวกับท่าทางกระตืนรือร้นของเจ้าสองคนนี้ที่ทำอย่างกับเด็กๆได้ไป เที่ยวในวันหยุดอย่างนั้นล่ะ
“อายุไม่น้อย แต่หัวใจเด็กโว้ย!... ใครจะไปทำตัวแก่ๆแบบแกล่ะว่ะ วันๆเอาแต่ทำงาน หาความสุขใส่ตัวบ้างสิ” ยูชอนกัดร่างสูงไปทันที
“ฉันมีงานให้ทำตั้งเยอะ ใครจะไปว่างแบบแกสองคนล่ะ” ยุนโฮอ้างขึ้น
“งานเยอะหรือ ข้ออ้างเอาเวลาไปจู๋จี๋กับภรรยาว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า..” ชางมินรุมแซวยุนโฮเข้าอีกคน
“น้อยๆ หน่อย” ยนโฮยิ้มกว้างขึ้นมาเมื่อนึกถึงแจจุง ถึงเขาจะไม่ได้เป้นอย่างที่ยูชอนและชางมินแซว แต่ตอนนี้ความสัมพันธ์ของเขาและแจจุงก็เริ่มดีขึ้น พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และเขาก็หวังว่ามันจะดีอย่างนี้ต่อไป
“ตกลงวันอาทิตย์นี้เราไปกินบาร์บิคิวที่ไร่ไอ้พ่อเลี้ยงกัน” ยูชอนเอ่ยสรุปขึ้นมาอีกครั้ง


.
.
.

“เตรียมของครบแล้วใช่มั้ย” แจจุงเดินมาถามจีมินที่เตรียมของสำหรับขนไปทำบาร์บิคิวที่ริมลำธารหลังไร่
“เรียบร้อยแล้วค่ะ นี่ก็ทะยอยขนไปใส่รถแล้ว” จีมินหันมาบอก
“แล้วพ่อเลี้ยงล่ะ” แจจุงถามขึ้น ตั้งแต่เช้าหลังจากทานข้าวกันเสร็จ เขาก็ยังไม่เห็นยุนโฮอีกเลย
“พ่อเลี้ยงเข้าไร่ค่ะ เดี๋ยวคงกลับมารับนายหญิง”

“อ้าว...คุณจุนซู คุณยูชอน” แจจุงหันมาทักคู่รักที่เพิ่งมาถึง
“สวัสดีครับคุณแจจุง สบายดีมั้ย” จุนซูทักทายอย่างเป็นกันเอง
“สบายดีฮะ...คุณจุนซูล่ะ”
“ผมก็สบายดี อ่า...ชางมินมาแล้ว” จุนซูทักร่างโปร่งที่เพิ่งเดินหอบขนมเข้ามาในบ้าน
“ผมซื้อมาฝากคุณแจจุงครับ อยู่ไร่คงไม่ได้ทานขนมพวกนี้สักเท่าไหร่” ชางมินส่งถุงขนมมาให้
“ขอบคุณฮะ” แจจุงยิ้มขึ้นก่อนจะรับของมา
“แล้วไอ้พ่อเลี้ยงล่ะครับ ผมยังไม่เห็นมันเลย” ยูชอนกวาดตามองหายุนโฮแต่ก็ไม่พบ

“มาแล้ว...” เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับตระกร้าองุ่นที่ถือมาด้วย
“ไปไหนมาว่ะ ให้แขกรอ...” ยูชอนแกล้งแซว
“ก็ไปเก็บองุ่นมาให้ไอ้พวกแขกๆอย่างแกกินนะสิ” ยุนโฮส่งตระกร้าองุ่นมาให้ชางมินถือ ร่างสูงเดินมาหาแจจุงพร้อมกับโอบเอวบางเอาไว้
“คงไปกันได้แล้วล่ะ เตรียมของเอาไว้หมดแล้วฮะ” แจจุงหันมาบอก มือเรียวยกขึ้นเช็ดเหงื่อที่เกาะอยู่ข้างขมับของร่างสูงไปอย่างลืมตัว
“โห้... องุ่นไร่แกนี่หวานเน๊อะ แต่จะหวานสู้เจ้าของไร่ได้รึเปล่าว่ะ” ชางมินแซวขึ้นกับท่าทางของร่างบางที่ดูเอาใจใส่เพื่อนเขาเป็นอย่างดี จนแจจุงก้มหน้าลงอย่างเขินๆ
“ไปได้แล้ว...” ยุนโฮยิ้มกว้างขึ้นก่อนจะเดินจูงมือร่างบางมาที่รถ แล้วไม่นานทั้งหมดก็ขับรถออกไปยังลำธารหลังไร่ทันที


“อื้ม...กิมจิอร่อยจังครับ” ชางมินหันมาบอกร่างบางที่ยืนย่างบาร์บิคิวให้พวกหนุ่มๆอยู่หน้าเตา
“แจจุงเขาทำน่ะ” ยุนโฮตอบแทนร่างบาง
“โห้...เดี๋ยวนี้ถึงขั้นเข้าครัวเองเลยหรือครับ” ชางมินถามขึ้น
“แจจุงเขาอยากทำกับข้าวให้ฉันกินนะ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกแทนร่างบางที่ยืนยิ้มอยู่หน้าเตา
“นี่ ไอ้พ่อเลี้ยง แกอย่าเห่อเมียไปหน่อยเลยน่า ฉันถามคุณแจจุงไม่ได้ถามแก เล่นตอบแทนซะหมด” ชางมินส่ายหัวกับท่าทางของเพื่อนรัก ไอ้นี่พอมันมีภรรยาล่ะ แหม...อ้อนโน้นอ้อนนี่ซะจนน่าหมั่นไส้
“ก็อยากตอบแทนอ่ะมีอะไรมั้ย” ยุนโฮพูดจบก็เดินไปช่วยแจจุงย่างบาร์บิคิวต่อทันที

“เอาไว้คุณแจจุงทำกิมจิให้ทานผมบ้างนะครับ ผมชักติดใจกิมจิของคุณแจจุงแล้วสิ” ชางมินพูดเสียงดังจนเรียกให้ร่างสูงหันมาค้อนเข้าทันที
“แจจุงเขาทำให้ฉันกินคนเดียวโว้ย!!” ยุนโฮตะโกนบอก
“ถ้าคุณชางมินชอบแจจุงจะทำเอาไว้ให้นะฮะ” แจจุงส่งยิ้มบางๆมาให้ร่างโปร่งที่นั่งอยู่
“แจจุงจะไปทำให้มันกินทำไม แฟนมันก็มี...” ยุนโฮหันมามองหน้าร่างบางอย่างงอนๆ
“แต่คุณชางมินเขาอยากทานนี่นา แจจุงทำเผื่อด้วยก็ไม่เป็นไรหรอกฮะ” ร่างบางมองยุนโฮอย่างแปลกใจ

“ไอ้ พ่อเลี้ยงมันหวงคุณแจจุงน่ะครับ หวงแม้กระทั่งกิมจิฝีมือของคุณแจจุง ฮ่าฮ่าฮ่า” สิ้นเสียงของยูชอนทั้งทุกคนก็พากันหัวเราะกันยกใหญ่
“เออ...เมียใคร ใครก็หวง!!” ยุนโฮถือโอกาสโอบเอวบางของแจจุงเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ
“คุณยุนโฮ...ปล่อยนะฮะ อายเขา...” แจจุงตีแขนแกร่งที่โอบเอวเขาเบาๆ ร่างบางก้มหน้าลงอย่างเขินๆ ดูสิพวกคุณยูชอนมองกับใหญ่แล้ว


“แจ จุงไปนั่งทานเถอะ เดี๋ยวผมย่างของที่เหลือเอง” ยุนโฮหันมาบอก แจจุงยืนย่างบาร์บิคิวให้พวกเขามาตั้งนานแล้ว ดูสิเหงื่อเต็มเลย ร่างบางยังไม่ได้กินอะไรสักนิดนอกจากน้ำหวานที่เขาเอามาให้ดื่ม
“ไม่เป็นไรฮะ ย่างให้หมดแล้วเดี๋ยวค่อยกินทีเดียวเลยดีกว่า” แจจุงเงยหน้าขึ้นมาบอกด้วยรอยยิ้ม
“อ๊ะ...” ตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อมือหนาหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กขึ้นมาซับเหงื่อให้กับเขา มือหนาที่บรรจบซับเหงื่ออย่างเบามือและสายตาคมที่จ้องมองใบหน้าของเขาอย่าง ไม่วางตา
“ขะ...ขอบคุณ” แจจุงก้มหน้าลงอย่างเขินๆใบหน้าสวยแดงขึ้นมาเล็กน้อย

“คู่นี้มันหวานเลี่ยนเหลือเกิน” ยูชอนหันมากระซิบบอกจุนซู
“ทำไม... ยูชอนอิจฉาเขาเหรอ?” จุนซูแกล้งถามขึ้น แต่สายตาของเขาจ้องมองภาพของคู่รักเจ้าของไร่อย่างปลื้มใจ ท่าทางของยุนโฮและแจจุงน่ารักมากเลยทีเดียว
“จะไปอิจาฉาไอ้พ่อเลี้ยงมันทำไม คู่เราหวานกว่าตั้งเยอะเน๊อะ” ยูชอนยื่นหน้าเข้ามาใกล้หมายจะหอมแก้ม
“นี่...หยุดเลย เอาไว้ไปหอมที่บ้าน ประเจิดประเจ้อ” จุนซูหันหน้าผากกว้างของยูชอนออกทันที
“โธ่...จุนซูอ่ะ จะหวานสู้ไอ้พ่อเลี้ยงมันสักหน่อยก็ไม่ได้” ยูชอนพูดขึ้นอย่างงอนๆ
“หุหุ...เอาไว้กลับถึงบ้าน แล้วจะหวานให้ยกใหญ่เลย” จุนซูกระซิบบอกเบาๆ
“โอเคครับ” ยูชอนยิ้มหน้าบานขึ้นทันที



“ฮ่า ฮ่า ฮ่า....”

เสียง หัวเราะของชายหนุ่มสามคนดังขึ้นพร้อมกับร่างของพวกเขาที่กำลังดำผุดดำว่าย กันอย่างสนุกนานอยู่ในลำธาร มีแค่ร่างบางสองคนที่ยังนั่งมองความเป็นเด็กของผู้ใหญ่ตัวโตทั้งสามที่เล่น น้ำกันอย่างไม่อายใครด้วยรอยยิ้ม

“ดูเขาเล่นกันสิ นี่ถ้าใครมาเห็นเข้าสงสัยหมดความเชื่อถือในตัวสามคนนี้แน่ๆ” จุนซูหันมาบอกแจจุง เมื่อเขาทั้งสองเลือกที่จะนั่งดูหนุ่มๆอยู่ริมฝั่งมากกว่าที่จะลงไปเล่นน้ำ ด้วยกัน
“นานๆจะได้เห็นคุณยูชอน คุณชางมินและคุณยุนโฮเล่นกันแบบนี้นะฮะ ตลกดีชะมัด” แจจุงมองร่างสูงของพ่อเลี้ยงที่ไล่สาดน้ำแกล้งเพื่อนของเขาอยู่ในลำธาร ใบหน้าคมที่เปียกน้ำและรอยยิ้มกว้างที่ประดับอยู่บนใบหน้าคมนั้นมันเป็นรอย ยิ้มที่สดใสเหลือเกิน

“ท่าทางทั้ง 3 คน คงจะสนิทกันมากเลยเน๊อะ” แจจุงหันมาถาม
“สนิท กันมาเลยล่ะ เพราะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก” สายตาเรียวลอบมองรอยยิ้มหวานของแจจุงไปด้วย เขาสังเกตได้นะว่าตั้งแต่มาเที่ยวที่ลำธารกันในวันนี้ แจจุงยิ้มง่ายขึ้นและหัวเราะออกมามากกว่าที่เจอกันในครั้งแรกเสียอีก

“แล้ว คุณจุนซูกับคุณยูชอนคบกันมานานรึยังฮะ” แจจุงถามขึ้นมาอย่างสนใจ ก็คู่รักคู่นี้ดูกุ๊กกิ๊กน่ารักดี จะเรียกว่าเป็นคู่รักอารมณ์ดีก็ว่าได้
“คบ กันมานานแล้วครับ 7 ปีได้ล่ะมั้ง” จุนซูก้มหน้าลงอย่างเขินๆ เมื่อนึกถึงเวลาที่ผ่านมา ความรักของเขาสองคนไม่หวือหวาสักเท่าไหร่แต่ก็ยาวนานเหมือนกัน
“โห้!...7 ปีเชียว” แจจุงอมยิ้มขึ้นกับความรักดีๆของทั้งสองคน
“เป็นเพื่อนกันก่อนนะ แล้วค่อยมาเป็นแฟน แล้วยูชอนเขาก็ขอแต่งงาน...”
“มันคือความผูกพันธ์ด้วยใช่มั้ยฮะ” แจจุงถามขึ้น
“ก็ อาจจะใช่...แต่ที่มากกว่านั้นก็คงจะเป็นหัวใจที่ผูกกันเอาไว้ล่ะมั้ง ถ้าหัวใจของเราสองคนไม่เชื่อมโยงกันเอาไว้ ก็คงไม่ได้อยู่ด้วยกันมาถึงจนทุกวันนี้...” จุนซูหันมาบอก
“หัวใจที่ผูกกันเหรอ?” แจจุงฉุกคิดถึงคำๆนี้ขึ้นมา หัวใจที่มีความรักให้แก่กันมันไม่ใช่แค่คิดที่จะรักอย่างเดียวสินะ

“แล้วคุณแจจุงล่ะ ดูคู่ของคุณแจจุงกับพ่อเลี้ยงก็หวานกันไม่เบาเลยนะ” จุนซูแซวขึ้นมาทันที

เขา สังเกตได้ว่าระหว่างที่เขานั่งคุยกับแจจุงอยู่ริมฝั่งในขณะนี้ก็ยังมีสายตา คมของพ่อเลี้ยงชาวไร่มักจะหันมามองร่างบางอยู่เสมอ แทบจะเรียกว่าไม่ให้คลาดสายตาไปเลยก็ว่าได้ รายละเอียดเล็กๆน้อยๆแบบนี้คุณยุนโฮมีมากกว่ายูชอนเสียอีก

“อะไรกัน ล่ะ คู่ของแจจุงหวานที่ไหน ไม่หวานหรอกฮะ” แจจุงอมยิ้มขึ้นมาอย่างเขินๆ แต่สายตาของตัวเองก็จ้องมองไปยังร่างสูงที่อยู่เล่นน้ำอยู่ด้านหน้าจนสายตา คมหันมาสบตาของเขาไปในทันทีและก็เป็นแจจุงเองนี่ล่ะที่กลับเบือนหน้าหนี เพราะแค่ได้สบตา แค่ได้มองคุณยุนโฮ....หัวใจดวงเล็กของเขาก็เต้นเร็วจนมันแทบจะหลุดออกมาจาก หน้าอกเสียแล้ว

“พวกเราสังเกตได้นะ...คุณแจจุงอาจจะไม่รู้ตัวหรอกว่า เวลาที่คุณแจจุงอยู่กับพ่อเลี้ยงแล้วน่ารักขนาดไหน น่ารักจนบางครั้งผมยังอิจฉาเลยนะ” จุนซูหันมาสบตากับแจจุงไปเล็กน้อย
“อิจฉา ทำไมกันฮะ แจจุงซะอีกน่าจะอิจฉาคู่ของคุณจุนซู ก็แหม...คุณยูชอนออกจะอารมณ์ดีแล้วก็เทคแคร์คุณจุนซูทุกอย่างเลย ดูกุ๊กกิ๊กันดีออก” แจจุงพูดขึ้น
“ยูชอนเขาเป็นคนเฮฮา แต่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เขาก็มักจะมองข้ามไปไม่เหมือนกับพ่อเลี้ยงนะ พ่อเลี้ยงมักจะคอยดูแลคุณแจจุงเสมอตั้งแต่มาเที่ยวกัน คอยช่วยสารพัดป้อนน้ำบ้าง เช็ดเหงื่อให้บ้าง ผมไม่เคยเห็นพ่อเลี้ยงทำแบบนี้กับใครเลยนะ” จุนซูหันมายิ้มให้ร่างบางที่ก้มหน้าลงอย่างอายๆ

อันที่จริงเขาก็ สังเกตได้ว่าคุณยุนโฮตั้งใจที่จะเทคแคร์เขามาตลอดตั้งแต่เริ่มมาอยู่ด้วยกัน แต่นับวันมันก็จะยิ่งมากขึ้นๆ จนเขารู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยได้ทำอะไรให้คุณยุนโฮมากเท่าที่คุณยุนโฮทำให้ เขาเลยด้วยซ้ำ

“สรุปแล้วเราก็มีคนรักที่ดีกันทั้งคู่ หุหุ” จุนซูยิ้มขึ้นเมื่อยูชอนเดินมาหาเขา แล้วชวนไปเดินเล่นกันอีกฝากหนึ่งของลำธาร
“ขอตัวจุนซูก่อนนะครับ แว๊บไปหวานกันซะหน่อย หึหึ” ยูชอนเอ่ยบอกร่างบาง
“ตามสบายฮะ เดี๋ยวถ้าจะกลับแล้วแจจุงจะไปเรียก” แจจุงส่งยิ้มให้ทั้งสองก่อนจะนั่งมองยนุโฮที่ยังแช่น้ำอยู่คนเดียว ส่วนคุณชางมิน...รายนั้นเล่นน้ำจนเหนื่อยเลยขอขึ้นมาเติมพลังอีกนิดหน่อย


“ยังไม่ขึ้นเหรอฮะ คนอื่นเขาขึ้นกันหมดแล้วนะ” แจจุงเดินมาหาร่างสูงที่นั่งแช่น้ำอยู่ริมลำธาร มือเรียวยกขึ้นมาไล้แก้มกร้านไปเบาๆ
“ยังไม่อยากขึ้นเลย นานๆมาเล่นน้ำสักทีมันสดชื่นมากเลยนะ” ยุนโฮเงยหน้าขึ้นมาบอก มือหนาคว้ามือเรียวมากุมเอาไว้ทันที
“เดี๋ยวไม่สบายเอานะ” แจจุงพูดขึ้นอย่างเป็นห่วง มือของยุนโฮเย็นฉียบเชียวล่ะ
“ผมแข็งแรงน่า...”

“แจจุงลงมาเล่นด้วยกันสิ” ยุนโฮชวนร่างบางอีกครั้ง
“ไม่เอาเหรอ แจจุงไม่อยากเปลี่ยนชุด” ร่างบางส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆ
“แต่น้ำเย็นน่าเล่นออกนะ” ยุนโฮยังไม่วายจะรบเร้าให้ร่างบางลงมาเล่นน้ำด้วยกัน
“อื้อ..ไม่เอา” แจจุงยู่หน้าแล้วส่ายหัวเบาๆ

“ใจร้าย...นี่แหน่ะ...” ยุนโฮแกล้งต่อว่าก่อนจะวักน้ำใส่ร่างบาง
“คุณยุนโฮ!!” แจจุงร้องเสียงหลง เมื่อเนื้อตัวของเขาเปียกน้ำเย็นที่ร่างสูงแกล้งสาดมา
“หึหึ...แจจุงเปียกแล้ว...ลงมาเล่นด้วยกันสิครับ” ยนโฮยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
“อื้อ..ไม่เอาอ่ะ” แจจุงรีบวิ่งหนีขึ้นฝั่งทันที
“คิดจะหนีเหรอ” ยุนโฮลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งมาหาร่างบาง

“อื้อ... คุณยุนโฮ! ไม่เอานะ... แจจุงไม่เล่น!!” ร่างบางร้องขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อจู่ๆร่างสูงก็อุ้มเขาลอยหวือขึ้นมาจากพื้น มือเรียวรีบเกี่ยวคอของร่างสูงเอาไว้แทบไม่ทัน
“ไปเล่นน้ำกัน” สิ้นเสียงทุ้มร่างบางก็ถูกอุ้มลงน้ำไปเสียแล้ว

“ตู้ม!!”

“คุณยุนโฮอ่ะ แจจุงเปียกหมดแล้วนะ!!” แจจุงหน้างอขึ้นเมื่อถูกโยนลงไปในลำธาร ร่างสูงยืนหัวเราะชอบใจเสียยกใหญ่ที่แกล้งแจจุงได้สำเร็จ

“แกล้งกันนักใช่มั้ย! นี่แหน่ะ นี่..นี่...นี่...” แจจุงพูดขึ้นอย่างงอนๆ มือเรียวสาดน้ำมาใส่ร่างสูงเพื่อจะแกล้งตอบ
“โอ๊ย...แจจุงแกล้งผมเหรอ ได้เลย นี่...นี่...” ยุนโฮสาดน้ำใส่ร่างบางไปบ้าง

“ก็ คุณยุนโฮมาแกล้งแจจุงก่อนนี่นา อ๋า..เปียกหมดเลย นี่...นี่...ต้องโดนซะบ้าง ฮ่าฮ่า...” เสียงหวานหัวเราะชอบใจเมื่อได้แกล้งคนตัวโต ตอนนี้ยุนโฮไม่ได้สาดน้ำมาใส่เขาแล้ว ร่างสูงเอามือป้องน้ำที่จะสาดมาโดนหน้า ขายาวก้าวมาหาร่างบางที่กำลังสาดน้ำใส่เขาอย่างสนุกสนาน

“อ๊ะ!!...” แจจุงร้องขึ้น เมื่อยุนโฮโผมารวบตัวของเขาจนทั้งสองจมลงไปในน้ำด้วยกัน แต่ก็ยังมือมือหนาที่โอบเอวบางเอาไว้เพื่อไม่ให้แจจุงจมหายไปกับสายน้ำเย็น

“ปล่อย เลย...คนขี้แกล้ง!” แจจุงจ้องหน้าของยุนโฮไปอย่างเคืองๆ ร่างบางดิ้นยุกยิกอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง มือเรียวดันร่างสูงที่ขยับเข้ามาใกล้ออกเล็กน้อย
“ไม่ปล่อย...” ยุนโฮยิ้มกว้างขึ้น ก่อนจะดึงร่างบางให้แนบชิดร่างกายของเขามากขึ้น
“คุณ ยุนโฮ...” ตาสีนิลสบสายตาคม มือเรียวดันอกแกร่งเบาๆ สายตาของตัวเองกำลังจับจ้องใบหน้าของรางสูงพร้อมความรู้สึกบางอย่างที่กำลัง พุ่งเข้ามาสู่หัวใจของเขา

มันอุ่นวาบขึ้นที่หน้าอก สายตาของคุณยุนโฮทำให้หัวใจของเขาเต้นเร็ว รอยยิ้มกว้างที่ดูอบอุ่นทำให้เขาไม่สามารถหนีจากอ้อมกอดนี้ไปได้ ทั้งที่ตอนนี้รอบตัวของเขาทั้งสองคนโอบล้อมด้วยสายน้ำเย็นของลำธารกว้าง แต่ความรู้สึกที่สัมผัสได้มันกลับอบอุ่นเหลือเกิน

ปากหยักยิ้มกว้าง ขึ้นอีกครั้ง มือหนายกขึ้นมาเช็ดใบหน้าสวยที่มีหยดน้ำเกาะอยู่ข้างแก้มเบาๆ สายตาคมของเขาจ้องมองใบหน้าสวยที่น่าหลงไหลอย่างไม่วางตา ใบหน้าของแจจุงในตอนนี้มันทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นและเร็วขึ้น บรรยากาศรอบตัวจะเป็นยังไงเขาไม่สามารถรับรู้ได้ สิ่งที่รับรู้ในตอนนี้ก็เพียงแค่ใบหน้าสวยที่ทำให้เขาหยุดนิ่งเพื่อจ้องมอง ดั่งต้องมนต์

ทั้งสองสบตากันเนิ่นนาน...ต่างฝ่ายต่างปล่อยให้สิ่งรอบตัวหมุนไปเรื่อยๆ แต่สำหรับเขาทั้งคู่แล้ว อยากจะหยุดเวลาตอนนี้เอาไว้

เวลาที่ทำให้หัวใจสองดวงเต้นเร็วพอๆกัน
เวลาที่ทำให้ความอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาตรงกลางหน้าอก
และเวลาที่ให้เขาอยากจะลิ้มรสความรักที่มันเริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อย

ไม่ มีใครเอยอะไรออกมา ใบหน้าคมเลื่อนเข้ามาใกล้แจจุงช้าๆ แล้วไม่นานปากหยักก็กดจูบลงบนหน้าผากมนไปเบาๆ ตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลงซึมซับสัมผัสอ่อนโยนที่ส่งมา พร้อมกับมือหนาที่ยังโอบกอดเอวบางเอาไว้อย่างถนุถนอม

รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

หัวใจดวงเล็กของเขากำลังถูกความอ่อนโยนของคนตรงหน้ากัดกร่อนและครอบงำใช่รึเปล่า
ความอ่อนโยนที่ค่อยๆซึมลึกเข้ามาทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ ถึงจะไม่มากมายแต่ก็พอใจกับความรู้สึกที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นในตอนนี้


“แจ จุงว่า...เราขึ้นกันเถอะฮะ” เสียงหวานดังอู้อี้อยู่ตรงอกแกร่ง ร่างบางซบใบหน้าสวยลงกับหน้าอกของยุนโฮอย่างเขินๆ หลังจากร่างสูงได้จูบเบาๆที่ตรงหน้าผากมนของเขา ไม่รู้จะทำหน้ายังไง ไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่ก้มหน้าซบอยู่กับอกอุ่นๆของคุณยุนโฮนี่ล่ะ

“หนาว เหรอ?” ยุนโฮก้มลงมาถาม ปากหยักยกยิ้มอย่างพอใจกับท่าทางเขินอายของร่างบาง ยิ่งมองก็ยิ่งน่ารัก ยิ่งมองก็ยิ่งน่าหลงไหลไปกับความไร้เดียวสาของร่างบางในอ้อมแขน
“ไม่หนาว แต่แช่น้ำนานแล้วเดี๋ยวจะป่วย” เสียงหวานดังขึ้นมาเบาๆ
“งั้นขึ้นก็ได้...” ยุนโฮเอ่ยบอกอย่างเสียดาย อยากจะกอดร่างบางเอาไว้นานๆ แต่ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องปล่อยมือออกไป

แต่ ถึงจะละอ้อมกอดของตัวเองออกจากร่างบาง แต่มือหนาก็ไม่ได้ละทิ้งมือเรียวของแจจุง ยุนโฮจูงมือของร่างบางให้เดินขึ้นมายังบนฝั่งด้วยกัน สายตาคมลอบมองใบหน้าสวยที่ยังขึ้นสีอยู่อย่างน่ามอง มือหนากระชับจับมือเรียวแน่นขึ้น โดยที่แจจุงก็เลือกที่จะบีบมือของเขาเอาไว้เบาๆ การตอบรับเล็กๆที่ทำให้หัวใจของพ่อเลี้ยงหนุ่มพองโตขึ้นมาอีกครั้ง


“ไว้เราคงมาเที่ยวด้วยกันอีกนะครับ” จุนซูร่ำลาเจ้าของไร่ทั้งสองพร้อมกับความสุขที่ได้รับจากการมาเที่ยวไร่ในวันนี้
“ฉันกลับก่อนนะ” ชางมินส่งยิ้มมาให้ยุนโฮและแจจุงก่อนจะขับรถกลับไปอีกคน
“ก็เหลือเราสองคนแล้วล่ะ” ยุนโฮหันมาบอกแต่มือของเขายังไม่ปล่อยมือของคนตัวเล็กไปสักนาที
“อื้ม...” แจจุงเงยหน้ามองใบหน้าคมพร้อมกับรอยยิ้มหวานที่ผุดขึ้นมา
“เข้าบ้านกันดีกว่า...” ยุนโฮหันมาบอกก่อนจะพาร่างบางขึ้นบ้านไป



.............

 

~*~ My Beloved ~*~


“เจ้านายครับ เจ้านายจะเอายังไงเรื่องไร่ของพ่อเลี้ยงชองและซีวอน” เสียงของลูกน้องร่างใหญ่เอ่ยถามอีซังยูน
“หึหึ...สั่งสอนมัน...ให้มันรู้ซะบ้างว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร?” อีซังยูนยิ้มขึ้นอย่างมีเลศนัยก่อนจะเรียกลูกน้องมาสั่งความไปเบาๆ

“ชอง ยุนโฮ อยากรู้นักว่าแกจะดื้อด้านไปได้สักกี่น้ำ หึหึ...” อีซังยูนยกยิ้มขึ้นมาอย่างมีความหวังกับสิ่งที่เขากำลังจะลงมือทำ


.
.
.


ขา ยาวของเจ้าของบ้านก้าวเดินลงมาจากชั้นสอง สายตาคมกวาดตามองหาแจจุงตั้งแต่ที่เขาตื่นนอนแต่ก็ไม่พบ ไม่รู้ว่าร่างบางไปไหนแต่เช้าจนต้องเขาก็รีบเดินลงมาตามหานี่ล่ะ

ร่าง สูงยืนอยู่กลางบ้านพร้อมกับมองหาภรรยาคนสวยของเขาอีกครั้ง ปากหยักยกยิ้มขึ้นเมื่อมีกลิ่นหอมลอยมาแตะจมูก บวกกับเสียงหวานของใครบางคนที่กำลังคุยกับป้ามินอาในห้องครัว ว่าแล้วขายาวของตัวเองก็เดินไปยังห้องครัวทันที


“แจจุงว่าน่าจะใช้ได้แล้วนะฮะ” ร่างบางหันมาถามป้ามินอาที่กำลังจัดของเข้าตู้เย็น
“ค่ะ เดี๋ยวตั้งไฟเอาไว้อีกหน่อยก็เข้าที่แล้ว งั้นป้าให้เด็กไปจัดโต๊ะรอพ่อเลี้ยงก่อนนะคะ” ป้ามินอาหันมาบอกก่อนจะเดินออกไป
“หวังว่าคงจะชอบนะ” แจจุงมองอาหารมื้อแรกที่ตั้งใจทำให้คุณยุนโฮทาน

“หมับ!!”

“อ๊ะ!!...” เสียงหวานร้องขึ้นเมื่อจู่ๆก็ถูกกอดเข้ามาจากด้านหลัง ตาสีนิลหันไปมองเจ้าของมือหนาที่กอดเขาเอาไว้ ใบหน้าคมของชายร่างสูงวางเกยไหล่บางข้างแก้มเนียนของเขา
“หอมจังเลย....” เสียงทุ้มเอ่ยบอกเขาพร้อมกับจมูกโด่งที่ก้มลงมาสูดความหอมเข้าไป

“หนีลงมาทำอะไรแต่เช้าครับ” ยุนโฮถามขึ้น
“แจจุงไม่ได้หนีสักหน่อย แค่ลงมาทำข้าวต้มให้คุณยุนโฮทานฮะ” แจจุงหันมาบอก
“ท่าทางน่าอร่อย...” ยุนโฮยิ้มขึ้นก่อนจะลอบมองใบหน้าสวยที่อยู่ใกล้
“ไม่รู้สิ...” แจจุงพูดขึ้นมาอย่างเขินๆ

เขินกับเสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างหู
เขินกับมือหนาที่ยังกอดเขาเอาไว้
และก็เขินกับแผ่นหลังของเขาที่แนบชิดอยู่กับหน้าอกแกร่งของคุณยุนโฮ

“หิวรึยังฮะ...ข้าวต้มใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ...คุณยุนโฮไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนดีกว่านะ” แจจุงหันมาบอก
“ก็ได้ครับ...ฟอด!!!...”ยุนโฮขโมยหอมแก้มเนียนไปฟอดใหญ่ ปากหยักยิ้มขึ้นอย่างอารมณ์ดีก่อนจะออกไปรอที่โต๊ะ
“อะไร กันเล่า...” แจจุงยกมือเรียวขึ้นมาจับแก้มเนียนข้างที่ถูกยุนโฮหอมเข้าเสียฟอดใหญ่อย่าง เขินอาย ปากอิ่มอมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะให้แม่บ้านมาช่วยยกข้าวต้มไปเสิร์ฟ


“พ่อเลี้ยงครับ!!...พ่อเลี้ยง!! แย่แล้วครับ!!....พ่อเลี้ยง!!”

คนงานวิ่งกระหือกระหอบมายังหน้าบ้านหลังใหญ่พร้อมกับตะโกนเรียกเจ้าของไร่อย่างร้อนใจ

“มีอะไร!” ยุนโฮรีบก้าวออกมาหาทันที
“ต้นองุ่นครับ...องุ่นที่ไร่ถูกแมลงกินเสียหายหมดเลยครับ!!”
“อะไรนะ!!” ยุนโฮร้องขึ้นอย่างไม่คาดคิด ขายาวรีบวิ่งตามคนงานเข้าไปในไร่ทันที


“แมลง มันมาจากไหน ฤดูนี่ไม่น่าจะมีแมลงนี่นา” ยุนโฮก้มมองต้นองุ่นที่ถูกแมลงกัดกินจนเสียหายเกือบทั้งต้นรวมไปถึงผลองุ่น ที่เสียหายไปด้วย
“ไม่รู้สิครับ เมื่อเช้าผมจะมาเปิดสปิงเกอร์เพื่อรดน้ำก็เห็นมันเป็นแบบนี้แล้ว”คนงานในไร่เอ่ยบอก
“แยกย้ายกันไปดูว่า ไร่เราเสียหายขนาดไหน” ยุนโฮพูดขึ้นอย่างหวั่นใจ ร่างสูงรีบกลับมาเอารถจิ๊บแล้วขับออกไปสำรวจไร่กับคนงานทันที


“เกือบครึ่งของพื้นที่ไร่ทั้งหมด...ความเสียหายจากแมลงที่ลงมากัดกินต้นองุ่นมันมากมายขนาดนี้เชียวหรือ”

ยุนโฮแทบจะล้มทั้งยืนเมื่อได้รับรายงายจากลูกน้อง ใบหน้าคมฉายแววนิ่งเฉยเสียจนน่ากลัวและความเครียดที่เริ่มก่อตัวขึ้นมา

“พ่อเลี้ยงจะเอายังไง” เยซองถามขึ้นมาทันที
“ตัด กิ่งที่ถูกแมลงกินทิ้งให้หมดเหลือไว้แค่เถาองุ่นเพื่อรอการแตกใบใหม่ ส่วนผลองุ่นที่เสียหายก็ตัดทิ้งไปให้หมดด้วย!” ยุนโฮประกาศออกมาให้คนงานเกือบ 50 คนได้รับทราบก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงานตามที่พ่อเลี้ยงสั่ง
“พ่อเลี้ยงครับ ! พ่อเลี้ยงจะทิ้งองุ่นตั้งเกือบครึ่งไร่เลยเหรอ!!” เยซองถามขึ้นมาอย่างตกใจ องุ่นตั้งมากมายขนาดนั้น เท่ากับว่าเราทิ้งเงินไปจำนวนมากเลยนะ
“ถ้าไม่ตัดผลองุ่นทิ้งไปมันก็จะ เน่าเสีย แต่ถ้าเราเอาผลองุ่นนั่นมาทำไวน์มันก็ได้ไวน์ที่ไม่มีคุณภาพ” ยุนโฮหันมาบอก สีหน้าของร่างสูงนิ่งเฉยเสียจนน่ากลัว

“ไร่ของคุณซีวอนละโดนเหมือนกันรึเปล่า”
“พ่อ เลี้ยงครับ... คุณซีวอนเชิญที่ไร่ครับ คุณซีวอนบอกว่ามีเรื่องจะปรึกษา...” ยังไม่ทันจะได้คำตอบจากเยซอง คนงานในไร่ของซีวอนก็รีบมาหาเขาเสียแล้ว
“ที่ไร่ของคุณซีวอนก็โดนแมลงลงเหมือนกันเหรอ” ยุนโฮหันมาถาม
“ใช่ครับ โดนเกือบทั้งไร่เลยล่ะ”
“เดี๋ยวฉันจะตามไป” ยุนโฮหันไปบอกลูกน้องของซีอวนก่อนจะกลับไปเอาของที่บ้านพัก


“เดี๋ยวผมจะไปไร่ของคุณซีวอนนะ ไปคุยเรื่ององุ่นนี่ล่ะ จะกลับมาช่วงบ่ายๆ” ยุนโฮหันมาบอกร่างบาง
“คุณยุนโฮจะทิ้งองุ่นพวกนั้นจริงๆหรือฮะ” แจจุงถามขึ้นมาอย่างเสียดาย
“เอาไว้ก็ไม่มีประโยนชน์” ยุนโฮหันมาบอกก่อนจะเดินไปที่รถ
“เอ่อ...คุณยุนโฮฮะ...” แจจุงคว้ามือหนาเอาไว้จะเอ่ยบางอย่างออกไป
“ขับรถดีๆนะฮะ” ร่างบางสบตากับยุนโฮไปเล็กน้อย
“อืม...” ยุนโฮยิ้มให้ก่อนจะขึ้นรถไป



“อ้าว...นายหญิงลงมาทำไมล่ะครับ” คยูถามร่างบางที่เดินลงมายังไร่องุ่นในตอนสาย
“ลงมาดูว่าทำอะไรกันบ้าง แจจุงช่วยอะไรได้บ้างมั้ย” แจจุงถามขึ้นมาอย่างจริงใจ
“ไม่ต้องหรอกครับ” คยูหันมาบอก
“แต่แจจุงอยากช่วยนี่นา ต้องตัดกิ่งที่เสียหายออกตั้งเยอะไม่เหรอ มาให้แจจุงช่วยดีกว่าจะได้เสร็จเร็วขึ้น”
“พวก เราทำกันได้ครับ งานหนักแบบนี้นายหญิงอย่าทำเลยนะ เดี๋ยวจะเจ็บมือไปเปล่าๆ” คยูเอ่ยบอกอย่างขอบคุณที่นายหญิงอุส่ามีน้ำใจลงมาช่วยพวกคนงาน
“แต่ว่า...แจจุงอย่ากช่วยนี่นา...” ใบหน้าสวยมุ้ยขึ้นมาเล็กน้อย
“หึหึ...นายหญิงช่วยให้กำลังใจพ่อเลี้ยงก็พอครับ” คยูยิ้มขึ้นกับท่าทางของร่างบาง


“เราต้องทิ้งองุ่นพวกนั้นไปให้หมดเลยเหรอคยู” แจจุงหันไปมององุ่นดำกองใหญ่ที่วางรวมกันอยู่หน้าไร่
“พ่อเลี้ยงสั่งให้ทิ้งน่ะครับเพราะมันถูกแมลงกินไปเกือบหมด เอามาทำไวน์ก็ไม่ได้”
“แต่มันเป็นองุ่นที่กำลังจะสุกแล้วไม่ใช่เหรอ” มือเรียวหยิบองุ่นขึ้นมาดู
“ถึงมันกำลังจะสุก แต่เสียหายขนาดนี้ก็ต้องทิ้งอยู่ดีล่ะครับ” คยูบอกไปเบาๆ
“แต่ บางลูกก็ยังใช้ได้ มันไม่ได้เสียหายทั้งพวงนี่นา” แจจุงยกพวงองุ่นขึ้นมาดูอีกครั้ง มันแค่เสียหายเป็นบางแห่งเท่านั้น ถ้าจะให้ทิ้งไปทั้งหมดก็เสียดายแย่เลย

“ถ้าไม่ทิ้งแล้วจะอาไปทำอะไรล่ะครับ” คยูถามขึ้นอย่างสงสัย
“นั่นสิ...เอาไปทำอะไรดี” แจจุงมององุ่นในมืออย่างใช้ความคิด
“แปรรูปไง!! แปรรูปองุ่นให้เป็นผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่ใช่ไวน์” แจจุงยิ้มขึ้นกับความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัว
“แปร รูปงั้นหรอ? แล้วใครจะทำล่ะครับ” คยูถามขึ้นมาอย่างแปลกใจกับความคิดของร่างบาง พ่อเลี้ยงไม่เคยทำอะไรอย่างนั้นมาก่อนและที่ไร่ก็ไม่มีใครคิดจะทำการแปร รูปองุ่นเลยด้วย
“แจจุงจะทำเอง!! คยูสั่งคนงานนะว่าอย่าเพิ่งทิ้งองุ่นพวกนี้ไป เอาเก็บไว้ให้แจจุงก่อน เดี๋ยวแจจุงมา...” ร่างบางพูดจบก็เดินกลับไปยังบ้านพักทันที
“นายหญิงจะทำอะไร” คยูมองตามร่างบางไปอย่างสงสัย



“คุณ แจจุงจะทำจริงๆเหรอค่ะ องุ่นเยอะแยะขนาดนั้นคุณแจจุงจะทำไหวหรือค่ะ เหนื่อยแย่เลยนะ” ป้ามินอาเอ่ยบอกเมื่อร่างบางมาปรึกษาเธอเรื่องนำองุ่นมาแปรรูป
“แจจุงทำไหวฮะ แต่...แจจุงคงต้องให้ป้ามินอาช่วยสอนได้มั้ยฮะ ส่วนที่เหลือแจจุงจะทำเอง” ร่างบางพูดขึ้นอย่างจริงจัง
“ป้าเต็มใจช่วยค่ะ แต่คุณแจจุงจะเหนื่อยเปล่าๆสิคะ แล้วอีกอย่างองุ่นที่เหลือนั่นมันไม่ใช่น้อยๆเลยนะ” มินอาถามขึ้นอย่างเป็นห่วง
“แจ จุงว่าแจจุงทำได้ฮะ อย่างน้อยก็ยังดีกว่าทิ้งไปให้เสียเปล่าไม่ใช่เหรอ เราเอามาทำองุ่นอบแห้ง ทำแยมองุ่นหรือเอามาทำคุกกี้ขายไปก็น่าจะได้เม็ดเงินกลับมาบ้าง ถึงจะไม่เยอะเท่าไหร่แต่อย่างน้อยก็ยังพอค่าแรงค่าปุ๋ยที่เราเสียไปนี่นา”
“ค่ะ...ป้าจะช่วย” มินอาส่งยิ้มมาให้กำลังใจ

“ขอ บุคณฮะ! งั้นแจจุงจะไปสั่งให้เขาคัดองุ่นที่ดีแยกเอาไว้นะ แล้วก็หาที่เก็บเสียใหม่ อืม...แจจุงจะลงมือทำแยมองุ่นก่อนดีกว่า เอ....หรือจะทำองุ่นอบแห้งไปด้วยเลยก็ได้นะเพราะเรามีเตาอบอันใหญ่อยู่แล้ว พอทำองุ่นอบแห้งเสร็จเราค่อยทำคุกกี้เอาไว้ขายก็ได้เน๊อะ” แจจุงพูดความคิดของเขาให้ป้ามินอาฟัง
“หุหุ...” มินอายิ้มขึ้นกับท่าทางกระตือรือร้นของร่างบาง
“ป้ามินอาหัวเราะอะไรฮะ” แจจุงถามขึ้นมาอย่างสงสัย หรือความคิดของเขามันตลกงั้นเหรอ
“ป้าดีใจนะคะ ที่คุณแจจุงอยากช่วยไร่ของเราขนาดนี้” มินอาเอ่ยบอก
“แจจุงแค่อยากช่วยคุณยุนโฮน่ะฮะ”
“พ่อเลี้ยงคงดีใจนะคะ”
“หรือจะดุแจจุงสิไม่ว่า เรื่องที่ทำอะไรไม่ปรึกษาก่อน” แจจุงหน้าจ๋อยลงเล็กน้อย เขาคิดจะทำก็ทำเลยไม่ได้บอกคุณยุนโฮสักนิด
“พ่อเลี้ยงไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ เชื่อป้าสิ...”


“คยู ช่วยเอาเช็คใบนี้ไปขึ้นเงินที่ธนาคารนะ แล้วก็เอาเงินที่ได้มาซื้อของ” แจจุงจดรายการซื้อของที่ต้องใช้มาให้พร้อมกับเช็คเงินสดที่แนบมาด้วย
“เช็คใบนี้...” คยูมองเช็คเงินสดในมืออย่างแปลกใจ มันไม่ใช่ชื่อบัญชีของพ่อเลี้ยงที่เขาเคยไปจัดการนี่นา
“นี่ เป็นเช็คเงินสดที่คุณแม่ของแจจุงให้เอาไว้เป็นของขวัญวันแต่งงาน แจจุงเก็บเอาไว้ใช้ยามจำเป็นน่ะ คยูรีบเอาไปขึ้นเงินเถอะ เราต้องซื้อวัตถุดิบนอกเหนือจากองุ่นในไร่” แจจุงสบตาคยูไปอย่างสื่อความหมาย
“ทำไมไม่เอาเงินในบัญชีของไร่ไปใช้ล่ะครับ” คยูถามขึ้นมาอย่างแปลกใจ
“อื้อ... ไม่เอาด้วยหรอก เรื่องนี้แจจุงเป็นคนคิดจะทำเอง ก็ต้องเอาเงินของแจจุงเองสิ อีกอย่างไร่เราเสียหายไปมาก คงต้องใช้เงินเพื่อบำรุงและจัดการอีกตั้งหลายอย่าง เอาเงินนี่ไปใช้นั่นล่ะดีแล้ว คยูรีบไปเถอะจะได้กลับมาทำงานต่อ ฝากด้วยนะ...” แจจุงพูดขึ้นมาเบาๆ
“ครับนายหญิง ผมจะรีบกลับมา” คยูพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะขับรถออกไปในเมือง




“ทำอะไรกัน!!” ยุนโฮถามขึ้นเมื่อกลับมาถึงไร่ สายตาคมจ้องมองพวกคนงานบางคนที่นั่งคัดผลองุ่นออกมาใส่กระสอบเอาไว้ต่างหาก
“ฉันบอกให้ทิ้งไปไม่ใช่เหรอ?!!” ยุนโฮถามขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ
“คือพวกเรา...”
“แจจุงเองฮะ แจจุงให้พวกเขาคัดองุ่นเอาไว้น่ะ” ร่างบางรีบเดินมาหายุนโฮ
“คัดเอาไว้ทำไม” ยนโฮหันมาถามอย่างสงสัย
“เอ่อ... คุณยุนโฮมาคุยกับแจจุงทางนี้ดีกว่านะ” มือเรียวคว้าแขนแกร่งแล้วพาออกมาคุยกันอีกด้าน เขาไม่อยากให้พวกคนงานเห็นถ้าเกิดว่าเขาถูกยุนโฮดุเขาเรื่องทำอะไรไม่บอกกัน ก่อน

“แจจุงให้คัดองุ่นที่ดีเอาไว้เพื่อแปรรูปนะฮะ แจจุงเห็นว่าองุ่นบางพวงมันยังใช้ได้อยู่ ก็เลยคิดว่าจะเอามาทำอย่างอื่น”
“ทำอะไร” ยุนโฮถามขึ้นมาอีกครั้ง คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย
“เอามาทำแยม องุ่นอบแห้ง แล้วก็คุกกี้ฮะ”
“แล้วใครจะทำ” สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยอย่างไม่เข้าใจ
“แจจุงเองฮะ แจจุงจะทำเอง” ร่างบางพูดขึ้นอย่างขันแข็ง
“แจจุงทำเป็นเหรอครับ” ยุนโฮถามขึ้นอย่างไม่มั่นใจ
“ทำเป็นฮะ คือ...แจจุงจะให้ป้ามินอาสอน แล้วแจจุงก็จะลงมือทำเองทุกอย่าง”

“แต่ มันเหนื่อยนะ”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ถึงเขาจะไม่เคยทำอะไรพวกนี้ก็เถอะ แต่ร่างบางที่ไม่เคยหยิบจับอะไรมาก่อนจะมาทำงานอย่างนี้มันก็ดูหนักไปสำหรับ แจจุงเหมือนกัน

“แจจุงไม่กลัวหรอกนะ!! แจจุงจะทำ...แจจุงอยากช่วย!! เอ่อ..ขอโทษที่แจจุงไม่ได้ปรึกษาคุณยุนโฮก่อน แจจุงคิดแล้วก็ทำเลยทั้งที่น่าจะถามน่าจะบอกก่อน แต่ก็...”

คำอธิบายกลืนหายไปในลำคอเมื่อร่างของตัวเองถูกยุนโฮดึงเข้าไปกอด

“คุณยุนโฮ...” แจจุงตกใจไม่น้อยกับการกระทำของร่างสูงแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

มือ หนาที่กอดเขาเอาไว้แน่นมันเหมือนมีอะไรบางอย่างแฝงอยู่ในนั่น และใบหน้าคมที่ซบอยู่ตรงบ่าเล็กของเขาอีกล่ะ มันไม่ใช่แค่การโอบกอดที่ธรรมดาๆเหมือนครั้งก่อน แต่การกอดในตอนนี้มันเหมือนกับว่า ...คุณยุนโฮกำลังหาที่พึ่งทางใจอย่างนั้นล่ะ... ร่างบางยืนนิ่งให้ยุนโฮกอดเขาเอาไว้ โดยไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำ

“คุณยุนโฮโกรธแจจุงรึเปล่า” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นมาเบาๆ มือเรียวยกขึ้นมาลูบหลังกว้างของยุนโฮไปเล็กน้อย
“ไม่...” เสียงทุ้มเอ่ยออกมา

เขา รู้สึกตื้นตันต่างหาก คาดไม่ถึงกับสิ่งที่แจจุงคิดจะช่วย และไม่คาดคิดมาก่อนว่าร่างบางอยากจะช่วยเขาถึงขนาดนี้ ทั้งดีใจ ปลื้มใจและตื้นตันกับสิ่งที่แจจุงคิดจะทำเพื่อไร่ของเขา

“แจจุงแค่อยากช่วย...ให้แจจุงช่วยนะ” ร่างบางผละออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยบอก ตาสีนิลสบกับสายตาคมอย่างสื่อความมหาย
“อืม...” ยุนโฮยิ้มรับไปเบาๆ
“แจ จุงจะทำให้ดีที่สุดเลยฮะ” ร่างบางยิ้มกว้างขึ้นกับคำอนุญาตเบาๆที่ยุนโฮเอ่ยบอก ความตั้งใจของเขาที่คุณยุนโฮยอมรับ เขาจะทำให้ดีที่สุด


....


“ทำไมยังไม่นอนอีกล่ะครับ” ยุนโฮถามร่างบางที่นั่งอยู่บนพื้นห้องนอนพร้อมกองเอกสารมากมายและโน๊ตบุ้คที่ยังเปิดใช้งานอยู่
“แจ จุงยังไม่ง่วงฮะ แจจุงนั่งร่างว่าจะทำอะไรยังไงบ้าง คือเมื่อตอนเย็นแจจุงโทรไปปรึกษาคุณจุนซูมา แล้วคุณจุนซูก็แนะนำให้แจจุงร่างโครงการและการทำงานทั้งหมดเอาไว้เพื่อจะได้ คำนวณหาผลกำไรและต้นทุนค่าใช่จ่ายด้วยล่ะ นี่แจจุงก็ว่าจะนั่งทำให้เสร็จก่อนฮะ” ร่างบางเงยหน้าขึ้นมาบอก น้ำเสียงของแจจุงดูจริงจังและตั้งใจมากเหลือเกิน
“ขอบคุณนะ” ยุนโฮนั่งลงข้างๆ
“เรื่องอะไรฮะ” แจจุงหันมาถามไปอย่างสงสัย
“เรื่อง ที่อยากจะช่วย...เรื่องที่แจจุงคิดจะทำ ผมไม่มีหัวที่จะคิดเรื่องแบบนี้หรอกนะ เพราะไม่เคยทำมาก่อนและก็ไม่ได้คิดจะทำด้วย หึม...ผมก็แค่ชาวไร่ธรรดาๆทำได้แค่ดูแลไร่แล้วก็ทำไวน์ตามที่คุณปู่ได้สอน เอาไว้แค่นั้น” สายตาคมของร่างสูงที่ดูเศร้าลงและน้ำเสียงที่ดูอ่อนล้าเหลือเกิน
“ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น...” มือเรียวจับมือหนาของยุนโฮเอาไว้อย่างให้กำลังใจ
“ผม ก็หวังว่าอย่างนั้น” ยุนโฮหันมามองใบหน้าของแจจุงไปอย่างหวั่นๆ เขาเริ่มกลัว...กลัวกับเรื่องที่ได้คุยกับคุณซีวอน กลัวว่าจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับไร่ของเขาอีก



.....


“แจจุงเป็นยังไงบ้างลูก หายไปเลยนะเรา” เสียงแม่เอ่ยทักร่างบางที่อยู่ปลายสาย
“ขอโทษนะฮะที่ไม่ได้โทรไปหาแม่เลย คือตอนนี้แจจุงกำลังยุ่งๆเรื่องที่ไร่อยู่นะฮะ” ร่างบางเอ่ยบอกออกไป
“ที่ไร่เสียหายเยอะมั้ย” เธอพอจะรู้ข่าวมาบ้างแต่ก็ไม่ทราบรายละเอียดนัก
“ก็ พอสมควรฮะ เสียหายไปเกือบครึ่งไร่ ตอนนี้แจจุงก็ช่วยคุณยุนโฮได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นล่ะ อ้อ..แม่ฮะตอนนี้แจจุงกำลังทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับองุ่นขายอยู่นะ แจจุงทำไปส่งขายในเมืองและในตลาดบ้างแล้ว และกำลังคิดว่าจะเอาเข้าไปขายในโซลอยู่เหมือนกัน” แจจุงพูดขึ้นกับความหวังเล็กๆของเขา
“ก็ดี...เอามาให้แม่ชิมบ้างสิ ว่าลูกแม่ทำอร่อยขนาดไหน” แจอินเอ่ยขึ้น
“ได้ฮะ อ้อ...แม่สบายดีรึเปล่า แจจุงมัวแต่พูดเรื่องของตัวเองจนลืมถามแม่ไปเลยอ่ะ”
“ช่วงนี้แม่ยุ่งเรื่องการออกร้านของทางสมาคมน่ะลูก วุ่นวายเหลือเกิน” แจอินบ่นขึ้นเบาๆ
“ออกร้านหรือฮะ?” แจจุงถามขึ้นอย่างสนใจ
“ใช่จ๊ะ พอดีทางสมาคมครบรอบ 10 ปี แม่เลยจัดงานออกร้านขายสินค้าหาเงินรายได้ส่วนหนึ่งไปช่วยเด็กกำพร้านะลูก”

“ออก ร้าน! เอ่อ...แม่ฮะ แม่ช่วยจองบูธให้แจจุงด้วยได้มั้ยฮะ แจจุงอยากจะเอาสินค้าที่ไร่ไปขายน่ะ” ร่างบางยิ้มขึ้นกับความคิดที่ผุดขึ้นในหัว
“แต่แจจุงไม่เคยทำงานแบบนี้เลยนะ” แจอินถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“แจจุงอยากทำฮะ ถ้าลองเปิดบูธขายของจากที่ไร่คงจะช่วยหาเงินเข้าไร่ได้บ้างล่ะ” แจจุงพูดขึ้นอย่างมั่นใจ
“จ๊ะ งั้นแม่จะหาบูธให้ก็แล้วกัน งานจะเริ่มอาทิตย์หน้าแล้วนะ”
“งั้นแจจุงจะไปโซลอาทิตย์หน้าฮะ จะเอาผลิตภัณฑ์ที่ไร่ไปขายและจะเอาไปให้ชิมด้วย ดูสิว่าฝีมือของแจจุงเข้าขั้นรึเปล่า”
“โอเค งั้นอาทิตย์หน้าเราเจอกันนะลูก” แจอินยิ้มขึ้นเมื่อเธอจะได้พบกับลูกชายอีกครั้ง
“ขอบ คุณมากนะฮะแม่” แจจุงยิ้มกว้างขึ้นอย่างมีความหวัง อย่างน้อยนี่ก็เป็นหนทางหนหนึ่งที่เขาจะหาเงินเข้าไร่ได้หลังจากที่ต้องสูญ เสียผลผลิตที่กำลังงอกงามไป


“จะไปกี่วันครับ” ยุนโฮหันมาถามร่างบางที่นั่งจัดกระเป๋าเดินทางและเตรียมเอกสารที่จะแจกในงานเพื่อโปรโมทสินค้าของไร่
“ก็ สัก 2-3 วันล่ะฮะ แจจุงจะขนเอาแยม คุกกี้และก็องุ่นอบแห้งไปขายด้วย อ้อ..ไวน์ของคุณยุนโฮด้วยนะ แจจุงว่าต้องขายดีแน่ๆเลย” ร่างบางหันมายิ้มให้ ก็ขนาดไปฝากขายในเมืองยังขายได้ดีเลย นี่เข้าไปขายเองถึงในโซลก็คงจะขายดีไม่แพ้กัน

ยุนโฮมองใบหน้าสวยที่ฉายแววมุ่งมั่นอย่างเห็นได้ชัด เขารู้สึกภูมิใจจริงๆกับความตั้งใจและความพยายามของแจจุง

“มองแจจุงอย่างนั้นทำไมล่ะ” แจจุงถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“เปล่าไม่มีอะไร” ยุนโฮยิ้มขึ้นก่อนจะขอตัวไปเคลียร์เอกสารของทางไร่ที่ห้องทำงาน


“ตี 2 แล้วทำไมคุณยุนโฮยังไม่เข้ามานอนอีกนะ” ร่างบางนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียง เขาหลับไปได้สักพักแล้วและตื่นขึ้นมากลางดึก แต่ก็ยังไม่เห็นคุณยุนโฮจะมานอนด้วยกันเหมือนอย่างเคย ว่าแล้วขาเรียวก็ก้าวลงจากที่นอนแล้วเดินไปหาร่างสูงทันที

“คุณยุ นโฮ...” แจจุงมองหลังหว้างที่นั่งอยู่ตรงระเบียง ร่างสูงนั่งมองไร่องุ่นของตัวเองอย่างใช้ความคิดโดยไม่รู้ว่ามีใครบางคน กำลังก้าวเดินมาหา

“ทำไมยังไม่นอนล่ะฮะ” ร่างบางก้าวมายืนอยู่ข้างๆ
“ผม...นอนไม่หลับน่ะ เลยมานั่งคิดอะไรเพลินๆอยู่ที่ระเบียง” ยุนโฮหันมาบอก
“แต่มันดึกมากแล้วนะ” ตาสีนิลลอบมองใบหน้าคมที่ดูเครียดจนน่าเป็นห่วง
“แจจุงตื่นมาทำไมล่ะครับ”
“ก็...แจจุงยังไม่เห็นคุณยุนโฮเข้านอนก็เลยเดินออกมาหา”
“แจ จุงเข้าไปนอนต่อเถอะนะ ผมนั่งเล่นตรงนี้อีกสักพักแล้วก็จะเข้าไปนอนเหมือนกัน” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาเบาๆ สายตาคมยังจ้องมองไร่กว้างยามค่ำคืนของเขาอย่างใช้ความคิด

“หมับ!!...” มือเรียวกอดคอร่างสูงเอาไว้จนสายตาคมหันมามองร่างบางอย่างแปลกใจ ใบหน้าสวยแนบอยู่ข้างแก้มกร้านของเขา

“แจจุงรู้ว่าคุณยุนโฮเหนื่อย...เหนื่อยใช่มั้ย” เสียงหวานกระซิบอยู่ข้างหู มือเรียวที่กอดคอร่างสูงเอาไว้โอบกระชับแน่นเข้าไปอีก
“ฮึม...” ยุนโฮยกยิ้มขึ้นมา แต่ไม่ตอบอะไร

“อย่าท้อนะ...แจจุงจะอยู่ข้างๆเอง...” เสียงหวานกระซิบเบาๆข้างหู แค่คำพูดเล็กๆแต่ให้พลังมหาศาล

ยุ นโฮหันมาสบตากับแจจุงไปอีกครั้ง มือหนายกขึ้นมาจับมือเรียวเอาไว้ สัมผัสที่ยังโอบกอดเขาเอาไว้มันแปรเปลี่ยนเป็นพลังที่ดีสำหรับการก้าวเดิน เต่อไป

ไม่ว่าจะเจออะไร...เขาก็พร้อมจะเผชิญหน้ากับมัน




“แจ จุงไปก่อนนะฮะ คุณยุนโฮกินข้าวให้ตรงเวลานะ อ้อ...อย่านอนดึกด้วยนะฮะ แล้วก็ห้ามทำงานหนักด้วยนะ!” ร่างบางสั่งยุนโฮเสียยกใหญ่ก่อนจะขึ้นรถไปยังโซล เพื่อนำผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นไปขายในงานของสมาคม
“ครับนายหญิง ผมจะปฏิบัติตามที่นายหญิงสั่งอย่างเคร่งครัดเลยนะ” ยุนโฮพูดขึ้นพร้อมกับจับมือเรียวเอาไว้
“ดูแลตัวเองด้วยนะฮะ แจจุงไปแค่ 3 วันเดี๋ยวก็กลับแล้ว” ร่างบางส่งยิ้มมาให้ก่อนจะขึ้นรถไป
“ตั้ง 3 วันเชียวนะ” เสียงทุ้มพึมพำขึ้นมาเบาๆ เขาจะไม่เจอร่างบางตั้ง 3 วัน รู้สึกแปลกๆยังไงก็ไม่รู้สิ


........


~*~ My Beloved ~*~



“เรื่องไร่ของแกเป็นยังไงบ้าง” ยูชอนถามขึ้นเมื่อเขาขับรถมาหาร่างสูงถึงที่ไร่
“ก็เรื่อยๆ ตอนนี้ต้องดูแลองุ่นที่เหลือให้ดีที่สุด” ยุนโฮหันมาบอกด้วยสายตาที่จริงจัง
“แย่หน่อยนะ” ยูชอนตบบ่าของยุนโฮไปเบาๆอย่างให้กำลังใจ
“อื้ม... แต่มันก็ไม่แย่มากหรอกนะ” ที่ไม่แย่...เพราะเขาได้รู้ถึงความจริงใจของใครบางคนที่คิดจะช่วย คนตัวเล็กที่พยายามเป็นอย่างมากที่จะช่วยไร่ของเขาให้ฟื้นตัวขึ้นมา ถึงแจจุงจะบอกว่าแจจุงช่วยได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่แจจุงจะรู้บ้างรึเปล่าว่าสิ่งที่เรียว่า “แค่นี้”สำหรับแจจุง แต่สำหรับเขาแล้วมันมากมายจนเขาไม่รู้ว่าจะตอบแทนร่างบางได้ยังไง

“ท่า ทางอีซังยูนคงจะกัดไม่ปล่อยแน่” ยูชอนพูดขึ้น เขาได้ข่าวมาว่าอีซังยูนมาหาซีวอนและมาขอซื้อที่อีกครั้งหลังจากรู้ข่าว เรื่องไร่องุ่นที่เสียหาย
“คงงั้น” ยุนโฮพูดขึ้นมาเบาๆ
“แกก็ระวังตัวด้วยล่ะ ทางโน้นเขาจะมาไม้ไหนอีกเราก็ไม่รู้ ระวังตัวเองไว้ก่อนน่ะดีแล้ว” ยูชอนเตือนขึ้นมาอีกครั้ง
“ขอบใจนะ...” ยุนโฮมองไร่กว้างของเขาอย่างใช้ความคิด

.
.
.

“สวัสดีครับพ่อเลี้ยง” ร่างโปร่งเดินมาทักทายยุนโฮอีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มที่ยุนโฮไม่ชอบเลยสักนิด
“คุณมาที่นี่อีกทำไม” ยุนโฮถามขึ้นทันที
“พอ ดีผมได้ข่าวว่าไร่ของพ่อเลี้ยงเสียหายมากหลังจากที่ถูกแมลงลงฝูงใหญ่ ว้า...น่าเสียดายผลผลิตนะ เห็นเขาว่ากันว่ามันกำลังงอกงามเลยล่ะ หึหึ...” อีซังยูนยิ้มขึ้นอย่างมีเสศนัย
“แต่มันก็ไม่ได้แย่อะไรนี่ครับ” ยุนโฮจ้องหน้าอีซังยูนอย่างไม่พอใจนัก
“เสีย หายมากขนาดนั้น เงินที่สูญไปมันก็ไม่ใช่น้อยๆ พ่อเลี้ยงว่าถ้าทำไร่ต่อมันจะคุ้มเหรอ?...มันเหมือนกับการเริ่มต้นนับหนึ่ง ใหม่เลยนะ”
“ถึงจะนับหนึ่งใหม่ผมก็พร้อมจะทำต่อ!”ยุนโฮพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แต่ผมว่ามันไม่คุ้มนะพ่อเลี้ยง ผมว่าขายมันไปซะเถอะ เงินมากมายขนาดนั้นหาไม่ได้ง่ายๆหรอกนะ” อีซังยูนเสนอที่จะซื้อไร่อีกครั้ง
“ผมยืนยันคำเดิม...ผมไม่ขาย!!” ยุนโฮจ้องหน้าร่างโปร่งไปอย่างจริงจัง แววตาคมที่ดูน่ากลัวและนิ่งเฉยทำให้อีซังยูนไม่ค่อยพ่อใจนัก
“ฮึม...แล้วแกจะต้องกลืนน้ำลายตัวเอง!!” ร่างโปร่งเอ่ยบอกก่อนจะกลับไปอย่างหัวเสีย

“เราคงต้องระวังให้มากกว่านี้สินะ...” เสียงทุ้มพึมพำเบาๆพร้อมกับสายตาคมที่จ้องมองไร่กว้างของเขา



.......



“เชิญชิมก่อนได้นะฮะ องุ่นของไร่ชองปลอดสารพิษ แล้วผลิตภัณฑ์ที่ทำจากองุ่นของไร่ชองก็สะอาดถูกหลักอนามัยทุกอย่าง”

เสียง หวานของชายร่างบางเอ่ยบอกผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาภายในงานครบรอบ 10 ปีของทางสมาคม มือเรียวแจกโบรชัวร์โปรโมทผลิตภัณฑ์ของตัวเองและไร่ชองที่น่าไปเยี่ยมชมให้ ผู้ที่สนใจด้วยรอยยิ้ม

“เป็นยังไง เหนื่อยมั้ยลูก” แจอินเดินมาทักทายลูกชายที่ยังทำหน้าที่ของตัวเองอย่างขันแข็ง
“ไม่ เหนื่อยเลยฮะแม่ แค่เห็นคนมาซื้อของที่บูธกันเยอะแยะขนาดนี้ก็หายเหนื่อยแล้วล่ะ” ร่างบางพูดขึ้นอย่างดีใจ วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่เขามาขายของ หลายคนให้ความสนใจและต่างมาซื้อของจากทางไร่กันมากจนน่าดีใจ
“สู้ๆเขานะลูก” แจอินให้กำลังใจก่อนจะไปตรวจดูความเรียบร้อยของงานอีกครั้ง
“ขอบคุณฮะแม่...” แจจุงยิ้มกว้างขึ้นก่อนจะมาทำหน้าที่ของตัวเองไปด้วยรอยยิ้ม


“นั่น แฟนเก่าท็อปนี่นา...” เสียงหญิงสาวที่เดินควงคู่มากับซึงฮยอนชี้ให้ดูร่างบางก้มหน้าก้มตาขาย ของอยู่ที่บูธที่เขียนว่า...ไร่ชอง...
“หึม...เข้าไปทักทายสักหน่อยก็คงดี” ซึงฮยอนยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะสาวเท้าไปหาร่างบาง

“เชิญ รับด้วยครับ ลองชิมคุกกี้องุ่นก่อนก็ได้นะ... เอ๊ะ...” แจจุงชะงักไปเล้กน้อยเมื่อเห็นชายร่างโปร่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับหญิง สาวคนเดิมที่เขาจำได้ดี และรอยยิ้มเหยียดที่ผุดขึ้นมาจากมุมปากของชายคนนั้น

“หึ ม...ไม่ยักรู้ว่าคุณหนูคิมแจจุงตกอับขนาดต้องมาต่างหน้าขายของอยู่ที่นี่ หึหึ...” เสียงของร่างโปร่งพูดขึ้นอย่างเหยียดๆ สายตาของเขาจ้องมองแจจุงตั้งแต่หัวจรดเท้า

“เชิญชิมก่อนได้นะฮะ...” แจจุงสูดหายใจเข้าลึกๆ ในใจพยายามคิดว่าอย่าไปใส่ใจสองคนนั้น ร่างบางหันมาทักทายคนที่เดินผ่านไปผ่านมาราวกับว่าชายหญิงสองคนนั้นเป็นธาตุ อากาศ

“แต่งงานไปแล้วไม่ใช่เหรอ? หรือไอ้หนุ่มบ้านนอกนั่นมันไม่มีปัญญาเลี้ยงถึงได้ต้องมาทำงานงกๆแบบนี้ หึม...น่าสังเวชสิ้นดี!!” คำพูดถากถางเอ่ยออกมาอีกครั้งซึ่งก็เรียกให้สายตาของร่างบางหันมาตวัดมองได้ ดี

“ยังไงมันก็เป็นงานสุจริจที่น่าภูมิใจมากกว่าพวกที่เกาะพ่อแม่กิน และก็เดินลอยชายไปวันๆก็แล้วกัน!!” เสียงหวานเอ่ยออกอย่างสุดจะทน เขาอุส่าอดทนจนถึงที่สุดแล้วแต่ก็ทำไม่ได้

“ปากเก่งขึ้นเยอะเลยนี่ หึหึ...คิมแจจุงคนใหม่อย่างนั้นเหรอ” ซึงฮยอนแปลกใจไม่น้อยกับคำพูดของร่างบาง
“ช่วยหลีกไปด้วย! ผมจะทำงาน...” แจจุงบอกอย่างสุภาพ เขาไม่อยากต่อปากต่อคำกับคนๆนี้อีกแล้ว
“ขายไอ้นี่อะนะมันไม่ได้เงินเยอะหรอก...” ซึงฮยอนหยิบคุกกี้ในมือของแจจุงขึ้นมาดู

“ถ้าตกอับมากนัก....ฉันว่าร่ายกายของนายมันน่าขายมากกว่าตั้งเยอะ ฮ่าฮ่า...” ซึงฮยอนหัวเราะเยาะร่างบางอีกครั้ง

“ตุ๊บ!!!...แก!!” แต่ไม่นานเขาก็ลงไปกองกับพื้นเพราะหมัดหนักของใครบางคน ซึงฮยอนมองหน้าร่างสูงที่ต่อยเขาอย่างอาฆาต

“เก็บปากของคุณเอาไว้ดูถูกตัวเองดีกว่านะ!!” เสียทุ้มที่น่ากลัวเอ่ยบอกก่อนที่ร่างสูงจะเข้าไปต่อยซึงอยอนอีกครั้ง
“คุณยุนโฮอย่า!!...” แจจุงห้ามร่างสูงเอาไว้จนยุนโฮแปลกใจ
“แก...” ซึงฮยอนจะลุกขึ้นมาต่อยร่างสูงแต่ก็ถูกเสียงหวานห้ามเอาไว้
“หยุดนะ!!” แจจุงก้าวมายืนคั่นกลางระหว่างซึงฮยอกและยุนโฮ

“อ้อ...นี่สินะ ไอ้หนุ่มบ้านนอกคนนั้น ไหนว่าเป็นพ่อเลี้ยงไง แค่นี้ก็ไม่มีปัญญาเลี้ยงแล้วเหรอ? หึหึ...น่าสมเพชจริงๆ”

“ตุ๊บ!!” ซึงฮยอนโดนหมัดเล็กของแจจุงต่อยเข้าไปเต็มปากจนหน้าหัน

“หยุด ดูถูกคนอื่นได้แล้ว!! เราไม่มีอะไรต่อกันอีกแล้ว เลิกดูถูกคนอื่นเสียที!! นายน่ะไม่มีค่าพอที่จะมาดูถูกความสามารถของคนอื่นหรอกนะ!!”

แจจุงพูดขึ้นอย่างเหลืออด ตาสีนิลจ้องมองซึงฮยอนไปอย่างไม่พอใจ

“ก่อนจะดูถูกคนอื่นหัดดูตัวเองบ้างเถอะ....นายมันไร้ค่า!!...อย่ามายุ่งกับฉันอีก!! กลับไปซะ!!”

มือ เรียวทั้งสองยกขึ้นมาผลักอกของซึงอยอนไปเต็มแรงจนร่างโปร่งถึงกับเซถอยหลัง ไป ซึงฮยอนมองหน้าแจจุงอย่างแปลกใจกับท่าทางและคำพูดของร่างบาง

“เลิกยุ่งกับฉันซะที!!...” แจจุงเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงและสายตาที่จริงจัง

“ท็อป... กลับเถอะ...” เสียงของหญิงสาวพูดขึ้น มือเล็กจของเธอคว้าแขนของซึงฮยอนเข้าก่อนจะลากร่างโปร่งให้เดินออกไปด้วยกัน เมื่อเห็นว่ามีสายตาของผู้ร่วมงานหันมามองพวกเขากันเป็นตาเดียว น่าอายชะมัด



สองคนนั้นกลับไปแล้ว ร่างบางหันมาขอโทษขอโพยคนที่เดินผ่านไปผ่านมารวมถึงแม่ของเขาเสียยกใหญ่

“แจ จุงขอโทษ... แจจุงขออยู่คนเดียวสักพักนะฮะ” ร่างบางแปลกใจไม่น้อยที่เห็นยุนโฮมาที่นี่ แต่ตอนนี้เขาขอเวลาอยู่กับตัวเองสักพักก่อนได้มั้ย ขาเรียวรีบเดินออกจากงานไปทันที
“ปล่อยแจจุงไปก่อนเถอะยุนโฮ” แจอินหันมาบอกร่างสูงที่มองตามหลังบางไปอย่างเป็นห่วง



แจ จุงเดินคิดอะไรมาเรื่อยๆ ร่างบางเลือกที่จะนั่งคิดอะไรอยู่คนเดียวที่ม้านั่งตัวยาวหน้าสระน้ำที่อยู่ ไม่ไกล ความคิดของเขากำลังแล่นไปมาเหมือนฟิล์มหนังที่ฉายวนไปวนมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพของซึงฮยอนตั้งแต่ที่รู้จักกัน คำหวานๆที่ซึงฮยอนเคยบอก รอยยิ้มที่เขาเคยได้รับ หรือคำบางคำที่กรีดแทงหัวใจของเขาในวันที่พบกับเหตุการณ์ครั้งนั้น และประโยคเมื่อครู่ที่ร่างโปร่งได้ดูถูกเขาอีกครั้ง การกระทำและคำพูดที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ายิ่งคิดน้ำตาก็พาลจะไหลลงมาให้ ได้

แต่ในทางกลับกันก็ยังมีคำพูดของใครบางคนที่ดังก้องอยู่ในหัว รอยยิ้มที่แสนอบอุ่น มือหนาที่คอยโอบกอดให้กำลังใจเขาเสมอ เสียงหัวเราะและเสียงทุ้มที่เพราะจับใจ ภาพของใครบางคนที่ค่อยๆเด่นชัดเข้ามาในห้วงความคิดของเขาอีกคน....

“มาอยู่ที่นี่เอง...” เสียงทุ้มเอ่ยทักร่างบางที่นั่งใจลอยอยู่คนเดียว
“เอ่อ...” แจจุงรีบเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างลวกๆ ยุนโฮเดินมานั่งยองๆลงตรงหน้า ร่างสูงจับมือเรียวเอาไว้พร้อมกับสายตาคมที่จ้องมองใบหน้าสวยอย่างเป็นห่วง
“คุณยุนโฮมาได้ยังไง” เสียงหวานถามชายตรงหน้าขึ้นมาอย่างแปลกใจ
“ผม...มารับแจจุงน่ะ” ยุนโฮเอ่ยบอกเหตุผลของเขา แต่มันก็ยังไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่เขามาที่นี่หรอกนะ
“ขอบคุณนะฮะ...ที่ปกป้อง” แจจุงพูดขึ้นเมื่อนึกถึงหมัดหนักของยุนโฮที่ชกซึงฮยอนไปเต็มแรงเพียงพราะคำพูดจาที่ดูถูกเขา
“มันน่าฆ่าให้ตายนัก! แจจุงไม่น่าห้ามผมเอาไว้เลยนะ!” สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยอย่างไม่เข้าใจ
“หึหึ...ฆ่าเขา คุณยุนโฮก็ติดคุกนะสิ” แจจุงอมยิ้มบางๆขึ้นตาสีนิลจ้องมองร่างสูงอย่างขอบคุณ

“ร้องไห้เหรอ?” ข้อนิ้วยาวเกลี่ยน้ำใสๆตรงหางตาออก
“เปล่าสักหน่อย แค่...ผงมันเข้าตาน่ะ” แจจุงบอกปัดไป แต่ความอ่อนโยนของร่างสูงกำลังจะทำให้เขาร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้ง
“โกหก...” ยุนโฮยิ้มขึ้น มือหนายกขึ้นมาลูบผมสีทองไปเบาๆ

“ดู นี่สิ...แจจุงต่อยเขาด้วยล่ะ หึหึ...ไม่คิดว่าตัวเองจะทำอะไรแบบนี้เลยนะ” ร่างบางกำหมัดของตัวเองขึ้นมาให้ยุนโฮดู ข้อนิ้วทั้งสี่ที่แดงขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บที่ยังคงอยู่

“แต่มันเจ็บชะมัดเลยฮะ เพิ่งรู้นะว่าการต่อยคนมันก็เจ็บหน้าดูเหมือนกัน” แจจุงยิ้มขึ้นทั้งน้ำตา

“แจจุงทำได้แล้ว...แจจุงลืมเขาได้แล้วนะ...ฮึก...” เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาอย่างสั่นเครือและน้ำใสๆที่เอ่อล้นขึ้นมายังขอบตาของตัวเอง

“แจจุงทำได้แล้วนะ...ฮือ...” ร่างบางโผเข้ามากอดยุนโฮเอาไว้ ใบหน้าสวยที่ซบหน้าร้องไห้ลงกับอกแกร่ง

“แจจุงเก่งมากเลยนะ แจจุงเข้มแข็งขึ้นตั้งเยอะเลยรู้มั้ย” ยุนโฮโอบกอดร่างบางเอาไว้ มือหนาลูบผมสีทองของแจจุงไปเบาๆ
“แต่ก็ยังร้องไห้อยู่ดี...” เสียงหวานดังอู้อี้ขึ้นมา

“น้ำตา ของแจจุง...ให้มันไหลแค่วันนี้ได้มั้ย น้ำตาหยดสุดท้ายที่จะร้องไห้ให้กับเขา ขอให้มันสิ้นสุดแค่ในวันนี้นะ” ยุนโฮพูดขึ้นมา สายตาคมก้มมองร่างบางที่พยักหน้ารับไปแต่ก็ยังร้องไห้ไม่หยุด

“หลังจากนี้...ถ้าจะมีน้ำตา...ก็ขอให้เป็นน้ำตาเพื่อผมได้มั้ย
รอยยิ้ม...ก็ขอให้เป็นรอยยิ้มที่เกิดขึ้นเพื่อผมได้รึเปล่า
ค่อยๆ รักผม...แต่รักนานๆได้มั้ย”

ยุนโฮจูบลงที่ผมสีทองหลังจากพูดจบ มือหนายังคงกอดร่างบางเอาไว้แน่น

“ขอบ คุณนะ” แจจุงเงยหน้าขึ้นมาบอก มือเรียวทั้งสองทาบลงบนแก้มกร้านของยุนโฮ พร้อมกับสายตาของตัวเองที่สบสายตาคมของยุนโฮไปอย่างสื่อความหมาย หัวใจของเขามันมีความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้นขึ้นมา ความรู้สึกที่บรรยายไม่ได้แต่รับรู้ได้ด้วยหัวใจ

ต่างฝ่ายต่างจ้อง มองกันและกัน นิ้วยาวเกลี่ยน้ำตาข้างแก้มออก ใบหน้าสวยแดงขึ้นเพราะการร้องไห้แต่มันไม่ได้ลดความน่ามองลงไปสักนิด ปากหยักส่งยิ้มบางๆมาให้ ใบหน้าคมเลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้าของแจจุงมากขึ้นๆ

ริม ฝีปากของร่างสูงกดจูบลงบนหน้าผากมนไปเบาๆ จมูกโด่งของร่างสูงคลอเลียจมูกรั้นของแจจุงไปอย่างออดอ้อน สายตาคมยังจ้องมองสบตากับดวงตาคู่สวยอีกครั้ง ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะเลื่อนมาทาบลงบนเรียวปากอิ่มไปเบาๆ ยุนโฮกดจูบลงบนเรียวปากของแจจุงหนักขึ้นแต่แฝงเอาไว้ด้วยความนุ่มนวล มือหนาประคองใบหน้าสวยให้รับกับรสจูบที่เขาจงใจมอบให้ จูบที่อ่อนโยนและเหมือนจะปลอบประโลมความรู้สึกของร่างบางให้ดีขึ้น

ริม ฝีปากของร่างสูงค่อยๆคลอเคลียและเล็มกลีบปากอิ่มไปช้าๆ จูบรสหวานที่ค่อยๆส่งผ่านให้กันและกันได้ลิ้มรส เรียวลิ้นอุ่นลากไล้ริมฝีปากอิ่มเบาๆ ก่อนจะสอดเข้าไปลิ้มรสหวานในโพรงปากเล็ก มือเรียวเกาะแขนของยุนโฮเอาไว้แน่นเมื่อจูบที่ล้ำลึกและอ่อนโยนถูกส่งมาให้ เรียวลิ้นของตนเองค่อยๆตอบรับสัมผัสของร่างสูงไปช้าๆไปด้วยความเต็มใจ

จูบ ที่เนิ่นนานและอ่อนโยนแต่แฝงเอาไว้ด้วยความรู้สึกได้ส่งผ่านมากับรสจูบที่ ล้ำลึกพาให้หัวใจดวงเล็กรู้สึกดีขึ้นทีละน้อย หัวใจของเขามันกำลังถูกเติมให้เต็มด้วยความรักของผู้ชายคนนี้ พ่อเลี้ยงชาวไร่ที่จริงใจและมีความรักให้กับเขาอย่างไม่มีวันหมด


หัวใจที่อ่อนล้ากำลังได้รับการเยียวยา
ความรักที่หวังเอาไว้กำลังก้าวเข้ามาใกล้
สิ่งที่รอคอยกำลังจะปรากฏอยู่ตรงหน้า...
และเขาก็ไม่รีรอที่จะคว้ามันเอาไว้...


.
.
.


“นี่ ชุดนอนของคุณพ่อ หวังว่าคุณยุนโฮคงใส่ได้ แจจุงไม่รู้ว่าคุณยุนโฮจะมาเลยไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าเอาไว้ให้” มือเรียววางชุดนอนลงบนเตียง เสียงหวานเอ่ยบอกคนตัวโตที่กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ
“อ๊ะ!!...” แจจุงรีบก้มหน้างุดเพราะหันมาชนเข้ากับแผ่นอกแกร่งที่เปลือยเปล่า ร่างกายของยุนโฮมีแค่ผ้าขนหนูผืนใหญ่ปกปิดช่วงล่างเอาไว้แค่นั้น
“พอดีผม รีบมาน่ะ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะค้าง” ยุนโฮอมยิ้มขึ้นอย่างพอใจกับใบหน้าสวยที่เขินอายอย่างน่ารัก อันที่จริงเขาจะพาแจจุงกลับไปที่ไร่ด้วยกันในค่ำวันนี้ แต่แม่ของแจจุงบอกว่าให้ค้างกันที่นี่เพราะการขับรถกลางค่ำกลางคืนมัน อันตราย
“คุ..คุณยุนโฮแต่งตัวซะนะฮะ แจจุงจะออกไปรอข้างนอก” เสียวหวานเอ่ยบอก ขาเรียวทำท่าจะก้าวออกไปจากห้อง แต่กลับถูกมือหนารวบร่างของเขาเข้าไปแนบชิดกับร่างของยุนโฮในทันที
“คุณ ยุนโฮ...” แจจุงก้มหน้าหลบสายตาคมที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นเร็วจนควบคุมไม่ได้ ใบหน้าสวยซุกอยู่ที่อกแกร่งที่เปลือยเปล่า จมูกของแจจุงกดลงบนแผ่นอกของยุนโฮไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่ความหอมอ่อนๆจากสบู่ของเขากลับทำให้กลิ่นกายของร่างสูงให้ความรู้สึกที่ ช่างอบอุ่นเหลือเกิน

“แต่งตัวให้หน่อยได้มั้ยครับ” เสียงทุ้มกระซิบลงข้างหู
“อื้อ..แต่งเองสิฮะ” แจจุงพูดขึ้นมาเบาๆ ร่างบางหันหน้าหลบลมหายใจอุ่นที่ยังคลอเคลียอยู่ข้างแก้มของตัวเอง
“ก็ผมอยากให้แจจุงแต่งตัวให้นี่นา...นะ...” ยุนโฮอ้อนขึ้นมาอย่างน่ารัก
“ปะ...ปล่อยมือสิ...” แจจุงบอกเบาๆ มือหนายังกอดเอวบางของเขาเอาไว้แบบนี้ แล้วเขาจะแต่งตัวให้คุณยุนโฮได้ยังไงล่ะ
“อ่ะ... ปล่อยแล้ว...” มือหนาแค่คลายอ้อมกอดออกมาเล็กน้อยเท่านั้น ยุนโฮยืนนิ่งให้แจจุงแต่งตัวอย่างอารมณ์ดี สายตาคมลอบมองใบหน้าสวยที่แดงจัดเพราะความเขิน

แค่การสวมชุดนอน ให้ยุนโฮ การแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าง่ายๆ แต่ในตอนนี้มันกลับเป็นเรื่องยากที่สุดของแจจุง มือเรียวสั่นขึ้นมาเล็กน้อย ปากอิ่มเม้มเข้าหากันเมื่อเขาพยายามจะติดกระดุมเสื้อที่มีไม่กี่เม็ดให้เข้า ที แต่ยิ่งรีบก็ยิ่งช้า ทำไมถึงควบคุมมือของตัวเองเอาไว้ไม่ได้เลยนะ ไม่เข้าใจจริงๆ

“สะ...เสร็จแล้วฮะ...” แจจุงก้มบอกอย่างอายๆ การแต่งตัวง่ายๆแค่นี้กลับกินเวลาไปหลายนาที
“ขอบคุณครับ” ยุนโฮก้มลงมาบอกพร้อมกับหอมแก้มเนียนไปฟอดใหญ่

“แจ...แจจุงง่วงนอนแล้ว” ร่างบางรีบผละออกมาด้วยความเขินและหัวใจของเขาที่มันยังเต้นเร็ว ยุนโฮยิ้มกว้างขึ้นก่อนจะเดินตามมาด้วยกัน

แจจุงนั่งลงบนเตียงนอนของตัวเอง ตาสีนิลเหลือบมองร่างสูงที่เดินมานั่งอีกฝั่งของเตียงนอน

รู้สึก ทำตัวไม่ถูก ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ ทั้งที่นอนเตียงเดียวกับคุณยุนโฮมาก็ตั้งหลายเดือนแล้ว แต่ในวันนี้กลับรู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่าวันแรกที่ต้องนอนร่วมเตียงกันเสียอีก

แจ จุงรีบล้มตัวลงนอนมือเรียวคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงคอ ร่างบางเลือกที่จะนอนหันหลังให้กับร่างสูงเพราะคิดว่ามันคงเป็นวิธีที่ดีที่ สุดที่เขาจะหลบสายตาคมของยุนโฮ

“อ๊ะ!!...” เสียงหวานร้องขึ้นมาเบาๆ เมื่อมีมือหนาวางลงบนเอวบางของเขา แล้วไม่ช้าร่างสูงก็เบียดตัวเองเขามานอนเสียแนบชิด แผ่นอกแกร่งเบียดอยู่ด้านหลังของเขา มือหนาที่โอบเอวบางเอาไว้ยิ่งกอดร่างของเขาให้แน่นขึ้นไปอีก

“ขอกอดนะ” ยุนโฮกระซิบลงข้างหู จมูกโด่งคลอเคลียอย่างออดอ้อนลงที่ข้างแก้มเนียน ปากหยักกดจูบลงที่ขมับไปเบาๆ

“แจ... แจจุงยังมะ...อุ๊บ...” ยังไม่ทันที่ร่างบางจะเอ่ยบอก คำพูดก็กลืนลงคอไปเมื่อร่างสูงกดจูบลงบนเรียวปากอิ่มของตัวเอง มือหนาพลิกร่างของแจจุงให้มานอนหงายก่อนที่ร่างสูงจะเคลื่อนตัวมาคร่อมร่าง บางเอาไว้

มือเรียวเกาะแขนแกร่งเอาไว้แน่นเมื่อความรู้สึกวูบวาบ ที่แล่นไปมาตั้งแต่หัวจรดเท้า ความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ รสจูบที่อ่อนละมุนแต่ก็แฝงเอาไว้ด้วยความร้อนแรงมันกำลังทำให้ร่างกายของเขา เริ่มละลาย เรียวลิ้นของร่าสูงยังคงสอดเข้าไปคลอเคลียลิ้นเล็กของแจจุงอย่างเป็นกันเอง มือหนาลูบไล้ลงที่สีข้างช้าๆ

ร่างบางบิดไปมาเล็กน้อยเมื่ออากาศใน ปอดเล็กของตัวเองกำลังจะหมด เพราะจูบรสละมุนที่ร่างสูงจงใจส่งมาให้ และสัมผัสที่บางเบาของมือหนาที่จงใจลากไล้เรือนร่างของเขาอีกล่ะ ความวาบหวามที่เกิดขึ้นมันทำให้เขารู้สึกปั่นป่วน

“อื้อ!....”เสียง หวานครางประท้วงหนักขึ้น มือเรียวบีบไหล่หนาแรงขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ยุนโฮจะละริมฝีปากหยักออกพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ส่งมาให้ มือหนายกขึ้นมาเช็ดน้ำใสๆที่ไหลออกมาจากมุมปากอิ่มไปเบาๆ

“อย่าเพิ่งฮะ...” แจจุงดันหน้าอกแกร่งเอาไว้เบาๆ ตาสีนิลจ้องมองร่างสูงที่อยู่ด้านบนอย่างอ้อนวอน
“แจ จุงยังไม่พร้อม...ขะ...ขอโทษนะ” เสียงหวานเอ่ยบอกไปเบาๆ ถึงจะรู้สึกดีกับสัมผัสและรสจูบที่ตรึงใจ แต่เขาก็ยังไม่พร้อมที่จะมีอะไรลึกซึ้งถึงขั้นนั้นจริงๆ

“หึหึ...หึหึ...” ยุนโฮหัวเราะขึ้นมา ปากหยักยิ้มกว้างขึ้นเมื่อสายตาคมยังมองใบหน้าสวยที่แดงก่ำ
“หัวเราะอะไรฮะ” แจจุงขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย
“ผมรอได้นะ...แต่แค่อยากแกล้งน่ะ หึหึ...” มือหนาลูบผมสีมองไปอย่างเอ็นดู

“เดี๋ยวเหอะ! แกล้งแจจุงอีกแล้วนะ!” แจจุงทุบอกแกร่งไปอย่างงอนๆ
“โอ๊ย..เจ็บนะ” ยุนโฮร้องขึ้นมา มือหนาจับมือเรียวทั้งสองเอาไว้ทันที
“จะ ทุบให้ตายเลย...” ตาสีนิลจ้องมองร่างสูงอย่างเคืองๆ มือเรียวยื้อข้อมือกลับมาแต่ก็ทำไม่ได้เพราะยุนโฮยังจับมือทั้งสองของเขาเอา ไว้แน่น
“จะทุบให้ตายจริงๆเหรอ” ยุนโฮก้มลงมาถามใกล้ๆ ...ใกล้มากจนจมูกโด่งของร่างสูงสัมผัสกับจมูกของแจจุงไปเบาๆ สายตาของทั้งสองจ้องมองกันอย่างไม่วางตา
“จริง...” แจจุงแกล้งพูดขึ้น
“ใจร้าย...” ยุนโฮพูดจบก็จูบลงที่เรียวปากอิ่มไปอย่างหมั่นเขี้ยว
“ปล่อยซะทีสิฮะ แจจุงจะนอนแล้วนะ” ร่างบางเสหันไปทางอื่นอย่างเขินๆ

“ผมขอนอนกอดแจจุงนะ...ได้มั้ย..” ยุนโฮพูดขึ้นเบาๆ สายตาคมส่งมาให้อย่างอ้อนๆ
“ก็ นอนดีๆสิ...” แจจุงอ้อมแอ้มบอกออกไป ปากหยักฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ ร่างสูงเคลื่อนกายลงมานอนข้างๆพร้อมกับมือหนาที่ดึงร่างบางเข้ามากอดเอาไว้

“รอแจจุงอีกนิดนะฮะ” ร่างบางจ้องมองใบหน้าคมก่อนจะเอ่ยบอก
“ครับผม” ยุนโฮส่งยิ้มมาให้ก่อนจะจูบเปลือกตาของร่างบางไปเบาๆ

แจ จุงและยุนโฮนอนมองหน้ากันอยู่อย่างนั้น ทั้งสองส่งยิ้มให้กัน มือหนาโอบกอดเอวบางของแจจุงเอาไว้พร้อมกับความอุ่นที่ส่งผ่านมาให้ ในทางกลับกันมือเรียวก็โอบกอดเอวหนาของยุนโฮเอาไว้เช่นกัน ความรู้สึกและหัวใจทั้งสองดวงกำลังลิ้มรสความรักที่ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ ความสุขที่กำลังหลั่งไหลเข้ามานั้นทำให้หัวใจที่อ่อนล้าและเปล่าเปลี่ยวให้ มีเรียวแรงขึ้นมา

อ้อมกอดที่อบอุ่นไม่ใช่แค่การกอดเอาไว้ แต่มันยังส่งผ่านความรู้สึกต่างๆผ่านมือของคนทั้งคู่ให้เจ้าของร่างได้สัมผัสและรับรู้...



ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น

แค่มีอ้อมกอดของกันและกัน

แค่กำลังใจที่มีให้...มันคงเป็นพลังและแรงใจที่ดี เพื่อก้าวเดินต่อไปในวันข้างหน้า

แค่มือทั้งสองของเราที่ได้จับกันเอาไว้

แค่เขาพร้อมที่จะเดินไปกับผม... สิ่งที่ต้องเผชิญมันก็ไม่มีอะไรน่ากลัว...



TBC...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คนแรกแฮ่ะ พาร์ทนี้หวาน มดตอมกันไปเลย คิมแจจ๋าเมื่อไรจะพร้อมล่ะลูกอย่าให้ชองยุนรอนานน้าcry cry

#1 By tudtujung (110.49.125.13) on 2009-09-20 19:29

จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน
เหมือนว่าไม่มีวันจะพรากไป

เพลงเก่าได้อีก ไม่รู้ทำไมอ่านแล้ว
เพลงนี้ก็ผุดขึ้นมา

วู้~ ฟิคเรื่องนี้อุ่นค่อดๆ ชอบมากเลย

รอพาร์ทหน้านะค่ะ

#2 By dongjae on 2009-09-20 20:29

writer ~ ~

part นี้ น่าร๊ากก ก อ่ะ

หวานเกิ๊นน น

แจจ๋าเข้มแข็งขึ้นเยอะเลย..ต่อย + ด่า top ด้วย

สะใจอย่างแรงง

ฮิยะฮ่าๆๆ

^O^

ความรักกำลังเพิ่มเรเวล

ยุนแจจูบกันแล้วว

ขั้นต่อไป...

ชองยุนรอแจจ๋าพร้อมก่อนนร้า

>//<

อร๊ายยย ยย ย

writer fighting !!

#3 By รักแม่ยาย^3^นายปาร์ค (64.255.180.39) on 2009-09-20 20:58

ความรักของพ่อเีลี้ยงสุดหล่อกะนายญิ๋งก่อตัวขึ้นมาแล้ว

น่ารักจิงเลยอ่า ยุนผู้แสนอบอุ่น อิอิ

แต่ก้อชอบคู่รักอารมดียูซูเหมือนกันฮาดี

กะจะรอเอ็นซี ๕๕๕

ไฟท์ติ้งๆ^^

#4 By +N.YH+ (119.31.20.167) on 2009-09-20 21:41

ตอนนี้ชอบมากๆเลยค่ะ

มีทั้งความหวาน น่ารักของยุนแจ

แจสดใส ร่าเริง เปิดใจให้ยุนเต็มที่แล้ว

ยุนก็สุภาพบุรุษดูแลแจอย่างดีเลย

เจอปัญหาก็ฝ่าฟันไปด้วยกัน ซิ้อใจกันได้สุดๆ

ชอบๆ แจก็ลืมท๊อปได้แล้วว ต่อยไปด้วย ซะใจๆๆๆๆๆๆๆๆ

เอาใจช่วยเรื่องไร่นะ

#5 By Gana (202.91.19.194) on 2009-09-20 22:37

อ่านแล้วรักหมีมากมายค่ะ
น่ารักอบอุ๊นอบอุ่น>////<
นุ้งแจก็รีบพร้อมนะ
เด๋วหมีจะรอนานเกินไป55++

ทำยังไงจะมีพ่อเลี้ยงน่ารักแบบนี้
เป็นของตัวเองบ้างน้า อิจฉานุ้งแจจริงๆ55++

#6 By silverfox (124.122.45.186) on 2009-09-20 23:05

มาอ่าน 3 ตอนรวด

ตอนล่าุสุดนี่หวานโฮกกกกกกกกกกกกกกกกก


นุ้งแจเริ่มจะเปิดใจให้ยุนโฮแล้วสินะ มีปัญหาก็ช่วยกันแก้


ยิ่งตอนท้ายๆ นี่ โอยยยยยย จะหวานไปไหน
อ่านแล้วอมยิ้ม cry

#7 By muxiangxiang on 2009-09-21 21:13

โอ๊ยยย ดีใจหลาย

ใช้บริการอากู๋ อยุ่ๆก็มาเจอบลอคน้องสาวซะงั้น

ปล 1 ชอบรูปตรงกล่อง comment จัง ทั้ง 2 รูปเลย ฮี่ๆๆๆ
ปล 2 ทำไมเนื้อหามันขึ้นบรรทัดละคำอ่ะสุ หรือเป็นเฉพาะคอมที่คณะฯพี่
ปล 3 เม้นอะไรไป ไม่ได้เกี่ยวกะเนื้อเรื่องเล้ย double wink double wink double wink

#8 By P'Nook (202.28.181.200) on 2009-10-05 16:23

writer ~ ~

reader รออยู่นร้า

^^

#9 By รักแม่ยาย^3^นายปาร์ค (64.255.180.61) on 2009-10-09 12:21

----------------------------------------- -----------------------------------------