[SF] จดหมายจากพระจันทร์
posted on 05 Dec 2009 17:49 by yun-su-tvxq in ShortFiction-YunJae[SF] จดหมายจากพระจันทร์, YUNJAE
ต้นฤดูกาลที่แสนหนาวเหน็บ...
“คุณยุนโฮเป็นยังไงบ้าง อากาศที่โซลเริ่มหนาวแล้วนะฮะ ส่วนที่กวางจูล่ะเริ่มหนาวรึยัง แต่หิมะที่นี่ยังไม่ตกเลยนะ ตอนนี้แจจุงได้ทำงานกะกลางคืนล่ะ ต้องเข้าเวรถึงเช้าเลย พอดีพี่ที่แฟมิลี่มาร์ทเค้าขอลาไปอยู่กับแฟนและครอบครัวกันทั้งนั้น ว้า...แต่แจจุงสิ ต้องอยู่คนเดียว หนาวก็หนาว อากาศก็เย็น รู้สึกเหงาที่สุดเลย”
“คุณยุนโฮรู้มั้ยว่าแจจุงอยากได้อ้อมกอดล่ะ อกอุ่นๆของคุณยุนโฮ อ่า...พูดแล้วก็อยากกอดจังเลย คุณยุนโฮอ้วนขึ้นรึเปล่า อย่าอ้วนมากนะเดี๋ยวกลายเป็นหมีควาย เอ๊ยย.... เป็นหมีตุ้ยนุ้ยไปล่ะแย่เลย อิอิ แจจุงล้อเล่นน๊าฮะ...อย่าโกรธล่ะคุณหมีอ้วน อุ๊บบบ.... แหะๆ คิดถึงนะฮะ พระอาทิตย์ของแจจุง^^”
ร่างสูงอ่านเนื้อความในอีเมลล์อีกครั้ง ปากหยักยิ้มกว้างขึ้นมาอย่างปลื้มใจกับข้อความของคนตัวเล็กที่ชอบเรียกตัวเองว่า ....
“พระจันทร์ดวงเล็กของยุนโฮ”
ไม่ว่าคนตัวเล็กจะส่งข้อความมาถึงเขากี่ครั้ง ความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้จากข้อความนั้นมันก็ยังเป็นสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด
คิดถึง...คิดถึงเหลือเกิน
อยากกอด...
“ไม่ใช่แค่แจจุงที่อยากกอดผม”
“ผมเองก็อยากกอดแจจุงใจจะขาด แต่ตอนนี้ผมยังต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อนนะสิ”
ว่าแล้วมือหนาก็เขียนข้อความสั้นๆตอบกลับไปถึงคนตัวเล็ก ข้อความอันแสนสั้นถูกส่งผ่านสายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงไปยังอีกเมืองหนึ่งในเวลาที่ไม่นานนัก
.
.
.
“ติ๊ง!!” เสียงอีเมลล์ฉบับใหม่ดังเตือนร่างบางที่กำลังจะเข้านอนในตอนเช้า
“ข้อความใหม่จากพระอาทิตย์....”
ปากอิ่มอมยิ้มก่อนจะรีบเปิดข้อความนั้นอ่านดู
“ผมก็อยากกอดแจจุงที่สุด...รักเสมอและตลอดไป”
พระอาทิตย์ของแจจุง
ข้อความสั้นๆที่ทำให้หัวใจดวงน้อยพองโต มือเรียวยกขึ้นมาปิดปากตัวเองอย่างตื้นตัน แค่นี้...ข้อความแค่นี้ก็ทำให้เขามีแรงที่จะทำอะไรได้อย่างไม่มีวันเหนื่อยแล้วล่ะ
คุณยุนโฮเป็นคนที่ไม่ชอบพูดอะไรให้ยืนยาว ร่างสูงไม่ช่างพูดเหมือนกับเขา และที่สำคัญคุณยุนโฮมักจะชอบแสดงออกมากกว่า โดยที่คุณยุนโฮมักจะให้เหตุผลว่า...
“คำพูดเป็นล้านคำ...ไม่เท่าการกระทำแค่หนึ่งเดียวซึ่งแสดงออกถึงความรักทั้งหัวใจ”
เจ้าบทเจ้ากลอนเป็นที่สุดสิน่า...ที่รักของแจจุง^^
.......
“อากาศหนาวแบบนี้ถ้ามีคนรักมาอยู่ข้างๆกัน คงจะอุ่นไม่น้อยเลยนะแจจุง” เสียงจุนซูหันมาบอกเพื่อนของตัวเองเมื่อร่างบางกำลังเช็คของอยู่หลังร้าน
“อื้ม...นั่นสิ” แจจุงพยักหน้าเห็นด้วย คำพูดของจุนซูทำให้เขาคิดถึงใครบางคนขึ้นมาทันที
นานแล้วที่เขาไม่ได้อยู่เคียงข้างกับคนที่รัก เพราะชายคนนั้นต้องไปทำหน้าที่แพทย์อาสาในต่างเมือง ชนบทที่ห่างไกลแต่คุณยุนโฮก็ยืนยันที่จะไปทำ เพียงเพราะความตั้งใจจะช่วยเหลือคนป่วยที่ขาดแคลนยารักษาโรค
คนใจดีคนนี้ไม่ค่อยคิดถึงตัวเองสักเท่าไหร่ ทุ่มเทให้งานเป็นที่หนึ่งและที่สำคัญคุณยุนโฮชอบที่จะช่วยเหลือคนอื่นเสมอด้วย
แต่ก็อีกล่ะนะ ถึงจะเข้าใจในหน้าที่การงานของคุณยุนโฮ แต่เขาก็อดที่จะแอบน้อยใจไปไม่ได้ ถึงจะไม่ได้ตกลงว่าคบกันเป็นแฟนที่จริงจัง แต่เขาก็อยากได้อ้อมกอด ไออุ่นและคนที่อยู่เคียงข้างกายเหมือนอย่างคู่รักคู่อื่นๆบ้าง เขาคิดอย่างนี้คงไม่ผิดสินะ
“วันนี้พี่อยู่เวรได้มั้ยครับ พอดีแฟนผมเขาจะมาจากญี่ปุ่นน่ะ” ชางมินเดินมาหาร่างสูงในห้องทำงาน
“ได้...ไม่มีปัญหา...” ยุนโฮเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารด้านหน้าก่อนจะรับปาก
“งั้น...ผมขอลาหยุดอีก 2 วันเลยได้มั้ยครับ แหะๆ ขอหน่อยเถอะนะพี่ นานๆแฟนผมจะบินมาหาสักที” ชางมินขอร้องขึ้นอย่างเกรงใจ
“อืม...” เขาเข้าใจความรู้สึกของชางมินดี คนที่เป็นแฟนกัน นานๆเจอกันทีคงอยากจะอยู่ด้วยกันให้นานที่สุด
“ขอบคุณมากครับพี่” ชางมินขอบคุณร่างสูงอย่างดีใจก่อนจะขอตัวออกไปตรวจคนไข้ต่อ
“เมื่อไหร่เราจะได้เจอกับแจจุงบ้างน๊า...” ยุนโฮพึมพำขึ้นมาเบาๆ สายตาคมหันไปมองรูปถ่ายของคนตัวเล็กบนหน้าจอมือถืออย่างคิดถึง
เขาอยากเจอแจจุงมาก อยากเห็นหน้า อยากได้ยินเสียง แต่เวลางานที่ไม่ตรงกันและความห่างไกลมันก็ทำให้เขารู้สึกเกรงใจถ้าจะโทรไปหาร่างบางบ่อยๆ
“รออีกนิดนะ อีกไม่นานเราจะได้เจอกันสักที”
...........
เดือนแห่งการเฉลิมฉลอง...แต่ใครบางคนยังอยู่กับความเหงา
“แจจุงไม่ไปเที่ยวไหนเหรอ” เสียงจุนซูหันมาถามเพื่อนรักเมื่อกำลังจะออกกะ
“ไม่ล่ะ กลับบ้านดีกว่า” แจจุงหันมาบอก ร่างบางลอบมองใบหน้าที่สดใสของจุนซูไปอย่างอิจฉา
“แต่นี่มันเดือนธันวาแล้วนะ คุณยุนโฮยังไม่กลับมาอีกเหรอ? ไม่คิดจะมาเยี่ยม มาหาแจจุงบ้างหรือไง” จุนซูหลุดปากถามไปอย่างเป็นห่วง
“คุณยุนโฮเขางานยุ่งน่ะ” แจจุงได้แต่ส่งยิ้มเศร้าๆมาให้
“อ่า...เราขอโทษนะ” จุนซูยู่หน้าลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าแจจุงเศร้าลง
“ไม่เป็นไรหรอกน่า...เราเข้าใจคุณยุนโฮดี อ้อ...วันนี้จุนซูนัดกับยูชอนไว้ไม่ใช่เหรอ ยังไม่รีบไปอีก...เดี๋ยวสายนะ” แจจุงหันมาเตือน
“เออ...จริงสิ งั้นเราไปก่อนนะแจจุง บาย...” จุนซูหันมาลาก่อนจะรีบออกไป
‘ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่แจจุงก็เหงานะฮะคุณยุนโฮ’
แจจุงยกมือถือขึ้นมาดู รูปภาพที่เขาถ่ายไว้กับร่างสูง ใบหน้าคมที่ดูออกว่าเขินๆอยู่ไม่น้อย และมือหนาที่โอบไหล่เล็กของเขาเอาไว้ ยิ่งมองก็ยิ่งทำให้เขาคิดถึงร่างสูงและอยากเจอมากขึ้นไปอีก
“แจจุงกลับรึยัง!” ร่างบางต้องหลุดจากพวังค์ไปเมื่อมีเสียงของผู้จัดการร้านเรียกเขา
“กำลังจะกลับฮะ”
“เอ่อ....วันนี้เข้ากะแทนเรียวหน่อยได้มั้ย หมอนั่นโทรมาบอกว่าแฟนไม่สบายตอนนี้กำลังพาไปโรงพยาบาลน่ะ เขาขอหยุดดูแลแฟนที่ป่วย” ผู้จัดการพูดขึ้น
“อ้อ...ได้ฮะ ไม่มีปัญหา” แจจุงรับปากอย่างไม่ต้องคิด เพราะถึงจะกลับห้องไป เขาก็คงเอาแต่คิดฟุ้งซ่าน เอาแต่คิดถึงคุณยุนโฮนั่นล่ะ
“ขอบใจมากนะแจจุง เดี๋ยวสิ้นปีจะเพิ่มโบนัสให้” ผู้จัดการยิ้มขึ้นอย่างโล่งใจก่อนจะออกไปดูแลความเรียบร้อยหน้าร้านต่อไป
“ทำงาน...ทำงาน....แจจุงเลิกคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว” ร่างบางหยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมาสวมเอาไว้อีกครั้งก่อนจะเตรียมตัวออกไปขายของหน้าร้าน
“ติ๊ด...ติ๊ด....ติ๊ด....”
เสียงข้อความในมือถือของแจจุงดังเบาๆ ร่างบางรีบจัดของให้เสร็จก่อนจะล้วงไปหยิบมือถือในกระเป๋าขึ้นมาดู
“ที่โซลหิมะตกรึยัง...ที่กวางจูหิมะตกแล้วนะ....”
พระอาทิตย์ของแจจุง
“หุหุ...” แจจุงอ่านข้อความไปพร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว แจจุงมองรูปที่คนตัวโตส่งมาให้อีกครั้งอย่างสุขใจ ไม่ใช่ภาพของคุณยุนโฮแต่เป็นรูปหิมะที่กำลังตกลงมาจากท้องฟ้าต่างหากล่ะ
“ที่โซลหิมะตกบ้างแล้วฮะ แต่ไม่สวยเท่าที่กวางจูเลย”
“อากาศหนาวมากกก”
พระจันทร์ดวงเล็กของยุนโฮ
ร่างสูงยกยิ้มขึ้นมา เมื่อได้รับข้อความจากร่างบางที่เร็วทันใจดีเหลือเกิน
“คงไม่หนาวอย่างเดียว สงสัยจะแอบเหงาด้วยล่ะมั้ง” ยุนโฮอมยิ้มขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะกดโทรหาคนปลายสายด้วยความคิดถึงที่เก็บเอาไว้ไม่อยู่เสียแล้ว
“วันนี้คนน้อยจังแฮะ สงสัยอากาศหนาวเลยไม่อยากจะออกมาซื้อของกันตอนกลางคืนแน่ๆ” แจจุงพึมพำขึ้นมาเบาๆเมื่อกวาดตามองลูกค้าในร้านที่ไม่มีสักคน
“ครืด...ครืด...ครืด...” มือถือในกระเป๋าสั่นขึ้นเบาๆ
“ใครโทรมาตอนดึกๆแบบนี้....”
“อ๊ะ...คุณยุนโฮ!!” เสียงหวานร้องขึ้นอย่างดีใจระคนแปลกใจ นิ้วเรียวรีบกดรับสายทันที
“สวัสดีฮะ คุณยุนโฮ!!” แจจุงทักทายปลายสายอย่างคิดถึง
“สวัสดี...ทำงานอยู่รึเปล่า” ยุนโฮถามขึ้นมาอย่างเกรงใจ
“อืม...ทำงานอยู่ แต่ตอนนี้ไม่มีลูกค้าเลยคุยได้ฮะ” แจจุงยิ้มกว้างขึ้น ร่างบางยืนบิดไปบิดมาอยู่หลังเคาเตอร์คิดเงิน
“...” ยุนโฮยิ้มบางๆขึ้น ไม่รู้จะคุยอะไรต่อดี แค่ได้ยินเสียงหวานของแจจุงก็รู้สึกดีมากแล้ว
“...” แจจุงอมยิ้มจนแก้มปริ
‘เขาไม่คิดว่าคุณยุนโฮจะโทรมาหาหลังที่ได้รับข้อความตอบกลับไป ถึงในตอนนี้คุณยุนโฮจะเงียบ แต่เขาก็รับรู้ได้ว่าคุณยุนโฮคงรู้สึกดีไม่น้อย คุณยุนโฮคงจะตื่นเต้นล่ะสิ’ แจจุงอมยิ้มขึ้นเมื่อได้ยินเสียงลมหายใจของร่างสูงที่มันดังกว่าทุกครั้ง
“โทรมาถามแค่นี้หรือฮะ” แจจุงแกล้งถามขึ้น อันที่จริงเขาอยากจะคุยอะไรมากกว่านี้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ เขาก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี
“คือ...คิดถึงนะ....” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาอย่างประหม่าพร้อมกับหัวใจของคนฟังที่เต้นเร็วไม่แพ้กัน
“อื้ม...แจจุงก็คิดถึงคุณยุนโฮเหมือนกัน” เสียงหวานที่ตอบกลับมาสั่นขึ้นเล็กน้อย
ความคิดถึงมันส่งผ่านไปยังปลายสาย ทั้งสองคนรู้สึกเหมือนกัน แต่ก็ทำได้แค่บอกความรู้สึกของตัวเองออกมา
“เอ่อ...คนเข้ามาซื้อของแล้วล่ะฮะ” แจจุงรีบพูดขึ้นมากลบเกลื่อนความรู้สึก ถ้ายังถือสายต่อไปคนต้องปล่อยโฮออกมาแน่ๆ อยากกอด อยากเจอหน้าจนแทบบ้าแล้ว
“ตั้งใจทำงานนะ แล้วก็ดูแลตัวเองด้วย” ยุนโฮพูดขึ้นมาเบาๆ
“คุณยุนโฮก็เหมือนกันนะฮะ เวลานอนห่มผ้าด้วยล่ะ อ้อ..อย่านอนดึกนะฮะ บ๊ายบาย...” แจจุงวางสายไปแล้ว เสียงหวานลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ มือเรียวยกขึ้นมาเช็ดขอบตาที่จู่ๆก็ดันมีน้ำใสๆไหลลงมาเสียได้ ร่างบางสูดหายใจลึกๆอีกครั้งก่อนจะกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง
........
ในวันที่หิมะตกหนัก...
“ว้า...ทำยังไงอ่ะ หิมะตกหนักขนาดนี้จะกลับบ้านได้ยังไงน๊า...” เสียงหวานบ่นขึ้นมาเบาๆ แจจุงยืนมองหิมะที่ตกลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุย แถมยังตกหนักเสียด้วย รถราก็หมดเสียแล้ว เขาจะกลับบ้านยังไงนะ
“เฮ้อ...สงสัยยังต้องติดแหงกอยู่ที่ร้านตามเคย” แจจุงหันไปมองถนนนอกร้านที่มีแต่หิมะขาวโพลนไปหมดอย่างถอดใจ ร่างบางเดินกลับเข้ามาแล้วนั่งลงบนเก้าอี้อย่างเซ็งๆ
“หนาวก็หนาว กะว่าเลิกงานแล้วจะรีบกลับไปนอนให้อุ่นๆสักหน่อย หิมะดันมาตกเสียได้” เสียงหวานบ่นกระปอดกระแปดออกมาอีกครั้ง
“คุณยุนโฮนะ ไม่ยอมส่งข่าวมาให้รู้บ้างเลย อยู่ๆก็หายไปซะเฉยๆ ส่งข้อความมาบอกว่างานยุ่งอยู่ก็ได้ ไม่ใช่หายไปแบบนี้...เฮ้อ....”
“แจจุงยังไม่กลับอีกเหรอ” เสียงเรียวถามขึ้นเมื่อเขาเดินมาหยิบของไปวางเพิ่มที่ชั้น
“อื้ม...หิมะตกหนักเลยอ่ะ กลับไม่ได้” แจจุงยุ่หน้าขึ้นมาอย่างขัดใจ
“แย่หน่อยนะ” เรียวพูดขึ้นอย่างเห็นใจ
“นั่นสิ...” แจจุงถอนหายใจออกมาเบาๆ
“เออ...ว่าจะถามหลายครั้งแล้ว...”
“ถามอะไร” แจจุงมองเรียวอย่างสงสัย
“คือเราเห็นจุนซูบอกว่าแจจุงมีแฟนแล้วแต่อยู่ต่างเมืองกัน เราเลยอยากรู้ว่าแจจุงกับแฟน เจอกันได้ยังไงเหรอ” เรียวรีบนั่งลงข้างร่างบางก่อนจะถามออกมาอย่างสนใจ
“อ๋อ...เรื่องนี้เอง” แจจุงอมยิ้มบางๆขึ้นมา
“เล่าให้ฟังหน่อนสิ เราอยากรู้...”
“แจจุงเจอกับคุณยุนโฮเมื่อครึ่งปีที่แล้วน่ะ...ตอนนั้นแจจุงเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย แหะๆ แจจุงซุ่มซ่ามพลัดตกลงมาจากชั้นเก็บของจนขาแพลง...ผู้จัดการก็เลยพาไปหาหมอที่คลีนิคใกล้ๆนี่ล่ะ คุณยุนโฮเป็นหมอที่ตรวจแจจุง ตอนแรกเราสองคนก็ไม่ได้รู้จักอะไรกันมากมายนัก แต่แจจุงต้องไปเอายาที่คลีนิคเพิ่มและคุณยุนโฮก็มาซื้อของที่ร้านเราบ่อยๆก็เลยได้เจอกัน แล้วก็เริ่มคุยกันถามสารทุกข์สุกดิบกันมากขึ้นก็เท่านั่นล่ะ” แจจุงนั่งเล่าเรื่องราวของเขากับคุณยุนโฮไปด้วยรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของตัวเอง
“อ่า...การเจอกันที่น่ารัก” เรียวพูดขึ้นมาอย่างรู้สึกดี
“ไม่น่ารักหรอก เป็นเจอกันเพราะความเปิ่นของแจจุงมากกว่า หุหุ” แจจุงหัวเราะกลบเกลื่อน
แต่ก็ดีใจที่เขาได้เจอกับคุณยุนโฮในครั้งนั้น ทั้งที่ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะคบคนตัวโตเป็นแฟนสักนิด แต่เพราะความน่ารักของคุณยุนโฮ และความอบอุ่นที่เขารับรู้ได้ด้วยล่ะมั้ง เลยหลงรักคุณหมอยุนโฮจนถอนตัวไม่ขึ้น>//<
“อุ้ย...เรามานั่งคุยกับแจจุงนานแล้ว เดี๋ยวผู้จัดการว่าเอา... เราไปทำงานต่อก่อนนะ”
“เรียว...ให้แจจุงช่วยมั้ย นั่งรอหิมะหยุดคงอีกนาน แจจุงไม่อยากนั่งเฉยๆ” แจจุงถามขึ้นอย่างจริงใจ
“อย่าดีกว่า แจจุงเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
“ให้แจจุงช่วยดีกว่า เดี๋ยวช่วยจัดของไปพลางๆก็แล้วกันนะ” ร่างบางรีบช่วยเรียวถือของออกไปยังหน้าร้านด้วยกันทันที
“กริ๊ง!!...”
“สวัสดีฮะแฟมิลี่มาร์ทยินดีต้อนรับครับ” เสียงของพนักงานทักทายลูกค้าที่มาใหม่
“สวัสดีครับ” ลูกค้ายิ้มให้ก่อนจะเดินไปเลือกซื้อของที่อยู่ไม่ไกล
“ขอโทษนะครับ คือผมหาของไม่เจอ ไม่ทราบว่าคุณจะช่วยหาสินค้าให้ผมหน่อยได้มั้ยครับ” เสียงของลูกค้าเอ่ยถามร่างบางที่ก้มๆเงยๆจัดของอยู่ที่ชั้น
“จะซื้ออะไรล่ะฮะ” ร่างบางถามขึ้นแต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของลูกค้าคนนั้นแต่อย่างใด
“ผมอยากซื้อความคิดถึง....ได้รึเปล่าครับ....” สิ้นเสียงทุ้มแจจุงก็รีบเงยหน้าขึ้นมามองคนพูดทันที
“คุณยุนโฮ!!!” ร่างบางร้องขึ้นมาอย่างแปลกใจและดีใจ ตาสีนิลยังจ้องมองร่างสูงภายใต้เสื้อโค้ดตัวใหญ่และใบหน้าคมที่ดูดีไม่เปลื่ยน ถึงจะมีเกล็ดหิมะเกาะอยู่บนผมบ้าง แต่ก็ยังดูดีไม่เปลี่ยนแปลง
“หมับ!!....” แจจุงโผเข้ากอดร่างสูงไปอย่างคิดถึง มือเรียวกอดเอวหนาแน่นขึ้น แน่นเสียจนยุนโฮแปลกใจว่าแจจุงเอาแรงมากมายขนาดนี้มาจากไหน แต่ร่างสูงก็กอดกระชับร่างบางไปด้วยความคิดถึงเช่นกัน
“คิดถึงจังเลยยยย” เสียงหวานดังอู้อี้ขึ้นมา ใบหน้าสวยซบลงบนอกแกร่งอย่างอ้อนๆ
“ผมก็คิดถึงแจจุงเหมือนกัน” ยุนโฮก้มลงมาบอกพร้อมกับจูบลงบนผมนุ่มไปเบาๆ จมูกโด่งสูดความหอมที่ไม่มีวันจางของแจจุงเข้าไปจนเต็มปอด
“มาได้ยังไง แล้วคุณยุนโฮขับรถมาเหรอ กินข้าวมาหรือยัง แล้วนี่จะพักกี่วันฮะ แล้ว...”
“แจจุงถามผมเป็นชุดเลยนะ ไม่ให้ผมได้พักหายใจบ้างเลยเหรอ”
“คือ..แจจุงตื่นเต้นและดีใจไปหน่อยนะฮะ ขอโทษที” >//< ใบหน้าสวยแดงขึ้นมาอย่างเขินๆ
“เอาไว้ไปคุยกันที่ห้องก็แล้วกัน” ยนโฮโอบเอวบางก่อนจะพาแจจุงกลับไปยังห้องพักของร่างบาง
.
.
.
“คุณยุนโฮรู้มั้ยว่าแจจุงอยากกอดคุณยุนโฮมากๆเลย” ร่างบางอ้อนขึ้นมาทันที มือเรียวยังไม่ละจากเอวหนาของยุนโฮไปสักนาที ทั้งสองเดินเข้ามาในห้องเช่าของแจจุงพร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้า
“งั้นผมจะให้แจจุงกอดจนหนำใจไปเลยนะครับ” ยุนโฮก้มลงมาจูบเรียวปากอิ่มไปอย่างโหยหาย
“หุหุ..ไม่เจอกันตั้งนาน คุณยุนโฮปากหวานขึ้นตั้งเยอะ” เสียงหวานยังเจี้ยวแจ้วไม่เลิก
“ไม่เจอกันตั้งนาน เดี๋ยวนี้แจจุงแซวผมเยอะเกินไปแล้วน๊า...” ร่างสูงยกมือขึ้นมาบีบจมูกโด่งของร่างบางไปอย่างหมั่นเขี้ยว
“อื้อ...แจจุงแซวเพราะรักหรอกน่า...” ^^ ร่างบางซบใบหน้าลงกับอกแกร่งอีกครั้งอย่างมีความสุข
“คุณยุนโฮจะอยู่ที่นี่กี่วันฮะ” เสียงหวานถามขึ้นมาอย่างสงสัย แจจุงนอนหนุนตักของยุนโฮ มือเรียวยกขึ้นมาไล้ใบหน้าคมไปเบาๆ
“จะอยู่ที่นี่ตลอดไปครับ” สิ้นเสียงทุ้มร่างบางก็เด้งตัวขึ้นมาอย่างแปลกใจ
“ตะ...ตลอดไป มะ...หมายความว่า...” แจจุงอ้าปากหวออย่างดีใจ
“ผมจะกลับมาประจำคลีนิคของคุณพ่อเสียที ไม่หนีแจจุงไปไหนอีกแล้วนะ” ยุนโฮจูบลงที่ปากอิ่มไปแรงอย่างหมั่นเขี้ยว
“เย้!!...แจจุงดีใจที่สุดเลย ดีใจ ...ดีใจมากๆเลยฮะ” ร่างบางโถมตัวเข้ากอดยุนโฮเสียจนร่างสูงล้มลงไปบนที่นอน
“หึหึ...ดีใจขนาดนั้นเชียว” ยุนโฮมองคนตัวเล็กที่นอนอยู่บนตัวของเขาอย่างขำๆ
“อื้ม...ดีใจมากเลย ต่อไปนี้แจจุงจะไม่เหงาแล้ว แจจุงจะได้ไม่ต้องทนคิดถึงคุณยุนโฮอีกแล้ว และก็จะมีคนมาให้กอดทุกวันเลย” ร่างบางยิ้มกว้างขึ้นพร้อมกับเอนหัวลงมาซบอกแกร่งไปทันที มือเรียวกอดกระชับร่างสูงแน่นขึ้นด้วยความดีใจ
ยุนโฮยิ้มกว้างขึ้นก่อนจะพลิกตัวร่างบางลงมานอนบนเตียง แล้วก็ยุนโฮก็เคลื่อนตัวขึ้นมาทาบทับแจจุงเอาไว้
“คุ...คุณยุนโฮ..” แจจุงหน้าแดงขึ้นเมื่อยุนโฮนอนทาบร่างกับเขาเอาไว้ ผิวเนื้ออุ่นของยุนโฮสัมผัสกับผิวบางของเขาอย่างเนื้อแนบเนื้อ ใบหน้าคมที่ก้มลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดตรงปลายจมูกของตัวเอง สายตาคมที่จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิล ทำให้แจจุงรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเอาเสียเลย ตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
“แจจุงอยากให้ผมกอดทุกวันเลยเหรอ?” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นมาอย่างออดอ้อน จมูกโด่งของยุนโฮคลอเคลียจมูกของแจจุงไปเบาๆ สายตาคมยังไม่ละจากดวงตาสีนิลสักนิด
“ไม่ใช่กอดแบบนั้นสักหน่อย...แจจุงหมายถึงนอนกอดกันทุกวันต่างหาก” แจจุงอ้อมแอ้มบอกไปอย่างเขินๆ
แจจุงรู้สึกว่าร่างกายของเขาร้อนขึ้นมา เพราะยุนโฮเอาแต่เบียดตัวแนบชิดจนไม่มีที่ว่างให้อากาศลอดผ่านไปได้สักนิด ถึงจะยังมีชุดนอนเป็นสิ่งกั้นกลางระหว่างเขากับร่างสูงก็เถอะ แต่เนื้อผ้ามันไม่ได้ช่วยกั้นความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาทั้งสองเลย
“หึหึ...” ยุนโฮหัวเราะชอบใจก่อนจะจูบปากอิ่มไปเบาๆ แล้วพลิกตัวลงมานอนข้างร่างบาง มือหนาเกี่ยวเอวบางเข้ามากอดเอาไว้ทันที
“นี่แหน่ะ...แกล้งกันดีนัก” แจจุงตีลงที่แขนแกร่งเบาๆ แต่ร่างบางก็กลับเบียดตัวเข้าหาไออุ่นของยุนโฮอยู่ดี
“แจจุงน่ารักน่าแกล้ง แถมยังขี้อ้อนอีกรู้รึเปล่า” ยุนโฮกระซิบบอกเบาๆ
“ไม่รู้...นอนดีกว่า...” แจจุงรีบหลับตาลงเมื่อยุนโฮโน้มใบหน้าลงมาใกล้
“อื้อ...” เสียงหวานครางขึ้นเล็กน้อย เมื่อร่างสูงบรรจบมองจูบให้ครั้งแล้วครั้งเล่า มือหนาโอบกอดกระชับร่างบางให้แนบชิดมากขึ้น พร้อมกับไออุ่นภายใต้ผ้าห่มผื้นหนาที่ห่มร่างของคนทั้งสองเอาไว้ตลอดทั้งคืน
.....
“วันนี้แจจุงกลับช้านะฮะ เพราะแจจุงต้องอยู่ช่วยเรียวเช็คสต็อกในร้าน
อ้อ...แจจุงซื้อกับข้าวร้านโปรดมาฝากคุณยุนโฮด้วยล่ะ รอทานข้าวพร้อมกันนะฮะ”
พระจันทร์ดวงเล็กของยุนโฮ
ปากหยักอมยิ้มขึ้นมา เมื่ออ่านข้อความของคนรัก ร่างสูงไขกุญแจเข้าห้องมารอร่างบางหลังเลิกงาน
ร่างสูงวางของลงบนโต๊ะเล็กหน้าคอมพิวเตอร์ของแจจุง ก่อนจะเปิดเครื่องเพื่อนั่งทำประวัติคนไข้ของคลีนิคเพื่อรอแจจุงกลับมา
“อ่า...ช่วงนี้ไม่ได้เช็คเมลล์เลย” มือหนาคลิ๊กเข้าไปที่หน้าของอีเมลล์ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อจู่ๆก็มีหน้าเมลล์ของแจจุงเด้งขึ้นมา
“สงสัยแจจุงจะล็อกอินค้างเอาไว้แน่ๆ” ยุนโฮมองหน้าเพจของเมลล์ที่ชื่อ Letter Form the Moon สายตาคมเลื่อนลงมาเจอเข้ากับกล่องข้อความที่เขียนอีเมลล์หลายฉบับบันทึกเอาไว้แต่ไม่ได้ส่งในถัง Drafts อย่างสนใจ รู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรละลาบละล้วงเรื่องของแจจุง แต่ความอยากรู้ของเขามันมีมากเกินจะควบคุมได้นี่นา มือหนาคลิ๊กจึงเข้าไปในกล่อง Drafts ทันที
Letter Form the Moon
....คิดถึง....
คุณยุนโฮรู้มั้ยว่าแจจุงเหงามากเลยนะ นอนไม่หลับและเกือบจะร้องไห้ขึ้นมาทุกครั้งที่เอารูปถ่ายของเรามาดูล่ะฮะ ทำไมคนที่เข้มแข็งอย่างแจจุงถึงมีอารมณ์อ่อนไหวขนาดนี้ไปได้นะ ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ แจจุงอิจฉาเพื่อนที่เขามีคนรักอยู่ข้างๆล่ะ แจจุงรู้ว่าแจจุงนิสัยไม่ค่อยดีที่ไปแอบอิจฉาเขา แต่ก็นะ...มันน่าอิจฉาจริงๆนี่นา
คุณยุนโฮรู้มั้ยว่าจุนซูมาเล่าเรื่องแฟนของเขาให้แจจุงฟังทุกวันเลยนะ ยูชอนน่ารักอย่างนั้น ยูชอนน่ารักอย่างนี้ ยูชอนเอาใจใส่จุนซูดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ แจจุงก็รู้สึกดีใจไปกับจุนซูนะ แต่ก็อิจฉาจุนซูที่ได้อยู่ใกล้กับคนรักทุกวันเลย แจจุงอยากอยู่ใกล้กับคุณยุนโฮทุกวันเหมือนกันล่ะ อ่า...นี่แจจุงคิดอะไรอยู่นะ ไม่เอาๆ แจจุงว่าเปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่าเน๊อะ เดี๋ยวแจจุงร้องไห้ขึ้นมาอีก....
ปล. เขียนซะยืดยาว แต่ก็ไม่กล้าส่งสักที-*-
++++++++
....อยากกอด...
อ่า...วันนี้อากาศหนาวมากเลยฮะ หนาวจนมือของแจจุงแข็งปั๋งเลยล่ะ แย่จังเลยเน๊อะ ไม่มีใครมาเป่ามือให้ไออุ่นเมื่อเมื่อก่อนแล้ว เฮ้อ...คิดถึงลมหายใจอุ่นๆของคุณยุนโฮจังเลย มือคู่ใหญ่ที่อบอุ่นด้วยล่ะ ว้า...อยากกอดจัง อยากกอดจริงๆนะ เวลาที่ได้อยากกอดแจจุงก็คิดถึงอกอุ่นๆของคุณยุนโฮ ไหล่กว้างๆ แผ่นหลังที่น่าซบ>//< อ่า...นี่แจจุงเพ้ออะไรอีกแล้ว สงสัยถ้าแจจุงส่งเมลล์ไปหา คุณยุนโฮต้องหัวเราะแจจุงแน่ๆเลย ไม่เอาๆ ไม่ส่งดีกว่า... อายเค้า >//<
++++++
การทักทายสั้นๆที่เราได้คุยกันผ่านมือถือ ประโยคเล็กๆที่ทำให้หัวใจของแจจุงเต้นเร็วขึ้นมา และก็ทำให้หัวใจของแจจุงพองโตขึ้นมาจนมันแทบจะระเบิดออกมาจากหน้าอกแหน่ะ เสียงของคุณยุนโฮที่แจจุงไม่ได้ยินมานานแล้ว มันยังเพราะและอบอุ่นเหมือนเดิม เสียงทุ้มที่นุ่มหู ไม่ว่าคุณยุนโฮจะพูดสักกี่ครั้งแจจุงก็ไม่เบื่อหรอกนะ อยากฟัง...อยากฟังทุกวัน อ่า...แจจุงคิดถึงรอยยิ้มของคุณยุนโฮด้วย รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นและจริงใจ แจจุงรักรอยยิ้มของคุณยุนโฮจัง อยากเห็นรอยยิ้มของคุณยุนโฮทุกวันเลยนะฮะ
แจจุงสุขใจทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มของคุณยุนโฮ แค่เห็นหน้าของคุณยุนโฮ แค่ได้ยินเสียงก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะ ไม่รู้ว่าเสียงเล็กๆของแจจุงจะทำให้คุณยุนโฮหายเหนื่อยบ้างรึเปล่านะ หวังว่ารอยยิ้มของแจจุงคงช่วยทำให้คุณยุนโฮรู้สึกดีขึ้นมาบ้างนะฮะ
ปากหยักยิ้มกว้างขึ้นเมื่อไล่อ่านอีเมลล์ของร่างบางไปจนครบทุกฉบับ
“ทำไมแจจุงไม่ส่งเมลล์มาให้ผมนะ...”
“ก็เพราะแจจุงกลัวไง กลัวว่าอีเมลล์เปิ่นๆ ความรู้สึกเพ้อๆของแจจุงจะทำให้คุณยุนโฮรำคาญ”เสียงหวานดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“แต่แจจุงรู้มั้ยว่าผมน่ะ อยากรับรู้ทุกความรุ้สึกของแจจุงนะ ไม่ว่ามันจะดูเพ้อไปมากขนาดไหน ไม่ว่าจะคิดถึงกันมากเท่าไหร่ เหงา เศร้าหรือร้องไห้ ผมก็อยากรู้ว่าระหว่างที่เราต้องห่างกันแจจุงรู้สึกยังไง”
“แจจุงว่ามันไร้สาระนี่นา” แจจุงพูดขึ้นมาเบาๆ
“ไม่เห็นไร้สาระเลย ดีเสียอีกที่แจจุงคิดถึงผมมากขนาดนี้ ผมดีใจนะที่แจจุงคิดถึงผมมากขนาดนี้ ปลื้มใจจัง” ยุนโฮพูดจบก็ดึงร่างบางเข้ามาจูบทันที
“แล้วคุณยุนโฮล่ะเหงามั้ย คิดถึงแจจุง อยากกอดแจจุงมากขนาดไหน” เสียงหวานถามขึ้นมาบ้าง
“มากถึงมากที่สุด ให้กอดทุกวัน คิดถึงทุกเวลาก็ไม่มีวันเบื่อ” ยุนโฮกระซิบบอกเบาๆที่ข้างหู มือหนาโอบกอดร่างบางแน่นขึ้นอีกครั้ง
“ขอบคุณสำหรับข้อความแทนความรู้สึกดีๆที่มีต่อผม” ยุนโฮส่งยิ้มมาให้ร่างบางพร้อมกับโอบกอดแจจุงเอาไว้ในวันที่อากาศหนาวเหน็บ แต่ในห้องของเขากลับอบอุ่นไปด้วยความรักและไออุ่นของกันและกันที่ไม่มีวันจางหายไป....
END.....
+++++
Talk: เอาฟิคสั้นป่วงๆเอามาคลายหนาวค่ะ^^ ส่วนฟิคเรื่องอื่นจะทะยอยมาอัพนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันคะ^____^
+++++
