[SF] นางฟ้าแสนสวยกับเจ้าหมีตัวโต, YUNJAE

+++++
Talk: วันนี้เป็นวันเกิดของตัวเองล่ะ (อายุเท่าไหร่ไม่บอก อิอิ) เลยขอลงเป็น Special SF ของตัวเองนะค่ะ (จะบอกเพื่อ? อะไรก็ไม่รู้เน๊อะ 555+) ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรดีล่ะ หุหุ ไปอ่านกันดีกว่านะ^^

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ ^____^


+++++




เรื่องที่คุณกำลังจะได้อ่านต่อจากนี้มันก็แค่เรื่องเล่าของผม...เจ้าหมีตัวโตที่แสนจะธรรมดาๆในสายตาของใครต่อใคร

ถึงผมเองเป็นคนที่เรียบง่ายและธรรมดาๆแบบนี้ ผมก็มีใครบางคนที่ผมแอบชอบอยู่นะ

เขาคนนั้นอาจจะอยู่สูงเกินไปล่ะมั้ง ก็เขาเป็นถึงนางฟ้านี่นา

นางฟ้าที่เจ้าหมีอย่างผมอาจจะเอื้อมไม่ถึง....

แต่ผมก็แค่หวัง...หวังว่าเจ้าหมีคนนี้จะลองเอื้อมมือไปดึงให้นางฟ้าลงมาอยู่ข้างๆผมบ้าง...

แค่สักครั้งก็ยังดี....






...ลูกบาสสื่อรัก...(รึเปล่า?)



“ตุ๊บ..ตุ๊บ...” เสียงลูกบาสสีส้มกระทบกับพื้นสนามกว้างของโรงเรียน มือหนาของชายหนุ่มหลายคนกำลังเล่นเกมส์แย่งเจ้าลูกบาสลูกเดียวอยู่กันอย่างสนุกสนาน แล้วไม่นานเสียงโห่ร้องก็ดังก้องขึ้นเมื่อเจ้าลูกกลมๆมันถูกชู๊ตลงห่วง

“โคตรแม่นเลยว่ะ” เสียงซีวอนหันมาบอกร่างสูงที่ยืนยิ้มกว้างเมื่อเขาชู๊ตทำคะแนนได้
“อ่ะแน่นอน” เสียงทุ้มที่ดูออกจะกวนๆเอ่ยออกมาอย่างดีใจ
“ฉันว่าฟลุคต่างหาก ไอ้ยุนนี่อ่ะนะจะชู๊ตลงกะเขา” เสียงคิบอมแกล้งล้อขึ้น ทั้งที่รู้ว่าไอ้ยุนนี่ล่ะมันเก่งบาสแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ยอมลงเป็นนักกีฬาให้ทีมโรงเรียนสักที
“เออ...ฟลุ๊คก็ได้” ยุนโฮหันมาพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะวิ่งเข้าไปแย่งลูกบาสในมือของเพื่อนอีกครั้ง


“ครึ๊ง!!” เสียงลูกบาสที่เยซองชู๊ตกลับไม่ลงในห่วง ลูกบาสเจ้ากรรมดันกระแทกกับขอบห่วงจนลูกบาสมันกระเด็นออกไปนอกสนาม
“เอาแล้วไงมึง งานเข้าแล้ว...” เสียงคิบอมพูดออกมาอย่างตกใจ เมื่อลูกบาสเจ้ากรรมมันดันกระเด้งไปยังทางเดินตรงข้างสนามและมีนักเรียนบางคนกำลังเดินมาทางนี้เสียด้วย

“ตุ๊บ...ตุ๊บ...”

“โอ๊ย!!” เสียงหวานร้องขึ้นมาเสียงดังลั่น เมื่อลูกบาสเจ้ากรรมดันกระเด็นมากระแทกหัวของเขาไปเต็มๆ ร่างบางลงไปกองกับพื้นทันทีพร้อมกับมือเรียวที่ยกขึ้นมากุมหัวของเขาเอาไว้เพราะว่าเจ็บและมึน...มันมึนจริงๆนะ


“ซวยแล้ว”(- -*) เยซองหน้าเสีย แต่แล้วไม่นานไอ้หนุ่มร่างสูงบางคนมันก็ดันวิ่งไปเก็บลูกบาสนั้นทันที

“เอ่อ...ขอโทษครับ เป็นอะไรมาหรือเปล่า” เสียงทุ้มที่ดูกล้าๆกลัวๆเอ่ยถามร่างบางที่นั่งกุมหัวอยู่บนพื้น
“มึนนะสิถามได้” เสียงหวานที่ดูจะไม่พอใจร้องขึ้นมา
“ผมขอโทษนะ คือพวกเพื่อนๆเขาไม่ได้ตั้งใจนะอาจจะโยนแรงไปหน่อย ไหนขอดูหน่อยสิ ว่าโดนเยอะมั้ย” ยุนโฮย่อตัวลงมานั่งยองๆข้างร่างบางทันที
“โอ๊ย...มึนอ่ะ” ร่างบางส่ายหัวไปมาพร้อมกับมือเรียวที่จับหัวของตัวเองเอาไว้แน่น
“ไหน...ดูสิ” ยุนโฮก้มลงมองใบหน้าสวยของใครคนนั้นอีกครั้ง
“แจจุง!!” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาอย่างตกใจ

เขาไม่คิดว่าคนที่โดนลูกบาสจะเป็นแจจุงเลยนะ ซวยแล้ว...ซวยจริงๆ

ยุนโฮชะงักขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่มือหนาจะยื่นมาจับลงที่หัวของแจจุงไปเบาๆ

“ลุกไหวมั้ย” ยุนโฮถามขึ้นอีกครั้ง
“ไม่ไหวอ่ะ มึน...” ปากอิ่มยังบ่นขึ้นมาอีกครั้ง ตาสีนิลของร่างบางพยายามลืมตาขึ้นมาแต่ก็พบว่า...

“มีหมีลอยอยู่เต็มหัวของเขาไปหมดเลยอ่ะ”

“หมีลอยเต็มหัวงั้นเหรอ” ยุนโฮหัวเราะขึ้นมาเบากับเสียงหวานที่เอ่ยบอกออกมา

“มา...ผมช่วยดีกว่า” ยุนโฮพยุงร่างบางให้ลุกขึ้นมานั่งกับม้านั่งใต้ต้นไม้แถวนั้นอย่างทุลักทุเล

“ไหน...หายมึนหรือยัง” มือหนาค่อยบีบนวดหัวเล็กของแจจุงไปเบาๆ ตาสินิลพยายามเพ่งมองใบหน้าคมของใครบางคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างยากลำบาก แต่เขาก็กลับเห็นใบหน้าลางๆของชายตัวโตคนนี้เท่านั้น

“อือ...พอแล้ว” แจจุงยู่หน้าขึ้นมาเล็กน้อย ร่างบางเงยมองร่างสูงให้เต็มตาอีกครั้ง
“เอ่อ...ขอโทษจริงๆนะครับ คือพวกเพื่อนผมเขาก็คงอยากจะขอโทษเหมือนกัน” ยุนโฮยิ้มแห้งๆมาให้แจจุงก่อนจะชี้ไปที่สนามบาสที่อยู่ไม่ไกล

“อ้าว!!...หายไหนแล้วล่ะ” =___=!! ยุนโฮหน้าเจื่อนลง เมื่อไอ้เพื่อนตัวดีของเขามันกลับหายไปในพริบตา สนามบาสที่มีเพวกเด็กม.ปลายตัวโตเล่นบาสกันอยู่เมื่อครู่กลับหายไปเหลือแต่สนามว่างเปล่า

“อยู่กันเต็มเลยนะพวกนายน่ะ” แจจุงประชดขึ้นมาเบาๆ แต่ตัวเองก็อดจะแอบขำไม่ได้เมื่อเงยมองใบหน้าคมที่ดูจะตกใจไม่น้อยที่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว

“เอ่อ...” ยุนโฮยิ้มแห้งๆขึ้นอีกครั้งมือหนาเกาท้ายทอยแก้เก้อ

“แจจุงเดินไหวมั้ย เอ่อ...คือขอโทษนะที่ผมเรียกซะสนิทเลย” ยุนโฮพูขึ้นอย่างไม่มั่นใจ อันที่จริงเขาเองรู้จักแจจุงเพราะร่างบางคนนี้เป็นคนดังของโรงเรียน แต่เขาเองไม่ได้สนิทกับแจจุงเลยสักนิด แค่คุยกันเขายังไม่เคยได้คุยกันสักครั้งเลย

“ไม่เป็นไร” แจจุงส่ายหัวเล็กน้อย นั่นสิ คนตัวโตคนนี้เรียกชื่อเขาซะสนิทเลยนะ แต่ก็ชินเสียแล้วที่ใครๆมักจะเรียกชื่อเขาแบบนี้

“งั้น...ผมเดินไปส่งมั้ย” ยุนโฮถามขึ้นเมื่อเห็นว่าร่างบางทำท่าจะลุกขึ้น เขาแค่อยากไถ่โทษนะ
“ไม่เป็นไร รถแจจุงจอดรออยู่หน้าโรงเรียนแล้ว” แจจุงหันมาบอกก่อนจะเดินไปแต่มือเรียวยังยกขึ้นมากุมหัวตัวเองอีกครั้ง

“เดินไหวมั้ยครับ” ยุนโฮมือหนาคว้าของมือของแจจุงเอาไว้อย่างลืมตัวจนเรียกสีหน้าแปลกใจออกมาจากใบหน้าสวยได้ดี

“ไหว...” แจจุงเงยมองคนตัวโตอย่างแปลกใจ

“งั้น...ถึงบ้านแล้วเอาน้ำแข็งประคบที่หัวก็ดีนะ จะได้ไม่บวม เดี๋ยวหัวโนล่ะแย่เลย” ยุนโฮพูดขึ้นมาอย่างเป็นห่วง
“อื้ม...” แจจุงพยักหน้ารับเบาๆ ปากอิ่มยิ้มขึ้นกับความหวังดีเล็กน้อยๆของคนที่เขาไม่รู้จักเลยสักนิดก่อนจะเดินไปยังรถคันใหญ่ที่จอดรออยู่

“เฮ้อ...นางฟ้า...ไม่น่าเชื่อว่าเราจะได้เจอนางฟ้ากับเขาจริงๆ แต่การพบเจอกันมันดูไม่น่าประทับใจเอาเสียเลยนะ”

ยุนโฮลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ยุนโฮยกมือหนาขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าคมของเขา

“อย่างน้อยเราก็ได้คุยกันล่ะนะ ถึงจะเป็นการพูดคุยที่ไม่ค่อยเข้าท่าสักท่าไหร่ แต่ก็ยังดี....”^^





....การพบเจอกันอีกครั้ง....


“ไอ้ยุนแกจะอยู่ชมรมอะไรวะ เลือกได้รึยัง” เสียงเยซองหันมาถามเพื่อนตัวโตที่นั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินด้วยกัน
“ยังเลย... แกล่ะจะอยู่ชมรมไหน”
“ขับร้องโว้ย” เยซองตอบขึ้นมาอย่างภูมิใจ
“เสียงควายออกลูกนี่อ่ะนะจะอยู่ชมรมขับร้อง” คิบอมแซวขึ้นมาทันที
“โธ่...ไอ้นี่มันตามเรียวไปนะสิ” ซีวอนพูดขึ้น
“อ่ะแน่นอน...” เยซองยิ้มขึ้นมาทันที

“แกล่ะซีวอน” ยุนโฮถามขึ้นมา
“เห็นซินบอกจะให้อยู่ชมรมธุรกิจด้วยกัน” ซีวอนหันมาบอก
“ธุรกิจในครอบครัวเหรอว่ะ” คิบอมแซวขึ้นมาทันที
“เออ...ขายตรงสนใจอ่ะป่าว ฮ่าฮ่าฮ่า” ซีวอนพูดขึ้นทีเล่นทีจริง
“ไอ้พวกนี้ตามภรรยาไปเข้าชมรมกันหมดเลย” ยุนโฮส่ายหัวเล็กน้อย

“แล้วแกล่ะ ตกลงเลือกได้ยังว่าจะอยู่ชมรมไหน” เยซองหันมาถามยุนโฮอีกครั้ง
“ไม่รู้ดิ...เห็นอาจารย์อึนนาจะให้ไปอยู่ชมรมประชาสัมพันธ์อ่ะ เห็นว่าอยากให้ไปช่วยจัดบอร์ดแล้วก็เรื่องประชาสัมพันธ์ข่าวสาร”
“แหม...ชมรมไฮโซเชียวมึง” ซีวอนแซวขึ้นมาทันที
“ไฮโซยังไงว่ะ” ยุนโฮถามขึ้นอย่างสงสัย
“ก็เห็นว่าเมื่อปีที่แล้วพวกลูกคุณหนูเขาเข้าชมรมนี้กันน่ะ แต่ปีนี้ไม่รู้นะท่าทางปีนี้งานที่ชมรมประชาสัมพันธ์จะเยอะกว่าปีก่อน เพราะอาจารย์อึนนาเข้ามาดูแลชมรมแทนอาจารยคนเก่าที่ออกไป”
“กรรมกรแน่ๆไอ้ยุน” คิบอมตบไหล่หนาไปเบาๆ
“เออ...ช่างเถอะ ขอมีชมรมอยู่เกรดออกมาดีๆก็พอแล้ว” ยุนโฮพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจอะไรมากก่อนที่พวกเขาจะนั่งคุยกันต่อไปเรื่อยๆ




“เอ๊ะ!!...”เสียงทุ้มร้องออกมาอย่างแปลกใจ เมื่อขายาวของเขาก้าวเดินมายังห้องประชาสัมพันธ์ ตาสีน้ำตาลของยุนโฮจ้องมองร่างบางที่นั่งยิ้มอยู่กับเพื่อนๆอย่างแปลกใจ

“อ้าว..ยุนโฮมาแล้วเหรอ เข้ามาสิ” เสียงจุนซูทักเพื่อนต่างห้องทันที
“หวัดดี” ยุนโฮทักเพื่อนๆขึ้นมาอย่างเป็นกันเอง สายตาคมลอบมองใบหน้าสวยของแจจุงไปเล็กน้อย

“นี่ยุนโฮ เด็กห้อง 5 เพื่อนๆคงเคยเห็นหน้าแล้ว อาจารย์อึนนาให้ยุนโฮมาช่วยงานที่ชมรมเรา” จุนซูแนะนำให้เพื่อนๆรู้จัก

“สวัสดีครับ” ยุนโฮแนะนำตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกับรอยยิ้มหวานที่ต้องการสื่อไปให้ใครบางคนได้รู้
“เอาล่ะ รู้จักกันแล้วนะ ตอนนี้มีอะไรเราคงต้องช่วยกันเพราะงานของชมรมเราก็คือประชาสัมพันธ์ข่าวของโรงเรียนให้เพื่อนๆและน้องๆรับทราบ” จุนซูเริ่มอธิบายงานคร่าวๆให้ทุกคนในชมรมฟังอย่างตั้งใจ

แต่...

สายตาของเจ้าหมีตัวโตกลับไม่ได้มองเพื่อนของเขาที่ยืนอยู่หน้าห้องเลยสักนิด สายตาคมของยุนโฮกำลังลอบมองใบหน้าสวยๆของใครบางคนที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างอย่างสนใจ ปากหยักยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

มันไม่น่าแปลกหรอกที่ใครๆจะพากับมองใบหน้าสวยๆของแจจุง ก็เขาเป็นคนดังของโรงเรียนแถมสวยและน่ารักอยู่อย่างนี้ จะมีใครที่จะไม่รู้จักแจจุงบ้างเล่า...แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถเข้าไปถึงจิตใจของนางฟ้าคนนี้ได้ คนที่ดูเหมือนถือตัว ไม่สิ...ถ้าใครได้รู้จักแจจุงคงไม่คิดว่าร่างบางหยิ่งหรือถือตัวอะไร ผมเองไม่รู้จักแจจุงเป็นการส่วนตัวหรอกนะ แต่ผมแค่สังเกตได้ว่าแจจุงเองมักจะมีรอยยิ้มให้เพื่อนๆของเขาเสมอ

และถ้าเป็นไปได้ ผมเองอยากจะให้แจจุงมีรอยยิ้มหวานๆแบบนั้นให้กับผมบ้างมันคงจะดีไม่น้อยเลยนะ....





...หยิบผิด....(หรือแกล้งหยิบผิดกันแน่?)


“ยุนโฮกับแจจุงช่วยไปหาเนื้อหาของข่าวที่จะติดบอร์ดให้หน่อยนะ เอาเหตุการณ์ปัจจุบันที่น่าสนใจน่ะ” จุนซูแจกจ่ายงานให้ยุนโฮและแจจุงทันที
“อ้อ...แล้วเวรที่จะต้องมาเปิดเพลงให้เพื่อนและน้องฟังตอนเช้าก่อนเข้าแถวหรือตอนเย็น เราจัดตารางเอาไว้แล้วนะ เดี๋ยวไปดูกันที่บอร์ดนะ” จุนซูหันมาก่อนจะทำงานของตัวเองต่อไป

“เอ่อ...” ยุนโฮหันมามองหน้าของแจจุงเล็กน้อย จะเริ่มคุยกับแจจุงยังไงดี ไม่เคยคุยกันแบบเป็นทางการมาก่อนเลย ถ้าไม่นับเรื่องที่ลูกบาสเมื่ออาทิตย์ก่อน -*-

“แจจุงครับ” ยุนโฮหันมาเรียกร่างบางที่นั่งอยู่ไม่ไกลอย่างประหม่า
“หืม...” แจจุงหันมามองยุนโฮอย่างสงสัย
“คือ...เรื่องข่าวนะ” ยุนโฮพูดขึ้นมาอย่างตะกุกตะกัก เขาจะเริ่มยังไงดีนะ ยิ่งแจจุงมองหน้าเขาอยู่ด้วยมันยิ่งตื่นเต้นขึ้นมาอีก
“ว่าไง” แจจุงถามขึ้น ร่างบางกำลังตั้งใจฟังสิ่งที่ยุนโฮกำลังจะพูดออกมา
“เรื่องข่าว ผมคงไปหาที่ห้องสมุดตอนเย็นนี้น่ะ แจจุงจะไปหาด้วยกันมั้ย” ยุนโฮถามขึ้นมาอย่าลุ้นๆ

อันที่จริงเรื่องข่าวเขาหาคนเดียวก็ได้ งานแค่นี้ทำคนเดียวก็เสร็จ แต่....อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ ถ้าผมได้มีโอกาสที่อยู่กับแจจุงแค่สักนาทีสองนาทีก็คงดี จะว่าผมเองเห็นแก่ตัวไปหน่อยเรื่องเอางานมาอ้างก็เถอะ ขอแค่นี้จริงๆ

“อื้มไปสิ ก็จุนซูให้แจจุงกับยุนโฮไปหาด้วยกันนี่นา” ปากอิ่มพูดขึ้นอย่างเต็มใจ

คำพูดที่ออกมาแค่นี้ก็กลับทำให้หัวใจของยุนโฮพองโตขึ้นมาได้มากแล้วล่ะ

“งั้นตอนเย็นเจอกันที่ห้องสมุดนะครับ” ยุนโฮยิ้มขึ้นอย่างลืมตัว ใบหน้าของยุนโฮแสดงออกมาอย่างดีใจเป็นที่สุด
“อื้ม...” แจจุงยิ้มบางๆมาให้ทันที ก่อนจะหันไปคุยกันเพื่อนของร่าบางที่นั่งอยู่ข้างๆ

“เยส!!...” ยุนโฮกำมือขึ้นมาอย่างดีใจโดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาของใครบางคนลอบมองการกระทำของเขาอยู่อย่างเอ็นดู

“นายน่ารักดีเหมือนกันนะ”




“ผมว่าข่าวนี้ก็ดีนะ แจจุงว่ายังไง” ยุนโฮหันมาถามร่างบางที่นั่งอยู่ข้างๆ เมื่อยุนโฮยื่นหนังสือพิมพ์ที่มีข่าวที่น่าสนใจมาให้
“อืม..แต่อันนี้น่าจะดีกว่า” แจจุงส่งหนังสือพิมพ์ที่มีข่าวอีกเรื่องมาให้ยุนโฮดู
“อันนี้เหรอ อืม...” ยุนโฮขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว เมื่อสายตาคมของเขากำลังอ่านข่าวที่แจจุงส่งมาให้อย่างตั้งใจ ปากอิ่มอมยิ้มบางๆขึ้น เมื่อสังเกตใบหน้าคมของยุนโฮที่ดูจะจริงจังมากเกินไปหน่อย

“เครียดขนาดนั้นเลยเหรอ” จู่ๆเสียงหวานก็ถามขึ้นมาจนเรียกสีหน้าแปลกใจออกมาจากยุนโฮได้ดี
“ครับ...” ยุนโฮเงยหน้าขึ้นมองแจจุงอย่างสงสัย คิ้วหนาขมวดหากันอีกครั้ง
“หุหุ...ก็ข่าวที่แจจุงให้ยุนโฮดูน่ะมันเครียดขนาดนั้นเลยเหรอ แจจุงแค่ให้ยุนโฮดูเพราะคิดว่าน่าสนใจ แต่ไม่คิดว่ายุนโฮจะเครียดกับการอ่านข่าวขนาดนี้เลยนะ” แจจุงยิ้มขึ้นมาทันทีที่มองใบหน้าคมที่เหวอๆอยู่แบบนั้น
“เอ่อ...ไม่หนิ ผมไมได้เครียดนะ” คิ้วหนาที่ขมวดเข้ากันอีกครั้ง
“ก็นี่ไง คิ้วของยุนโฮผูกโบว์อยู่นี่ไง” แจจุงเอานิ้วเรียวมาจิ้มลงที่หว่างคิ้วของยุนโฮไปเบาๆ
“เอ๊ะ...อ้อ...” ยุนโฮยิ้มขึ้นมาอย่างอายๆมือหนาจับลงตรงหว่างคิ้วของตัวเองทันที
“จริงด้วยสิ ผมไม่รู้ตัวเลยนะว่าคิ้วจะชนกันอยู่แล้ว” ยุนโฮยิ้มอายๆขึ้นมา
“หึหึ...ไม่ต้องซีเรียสหรอก” แจจุงพูดขึ้นมาเบาๆ
“ก็เปล่า แค่ตั้งใจอ่านไปหน่อยล่ะมั้ง” ยุนโฮพูดแก้เขิน สายตาคมจ้องมองปากอิ่มที่ยังมีรอยยิ้มประดับอยู่บนเรียวปากคู่สวยอย่างรู้สึกดี


“งั้นเอาข่าวที่ยุนโฮหามาก็แล้วกัน ยุนโฮจะได้ไม่เครียด อิอิ” แจจุงแซวร่างสูงขึ้นมาทันที
“ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย” ยุนโฮยิ้มขึ้นมาอย่างอายๆ
“เอาเถอะ เอาข่าวของยุนโฮนั่นล่ะ อ้อ... 5 โมงแล้วเดี๋ยวห้องสมุดจะปิดแล้วสิ” แจจุงหันมาดูนาฬิกาที่ตีบอกเวลา
“นั่นสิ... เรามาอยู่ในห้องสมุดนานแล้วสินะ” ยุนโฮพูดขึ้นมาอย่างเสียดาย เขารู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วเสียเหลือเกิน รู้สึกว่าเพิ่งมาอยู่ที่นี่กับแจจุงเมื่อไม่กี่นาทีนี้เอง เวลามันช่างเดินเร็วจริงๆ

“เราต้องกลับแล้ว พอดีวันนี้มีเรียนพิเศษต่อด้วย” แจจุงหันมาบอกมือเรียวรีบเก็บหนังสือของตนทันที
“มาผมช่วยถือนะ” ยุนโฮช่วยเก็บหนังสือของเขาและของแจจุง มือหนาคว้าเอาหนังสือของแจจุงทั้งหมดมาถือเอาไว้

“ไม่เป็นไร แจจุงถือเองได้ ยุนโฮถือของยุนโฮไปเถอะ” แจจุงพูดขึ้นมาอย่างเกรงใจ
“ผมอยากช่วย” ยุนโฮยื้อหนังสือเอาไว้พร้อมกับเดินนำแจจุงออกมาจากห้องสมุดทันที
“ขอบคุณ...” เสียงหวานพูดขึ้นมาเบาๆ ปากหยักยิ้มขึ้นเมื่อคนตัวโตก็ได้ยินเสียงนั้นชัดเจน


“ยุนโฮเรื่องข่าวที่จะจัดบอร์ด แจจุงจะเอาไปพิมพ์ให้นะ” แจจุงหันมาบอกคนตัวโตที่เดินมาส่งเขาที่รถ
“ไม่เป็นไรครับ ผมเอาไปพิมพ์เองดีกว่า แจจุงเรียนพิเศษหนักแล้วไหนจะการบ้านอีกล่ะ ผมเอาไปพิมพ์เองดีกว่นะ”
“ไม่ได้!! ยุนโฮหาข่าวแล้ว แจจุงต้องเอาไปพิมพ์สิ เอาข่าวมาเลย” แจจุงกำลังจะคว้าหนังสือในมือหนาพร้อมกับหนังสือพิมพ์ที่ยืมออกมาจากห้องสมุด
“ไม่เป็นไรจริงๆนะ” ยุนโฮเบี่ยงตัวหลบมือเรียวที่จะมาแย่งหนังสือ
“ยุนโฮอ่ะ” แจจุงยู่หน้าขึ้นมาอย่างขัดใจ
“หึหึ...ให้ผมเอาไปพิมพ์ล่ะดีแล้ว” ยุนโฮยิ้มขึ้นพร้อมกับส่งหนังสือของแจจุงที่ช่วยถือมาให้
“ไม่เอาอ่ะ...งั้นพรุ่งนี้แจจุงจะเอาโน๊ตบุ้คมา แล้วเราจะช่วยกันพิมพ์ โอเคมั้ย...” แจจุงเสนอความเห็นขึ้นมา เขาเองไม่อยากให้ยุนโฮต้องมาเหนื่อยทำคนเดียวนี่นา
“เอ่อ...”
“เอาตามนี้ล่ะ แจจุงไปเรียนสายแล้ว” แจจุงรีบรับหนังสือของเขามาจากมือหนาของยุนโฮก่อนจะรีบขึ้นรถโดยไม่มีเวลาให้ยุนโฮปฏิเสธเขาเลยสักนิด
“ก็ได้....” ยุนโฮพูดขึ้นมาเบาๆก่อนจะมองร่างบางที่นั่งรถออกไปจากหน้าโรงเรียนจนลับตา





“เอาล่ะ วันนี้ครูจะสั่งการบ้านให้นักเรียเอาไปทบทวนก่อนจะมาเรียนในอาทิตย์หน้านะครับ” เสียงอาจารย์พิเศษพูดขึ้นมา

แจจุงหันมาหยิบสมุดเลคเชอร์ที่วางอยู่ข้างตัวมาจนการบ้านที่เรียนพิเศษทันที

“เอ๊ะ...นี่ไม่ใช่สมุดเรานี่นา” แจจุงก้มมองสมุดสีดำในมือของเขาอย่างแปลกใจ
“หมียุน” หน้าสมุดเขียนเอาไว้ด้วยลายมือที่ไม่ค่อยสวยนัก ปากอิ่มยิ้มขึ้นเมื่ออ่านตัวหนังสือบนหน้าปก

“สงสัยจะหยิบผิดมาตอนที่ยุนโฮช่วยถือหนังสือแน่ๆ แล้วสมุดเราล่ะ ว้า...อยู่ที่ยุนโฮแหงๆเลย” แจจุงบ่นขึ้นมาเบาๆก่อนจะหันไปหยิบกระดาษเปล่ามาจดการบ้านแทนสมุดของตัวอง



“สมุดปกดำของยุนโฮ....ไม่ใช่สิของหมียุน....อิอิ” แจจุงยิ้มขึ้นเมื่อเหลือบมองสมุดสีดำอยู่บนโต๊ะในห้องนอนของตัวเอง มือเรียวหันมาหยิบสมุดของยุนโฮขึ้นมาดูอย่างสนใจ

“ในนี้จะมีอะไรบ้างนะ” ปากอิ่มพึมพำขึ้น

“การบ้านชีวะเหรอ....อืม...ก็ไม่มีอะไรนี่นา” แจจุงเปิดกระดาษสมุดที่มีเนื้อหาไปแต่ละหน้าอย่างสนใจ

“เอ๊ะ...” ตาสีนิลสะดุดเข้ากับตัวหนังสือในหน้ากลางของสมุดนั้น ตาสีนิลเพ่งมองตัวหนังสือและภาพที่อยู่ในสมุดนั้นอย่างสนใจ


นางฟ้าของหมีเหรอ?

จะเป็นไปได้หรือเปล่านะ....=__=!!


“นางฟ้า...และหมีงั้นเหรอ” ^^

แจจุงยิ้มขึ้นพร้อมกับก้มลงมองตัวหนังสือนั้นอีกครั้ง นายเป็นหมีสินะ...ยุนโฮ

ร่างบางนั่งมองสมุดเล่มนั้นอีกครั้ง แต่ในหัวของเขากลับมีภาพของคนตัวโตผุดขึ้นมาทันที

“แล้วทำไมฉันต้องคิดถึงนายด้วยล่ะ” >///<
“ไม่เอาแล้วฉันไม่คิดถึงนายแล้ว...ยุนโฮ...”




“อ้าว...หายไปไหนว่ะ เราเก็บมาแล้วนี่หว่า” ยุนโฮบ่นขึ้นมามือหนาคว้านหาสมุดของเขาที่กองอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือของตัวเอง
“เอ๊ะ...” สายตาคมจ้องมองสมุดสีหวานที่ไม่คุ้นตาเอาเสียเลย
“สมุดใคร?” มือหนาหยิบสมุดสีหวานเล่มบางขึ้นมาทันที
“แจจุง...”ปากหยักยิ้มกว้างขึ้นเมื่ออ่านชื่อหน้าสมุดนั้น

“ของแจจุงงั้นเหรอ...” ยุนโฮทิ้งตัวนั่งลงบนที่นอนของตัวเองที่อยู่ใกล้ๆ พร้อมกับค่อยๆเปิดสมุดสีหวานออกมาอย่างเบามือ

“การบ้านที่เรียนพิเศษงั้นเหรอ” ร่างสูงค่อยๆเปิดสมุดออกทีละหน้าอย่างสนใจ สายตาคมกวาดอ่านตัวหนังสือที่เป็นลายมือของแจจุงในสมุดเล่มนั้นอย่างตั้งใจ

น่าแปลกที่เขาเองไม่ชอบอ่านหนังสือเลยสักนิด แต่นี่ตัวหนังสือที่เป็นลายมือน่ารักของแจจุง กลับทำให้เขาอยากอ่านมัน ถึงจะเป็นแค่เลคเชอร์การบ้านที่เรียนพิศษที่ดูแสนจะน่าเบื่อ แต่พอรู้ว่าคนที่เขียนนั้นเป็นใครก็กลับทำให้เขารู้สึกว่าอยากอ่านหนังสือนั้นเหลือเกิน

“นี่เราเป็นมากขนาดนี้เลยเหรอ” ยุนโฮยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเมื่อสายตาคมของเขากวาดอ่านตัวหนังสือที่อยู่บนสมุดของแจจุงไปอย่างตั้งใจ


และแล้วก็มาถึงหน้ากลางในสุมดเล่มนี้ที่มีตัวอักษรเล็กๆเขียนอะไรบางอย่างเอาไว้ ยุนโฮก้มลงอ่านตัวอักษรที่เขียนนั้นอย่างตั้งใจ


“รัก” ที่เขาพูดกันมันคืออะไรน๊า แต่ถ้ารู้สึกดีๆกับใครบางคนเข้าแล้ว

จะเรียกความรู้สึกแบบนั้นว่ารักได้รึเปล่านะ ^__^


“แจจุงพูดถึงใครงั้นเหรอ” ยุนโฮพูดขึ้นมาเบาๆ กลับสิ่งที่ได้อ่าน

ไม่รู้ว่าจะคิดเข้าข้างตัวเองไปรึเปล่า แต่มันก็รู้สึกดีที่ได้อ่านข้อความนี้ แต่อีกใจนึงก็รู้สึกกลัว...กลัวว่าแจจุงจะพูดถึงคนอื่นที่ไม่ใช่เขา

แต่....อยากจะเข้าข้างตัวเองได้มั้ย ขอให้เป็นหมีคัวโตคนนี้ที่แจจุงพูดถึง ผมภาวณาให้เป็นอย่างนั้นจริงๆนะ




“ไอ้ยุน...ไอ้ยุน...ไอ้หมียุน!!” เสียงเยซองสะกิดเพื่อนตัวโตที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างในห้องเรียน
“อะไรของแกว่ะเรียกอยู่ได้!!” ยุนโฮหันมาถามอย่างแปลกใจ แต่ก็ต้องแปลกใจมากขึ้นเมื่อเห็นใครบางคนที่ไม่คิดว่าจะย่างกรายมายังห้อง 5 ของเด็กสุดแสบห้องนี้
“นางฟ้ามาว่ะ” เยซองพูดขึ้นมาเบาๆเมื่อเห็นแจจุงกวักมือเรียวกยุนโฮอยู่หน้าห้อง
“ไม่น่าเชื่อว่านางฟ้ามาหาหมีตัวนี้” ซีวอนพูดขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเห็นยุนโฮเดินยิ้มออกไปหาแจจุงทันที


“ขอโทษที่ต้องมาตอนนี้ คือแจจุงจะถามว่ายุนโฮหยิบสมุดแจจุงติดไปหรือเปล่า” แจจุงถามขึ้นอย่างประหม่า อันที่จริงเขาเองมั่นใจว่ายุนโฮคงจะหยิบสมุดสลับไปแน่ๆ แต่ขอถามให้แน่ใจเสียก่อน
“ใช่ครับ เอ่อ...ขอโทษนะ”
“อื้อ...ไม่เป็นไร คือเราต้องทำการบ้านนะเลยจะขอสมุดคืน”
“วันนี้ผมไม่ได้เอาสมุดของแจจุงมาด้วยสิ” ยุนโฮยิ้มแห้งๆขึ้น เขาลืมเอามาคืนทั้งที่เตรียมเอาไว้แล้วเชียวแต่ดันรีบมาโรงเรียนจนลืมหยิบมาจนได้
“ก็ไม่ได้รีบอะไร งั้นยุนโฮเอาสมุดของแจจุงมาคืนวันพรุ่งนี้ก็แล้วกันนะ พรุ่งนี้แจจุงก็จะเอาสมุดของยุนโฮมาคืนด้วยเพราะหยิบผิดไปเหมือนกัน” แจจุงเงยมองใบหน้าคมอย่างเขินๆก่อนจะรีบเดินออกไปจากหน้าห้องเมื่อพูดจบ
“ได้ครับ” ยุนโฮยืนยิ้มกว้างขึ้นจนตาปิดก่อนจะเดินเข้าห้องมา

“เอาแล้วโว้ย!! นางฟ้ากับไอ้หมีงั้นเหรอ 555+ ข่าวใหม่ที่น่าแปลกใจเป็นที่สุด” ซีวอนแซวยุนโฮขึ้นมาทันที
“บ้าน่า...” ยุนโฮส่ายหัวไปเบาๆกับการล้อของเพื่อนๆ
“ไอ้ยุนอาย..เจ้าข้าเอ๊ย!! ไอ้หมียุนอาย!! เพิ่งเคยเห็นว่ะ” เยซองพูดขึ้นมาดังๆ
“เงียบไปเลย” ยุนโฮก้มหน้าลงกับโต๊ะเรียนเพื่อซ่อนใบหน้าคมที่แดงขึ้น

เขาอายจริงๆนะ ไอ้เพื่อนบ้ามาล้อกันอย่างนี้ได้ยังไง อายนะโว้ย!! >//<





“รอนานมั้ย” เสียงทุ้มที่ดูกระหือกระหอบรีบวิ่งมาถามขึ้นอย่างเกรงใจ
“รอนาน....แต่รอได้” แจจุงหันมาบอก
“อ่า..ขอโทษที่ให้แจจุงรอนานนะพอดีอาจารย์เขาใช้ทำงานนิดหน่อย” ยุนโฮแก้ตัวขึ้นมา
“หุหุ ก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ยุนโฮนี่ร้อนตัวจังนะ” แจจุงยิ้มขึ้นกับท่าทางของร่างสูงที่ดูจะเกร็งๆเวลาอยู่กับเขา
“ก็กลัวแจจุงจะโกรธนี่นา” ยุนโฮพูดขึ้นเสียงอ่อยๆ
“แจจุงไม่ใช่คนที่โกรธใครเพราะเรื่องเล็กน้อยๆหรอกนะ”
“อ่ะนี่ครับ” ยุนโฮยื่นสมุดสีหวานคืนมาให้แจจุงทันที
“อ่ะนี่ของยุนโฮ” แจจุงยื่นสมุดสีดำกลับมาบ้าง
“ขอโทษนะ ผมคงเอ๋อไปหน่อยที่หยิบสมุดติดไป แจจุงเลยไม่ได้ทำการบ้านตอนเรียนพิเศษเลยสิ” ยุนโฮพูดขึ้นมาอย่างรู้สึกผิด

“เอ๊ะ...แสดงว่าแอบอ่านสมุดของแจจุงงั้นเหรอ” แจจุงแกล้งถามขึ้นมา
“เอ่อ ขอโทษที่ละลาบละล้วง” ยุนโฮยิ้มแห้งๆขึ้น อันที่จริงเขาผิดจริงๆนั่นล่ะที่อ่านของๆคนอื่นโดยไม่ขออนุญาตเสียก่อน
“หึหึ..ยุนโฮอย่างทำหน้าอย่างนั้นสิ แจจุงล้อเล่นน่า” แจจุงหัวเราะขึ้นมาทันทีที่เห็นใบหน้าเจื่อนๆของยุนโฮ
“โธ่..แจจุงอ่ะ แกล้งผมนะ” ยุนโฮเอามือหนาขึ้นมาเกาท้ายทอยไปแก้เขิน
“อ่านได้ในนั่นไม่มีความลับอะไรหรอกนะ” แจจุงพูดขึ้น

“แต่ของยุนโฮสิ ความลับเต็มไปหมดเลย”
“เอ๊ะ...ความลับงั้นเหรอ” ยุนโฮร้อนตัวขึ้นมาจนมือหนาต้องรีบเปิดสมุดของตัวเองออกดูทันที
“หึหึ...แสดงว่าความลับเยอะล่ะสิ แจจุงล้อเล่นน่า คิกคิก” แจจุงยกมือขึ้นมาปิดปากกับท่าทางเหวอๆของร่างสูง ยิ่งมองก็ยิ่งน่ารักดีนะ
“โธ่...แจจุง” ยุนโฮยู่หน้าขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะรีบเก็บสมุดสีดำลงกระเป๋านักเรียนไปทันที
“หุหุ แค่ล้อเล่นน่า” แจจุงยิ้มหวานมาให้ยุนโฮทันที
“ผมอายนะ” ยุนโฮพูดขึ้นมาเบาๆแต่แจจุงกลับได้ยินมันชัดเจน
“ผมว่าเราไปทำข่าวต่อดีกว่านะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องติดบอร์ดแล้วด้วย” ยุนโฮหันมาบอก
“อื้ม...วันนี้คงพิมพ์เสร็จล่ะ” แจจุงเดินมายังโต๊ะม้าหินที่มีโน๊ตบุ้คของเขาวางอยู่
“ช่วยกันทำจะได้เสร็จเร็วๆ” ยุนโฮหันมาบอกก่อนจะนั่งลงพร้อมกับนั่งทำงานไป





...การกระทำที่....ไม่น่าเชื่อ...


“ปึก...ปึก...” เสียงลูกแม็กซ์ตัวใหญ่กำลังยิงลงบนบอร์ดกำมะหยี่สีน้ำเงินที่อยู่หน้าอาคารเรียน

มือหนาของยุนโฮค่อยๆยิงแม็กซ์ลงบนบอร์ดเมื่อวางรูปภาพและรายละเอียดของข่างสารที่ตั้งใจทำออกมาให้เพื่อนๆได้อ่านกัน โดยมีร่างบางของแจจุงคอยยืนช่วยส่งกระดาษอยู่ใกล้ๆ

“ใกล้เสร็จแล้วล่ะ” แจจุงพูดขึ้นพร้อมกับมองผลงานของตัวเองและยุนโฮที่ได้ช่วยกันทำ
“ใช่ๆ” ยุนโฮหันมายิ้มให้ก่อนจะยิงแม็กซ์ตัวสุดท้างลงบนบอร์ด มือหนาหันมาเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อยทันที
“แจจุงนั่งรอผมอยู่ตรงนี้ก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวผมเอาของไปเก็บบนห้องชมรมก่อน” ยุนโฮหันมาบอกร่างบางที่นั่งกอดอกอยู่ที่ม้าหินใกล้ๆ
“อื้ม..รีบไปรีบมานะ” แจจุงพูดขึ้นจนเรียกรอยยิ้มกว้างออกมาจากยุนโฮได้ดี
“ครับผม...” ยุนโฮหันมาบอกก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องเพื่อเก็บของ

“ฟู่....ฟู่... หนาวจัง”แจจุงเป่าลมลงบนมือเรียวของตัวเองเบาๆ เมื่ออากาศหนาวกำลังมาเยือนเพราะนี้ก็เข้าเดือนธันวาแล้ว มันเริ่มหนาวขึ้นๆทุกทีๆ

“มาแล้วครับ” ยุนโฮรีบวิ่งลงมาหาร่างบางที่นั่งรออยู่
“มาเร็วจัง”แจจุงเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ แต่มือเรียวยังจับมือกันเอาไว้เพื่อให้มือที่เย็นชืดของตัวเองอุ่นขึ้น
“หนาวเหรอ” ยุนโฮถามขึ้นมาเบาๆ
“อื้ม...วันนี้อากาศเย็นจัง” แจจุงพูดขึ้น ก็นี่มัน 6 โมงเย็นแล้ว อากาศเย็นลงทุกทีๆ

ยุนโฮยืนมองร่างบางที่ถูกมือกันไปมาอย่างเป็นห่วง

“วันนี้เราอยู่จัดบอร์ดกัน แจจุงต้องกลับบ้านช้าเลยนะ” ยุนโฮย่อตัวมานั่งยองๆพร้อมกับเงยมองร่างบางที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“ไม่เป็นไรหรอก วันนี้ไม่ต้องไปเรียนพิเศษนี่”

“มือเย็นจัง” ยุนโฮเอื้อมมือมาจับมือเรียวของแจจุงอย่างลืมตัว เพราะเห็นว่าร่างบางถูมือกันไปมา
“มันหนาวนะ” จู่ๆยุนโฮก็จับมือเรียวทั้งสองของเขาเอาไว้ มันรู้สึกแปลกๆแถมหัวใจก็เต้นเร็วขึ้นมาซะได้
“ปล่อยให้มือเย็นแบบนี้บ่อยๆไม่ดีนะ” ยุนโฮเงยหน้าขึ้นมาบอก ก่อนที่ร่างสูงจะยกมือเรียวทั้งสองข้างของแจจุงมากุมเอาไว้เพื่อถ่ายเทความร้อนจากอุ้งมือของเขาไปสู้มือเล็กๆของแจจุงเพื่อให้อุ่นขึ้น

“ต้องทำให้อุ่นๆไว้นะ ฟู่...ฟู่...” ยุนโฮก้มลงเป่าลมร้อนใส่มือเรียวเบาๆ มือหนาถูกกับมือของแจจุงไปมาเพื่อเพิ่มความอุ่นให้

“ยุนโฮ....” ตาสีนิลจ้องมองการกระทำของยุนโฮย่างไม่วางตา แต่ในหัวใจของเขากลับรู้สึกดีมากๆที่ยุนโฮมาทำอะไรแบบนี้ให้ ไม่มีใครเคยทำแบบนี้กับเขามาก่อน การกระทำเล็กๆน้อยๆแค่นี้แต่ก็ทำให้หัวใจของเขารู้สึกดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาด


“อุ่นขึ้นมั้ย” ยุนโฮเงยหน้าขึ้นมาถาม มือหนาของเขาจับมือของแจจุงมาทาบลงบนแก้มกร้านของตัวเองเบาๆ
“อุ่น...อุ่นมากเลย” แจจุงจ้องมองใบหน้าคมที่อยู่ตรงหน้าอย่างตื้นตัน
“ขอบคุณนะ” แจจุงลูบแก้มกร้านของยุนโฮไปเบาๆ
“ไม่เป็นไรครับ”ยุนโฮยิ้มกว้างมาให้แจจุงทันที พร้อมกับสายตาคมที่จ้องมองใบหน้าของแจจุงอย่างไม่วางตา


ผมแทบจะละสายตาออกไปจากแจจุงไม่ได้สักนาทีเลยนะ ใบหน้าของนางฟ้ามันสะกดสายตาของผมให้จ้องมองที่เขาคนเดียวใช่มั้ย

แจจุงสะกดให้ผมเอาไว้ใช่มั้ย สะกดให้ผมชอบแจจุงอยู่อย่างนี้ใช่หรือเปล่า...

....

~~*~ นางฟ้าแสนสวยกับเจ้าหมีตัวโต ~*~~




....ความรู้สึกที่เกิดขึ้น...มันคือ?....



“หน้าหนาวแบบนี้แจจุงว่าเอาเพลงอะไรเปิดให้ทุกคนฟังดี” ยุนโฮหันมาถามร่างบางที่นั่งคุมเครื่องเสียงอยู่ในห้องประชาสัมพันธ์
“เพลงรักเบาๆดีมั้ย เหมาะกับหน้าหนาวดี” แจจุงเงยหน้าขึ้นมาบอกพร้อมกับส่งซีดีที่อยู่ข้างตัวมาให้
“อืม...แล้วแจจุงชอบเพลงของใครล่ะครับ” ยุนโฮถามขึ้นมาอย่างสนใจ
“ยองอุน เขาร้องเพลงเพราะดี เสียงก็เพราะมากๆด้วย” แจุจงยิ้มขึ้นเมื่อนึกถึงนักร้องคนโปรด
“อ๋อ...นักร้องที่กำลังจะเล่นหนังคนนั้นใช่มั้ย” ยุนโฮนึกออกทันที
“ใช่ๆ” ^___^


“แล้วถ้าแจจุงมีแฟน แจจุงจะชอบคนแบบไหนเหรอ” ยุนโฮนั่งลงข้างๆพร้อมกับถามคำถามที่อยากถามมานาน
“คนที่ชอบงั้นเหรอ?” แจจุงพูดขึ้นมาเบาๆก่อนจะอมยิ้มขึ้นมา ตาสีนิลเหลือบมอบใบหน้าคมเล็กน้อยก่อนจะตอบออกมา
“ก็คนดียังไงล่ะ”
“เอาแบบเจาะๆหน่อยไม่ได้เหรอ คนดีมั้นกว้างไป” ยุนโฮยู่หน้าขึ้นมาทันทีเมื่อคำตอบที่ออกมามันกว้างเสียเหลือเกิน
“หุหุ...ก็คนที่ทำให้แจจุงยิ้มได้ แล้วก็ทำให้แจจุงมีความสุข คนที่ทำให้แจจุงรู้สึกอบอุ่นที่ได้อยู่ใกล้ๆเขา ไม่ต้องหน้าตาดีหรอกนะ ขอแค่รักแจจุงก็พอ” แจจุงเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าคมอย่างสื่อความหมาย

“งั้นเหรอ...” ยุนโฮยิ้มบางๆขึ้นกับคำตอบที่ได้ฟัง

...ผมจะเข้าข่ายของคนที่แจจุงชอบบ้างมั้ยนะ เฮ้อ....

ยุนโฮลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ




“แจจุง...วันเสาร์นี้แจจุงว่างมั้ยครับ” ยุนโฮถามขึ้นอย่างลุ้นๆ
“ทำไมเหรอ” แจจุงเงยหน้าขึ้นมาถาม
“คือ...คือ...คือ...” ยุนโฮรู้สึกประหม่าขึ้นมา
“คืออะไร ติดอ่างเชียวนะ” แจจุงแซวขึ้นมาทันที
“ผม...ผมมีตั๋วของยองอุนอยุ่สองใบนะ เขามีคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ลใหม่ที่แกลอรี่ฮอล์ตรงโซลซิตี้น่ะ แจจุงอยากไปกับผมมั้ย” ยุนโฮถามขึ้นอย่างหวั่นๆ กลัวจังกลัวคำตอบที่ออกมาจาะไม่เป็นอย่างที่หวังเอาไว้
“…” แจจุงมองใบหน้าคมอยู่แต่ไม่ยอมตอบอะไรออกมา
“แต่...ถ้าแจจุงไม่ว่างก็ไม่เป็นไร” ยุนโฮยิ้มเจื่อนๆออกมา
“ยุนโฮว่าแจจุงควรไปมั้ยล่ะ”แจจุงแกล้งถามขึ้น
“โธ่...แจจุง ผมรอคำตอบอยู่นะ” ยุนโฮพูดขึ้นอย่างลุ้นๆ
“ไปสิ...”
“เย้!!...” ยุนโฮกระโดดจนตัวลอยอย่างไม่อายใครเมื่อได้ยินเสียงตอบรับมา
“โตแล้วนะมาดีใจอะไรเป็นเด็กๆแบบนี้” แจจุงแซวขึ้นมาทันที
“เอ่อ...” ยุนโฮยิ้มขึ้นมาอย่างเขินๆ แต่ก็ดีใจมากๆเลยนะ




...เสียงดนตรี อากาศหนาว และ.....


“อ้าว...เขาแสดงกันที่ฮอลล์กลางแจ้งงั้นเหรอ” แจจุงหันมาถายุนโฮเมื่อเดินเข้างานมา
“ใช่ครับ” ยุนโฮหันมาบอกเมื่อเดินนำแจจุงมาเรื่อยๆ
“ว้า..ลืมเอาเสื้อหนาวมาด้วยล่ะสิ มืดๆแบบนี้คงหนาวน่าดูเลย” แจจุงบ่นขึ้นมาเบาๆก่อนจะเดินตามยุนโฮเขาฮอลล์กลางแจ้งไป

แล้วไม่นานเสียงเพลงเพราะๆก็บรรเลงขึ้นพร้อมกับน้ำเสียงอันไพเราะของศิลปินคุณภาพคนนี้

“เพลงเพราะดีนะครับ” ยุนโฮหันมมากระซิบบอกร่างบางที่นั่งอยู่ข้างๆเมื่อนั่งฟังเพลงไปเรื่อยๆ
“ใช่เพราะมากเลย” แจจุงลอบมองใบหน้าของยุนโฮเล็กน้อยก่อนจะมองไปที่เวทีอีกครั้ง

“หนาวเหรอ” ยุนโฮหันมาถามร่างบางเมื่อเห็นแจจุงยกมือขึ้นมากอดอกเอาไว้
“อื้ม...แจจุงลืมเอาเสื้อหนาวมาล่ะ” แจจุงกระซิบบอก
“งั้นเอานี่เอาไปใส่ก่อน” ยุนโฮถอดเสื้อเจ็คเก็ตตัวใหญ่มาให้ร่างบาง
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวยุนโฮหนาวแย่เลย” แจจุงบอกขึ้นอย่างเกรงใจ
“ผมเป็นหมีนะ หมีน่ะไม่กลัวความหนาวเหรอ” ยุนโฮพูดขึ้นก่อนจะวางเสื้อตัวใหญ่ของตัวเองลงบนไหล่เล็กของแจจุง
“หวังว่ามันคงจะช่วยให้แจจุงอุ่นขึ้นนะ” สายตาคมสบกับดวงตาสีนิลอีกครั้ง
“อุ่นสิ” แจจุงยิ้มขึ้นแทนคำขอบคุณก่อนจะนั่งฟังเพลงต่อไป


และก็ไม่น่าเชื่อว่าบรรยากาศในวันนี้จะเป็นใจขนาดนี้ เพลงรักเพราะๆกับอากาศหนาวแต่กลับมีความอุ่นขึ้นที่หัวใจของใครคนบางคนและหิมะเกล็ดเล็กที่ค่อยๆโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้ายามค่ำคืน บรรยากาศที่ดีๆแบบนี้มันช่างเป็นใจเสียเหลือเกิน



“ว้าว...หิมะตกละยุนโฮ”แจจุงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างรู้สึกดี
“ใช่....” ยุนโฮตอบขึ้นมาเบาๆ สายตาคมยังคงจับจ้องใบหน้าของแจจุงอยู่ เกล็กหิมะเล็กค่อยๆตกลงบนใบหน้าสวยของร่างบางทีละน้อย
“เอ๊ะ...” แจจุงร้องขึ้นมาเบาๆ เมื่อมีมือหนาไล้อยู่แก้มเนียนของเขา
“หิมะติดแก้มนะครับ” ยุนโฮตอบขึ้นมาอย่างเขินๆกับการกระทำของตัวเอง แต่มือหนาก็ยังไล้แก้มเนียนไปเบาๆอย่างลืมตัว
^//^ แจจุงยิ้มขึ้นอย่างอายๆกับการกระทำของร่างสูง แต่ในใจก็กลับรู้สึกดีเสียจนรู้สึกว่าหัวใจของเขามันเต้นแรงมากกว่าทุกครั้ง



“ขอบคุณที่พาไปดูคอนเสิร์ตนะ” แจจุงหันมาบอกเมื่อเดินกลับบ้านพร้อมกับุยนโฮ
“ไม่เป็นไร แต่...แจจุงชอบมั้ย” ยุนโฮถามขึ้นมาทันที
“ชอบ...” แจจุงมองใบหน้าคมอย่างสุขใจ
“แจจุงครับ...ถ้าครั้งหน้ามีคอนเสิร์ตอีก แจจุงจะไปดูกับผมมั้ย” ยุนโฮถามขึ้นมาอย่างไม่มั่นใจ
“หาบัตรให้ได้ก็แล้วกัน” แจจุงพูดจบก็รีบเดินนำยุนโฮไปเพราะเขินกับคำพูดที่ออกมาจากปากของตัวเอง
“หึหึ...งั้นผมจะหามาให้ได้เลย” ยุนโฮยิ้มขึ้นย่างดีใจก่อนจะรีบเดินตามแจจุงไป






มันเริ่มก่อนตัวขึ้นมาเรื่อยๆ กับความรู้สึกที่อยู่ในใจของผม
ผมแค่หวังเอาไว้เล็กๆว่าแจจุงคงจะรู้สึกดีๆบ้างเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน
นี่ผมหวังมันมากเกินไปหรือเปล่านะ....






....ความประทับใจที่ไม่น่าเชื่อ....


การที่ทำให้คนที่เราแอบชอบนั้นประทับใจมันคงจะดีไม่น้อย ถ้าเราได้แอบมองรอยยิ้มของเขา รอยยิ้มที่สดใสที่ประดับอยู่บนใบหน้าสวยของนางฟ้า

แล้วผมจะทำให้นางฟ้าของหมีตัวนี้ประทับใจได้ยังไงนะ เอาเนียนๆหน่อยก็แล้วกัน^___^


“พวกแกช่วยหน่อยดิว่ะ เพื่อนกันไม่ใช่เหรอ” ยุนโฮขอร้องเพื่อนๆที่นั่งอยู่ด้วยกัน
“เพื่อนป๊ะแกดิ แกจะให้ฉันทำอะไรเลี่ยนๆแบบนั้นอ่ะนะ แหวะอ้วกจะแตก” เยซองพูดขึ้น
“โธ่... เพื่อเรียวเชียวนะ” ยุนโฮอ้างขึ้น
“เพื่อเรียวหรือเพื่อใครว่ะ แกให้ไอ้วอนช่วยดิ” เยซองโบ้ยไปให้ไอ้หน้าหล่อที่นั่งอยู่ใกล้ๆ
“นะ...ซีวอนช่วยหน่อย” ยุนโฮหันมาของร้องเพื่อนตัวดีของเขา
“ทำแต่ละอย่างนะมึงเดือดร้อนเพื่อนทั้งนั้น” ซีวอนบ่นขึ้น
“เอาน่า...อย่างน้อยซินเองก็น่าจะปลื้มไม่ใช่เหรอ” ยุนโฮหว่านล้อมขึ้น
“เพื่อนแฟนกูเลยนะ กูเลยยอม” ซีวอนหันมาบอกก่อนจะรับปากช่วยยุนโฮทำภารกิจที่ เอ่อ...เพื่อคนรักมั้ง...



“ฮะแฮ่ม...ประกาศจากประชาสัมพันธ์ ขอให้นักเรียนชั้นม.6 ไปรวมตัวกันที่กลางลานเอนกประสงค์ในตอนนี้ด้วยนะครับ” เสียงประชาสัมพันธ์หนุ่มเอ่ยบอก

“จะให้ไปทำอะไร” แจจุงหันมาถามเพื่อน และเสียงเด็กม.6 เอ่ยขึ้นมาเบาๆอย่างสงสัย แต่ทุกคนก็รีบเดินไปยังลานเอนกประสงค์ที่อยู่ตรงกลางของตึกเรียนทันที

“วันนี้วันวาเลนไทน์ครับ ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆ และ...สมหวังในความรักนะครับ...” เสียงประชาสัมพันธ์ประกาศอีกครั้ง


“....แด่วันวาเลนไทน์และคนพิเศษ....”


สิ้นเสียงทุ้มก็มีเสียงเพลงรักเปิดขึ้นมาพร้อมกับกลีบกุหลาบสีแดงและสีขาวที่โปรยลงมาจากชั้น 4 ของอาคารเรียนที่ล้อมรอบลานเอนกประสงค์ กลีบกุหลาบมากมายกำลังร่วงลงมาอย่างช้าๆกอรปกับแรงลมที่พัดโชยมาในจังหวะนั้นพอดี จึงพาเอากลีบกุหลาบปลิวไปมาอย่างสวยงาม

“ใครกันช่างคิดดีนะ” แจจุงเงยหน้าขึ้นมองกลีบกุหลาบที่โปรยลงมาอย่างรู้สึกดี ปากอิ่มยิ้มขึ้นเมื่อมองกลีบกุหลาบที่กำลังปลิวไปมาในอากาศ มือเรียวคว้ากลีบกุหลาบขาวและแดงเอาไว้อย่างสนุกสนาน

“แด่รอยยิ้มที่สวยงามของนางฟ้าคนสวยนะครับ”

ยุนโฮพูดขึ้นมาเบาๆกับรอยยิ้มหวานที่ประดับบนใบหน้าของแจจุง เมื่อร่างสูงยืนมองแจจุงกับเพื่อนๆกำลังกระโดดคว้ากลีบกุหลาบเล่นกันอย่างสนุกสนาน




....และแล้ว........


หลายเดือนแล้วนับตั้งแต่ที่ผมรู้จักกับนางฟ้าคนนี้ แต่จนแล้วจนรอดผมเองก็ไม่กล้าที่จะบอกสิ่งที่อยู่ในหัวใจของเจ้าหมีตัวโตคนนี้ไปสักที

เมื่อไหร่น๊า...เมื่อไหร่ผมถึงจะกล้าบอกความรู้สึกของเจ้าหมีให้นางฟ้าได้รับรู้ล่ะ...



....เวลาที่มาถึง...น่าจะเป็นเวลาที่เป็นใจสักที(มั้ง?)...


วันนี้ยุนโฮและแจจุงนั่งอยู่ในห้องชมรมกันจนเย็น เพราะต้องเตรียมเพลงที่จะใช้ในงานปิดภาคเรียน

“ใกล้จะจบกันแล้วสินะ” ยุนโฮพูดขึ้นมาเบาๆอย่างใจหาย
“นั่นสิ....” แจจุงหันมามองคนตัวโตที่นั่งอยู่ข้างๆอย่างใจหายเมื่อคิดว่าใกล้จะจบม.6กันแล้ว

“แจจุงอยากฟังเรื่องเล่าบางเรื่องมั้ย” จู่ๆยุนโฮก็ถามขึ้น
“อื้ม...อยากฟัง...” เสียงหวานตอบขึ้นมาเบาๆพร้อมกับนั่งมองใบหน้าคมที่อยู่ใกล้ๆอีกครั้ง


มันเป็นเรื่องธรรมดาๆของหมีตัวนึง หมีตัวหนึ่งที่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังตกหลุมรักใครบางคน
แต่มันน่าตลกตรงที่ว่าหมีตัวนี้กำลังตกหลุมรักนางฟ้า...

นางฟ้าที่อยู่สูงเหลือเกิน....เจ้าหมีตัวนี้มันพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้นางฟ้าหันมามอง
เพื่อให้นางฟ้าได้มีโอกาสมาอยู่ใกล้ๆตัวเอง เจ้าหมีพยายามอย่างหนัก....
หึหึ และมันน่าตลกที่ว่าเจ้าหมีตัวนี้มันพยายามมากถึงขั้นยอมไปต่อคิวเพื่อให้ได้บัตรคอนเสิร์ตที่หายากมากๆของนักร้องคนโปรดของนางฟ้า

มันยอมยืนขาแข็งท่ามกลางอากาศหนาวนานกว่า 3 ชั่วโมงเพื่อจะได้บัตรของยองอุน ทั้งที่เจ้าหมีกลับไม่เคยได้ฟังหรือรู้จักนักร้องคนนี้เลยด้วยซ้ำแต่เจ้าหมีก็ยังทำ หึหึ...ใครที่รู้เรื่องนี้ต่างพากันหัวเราะเยาะกับการกระทำของเจ้าหมีทั้งนั้นเลยนะ บ้างก็ว่าหมีตัวนี้มันบ้าไปแล้ว บ้างก็ว่าทำไปแล้วนางฟ้าเขาจะหันมามองงั้นเหรอ

เจ้าหมีไม่รู้หรอกนะว่านางฟ้าจะหันมามองมั้ย แต่มันก็ได้แต่หวัง...หวังว่าสักวันมันคงจะมีนางฟ้ามายืนอยู่ข้างๆมันบ้างก็เท่านั้น แล้วก็ไม่น่าเชื่อที่นางฟ้าที่อยู่สูงกลับมาอยู่ข้างๆเจ้าหมีจริงๆ

มันไม่น่าเชื่อเลยนะ แต่เจ้าหมีก็ยังไม่หมดหวังที่จะให้นางฟ้าจะหันมามองมันบ้างแค่สักนิดก็ยังดี แต่นางฟ้าก็ใจดีนะที่มีรอยยิ้มให้เจ้าหมีเสมอ ทั้งที่เจ้าหมีเองไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่านางฟ้าคิดยังไงกับเจ้าหมีบ้าง แต่มันก็ยังหวัง...หวังว่านางฟ้าจะคิดอย่างเดียวกันมัน เจ้าหมีคงได้แค่หวังและภาวณาให้มันเป็นจริง...



ยุนโฮหันมามองใบหน้าสวยที่จ้องมองเขาในเวลาเดียวกัน

“แจจุง...” ยุนโฮร้องขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าขอบตาของแจจุงกลับมีน้ำใสๆคลออยู่

“ฉันก็แค่คนธรรมดาไม่ใช่นางฟ้าสักหน่อย ทำไมนายถึงไม่เอื้อมมือมาจับเอาไว้ล่ะ” แจจุงพูดขึ้นมาเบาๆ หัวเล็กของร่างบางเอนมาซบลงที่บ่ากว้างของยุนโฮไปทันที

“จับมือฉันเอาไว้แล้วก็กุมมันเอาไว้แน่นๆอย่าปล่อยนะ” แจจุงเลื่อนมือเรียวมาจับมือหนาของยุนโฮเอาไว้ทันที

“เพราะผมกลัวไง กลัวนางฟ้าจะไม่อยากอยู่กับเจ้าหมีคนนี้...” มือหนาบีบมือเรียวไปเบาๆ

“แต่ฉันเป็นนางฟ้าเดินดินนะ นางฟ้าที่อยู่บนพื้นดินที่พร้อมจะเดินไปข้างๆเจ้าหมีอย่างนายไง” แจจุงเงยหน้าขึ้นมาสบกับสายตาคมทันที

“งั้นผมจะกอดเอาไว้แน่นๆก็แล้วกัน ผมจะกอดนางฟ้าเอาไว้ในอ้อมกอดอุ่นๆของผม” ยุนโฮหันมาบอกพร้อมกับมือหนาที่ดึงคนตัวเล็กมากอดเอาไว้ทันที

“ผมรักแจจุงนะ....” ยุนโฮกระซิบบอกเบาๆที่ข้างหูของร่างบาง มือหนากระชับกอดแจจุงแน่นขึ้น

“นึกว่าจะไม่บอกซะแล้ว” แจจุงยิ้มกว้างขึ้นพร้อมกับกอดเอวหนาของยุนโฮไว้อย่างสุขใจ

ปากหยักยิ้มกว้างขึ้นพร้อมกับกดจูบลงบนหน้าผากมนของแจจุง ตาสีนิลหลับตาลงซึมซับความรู้สึกดีๆที่มีอยู่ในตอนนี้เอาไว้ อ้อมกอดอุ่นๆของเจ้าหมีที่กอดร่างของเขาเอาไว้และรอยยิ้มหวานแห่งความสุขที่ประดับอยู่บนใบหน้าของแจจุง ภาพที่สวยงามที่ได้เห็นกลับทำให้หัวใจของยุนโฮพองโตขึ้นมาอย่างสุขใจที่มีคนที่ชอบมาอยู่ในอ้อมแขนของตัวเองเสียที



นี่ล่ะครับคือเรื่องของเจ้าหมีและนางฟ้า...

ความรักของเจ้าหมีและนางฟ้าแสนสวยยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ

ความรักที่ดำเนินไปพร้อมกับหัวใจสองดวงที่ก้าวเดินไปเคียงข้างกันอย่างมีความสุข




บทสรุปส่งท้ายของ.....นางฟ้าแสนสวยกับเจ้าหมีตัวโต


user posted image








user posted image







user posted image








user posted image







user posted image




Credit: onpic



~~~END~~~